[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ตอนที่ ๑. ปฐมบทของนคินทร์ https://pantip.com/topic/37883882
ตอนที่ ๒. ความจริงที่ปรากฏ https://pantip.com/topic/37889726
ตอนที่ ๓. เธอผู้แสนดี https://pantip.com/topic/37890154
ตอนที่ ๔. บุพเพเล่นตลก https://pantip.com/topic/37893257
ตอนที่ ๕. ตกหลุมรัก https://pantip.com/topic/37893996
ตอนที่ ๖. แผนพิชิตใจนายบอดี้การ์ด https://pantip.com/topic/37894598
ตอนที่ ๗. เพิ่งได้รู้ใจ https://pantip.com/topic/37896270
ตอนที่ ๘. ใจสัมผัส https://pantip.com/topic/37897664
ตอนที่ ๙.กลิ่นน้ำหอมของคุณ https://pantip.com/topic/37898999
ตอนที่ ๑๐.ใครอยู่ในใจคุณ https://pantip.com/topic/37899045
ตอนที่ ๑๑.ปาร์ตี้ริมหาด https://pantip.com/topic/37899167
ตอนที่ ๑๒.จูบแรก https://pantip.com/topic/37900113
ตอนที่ ๑๓. วาสนาพาให้พบ https://pantip.com/topic/37883882
ตอนที่ ๑๔. เมื่อสองเราใกล้กัน https://pantip.com/topic/37908202
ตอนที่ ๑๕. มิตรภาพ https://pantip.com/topic/37908254
ตอนที่ ๑๖. ความในใจ https://pantip.com/topic/37908525
ตอนที่ ๑๗. ความลับที่ถูกเผย https://pantip.com/topic/37908779
ตอนที่ ๑๘. ปฏิบัติการของฟรังโก้ https://pantip.com/topic/37914125
ตอนที่ ๑๙. ถ่านไฟเก่า https://pantip.com/topic/ 37919981
ตอนที่ ๒๐. สาวสวยของฟรังโก้ https://pantip.com/topic/37920050
ตอนที่ ๒๑. สัมผัสพิเศษ https://pantip.com/topic/37920166
ตอนที่ ๒๒. ลุยเลยฟรังโก้ https://pantip.com/topic/37923180
ตอนที่ ๒๓. ประมูลสวาท https://pantip.com/topic/37925421
ตอนที่ ๒๔. ห่วงใย https://pantip.com/topic/37929920
ตอนที่ ๒๕. ภารกิจใจ https://pantip.com/topic/37930022
ตอนที่ ๒๖. สู่ขอ https://pantip.com/topic/37930074
ตอนที่ ๒๗. ชะตาลิขิต https://pantip.com/topic/37930233
ตอนที่ ๒๘. พลาดเป้า https://pantip.com/topic/37932107
ตอนที่ ๒๙. ด้วยแรงศัทธา ได้พบหลวงปู่ https://pantip.com/topic/37932524
ตอนที่ ๓๐. ปาฎิหารย์ที่หนองคาย https://pantip.com/topic/37932681
ตอนที่ ๓๑. แผนร้าย https://pantip.com/topic/37941451
ตอนที่ ๓๒. ตามแผน https://pantip.com/topic/37941628
ตอนที่ ๓๓. ลูกผู้ชายหัวใจแกร่ง https://pantip.com/topic/37942577
ตอนที่ ๓๔. อาจารย์จากแดนอาทิตย์อุทัย https://pantip.com/topic/ 37953801

ตอนที่ ๔๖.เหนือคุณธรรม
ภายในห้องขังลับ เสี่ยซาน กร ทัศนะและโจอี้ ทั้งสี่คนถูกจับตัวมาไว้ที่นี่ ต่างก็ได้แต่มองหน้ากันไปมา อีกทั้งทุกคนก็ยังรู้สึกไม่หายมึนงง เสี่ยซานถึงกับบ่นพึมพำกับตัวเอง
ทัศนะพูดแล้วก็ถอนหายใจที่เสียรู้จนได้ “นึกไม่ถึงว่าไอ้พลจะหลอกให้พวกเราเข้ามาที่นี่”
