ต่อจากไดอารี่คนเจ็บเข่ารอขึ้นเขียง ซึ่งเขียนไปแล้ว 2 ตอน
https://pantip.com/topic/43881826
https://pantip.com/topic/43918142
วันนี้เป็นตอนที่ 3 ครับ สำหรับคนที่รักการวิ่งแล้วไม่ได้วิ่งนี่เป็นเรื่องใหญ่พอสมควร
รอบแรกผมใช้เวลารักษาอาการเจ็บเอ็นข้างเข่า (ITB) เกือบ 3 เดือน
พออาการเจ็บ ITB หายดี มาเจอปัญหาหมอนรองกระดูกฉีกขาดอีก เรื่องกลับไปวิ่งแบบเดิมเลิกคิดได้เลย
ต่อไปนี้น่าจะเหลือแค่การออกกำลังกายแบบประคับประคองเท่านั้น
ผมติดกับดักทางความคิดอยู่ตรงนี้กว่า 3 เดือน
พร้อมกับการต่อสู้กับอาการเจ็บเข่า เดินมากก็เจ็บมาก
ถ้าวันไหนเดินเกิน 5000 ก้าว+ วันนั้นจะเมื่อยหรือเจ็บรอบเข่า
ถึงจะพักวันเดียวทุเลาก็ตามที แต่มันรบกวนการใช้ชิวิตพอสมควร
ปัญหาเรื่องสภาพจิตใจกลับน่าสนใจกว่าทางกาย ยังดีที่ไม่ถึงกับเป็นซึมเศร้า
แต่ยอมรับเลยว่ามีความสุขน้อยลง กระทบการทำงาน
รับมือความเครียดและแรงกดดันได้ไม่ดีเหมือนเก่า
ตอนที่ยังวิ่งได้ เจอเรื่องหนักแค่ไหนถ้าได้ใส่รองเท้าออกวิ่งแค่ 60 นาที ความเครียดแทบจะหายเป็นปลิดทิ้ง
ตอนนี้เหมือนมียักษ์เข้าครอบครองจิตใจ แยกเขี้ยวคอยขู่อย่าให้ใครมาแหยม พร้อมจะสวนได้ตลอดเวลา
สายๆ วันนี้ผมลุกขึ้นมาเขียนกระทู้ได้ พอจะเข้าใจตัวเองมากขึ้นหลังจากที่ตัดสินใจได้ตอนหยุดปีใหม่
ว่าคงอยู่เฉยๆ แบบนี้ต่อไปไม่ได้แน่ การออกกำลังกายเบาๆ ทำบ้างหยุดบ้าง ไม่ได้ผล
ต้องกลับมาเล่นทั้งเวทและคาร์ดิโอให้ได้อย่างน้อยๆ สัปดาห์ละ 200 นาที
เป้าหมายเบื้องต้นคือ วันละ 40-50 นาที++ ต่อเนื่องให้ได้อย่างต่ำ 5 วันต่อสัปดาห์
ยอมรับว่าทนตัวเองไม่ค่อยได้เหมือนกัน มันเห็นตัวเองแยกเขี้ยวพร้อมจะไฟท์อยู่ตลอดเวลา
นอนหลับได้ไม่ค่อยดีเหมือนเมื่อก่อน การควบคุมน้ำตาลในกระแสเลือดแย่ลง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ผมมีภาวะน้ำตาลสูงแต่ยังไม่ได้กินยาลดน้ำตาล อาศัยการออกกำลังกายกับคุมอาหารควบคุมอยู่
วันนี้เป็นวันแรกที่เริ่มรู้สึกว่า ยักษ์ในใจตัวมันเล็กลง
ผมออกกำลังกายด้วยการเล่นเวท+ปั่นจักรยานมาแล้ว 3 ครั้งหลังปีใหม่
เริ่มทำได้ต่อเนื่องติดต่อกันก็เริ่มจะได้ผล รู้สึกนอนหลับได้สนิทขึ้นลมหายใจละเอียดขึ้น
รู้สึกได้ถึงความสุขแผ่วๆ หลังเสร็จจากการปั่นจักรยานจนเหงื่อท่วมตัว (Cardio)
ตอนนี้เริ่มคิดถึงบรรยากาศยามเช้ามืดของสวนลุมฯ แผนต่อไปคือ สลับวันเข้าสวนฯ บ้าง
เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศจากออกกำลังกายในบ้านไปเดินรอบสวนฯ และเพื่อไปรับแดดบ้าง
ถึงตอนนั้นแล้วผมจะมาเขียนไดอารี่#4 ให้อ่านกันต่อครับ
