📌 ต้องระวังการเล่นกีฬา 3 แบบ ที่คนอายุ 50+ จำเป็นต้องหลีกเลี่ยง เพื่อสุขภาพที่ดีกว่า...
หลายคนเชื่อว่าการออกกำลังกายมากเท่าไรยิ่งดีต่อสุขภาพ แต่เมื่ออายุเข้าสู่ 50 ปีขึ้นไป ร่างกายเริ่มเปลี่ยนแปลง ทั้งมวลกระดูกที่ลดลง ความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นที่ถดถอย รวมถึงความสามารถในการฟื้นตัวที่ช้ากว่าวัยหนุ่มสาว ทำให้การออกกำลังกายบางประเภทอาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี
กรณีของชายวัย 53 ปีจากเมืองกว่างโจว ประเทศจีน เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ แม้เขาจะวิ่งและวิดพื้นเป็นประจำวันละ 2 รอบ แต่สุดท้ายกลับต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลจากภาวะความดันโลหิตสูงและอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า สะท้อนให้เห็นว่าการออกกำลังกายหนักเกินไปอาจไม่เหมาะกับทุกช่วงวัย
❌ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า คนอายุ 50 ปีขึ้นไปควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมต่อไปนี้❌
🚫1. กีฬาที่มีแรงกระแทกสูงและการวิ่งระยะไกล...
กิจกรรมอย่างการวิ่งมาราธอน ฟุตบอล หรือบาสเกตบอล ทำให้ข้อเข่าและข้อสะโพกรับแรงกดหลายเท่าของน้ำหนักตัว ขณะที่ระบบหลอดเลือดและข้อต่อในวัย 50+ มีความเปราะบางมากขึ้น
งานวิจัยบางชิ้นพบว่า ผู้สูงวัยที่วิ่งระยะไกลเป็นประจำอาจมีความเสี่ยงต่อปัญหาหลอดเลือดเพิ่มขึ้น จึงควรเลือกการเดินเร็วหรือวิ่งเหยาะ ๆ ในระดับพอเหมาะ ซึ่งช่วยดูแลหัวใจและลดภาระต่อข้อต่อได้ดีกว่า
🚫2. กีฬาที่ฝึกหนักเกินไป
การยกน้ำหนักมาก ๆ หรือการออกกำลังกายแบบ HIIT แม้จะช่วยเสริมความแข็งแรงได้ดี แต่ก็อาจสร้างภาระต่อหัวใจและระบบกล้ามเนื้อเกินความจำเป็นสำหรับผู้สูงวัย
การฝึกที่หนักเกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ การบาดเจ็บของเส้นเอ็น รวมถึงการสึกหรอของกระดูกอ่อน การพยายามออกกำลังกายด้วยความเข้มข้นเทียบเท่าคนวัยหนุ่มสาวจึงไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสำหรับทุกคน
🚫3. การออกกำลังกายที่ใช้แรงมากหรืออยู่ในท่าเดิมนานเกินไป
ท่าพื้นฐานอย่างสควอท วิดพื้น หรือซิทอัพ หากทำไม่ถูกวิธี อาจเพิ่มแรงกดต่อกระดูกสันหลังและข้อต่อต่าง ๆ โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหากล้ามเนื้อหรือข้อเสื่อมอยู่แล้ว
นอกจากนี้ กิจกรรมที่ต้องอยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานาน เช่น ปั่นจักรยานระยะไกลหรือการนั่งตกปลาหลายชั่วโมง อาจทำให้การไหลเวียนเลือดลดลง เกิดความตึงเครียดสะสมในกล้ามเนื้อ และเร่งการเสื่อมของร่างกายได้...
🍎ออกกำลังกายอย่างไรให้เหมาะกับวัย 50+
👩🔬ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เลือกกิจกรรมที่มีความเข้มข้นปานกลางและปลอดภัยต่อข้อต่อ เช่น
🧜♀️ว่ายน้ำหรือออกกำลังกายในน้ำ ช่วยลดแรงกดต่อข้อต่อได้อย่างมาก
ไทเก๊กและโยคะ ช่วยเสริมการทรงตัว เพิ่มความยืดหยุ่น และลดความเครียด
♦️การฝึกแรงต้านแบบเบา ด้วยยางยืดหรือดัมเบลน้ำหนักเบา เพื่อคงมวลกล้ามเนื้อและความแข็งแรงของกระดูก
♦️ก่อนออกกำลังกายทุกครั้งควรวอร์มอัพประมาณ 5-10 นาที และหากมีอาการเจ็บผิดปกติ หน้ามืด หรือเวียนศีรษะ ควรหยุดทันที
♦️สิ่งสำคัญที่สุดคือการออกกำลังกายให้เหมาะกับสภาพร่างกายของตนเอง ค่อย ๆ เพิ่มระดับความหนักอย่างเป็นขั้นตอน เพราะการดูแลสุขภาพอย่างพอดีและสม่ำเสมอ คือหัวใจสำคัญของการมีชีวิตที่แข็งแรงในระยะยาว...