เสี่ยซานส่ายหน้า นึกแล้วก็เจ็บใจตัวเอง “เสียดายฉันไม่มีลูกน้องดี ๆ อย่างชาญ”
ทัศนะฟังแล้วก็ได้แต่นิ่งเงียบไป เมื่อหวนนึกถึงคำพูดของชาญ อดีตลูกน้องผู้ภักดีของเขา
โจอี้นั่งมองหน้าทัศนะสลับกับเสี่ยซาน สภาพคนทั้งคู่นั้นเหมือนคนนั่งอมทุกข์ แลไร้ซึ่งเขี้ยวเล็บ
” เสี่ยน่าจะดีใจ ถึงแม้ไม่มีลูกน้องข้างกาย แต่เสี่ยมีลูกเขยที่ภักดีอยู่ข้างตัว”
คำพูดของโจอี้ ทำให้เสี่ยซานต้องหันไปมองหน้าของเด็กหนุ่มที่ช่วยชีวิตเขามาหลายครั้ง รวมทั้งครั้งล่าสุดก็ช่วยให้รอดจากการถูกวางยาพิษ แถมยังคอยติดสอยห้อยตามมาช่วยเหลือถึงด้านในนี้อีก พ่อค้าหน้าขาวจึงเอ่ยถามกับกรซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ
“ทำไมลื้อถึงไม่หนีไป”
ฝ่ายหนุ่มหน้ามนนั้นมัวแต่อ้ำอึ้งไม่รู้จะพูดอย่างไร โจอี้เลยพูดแทรกขึ้นมาเป็นคำตอบให้แทน
“ดูท่า..กรมันคงจะห่วงคนเป็นพ่อตานะสิ”
คนฟังถึงกับพูดไม่ออก สายตาของเสี่ยซานนั้นเริ่มแปรเปลี่ยน มองเด็กหนุ่มคนนี้ด้วยความชื่นชมในน้ำใจ
ทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาใกล้ ทำให้คนในห้องนี้ถึงกับชะเง้อมองไปทางต้นเสียงนั้น ชายชุดเครื่องแบบสีเข้มสามคนพร้อมอาวุธเดินมาหยุดอยู่ที่ด้านหน้าของห้องขังแห่งนี้ เหมือนจะมีใครอีกคนที่ถูกควบคุมตัวมาด้วย ชายคนนั้นถูกสวมผ้าคลุมหน้าไว้ คออ่อนคอพับ ดูราวกับหมดสิ้นเรี่ยวแรง คนคุมได้ไขกุญแจเปิดประตู ส่วนชายชุดเข้มสองคนหิ้วปีกลากตัวชายคนนั้นเข้ามาด้วย เสียงรองเท้าของชายผู้ถูกจับกุมตัวมานั้นลากกระทบกับพื้นเป็นเสียงดังครูด
“คุณซาเซลส่งของขวัญมาให้” เมื่อคนที่พูดได้บอกวัตถุประสงค์แล้ว “ของขวัญ” ที่เอ่ยถึงก็ถูกเหวี่ยงเข้ามาด้านในห้องทันทีราวกับโยนผักโยนปลา
“โอ๊ย!” เสียงของชายที่หล่นฟุบกองอยู่ที่พื้นตรงหน้าร้องดังขึ้นด้วยความเจ็บระบม ร่างนั้นพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล
ชายชุดเข้มคนหนึ่งหันมามองหน้าโจอี้ หนุ่มนักแม่นปืนดูเหมือนคุ้นตาชายในชุดเข้มคนนั้น สายตาที่มองมาเหมือนส่งสัญญาณบางอย่าง โจอี้เหลือบตามองลงไปที่พื้นแล้วขยับเท้าของตัวเองเหยียบของสิ่งนั้นเอาไว้ ครั้นเงยหน้าขึ้นมา ชายชุดเข้มทั้งสองคนนั้นได้ทำหน้าที่ของตนเองเรียบร้อยก็รีบเดินออกไปแล้ว
เสี่ยซานลุกขึ้น พยายามเพ่งดูคนที่ถูกโยนเข้ามาเมื่อสักครู่
“ใครกันวะ” พ่อค้าหน้าขาวกระซิบถามกับโจอี้ แต่สายตายังมองไปที่คนซึ่งล้มฟุบตัวอยู่ จึงเดินไปช่วยเปิดผ้าคลุมหน้าออก
เพียงแค่ครู่เดียวที่ชายคนนั้นขยับตัวอย่างยากลำบาก เมื่อเสี่ยซานได้เห็นใบหน้าที่เงยขึ้นมาอย่างช้า ๆ แม้ว่าสภาพใบหน้าจะปูดโปน พกช้ำดำเขียว รอยเลือดเกรอะกรังจนแทบจะไม่เหลือสภาพ แต่เสี่ยซานยังคงจดจำเค้าหน้าของคนผู้นี้ได้เป็นอย่างดี
“ไอ้พล!”
