ตอนที่ #13.1 - รีวิวผ่าตัดส่องกล้องหมอนรองกระดูกหัวเข่า
ตอนที่ 1-12 สำหรับท่านที่เพิ่งจะหลงเข้ามาอ่านครับ
https://pantip.com/topic/43881826 : ตอนที่ 1 ในเมื่อวิ่งไม่ได้ก็บอดี้เวท+คาร์ดิโอ ละกัน
https://pantip.com/topic/43918142 : ตอนที่ 2 เมื่อหมอปฏิเสธบอกว่าไม่ต้องผ่าตัด
https://pantip.com/topic/43932687 : ตอนที่ 3 ปัญหาตามหลังอาการบาดเจ็บ
https://pantip.com/topic/43940516 : ตอนที่ 4 รู้สึกเเสียใจไหมที่วิ่งจนเข่าพัง
https://pantip.com/topic/44002284 : ตอนที่ 5 พบหมอกายภาพบำบัด
https://pantip.com/topic/44012241 : ตอนที่ 6 Dead Butt Syndrome ก้นไม่ทำงาน
https://pantip.com/topic/44018868 : ตอนที่ 7 เวท+กินโปรตีน เทรนด์มาแรง
https://pantip.com/topic/44026219 : ตอนที่ 8 ออกกำลังกายแล้วปวดเมื่อยทำยังไงดี
https://pantip.com/topic/44033955 : ตอนที่ 9 เตรียมตัวผ่าตัดเย็บซ่อมหมอนรองกระดูก มาสร้างกล้ามเนื้อต้นขากันครับนั้น
https://pantip.com/topic/44064846 : ตอนที่ 10 นักวิ่งตกม้าตายกลางทาง
https://pantip.com/topic/44115761 : ตอนที่ 11 เมื่อร่างกายต้องการอ็อกซิเจน
https://pantip.com/topic/44116933 : ตอนที่12 - จอมบึง10K กับ Negative Split
1)
ผ่าเช้ากลับเย็น vs.
ผ่าเสร็จแล้วนอนค้างกลับวันรุ่งขึ้น ... แบบไหนดีกว่า
การผ่าตัดส่องกล้องเย็บซ่อมหมอนรองกระดูกเข่า เดี๋ยวนี้สามารถผ่าเช้ากลับเย็นได้เลยครับแต่ผมแจ้งกับทาง รพ.ไว้ว่าขอห้องพักค้าง 1 คืนกลับวันรุ่งขึ้น ซึ่งถือว่าตัดสินใจได้ถูกต้องถึงแม้จะต้องเสียเงินส่วนต่างอีกหลายพันบาท หลังผ่าตัดอยู่ใกล้มือหมอไว้ก่อนดีกว่า คืนนั้นพยาบาลเวียนเข้าเวียนออกวัดไข้ เจาะเลือด เปลี่ยนน้ำเกลือ ให้ยาแก้ปวด ฉีดอินซูลิน ทั้งคืน ผมนับได้ 4 ครั้ง ... (เดี๋ยวเล่าให้ฟังครับว่าทำไมต้องฉีดอินซูลิน)
ถ้ากลับไปนอนบ้านคนดูแลผมคงมือไม้ปั่นป่วนแย่แน่ๆ
2)
ห้องผ่าตัดหนาวมาก แต่เขามี
ฮีทเตอร์ ส่วนตัวให้เรานะ
เช้าวันผ่าตัดผมไปถึงโรงพยาบาลก่อน 6.00 น. เพื่อเช็คอิน+จัดการเอกสารเคลมประกัน แล้วขึ้นไปที่ชั้น 12 เพื่อเตรียมการผ่าตัดทันที
ไม่ถึง 7.00 น. ผมก็เปลี่ยนชุดผ่าตัดสีเขียวนอนฟังเหลงจากหูฟังเพลินๆ พร้อมแล้ว ถามว่ากลัวไหม ... ไม่กลัวครับ ตื่นเต้นไหม ... นิดหน่อยพอไหวเพราะหลายเดือนก่อนเคยเข้ามาทำหัตถกรรมที่กลางหลังมาทีแล้ว
