ต่อจาก 3 ตอนแรกนะครับ
https://pantip.com/topic/43881826
https://pantip.com/topic/43918142
https://pantip.com/topic/43932687
ตอนนี้ให้ชื่อว่า ...
รู้สึกเสียใจหรือไม่ที่วิ่งจนเข่าพัง
ตอบได้เลยครับว่า
ไม่ครับ หลายปีที่ผ่านมาถ้าไม่ได้วิ่งอาจจะแย่กว่านี้
ตามประสาคนเมืองที่วินัยไม่ดีเลยนอนดึกทุกวันยันเที่ยงคืน
พอถึงวัยกลางคนร่างกายเริ่มถดถอยทำอะไรก็เหนื่อยง่าย
เครียดลงกระเพาะ ประชุมก็เถียงสู้นายไม่ได้ หัวสมองไม่แล่น
จะเดินข้ามถนน รู้สึกเลยว่าปฏิกิริยาตอบสนองช้าลง
พอกลับมาวิ่งจริงจัง ปัญหาที่ว่ามันคลายไปหมด
ผมกลายเป็นคนมีระเบียบวินัย เข้านอนก่อน 4 ทุ่มตื่นตี 4
อาหารการกินปรับใหม่หมด กินอาหารหลากหลายขึ้น
ทั้งโปรตีนจากเนื้อสัตว์ นม ไข่ กรีกโยเกิร์ต ไม่ชอบกินปลาก็ยอมกิน
ผักผลไม้ไม่มีปัญหา เพราะชอบกินแล้ว
มาเลิกกาแฟใส่น้ำตาลได้ก็ตอนนี้แหละ
(ตรงนี้มีเรื่องให้เล่าอีกเยอะเลย ทำไมต้องทำขนาดนี้)
ร่างกายแข็งแรง ผอมแต่ดูมีกล้ามเนื้อ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้เพื่อนๆ ที่นานๆ เจอกันทีมาทักหลายคน ว่าดูดีมีกล้ามเนื้อไม่เหมือนเมื่อก่อนที่ผอมแบบแห้งๆ
ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดโดยไม่ต้องพึ่งยาลดน้ำตาล
จัดการกับความเครียดได้ดี เถียงทันรับมือเจ้านายได้
ที่สำคัญกว่านั้นคือ มันทำให้มีวินัยในการใช้ชีวิต
ถ้าจะเสียดายคงเป็นเรื่องที่
รู้จักการวิ่งอย่างถูกวิธีช้าเกินไป
อดคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่า ถ้าได้ฝึกวินัยแบบนี้ตอนยังเด็กรุ่นๆ น่าจะดีกว่านี้เยอะเลย
เอาหล่ะครับ ตอนที่ 4 ขอจบด้วยการอวดผลงานการออกกำลังกายในช่วง 7 วันที่ผ่านมา
ทำนาทีสะสมได้ 204 นาที มีแถมรายงานการเดินเมื่อวันเสาร์ 10/1/69 มาให้ด้วย
เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปมา วันนั้นผมไปเดินสวนลุมฯ 5 กม. ด้วย Skill การใช้กล้ามเนื้อสะโพก
ที่อุตสาห์ไปเสียเงินเรียนมาจาก อ.หมอชื่อดังจาก รพ.ธนบุรี ใช้เวลาฝึกอยู่นานกว่า 10 สัปดาห์
ซึ่งน่าแปลกใจที่ HR ระหว่างเดิน 60 นาที ขึ้นไปสูงถึง 150-160 BPM
และเบอร์นแคลอรี่ได้ค่อนข้างมาก ใกล้เคียงกับการออกไปวิ่งด้วยระยะเวลาเท่ากัน
ไดอารี่คนเจ็บเข่ารอขึ้นเขียง #4 ... แล้วรู้สึกเเสียใจไหมที่วิ่งจนเข่าพัง
https://pantip.com/topic/43881826
https://pantip.com/topic/43918142
https://pantip.com/topic/43932687
ตอนนี้ให้ชื่อว่า ... รู้สึกเสียใจหรือไม่ที่วิ่งจนเข่าพัง
ตอบได้เลยครับว่า ไม่ครับ หลายปีที่ผ่านมาถ้าไม่ได้วิ่งอาจจะแย่กว่านี้
ตามประสาคนเมืองที่วินัยไม่ดีเลยนอนดึกทุกวันยันเที่ยงคืน
พอถึงวัยกลางคนร่างกายเริ่มถดถอยทำอะไรก็เหนื่อยง่าย
เครียดลงกระเพาะ ประชุมก็เถียงสู้นายไม่ได้ หัวสมองไม่แล่น
จะเดินข้ามถนน รู้สึกเลยว่าปฏิกิริยาตอบสนองช้าลง
พอกลับมาวิ่งจริงจัง ปัญหาที่ว่ามันคลายไปหมด
ผมกลายเป็นคนมีระเบียบวินัย เข้านอนก่อน 4 ทุ่มตื่นตี 4
อาหารการกินปรับใหม่หมด กินอาหารหลากหลายขึ้น
ทั้งโปรตีนจากเนื้อสัตว์ นม ไข่ กรีกโยเกิร์ต ไม่ชอบกินปลาก็ยอมกิน
ผักผลไม้ไม่มีปัญหา เพราะชอบกินแล้ว
มาเลิกกาแฟใส่น้ำตาลได้ก็ตอนนี้แหละ
(ตรงนี้มีเรื่องให้เล่าอีกเยอะเลย ทำไมต้องทำขนาดนี้)
ร่างกายแข็งแรง ผอมแต่ดูมีกล้ามเนื้อ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดโดยไม่ต้องพึ่งยาลดน้ำตาล
จัดการกับความเครียดได้ดี เถียงทันรับมือเจ้านายได้
ที่สำคัญกว่านั้นคือ มันทำให้มีวินัยในการใช้ชีวิต
ถ้าจะเสียดายคงเป็นเรื่องที่ รู้จักการวิ่งอย่างถูกวิธีช้าเกินไป
อดคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่า ถ้าได้ฝึกวินัยแบบนี้ตอนยังเด็กรุ่นๆ น่าจะดีกว่านี้เยอะเลย
เอาหล่ะครับ ตอนที่ 4 ขอจบด้วยการอวดผลงานการออกกำลังกายในช่วง 7 วันที่ผ่านมา
ทำนาทีสะสมได้ 204 นาที มีแถมรายงานการเดินเมื่อวันเสาร์ 10/1/69 มาให้ด้วย
เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปมา วันนั้นผมไปเดินสวนลุมฯ 5 กม. ด้วย Skill การใช้กล้ามเนื้อสะโพก
ที่อุตสาห์ไปเสียเงินเรียนมาจาก อ.หมอชื่อดังจาก รพ.ธนบุรี ใช้เวลาฝึกอยู่นานกว่า 10 สัปดาห์
ซึ่งน่าแปลกใจที่ HR ระหว่างเดิน 60 นาที ขึ้นไปสูงถึง 150-160 BPM
และเบอร์นแคลอรี่ได้ค่อนข้างมาก ใกล้เคียงกับการออกไปวิ่งด้วยระยะเวลาเท่ากัน