เสียงเรียกของเสี่ยซานทำให้ทั้งทัศนะ โจอี้และกร ต่างก็ขยับตัวแล้วเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ พวกเขาถึงกับไม่อยากเชื่อสายตาว่าคนที่อยู่ตรงหน้าก็คือ "พล"
”คนอย่างแกคิดจะทำการใหญ่ ยิงนกทีเดียวหลายตัว สุดท้ายแกเลยปีกหักซะเอง”
เสี่ยซานเค้นเสียงหัวเราะ มองอดีตลูกน้องผู้ทรยศด้วยความสมเพช พลคิดจะกำจัดหอกข้างแคร่ ทุกคนที่ขวางทางเพื่อที่พาตัวเองให้ได้ครอบครองในทุกสิ่ง เป็นสิ่งที่คนทะเยอทะยานทำได้ทุกวิถีทาง
ตอนนี้คนที่นอนอยู่ที่พื้นรู้สึกเจ็บปวดราวกับร่างกายของเขานั้นจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ได้แต่ตะเกียกตะกาย พยายามขยับตัว เพราะขาข้างหนึ่งนั้นก็หักเสียแล้ว มืออีกข้างก็ใช้การไม่ได้เช่นกัน
ทัศนะมองดูสภาพพลแล้วรู้สึกสมน้ำหน้า เจ็บใจตัวเองที่ยอมไว้ใจคนแบบนี้ แล้วหันไปถามกับเสี่ยซาน “ทำยังไงกับมันดี”
พ่อค้าหน้าขาวถอนหายใจ เบือนหน้าไม่อยากจะมองอดีตลูกน้องผู้คิดคด แม้ว่าเขาจะเคยรู้สึกชิงชังพลมาก่อน ถ้าหากเป็นเมื่อก่อนคงต้องได้ลงมือจัดการอดีตลูกน้องผู้ทรยศให้สาสมถึงจะหายแค้น แต่มาในบัดนี้เสี่ยซานคิดว่าเขาคงไม่ต้องทำอะไรอีกต่อไป และไม่คิดแยแสในตัวคนทรยศอีกแล้ว
“เราจะออกไปได้ยังไงล่ะ ลื้อติดต่อกับนคินทร์ได้ไหม” เสี่ยซานหันกลับไปถามโจอี้แทน
โจอี้ส่ายหน้า แต่ยื่นของในมือให้เสี่ยซานดู “ผมจะพาพวกคุณออกไป”
นคินทร์ที่รัก (ตอนที่ ๔๖. เหนือคุณธรรม)
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ภายในห้องขังลับ เสี่ยซาน กร ทัศนะและโจอี้ ทั้งสี่คนถูกจับตัวมาไว้ที่นี่ ต่างก็ได้แต่มองหน้ากันไปมา อีกทั้งทุกคนก็ยังรู้สึกไม่หายมึนงง เสี่ยซานถึงกับบ่นพึมพำกับตัวเอง
ทัศนะพูดแล้วก็ถอนหายใจที่เสียรู้จนได้ “นึกไม่ถึงว่าไอ้พลจะหลอกให้พวกเราเข้ามาที่นี่”
เสี่ยซานส่ายหน้า นึกแล้วก็เจ็บใจตัวเอง “เสียดายฉันไม่มีลูกน้องดี ๆ อย่างชาญ”
ทัศนะฟังแล้วก็ได้แต่นิ่งเงียบไป เมื่อหวนนึกถึงคำพูดของชาญ อดีตลูกน้องผู้ภักดีของเขา
โจอี้นั่งมองหน้าทัศนะสลับกับเสี่ยซาน สภาพคนทั้งคู่นั้นเหมือนคนนั่งอมทุกข์ แลไร้ซึ่งเขี้ยวเล็บ