หมอในทีมผ่าตัดเดินเข้ามาพูดคุยซักถามอีกรอบ ... แพ้ยาไหม เป็นอะไรมา ผ่าข้างขวานะ แล้วก็ลงปากกามาร์คจุด+อธิบายคร่าวๆ ว่าจะเจาะรูเล็กๆ 3 รู เพื่อสอดกล้องและอุปกรณ์แพทย์เข้าไปเย็บหมอนรองข้างใน ใช้เวลา 2 ชม. เศษๆ ถ้าไม่เจออะไรเหนือความคาดหมายนะ
การผ่าตัดจะเริ่มประมาณ 8.30 น. เป็นคนแรกของวันนี้ ว่าแล้วก็เอาหนังสือให้เซนต์ยินยอม
ถึงเวลาพยาบาลก็เข็นเข้าห้องผ่าตัด ได้ยินเสียงพยาบาลถามว่าหนาวไหม
ผมตอบว่า ... มาก งั้นเดี๋ยวจัดผ้าห่มให้เพิ่ม+ฮีทเตอร์นะคะ
พยาบาลชวนคุย ... บอกไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมมันหนาวขนาดนี้ บางวันกลับบ้านไข้ขึ้นเลย
3)
บล็อกหลัง ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด
วิสัญญีแพทย์เข้ามาแทงเข็มน้ำเกลือแล้วก็พลิกตัวฉีดยาชากับยาบล็อกหลังเข้าไขสันหลัง
ได้ยินเสียงแว่วๆ จากวิสัญญีแพทย์ คุยกับทีมผ่าตัดว่าจะทำการบล้อกหลังและฉีดยาเพิ่ม 1 ตัว เป็นศัพท์แพทย์
ซึ่งวิสัญญีแพทย์มาอธิบายภายหลังว่า ช่วยยืดอายุให้ยาชามีผลต่อเนื่อง 18-24 ชม. หลังการผ่าตัด
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ที่น่ากลัวที่สุดสำหรับการฉีดยาบล็อกหลังคือ ตอนที่หมอใช้นิ้วมือมาร์คจุดแทงเข็มเข้าข้อกระดูกสันหลัง แต่พอถึงเวลาแล้วแทบจะไม่รู้สึกอะไรเลยเป็นอันว่ากลัวฟรี ไม่เจ็บ
หลังจากหมอสอบถามจนแน่ใจแล้วว่าไม่มีความรู้สึกใต้บั้นเอวลงไป หมอฯ ก็แจ้งว่าจะให้ยานอนหลับแล้วนะ (ครับ)
หูได้ยินเสียงแว่วๆ ว่า ...
อาจารย์ให้เริ่มได้เลยครับ ผมก็ผล็อยหลับไปทันที
4) สะดุ้งตื่นขึ้นมาในห้องพักฟื้นหลังการผ่าตัด
ความรู้สึกบอกตัวเองว่าเวลาผ่านไปไม่นานนัก แต่ที่จริงตอนนั้น 11.00 น. ผ่านไปแล้ว 2.30 ชม.
ผมก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาจากยานอนหลับ มองไปทางปลายขาเห็นพันผ้าพร้อมตัวล็อกเข่า Knee Brace
ได้ยินเสียงฟันในปากกระทบกันดังกึ๊กๆ เพราะความหนาว พยาบาลเดินมาถามแล้วก็เอาฮีทเดอร์มาเป่าลมร้อนให้ ... โอเค พอไหว
ผมนอนรออยู่ในห้องพักผู้ป่วยหลังการผ่าตัดประมาณ 1 ชม.
ระหว่างนั้นก็เริ่มต่อสู้กับอาการปวดท้องเป็นระยะๆ เหมือนมีลูกโป่งกำลังพองตัวอยู่ในท้อง
ตอนนั้นผมยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร มันจะเฉลยในอีก 3 ชั่วโมงถัดไป
5) ในห้องพิเศษชั้น 24
ลูกโป่งในท้องมันขยายตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
เที่ยงครึ่ง จนท.ก็เข็นเตียงผมเข้าห้องพักบนชั้น 24 พยาบาลแจ้งว่าหมอวิสัญญีสั่งให้นอนราบ 3 ชั่วโมง จนถึง 1500 น.
