กระทู้คนเจ็บเข่าฯ #16 - มุมดีๆ ที่ได้จากการบาดเจ็บ

กระทู้คนเจ็บเข่าฯ #16 - มุมดีๆ ที่ได้จากการบาดเจ็บ
มาอ่านไดอารี่คนเจ็บเข่ากันต่อครับ

ตอนที่ 1-15 สำหรับท่านที่เพิ่งจะหลงเข้ามาอ่านครับ
https://pantip.com/topic/43881826 : ตอนที่ 1 ในเมื่อวิ่งไม่ได้ก็บอดี้เวท+คาร์ดิโอ ละกัน
https://pantip.com/topic/43918142 : ตอนที่ 2 เมื่อหมอปฏิเสธบอกว่าไม่ต้องผ่าตัด
https://pantip.com/topic/43932687 : ตอนที่ 3 ปัญหาตามหลังอาการบาดเจ็บ
https://pantip.com/topic/43940516 : ตอนที่ 4 รู้สึกเเสียใจไหมที่วิ่งจนเข่าพัง
https://pantip.com/topic/44002284 : ตอนที่ 5 พบหมอกายภาพบำบัด
https://pantip.com/topic/44012241 : ตอนที่ 6 Dead Butt Syndrome ก้นไม่ทำงาน
https://pantip.com/topic/44018868 : ตอนที่ 7 เวท+กินโปรตีน เทรนด์มาแรง
https://pantip.com/topic/44026219 : ตอนที่ 8 ออกกำลังกายแล้วปวดเมื่อยทำยังไงดี
https://pantip.com/topic/44033955 : ตอนที่ 9  เตรียมตัวผ่าตัดเย็บซ่อมหมอนรองกระดูก มาสร้างกล้ามเนื้อต้นขากันครับนั้น
https://pantip.com/topic/44064846 : ตอนที่ 10 นักวิ่งตกม้าตายกลางทาง
https://pantip.com/topic/44115761 : ตอนที่ 11 เมื่อร่างกายต้องการอ็อกซิเจน
https://pantip.com/topic/44116933 : ตอนที่12 - จอมบึง10K กับ Negative Split
https://pantip.com/topic/44124953 : ตอนที่ 13.1 - รีวิวผ่าตัดส่องกล้องหมอนรองกระดูกหัวเข่า (ตอนที่ 1)
https://pantip.com/topic/44126777 : ตอนที่ 13.2 - รีวิวผ่าตัดส่องกล้องหมอนรองกระดูกหัวเข่า (ตอนที่ 2)
https://pantip.com/topic/44134128 : ตอนที่ 14 - Gen Run ข้ามกำแพง12K สำเร็จ
https://pantip.com/topic/44142488 : ตอนที่ 15 - พัทยามาราธอน10K (แห่งความทรงจำ)

1) ประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้ผมรู้สึกความกลัวในใจมันหดเล็กลง

ผมเคยเข้าห้องผ่าตัดย่อยมาแล้ว 2 ครั้ง
ส่องกล้องทางเดินอาหารและตัดติ่งเนื้อกลางหลัง
มันเทียบไม่ได้กับการผ่าตัดแบบเจ็บจริงใช้เวลานานเกือบ 3 ชม. + ต้องบล็อกหลัง

หลังจากผ่านประสบการณ์ครั้งนี้รู้สึกเหมือนความกลัวในใจมันหดเล็กลงพอสมควร
ความกลัวกับความกล้ามันเหมือนอยู่บนตาชั่งแต่คนละฝั่งกัน

น่าจะมีผลต่อการตัดสินใจในชีวิตหลังจากนี้พอสมควร

2) ช่วงพักฟื้น 6 สัปดาห์แรก ทำให้ชีวิตผม Slow ลง

นิสัยผมเป็นคนคิดเร็วทำเร็ว เร็วจนหมอ+นักกายภาพฯ ถึงกับอุทานด้วยความตกใจ และเตือนให้ผมเคลื่อนไหวให้ช้าลง
ซึ่งมันได้ผลเพราะช่วงถือไม้เท้า 6 สัปดาห์หลังผ่าตัดหมอห้ามลงน้ำหนักเท้าข้างเจ็บ
ไปไหนมาไหนต้องไปกับไม้เท้า มันอึดอัดจากคนคล่องแคล่วต้องปรับเป็นช้าลง (มากๆ)

ยกตัวอย่างเช่น เมื่อก่อนเราจะหมุนตัวซ้ายหันขวาหันแค่บิดนิดเดียวก็ไปได้แล้ว
แต่ถ้ายืนด้วยขาข้างเดียว+ไม้เท้า บิดแบบนั้นอาจทำให้หัวเข่าข้างเดียวที่เหลือพังไปอีกข้าง
ผมเคยทำต่อหน้าหมอเวชศาสตร์ฟื้นฟูถึงกับห้ามเสียงหลงเลย

จะเข้าห้องน้ำก็ต้องช้าๆ กว่าจะเข้าตำแหน่งได้ต้องใจเย็นมีสติ

รวมไปถึงนั่งฉี่แบบผู้หญิงซึ่งทำไปทำมาผมชอบนะ มันไม่กระจายเรี่ยราดตามขอบฝานั่ง ฯลฯ
อาบน้ำแปรงฟันก็ช้า เดินช้าๆ เพราะถ้าล้มลงระหว่างนี้คงได้เจอหมอบนเตียงผ่าตัดอีกครั้งแน่ๆ

เวลาผ่านไป 6 กว่าสัปดาห์มันเป็นการฝึกอยู่กับตัวเอง ฝึกสติช่วยให้ใจเย็นลงได้พอสมควร
มิน่าหล่ะทางพุทธฯ ถึงให้ฝึกสมาธิด้วยการเดินจงกรม

3) กายภาพฯ แต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง เป็น 3 ชั่วโมงคุณภาพ
ผมถือคติถ้าอยากหายไวๆ ก็ต้องสู้ ดังนั้นจะจริงจัง (พยายาม) ไม่โกหกตัวเอง
ทำให้เต็มที่ก่อน ถ้าไม่ไหวจริงๆ ค่อยผ่อนให้เบาลงตามสภาพ
ดังนั้นเวลานักกายภาพสั่ง 10 วิฯ ผมก็ทำ 10 วิฯ

ระหว่างการทำกายภาพบำบัด ต้องสู้กับความล้าของกล้ามเนื้อ
เช่น SLR - Straight Leg Raise ค้าง 10 วินาที x 15 ครั้ง x 3 Sets เพิ่มความโหดด้วยยางยืดเบอร์ 3
ถ้าไม่เอาสมาธิไปอยู่กับลมหายใจเข้าออก คงไม่รอด
กลายเป็นได้กลับมาฟื้นฟูอาณาปานสติ

SLR - Straight Leg Raise


Leteral Leg Raise


ยังมีอีกหลายเรื่องครับที่ผมรู้สึกดีกับอาการบาดเจ็บในครั้งนี้
ซึ่งมันเตือนสติผมได้มาก โดยเฉพาะเรื่องปรับชีวิตให้สมดุลย์ขึ้น

ในความโชคร้ายมักจะมีโชคดีแฝงอยู่หรือที่เราเคยได้ยินว่า "ในวิกฤติมักจะมีโอกาส"
ขึ้นอยู่กับว่าเรามองเห็นโอกาสนั้นหรือไม่

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่