ไดอารี่คนเจ็บเข่ารอขึ้นเขียงตอนที่ 6 - Dead Butt Syndrome

ไดอารี่คนเจ็บเข่ารอขึ้นเขียงตอนที่ 6 - Dead Butt กล้ามเนื้อก้นไม่ทำงาน

https://pantip.com/topic/43881826 : ตอนที่ 1 ในเมื่อวิ่งไม่ได้ก็บอดี้เวท+คาร์ดิโอ ละกัน
https://pantip.com/topic/43918142 : ตอนที่ 2 เมื่อหมอปฏิเสธบอกว่าไม่ต้องผ่าตัด
https://pantip.com/topic/43932687 : ตอนที่ 3 ปัญหาตามหลังอาการบาดเจ็บ
https://pantip.com/topic/43940516 : ตอนที่ 4 รู้สึกเเสียใจไหมที่วิ่งจนเข่าพัง
https://pantip.com/topic/44002284 : ตอนที่ 5 พบหมอกายภาพบำบัด

วันนี้ฉีกออกจากเรื่องหัวเข่ากันหน่อยครับ มาอ่านเรื่องราวของ กล้ามเนื้อก้นไม่ทำงาน ซึ่งมันเป็นอาการสามัญของมนุษย์ในยุคปัจจุบัน ยุคที่เราทำงานด้วยการนั่งโต๊ะใช้สมองมากกว่าแรงกาย

กล้ามเนื้อก้นไม่ทำงาน ฝรั่งเรียก (เสียน่ากลัว) ว่า Dead Butt Syndrome มีสาเหตุมาจากการนั่งนานๆ อะไรที่เราไม่ได้ใช้งานมักจะมีอาการเสื่อมสภาพ กล้ามเนื้อก็เหมือนกันถ้าไม่ได้ใช้นานๆ เข้ามันจะลีบ ฝ่อ อ่อนแอ ไปจนถึงขั้นจอดสนิทไม่กระดิก (Dead) อาการนี้คนเป็นกันเยอะเป็นสาเหตุหลักของออฟฟิศซินโดรม การปวดหลังล่างของมนุษย์เงินเดือนยุคนี
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ภาพกล้ามเนื้อก้น Glutes จากวิกิฯ


นี่คือต้นเหตุที่ทำให้ผมมิอาการบาดเจ็บเอ็นข้างเข่า ITB จนต้องหยุดรักษาตัวกว่า 10 สัปดาห์ (ก่อนที่จะมีปัญหาหมอนรองกระดูกเข่าฉีกขาดในเวลาต่อมา)
อาการเจ็บ ITB หรือ เอ็นข้างเข่า นี้นักวิ่งกลัวกันมากเพราะรักษายากใช้เวลานานกว่าจะหาย

การวิ่งโดยที่กล้ามเนื้อก้นไม่ทำงาน ภาระหนักจะตกอยู่ที่กล้ามเนื้อต้นขาจนมันล้าสะสมไปดึงรั้งเอาเอ็นข้างเข่าเสียดสีกับกระดูกหัวเข่า ตอนผมเป็นมากๆ เอ็นข้างเข่ามันอักเสบเสียจนนั่งก็เจ็บนอนก็เจ็บ เจ็บจนความดันขึ่นเลยก็ว่าได้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
นักวิ่งส่วนใหญ่มักจะมองข้าม เพราะการเจ็บ ITB แรกๆ ร่างกายยังพอ Heal รักษาตัวเองได้จากการได้พัก 2-3 วัน แต่มันจะมีอาการเตือนหนักและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ผมมีอาการเจ็บร้าวที่ก้น (เจ็บสลักเพชร) และ เจ็บหลังล่างร่วมด้วยเป็นเวลานานหลายเดือน เป็นๆ หายๆ จนโป๊ะแตกในที่สุด

วิธีรักษาให้หายขาดมีวิธีเดียวคือ พัก+ฝึกให้กล้ามเนื้อก้นให้มันกลับมาทำงาน+เวทสร้างความแข็งแรง
ถ้าพักจนหายแต่ไม่ฝึก+เวท เดี๋ยวก็กลับมาเป็นซ้ำอีก

คนที่มีอาการเจ็บสลักเพชร ปวดหลังล่าง รวมทั้งนักวิ่งด้วย ถ้าอยากหายแนะนำว่าควรหาหมอ+นักกายภาพบำบัดครับ มันไม่แพงไปกว่า Gadget หรือ รองเท้าวิ่งหรอก จะได้วิ่งดี วิ่งอย่างมีความสุข และไม่บาดเจ็บครับ

มันคุ้มค่ากว่าการที่ไม่ได้วิ่งเพราะบาดเจ็บเยอะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่