ระหว่างนี้ถ้าจะขรี้จะเยี่ยว (ขออภัยภาษาบ้านๆ) ต้องทำบนเตียงในท่านอนราบเท่านั้น
คำตอบจาก Ai ทำไม่ต้องนอนราบ 3 ชม.หลังการผ่าตัดแบบบล็อกหลัง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้เหตุผล ที่วิสัญญีแพทย์แนะนำให้นอนราบหลังการผ่าตัดแบบบล็อกหลัง (Spinal Anesthesia) คือ เพื่อป้องกันอาหารปวดศีรษะอย่างรุนแรงและเพื่อควบคุมความปลอดภัยของระบบไหลเวียนโลหิต
ปัจจุบันเข็มบล็อกหลังมีขนาดเล็กมากจนโรงพยาบาลหลายแห่งลดเวลานอนราบเหลือเพียง 2–3 ชั่วโมง (จากเดิมที่เคยให้บังคับนอน 6–12 ชั่วโมง) เหตุผลทางการแพทย์ที่ต้องนอนราบนิ่งๆ ก็เพื่อ
1. ป้องกันน้ำไขสันหลังรั่ว ในขั้นตอนการบล็อกหลัง เข็มจะถูกแทงผ่านเยื่อหุ้มไขสันหลังเพื่อส่งยาชา เมื่อถอนเข็มออก รูเล็กๆ บนเยื่อหุ้มนั้นจะยังไม่ปิดสนิททันที หากรีบลุกนั่งหรือยืน แรงดันในช่องไขสันหลังจะเพิ่มขึ้น ทำให้น้ำไขสันหลังไหลรั่วซึมออกมาตามรูนั้นมากขึ้น
ผลที่ตามมา: เมื่อน้ำไขสันหลังลดปริมาณลง จะเกิดแรงดึงรั้งของเนื้อสมองและหลอดเลือดในกะโหลกศีรษะ ส่งผลให้คนไข้มีอาการปวดศีรษะตื้อๆ อย่างรุนแรงบริเวณท้ายทอยหรือหน้าผาก ซึ่งอาการนี้แปลกตรงที่ จะปวดเฉพาะเวลานั่งหรือลุกขึ้นและจะหายไปทันทีเมื่อกลับลงไปนอนราบ
การนอนราบ 3 ชั่วโมงแรก: จึงเป็นการลดแรงดันชั่วคราว เพื่อเปิดโอกาสให้เนื้อเยื่อบริเวณรูเจาะได้สมานตัวและปิดสนิทดีขึ้น
2. ป้องกันภาวะความดันโลหิตต่ำชั่วคราว ฤทธิ์ของยาชาที่ฉีดเข้าไปจะไปบล็อกระบบประสาทอัตโนมัติ ส่งผลให้หลอดเลือดส่วนล่างตั้งแต่เอวลงไปเกิดการขยายตัวอย่างมาก หากคนไข้รีบลุกนั่งเร็วกว่ากำหนด เลือดจะไหลทะลักลงไปกองที่ขาทั้งสองข้างตามแรงโน้มถ่วง ทำให้เลือดไหลกลับไปเลี้ยงหัวใจและสมองไม่ทัน อาจทำให้เกิดอาการหน้ามืด เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน หรือหมดสติได้ง่ายมาก การนอนราบจะช่วยให้การไหลเวียนของเลือดกลับคืนสู่สภาวะสมดุลได้ปลอดภัยกว่า
3. รอให้กล้ามเนื้อและระบบรับความรู้สึกฟื้นตัวเต็มที่ เนื่องจากฤทธิ์ของยาชาจะทำให้ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงและชาไปชั่วกลืน (มักใช้เวลาฟื้นตัวประมาณ 2–4 ชั่วโมง) การนอนพักบนเตียงในท่าราบจะช่วยป้องกันไม่ให้คนไข้พยายามขยับหรือลุกจนเกิดอุบัติเหตุพลัดตกหกล้ม เนื่องจากขาทั้งสองข้างยังไม่มีกำลังพอจะรับน้ำหนักตัวได้ครับ
ช่วงที่นอนราบ 3 ชั่วโมงนี่แหละ คือ ช่วงทรมานที่แท้จริง อาการเจ็บแผลผ่าตัดกลายเป็นเรื่องเล็กไปเลย เหมือนเอาลูกโป่งเข้าไปเป่าในท้องและมันขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างนั้นปัสสาวะก็เล็ดออกมาเรื่อยๆ จนผ้าปูเตียงเปียกต้องเรียกพยาบาลมาเปลี่ยน 2 รอบ
ผ่านไปครบ 3 ชั่วโมง เวลา 1500 น. แล้ว