CR ข่าวสด :
https://www.khaosod.co.th/lifestyle/news_10266534#
ผู้เชี่ยวชาญเผย ยิ่งออกกำลังกายผิด ทำให้ยิ่งเร่งแก่เร็ว👴🏼👵🏼
หลายคนเชื่อว่าการออกกำลังกายมากเท่าไรยิ่งดีต่อสุขภาพ แต่เมื่ออายุเข้าสู่ 50 ปีขึ้นไป ร่างกายเริ่มเปลี่ยนแปลง ทั้งมวลกระดูกที่ลดลง ความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นที่ถดถอย รวมถึงความสามารถในการฟื้นตัวที่ช้ากว่าวัยหนุ่มสาว ทำให้การออกกำลังกายบางประเภทอาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี
กรณีของชายวัย 53 ปีจากเมืองกว่างโจว ประเทศจีน เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ แม้เขาจะวิ่งและวิดพื้นเป็นประจำวันละ 2 รอบ แต่สุดท้ายกลับต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลจากภาวะความดันโลหิตสูงและอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า สะท้อนให้เห็นว่าการออกกำลังกายหนักเกินไปอาจไม่เหมาะกับทุกช่วงวัย
❌ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า คนอายุ 50 ปีขึ้นไปควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมต่อไปนี้❌
🚫1. กีฬาที่มีแรงกระแทกสูงและการวิ่งระยะไกล...
กิจกรรมอย่างการวิ่งมาราธอน ฟุตบอล หรือบาสเกตบอล ทำให้ข้อเข่าและข้อสะโพกรับแรงกดหลายเท่าของน้ำหนักตัว ขณะที่ระบบหลอดเลือดและข้อต่อในวัย 50+ มีความเปราะบางมากขึ้น
งานวิจัยบางชิ้นพบว่า ผู้สูงวัยที่วิ่งระยะไกลเป็นประจำอาจมีความเสี่ยงต่อปัญหาหลอดเลือดเพิ่มขึ้น จึงควรเลือกการเดินเร็วหรือวิ่งเหยาะ ๆ ในระดับพอเหมาะ ซึ่งช่วยดูแลหัวใจและลดภาระต่อข้อต่อได้ดีกว่า
🚫2. กีฬาที่ฝึกหนักเกินไป
การยกน้ำหนักมาก ๆ หรือการออกกำลังกายแบบ HIIT แม้จะช่วยเสริมความแข็งแรงได้ดี แต่ก็อาจสร้างภาระต่อหัวใจและระบบกล้ามเนื้อเกินความจำเป็นสำหรับผู้สูงวัย
การฝึกที่หนักเกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ การบาดเจ็บของเส้นเอ็น รวมถึงการสึกหรอของกระดูกอ่อน การพยายามออกกำลังกายด้วยความเข้มข้นเทียบเท่าคนวัยหนุ่มสาวจึงไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสำหรับทุกคน
🚫3. การออกกำลังกายที่ใช้แรงมากหรืออยู่ในท่าเดิมนานเกินไป
ท่าพื้นฐานอย่างสควอท วิดพื้น หรือซิทอัพ หากทำไม่ถูกวิธี อาจเพิ่มแรงกดต่อกระดูกสันหลังและข้อต่อต่าง ๆ โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหากล้ามเนื้อหรือข้อเสื่อมอยู่แล้ว
นอกจากนี้ กิจกรรมที่ต้องอยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานาน เช่น ปั่นจักรยานระยะไกลหรือการนั่งตกปลาหลายชั่วโมง อาจทำให้การไหลเวียนเลือดลดลง เกิดความตึงเครียดสะสมในกล้ามเนื้อ และเร่งการเสื่อมของร่างกายได้...
🍎ออกกำลังกายอย่างไรให้เหมาะกับวัย 50+
👩🔬ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เลือกกิจกรรมที่มีความเข้มข้นปานกลางและปลอดภัยต่อข้อต่อ เช่น
🧜♀️ว่ายน้ำหรือออกกำลังกายในน้ำ ช่วยลดแรงกดต่อข้อต่อได้อย่างมาก
ไทเก๊กและโยคะ ช่วยเสริมการทรงตัว เพิ่มความยืดหยุ่น และลดความเครียด
♦️การฝึกแรงต้านแบบเบา ด้วยยางยืดหรือดัมเบลน้ำหนักเบา เพื่อคงมวลกล้ามเนื้อและความแข็งแรงของกระดูก
♦️ก่อนออกกำลังกายทุกครั้งควรวอร์มอัพประมาณ 5-10 นาที และหากมีอาการเจ็บผิดปกติ หน้ามืด หรือเวียนศีรษะ ควรหยุดทันที
♦️สิ่งสำคัญที่สุดคือการออกกำลังกายให้เหมาะกับสภาพร่างกายของตนเอง ค่อย ๆ เพิ่มระดับความหนักอย่างเป็นขั้นตอน เพราะการดูแลสุขภาพอย่างพอดีและสม่ำเสมอ คือหัวใจสำคัญของการมีชีวิตที่แข็งแรงในระยะยาว...
CR ข่าวสด :
https://www.khaosod.co.th/lifestyle/news_10266534#