ขอให้ท่านมีความสุขกับการออกกำลังกาย และระวังอย่าให้ยักษ์ในใจมันออกมาอาละวาดครับ
ไดอารี่คนเจ็บเข่า#3 ... ปัญหาตามหลังอาการบาดเจ็บ
https://pantip.com/topic/43881826
https://pantip.com/topic/43918142
วันนี้เป็นตอนที่ 3 ครับ สำหรับคนที่รักการวิ่งแล้วไม่ได้วิ่งนี่เป็นเรื่องใหญ่พอสมควร
รอบแรกผมใช้เวลารักษาอาการเจ็บเอ็นข้างเข่า (ITB) เกือบ 3 เดือน
พออาการเจ็บ ITB หายดี มาเจอปัญหาหมอนรองกระดูกฉีกขาดอีก เรื่องกลับไปวิ่งแบบเดิมเลิกคิดได้เลย
ต่อไปนี้น่าจะเหลือแค่การออกกำลังกายแบบประคับประคองเท่านั้น
ผมติดกับดักทางความคิดอยู่ตรงนี้กว่า 3 เดือน
พร้อมกับการต่อสู้กับอาการเจ็บเข่า เดินมากก็เจ็บมาก
ถ้าวันไหนเดินเกิน 5000 ก้าว+ วันนั้นจะเมื่อยหรือเจ็บรอบเข่า
ถึงจะพักวันเดียวทุเลาก็ตามที แต่มันรบกวนการใช้ชิวิตพอสมควร
ปัญหาเรื่องสภาพจิตใจกลับน่าสนใจกว่าทางกาย ยังดีที่ไม่ถึงกับเป็นซึมเศร้า
แต่ยอมรับเลยว่ามีความสุขน้อยลง กระทบการทำงาน รับมือความเครียดและแรงกดดันได้ไม่ดีเหมือนเก่า
ตอนที่ยังวิ่งได้ เจอเรื่องหนักแค่ไหนถ้าได้ใส่รองเท้าออกวิ่งแค่ 60 นาที ความเครียดแทบจะหายเป็นปลิดทิ้ง
ตอนนี้เหมือนมียักษ์เข้าครอบครองจิตใจ แยกเขี้ยวคอยขู่อย่าให้ใครมาแหยม พร้อมจะสวนได้ตลอดเวลา
สายๆ วันนี้ผมลุกขึ้นมาเขียนกระทู้ได้ พอจะเข้าใจตัวเองมากขึ้นหลังจากที่ตัดสินใจได้ตอนหยุดปีใหม่
ว่าคงอยู่เฉยๆ แบบนี้ต่อไปไม่ได้แน่ การออกกำลังกายเบาๆ ทำบ้างหยุดบ้าง ไม่ได้ผล
ต้องกลับมาเล่นทั้งเวทและคาร์ดิโอให้ได้อย่างน้อยๆ สัปดาห์ละ 200 นาที
เป้าหมายเบื้องต้นคือ วันละ 40-50 นาที++ ต่อเนื่องให้ได้อย่างต่ำ 5 วันต่อสัปดาห์
ยอมรับว่าทนตัวเองไม่ค่อยได้เหมือนกัน มันเห็นตัวเองแยกเขี้ยวพร้อมจะไฟท์อยู่ตลอดเวลา
นอนหลับได้ไม่ค่อยดีเหมือนเมื่อก่อน การควบคุมน้ำตาลในกระแสเลือดแย่ลง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
วันนี้เป็นวันแรกที่เริ่มรู้สึกว่า ยักษ์ในใจตัวมันเล็กลง
ผมออกกำลังกายด้วยการเล่นเวท+ปั่นจักรยานมาแล้ว 3 ครั้งหลังปีใหม่
เริ่มทำได้ต่อเนื่องติดต่อกันก็เริ่มจะได้ผล รู้สึกนอนหลับได้สนิทขึ้นลมหายใจละเอียดขึ้น
รู้สึกได้ถึงความสุขแผ่วๆ หลังเสร็จจากการปั่นจักรยานจนเหงื่อท่วมตัว (Cardio)
ตอนนี้เริ่มคิดถึงบรรยากาศยามเช้ามืดของสวนลุมฯ แผนต่อไปคือ สลับวันเข้าสวนฯ บ้าง
เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศจากออกกำลังกายในบ้านไปเดินรอบสวนฯ และเพื่อไปรับแดดบ้าง
ถึงตอนนั้นแล้วผมจะมาเขียนไดอารี่#4 ให้อ่านกันต่อครับ
ขอให้ท่านมีความสุขกับการออกกำลังกาย และระวังอย่าให้ยักษ์ในใจมันออกมาอาละวาดครับ