(ไปต่อกระทู้ใหม่กันครับชักจะยาวแล้ว)
ไดอารี่คนเจ็บเข่ารอขึ้นเขียง#13 - รีวิวผ่าตัดส่องกล้องหมอนรองกระดูกหัวเข่า (ตอนที่ 1)
ตอนที่ 1-12 สำหรับท่านที่เพิ่งจะหลงเข้ามาอ่านครับ
https://pantip.com/topic/43881826 : ตอนที่ 1 ในเมื่อวิ่งไม่ได้ก็บอดี้เวท+คาร์ดิโอ ละกัน
https://pantip.com/topic/43918142 : ตอนที่ 2 เมื่อหมอปฏิเสธบอกว่าไม่ต้องผ่าตัด
https://pantip.com/topic/43932687 : ตอนที่ 3 ปัญหาตามหลังอาการบาดเจ็บ
https://pantip.com/topic/43940516 : ตอนที่ 4 รู้สึกเเสียใจไหมที่วิ่งจนเข่าพัง
https://pantip.com/topic/44002284 : ตอนที่ 5 พบหมอกายภาพบำบัด
https://pantip.com/topic/44012241 : ตอนที่ 6 Dead Butt Syndrome ก้นไม่ทำงาน
https://pantip.com/topic/44018868 : ตอนที่ 7 เวท+กินโปรตีน เทรนด์มาแรง
https://pantip.com/topic/44026219 : ตอนที่ 8 ออกกำลังกายแล้วปวดเมื่อยทำยังไงดี
https://pantip.com/topic/44033955 : ตอนที่ 9 เตรียมตัวผ่าตัดเย็บซ่อมหมอนรองกระดูก มาสร้างกล้ามเนื้อต้นขากันครับนั้น
https://pantip.com/topic/44064846 : ตอนที่ 10 นักวิ่งตกม้าตายกลางทาง
https://pantip.com/topic/44115761 : ตอนที่ 11 เมื่อร่างกายต้องการอ็อกซิเจน
https://pantip.com/topic/44116933 : ตอนที่12 - จอมบึง10K กับ Negative Split
1) ผ่าเช้ากลับเย็น vs. ผ่าเสร็จแล้วนอนค้างกลับวันรุ่งขึ้น ... แบบไหนดีกว่า
การผ่าตัดส่องกล้องเย็บซ่อมหมอนรองกระดูกเข่า เดี๋ยวนี้สามารถผ่าเช้ากลับเย็นได้เลยครับแต่ผมแจ้งกับทาง รพ.ไว้ว่าขอห้องพักค้าง 1 คืนกลับวันรุ่งขึ้น ซึ่งถือว่าตัดสินใจได้ถูกต้องถึงแม้จะต้องเสียเงินส่วนต่างอีกหลายพันบาท หลังผ่าตัดอยู่ใกล้มือหมอไว้ก่อนดีกว่า คืนนั้นพยาบาลเวียนเข้าเวียนออกวัดไข้ เจาะเลือด เปลี่ยนน้ำเกลือ ให้ยาแก้ปวด ฉีดอินซูลิน ทั้งคืน ผมนับได้ 4 ครั้ง ... (เดี๋ยวเล่าให้ฟังครับว่าทำไมต้องฉีดอินซูลิน)
ถ้ากลับไปนอนบ้านคนดูแลผมคงมือไม้ปั่นป่วนแย่แน่ๆ
2) ห้องผ่าตัดหนาวมาก แต่เขามี ฮีทเตอร์ ส่วนตัวให้เรานะ
เช้าวันผ่าตัดผมไปถึงโรงพยาบาลก่อน 6.00 น. เพื่อเช็คอิน+จัดการเอกสารเคลมประกัน แล้วขึ้นไปที่ชั้น 12 เพื่อเตรียมการผ่าตัดทันที
ไม่ถึง 7.00 น. ผมก็เปลี่ยนชุดผ่าตัดสีเขียวนอนฟังเหลงจากหูฟังเพลินๆ พร้อมแล้ว ถามว่ากลัวไหม ... ไม่กลัวครับ ตื่นเต้นไหม ... นิดหน่อยพอไหวเพราะหลายเดือนก่อนเคยเข้ามาทำหัตถกรรมที่กลางหลังมาทีแล้ว
หมอในทีมผ่าตัดเดินเข้ามาพูดคุยซักถามอีกรอบ ... แพ้ยาไหม เป็นอะไรมา ผ่าข้างขวานะ แล้วก็ลงปากกามาร์คจุด+อธิบายคร่าวๆ ว่าจะเจาะรูเล็กๆ 3 รู เพื่อสอดกล้องและอุปกรณ์แพทย์เข้าไปเย็บหมอนรองข้างใน ใช้เวลา 2 ชม. เศษๆ ถ้าไม่เจออะไรเหนือความคาดหมายนะ
การผ่าตัดจะเริ่มประมาณ 8.30 น. เป็นคนแรกของวันนี้ ว่าแล้วก็เอาหนังสือให้เซนต์ยินยอม
ถึงเวลาพยาบาลก็เข็นเข้าห้องผ่าตัด ได้ยินเสียงพยาบาลถามว่าหนาวไหม
ผมตอบว่า ... มาก งั้นเดี๋ยวจัดผ้าห่มให้เพิ่ม+ฮีทเตอร์นะคะ
พยาบาลชวนคุย ... บอกไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมมันหนาวขนาดนี้ บางวันกลับบ้านไข้ขึ้นเลย
3) บล็อกหลัง ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด
วิสัญญีแพทย์เข้ามาแทงเข็มน้ำเกลือแล้วก็พลิกตัวฉีดยาชากับยาบล็อกหลังเข้าไขสันหลัง
ได้ยินเสียงแว่วๆ จากวิสัญญีแพทย์ คุยกับทีมผ่าตัดว่าจะทำการบล้อกหลังและฉีดยาเพิ่ม 1 ตัว เป็นศัพท์แพทย์
ซึ่งวิสัญญีแพทย์มาอธิบายภายหลังว่า ช่วยยืดอายุให้ยาชามีผลต่อเนื่อง 18-24 ชม. หลังการผ่าตัด
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
หลังจากหมอสอบถามจนแน่ใจแล้วว่าไม่มีความรู้สึกใต้บั้นเอวลงไป หมอฯ ก็แจ้งว่าจะให้ยานอนหลับแล้วนะ (ครับ)
หูได้ยินเสียงแว่วๆ ว่า ... อาจารย์ให้เริ่มได้เลยครับ ผมก็ผล็อยหลับไปทันที
4) สะดุ้งตื่นขึ้นมาในห้องพักฟื้นหลังการผ่าตัด
ความรู้สึกบอกตัวเองว่าเวลาผ่านไปไม่นานนัก แต่ที่จริงตอนนั้น 11.00 น. ผ่านไปแล้ว 2.30 ชม.
ผมก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาจากยานอนหลับ มองไปทางปลายขาเห็นพันผ้าพร้อมตัวล็อกเข่า Knee Brace
ได้ยินเสียงฟันในปากกระทบกันดังกึ๊กๆ เพราะความหนาว พยาบาลเดินมาถามแล้วก็เอาฮีทเดอร์มาเป่าลมร้อนให้ ... โอเค พอไหว
ผมนอนรออยู่ในห้องพักผู้ป่วยหลังการผ่าตัดประมาณ 1 ชม.
ระหว่างนั้นก็เริ่มต่อสู้กับอาการปวดท้องเป็นระยะๆ เหมือนมีลูกโป่งกำลังพองตัวอยู่ในท้อง
ตอนนั้นผมยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร มันจะเฉลยในอีก 3 ชั่วโมงถัดไป
5) ในห้องพิเศษชั้น 24 ลูกโป่งในท้องมันขยายตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
เที่ยงครึ่ง จนท.ก็เข็นเตียงผมเข้าห้องพักบนชั้น 24 พยาบาลแจ้งว่าหมอวิสัญญีสั่งให้นอนราบ 3 ชั่วโมง จนถึง 1500 น.
ระหว่างนี้ถ้าจะขรี้จะเยี่ยว (ขออภัยภาษาบ้านๆ) ต้องทำบนเตียงในท่านอนราบเท่านั้น
คำตอบจาก Ai ทำไม่ต้องนอนราบ 3 ชม.หลังการผ่าตัดแบบบล็อกหลัง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ช่วงที่นอนราบ 3 ชั่วโมงนี่แหละ คือ ช่วงทรมานที่แท้จริง อาการเจ็บแผลผ่าตัดกลายเป็นเรื่องเล็กไปเลย เหมือนเอาลูกโป่งเข้าไปเป่าในท้องและมันขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างนั้นปัสสาวะก็เล็ดออกมาเรื่อยๆ จนผ้าปูเตียงเปียกต้องเรียกพยาบาลมาเปลี่ยน 2 รอบ
ผ่านไปครบ 3 ชั่วโมง เวลา 1500 น. แล้ว
(ไปต่อกระทู้ใหม่กันครับชักจะยาวแล้ว)