” เสี่ยน่าจะดีใจ ถึงแม้ไม่มีลูกน้องข้างกาย แต่เสี่ยมีลูกเขยที่ภักดีอยู่ข้างตัว”
คำพูดของโจอี้ ทำให้เสี่ยซานต้องหันไปมองหน้าของเด็กหนุ่มที่ช่วยชีวิตเขามาหลายครั้ง รวมทั้งครั้งล่าสุดก็ช่วยให้รอดจากการถูกวางยาพิษ แถมยังคอยติดสอยห้อยตามมาช่วยเหลือถึงด้านในนี้อีก พ่อค้าหน้าขาวจึงเอ่ยถามกับกรซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ
“ทำไมลื้อถึงไม่หนีไป”
ฝ่ายหนุ่มหน้ามนนั้นมัวแต่อ้ำอึ้งไม่รู้จะพูดอย่างไร โจอี้เลยพูดแทรกขึ้นมาเป็นคำตอบให้แทน
“ดูท่า..กรมันคงจะห่วงคนเป็นพ่อตานะสิ”
คนฟังถึงกับพูดไม่ออก สายตาของเสี่ยซานนั้นเริ่มแปรเปลี่ยน มองเด็กหนุ่มคนนี้ด้วยความชื่นชมในน้ำใจ
ทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาใกล้ ทำให้คนในห้องนี้ถึงกับชะเง้อมองไปทางต้นเสียงนั้น ชายชุดเครื่องแบบสีเข้มสามคนพร้อมอาวุธเดินมาหยุดอยู่ที่ด้านหน้าของห้องขังแห่งนี้ เหมือนจะมีใครอีกคนที่ถูกควบคุมตัวมาด้วย ชายคนนั้นถูกสวมผ้าคลุมหน้าไว้ คออ่อนคอพับ ดูราวกับหมดสิ้นเรี่ยวแรง คนคุมได้ไขกุญแจเปิดประตู ส่วนชายชุดเข้มสองคนหิ้วปีกลากตัวชายคนนั้นเข้ามาด้วย เสียงรองเท้าของชายผู้ถูกจับกุมตัวมานั้นลากกระทบกับพื้นเป็นเสียงดังครูด
“คุณซาเซลส่งของขวัญมาให้” เมื่อคนที่พูดได้บอกวัตถุประสงค์แล้ว “ของขวัญ” ที่เอ่ยถึงก็ถูกเหวี่ยงเข้ามาด้านในห้องทันทีราวกับโยนผักโยนปลา
“โอ๊ย!” เสียงของชายที่หล่นฟุบกองอยู่ที่พื้นตรงหน้าร้องดังขึ้นด้วยความเจ็บระบม ร่างนั้นพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล
ชายชุดเข้มคนหนึ่งหันมามองหน้าโจอี้ หนุ่มนักแม่นปืนดูเหมือนคุ้นตาชายในชุดเข้มคนนั้น สายตาที่มองมาเหมือนส่งสัญญาณบางอย่าง โจอี้เหลือบตามองลงไปที่พื้นแล้วขยับเท้าของตัวเองเหยียบของสิ่งนั้นเอาไว้ ครั้นเงยหน้าขึ้นมา ชายชุดเข้มทั้งสองคนนั้นได้ทำหน้าที่ของตนเองเรียบร้อยก็รีบเดินออกไปแล้ว
เสี่ยซานลุกขึ้น พยายามเพ่งดูคนที่ถูกโยนเข้ามาเมื่อสักครู่
“ใครกันวะ” พ่อค้าหน้าขาวกระซิบถามกับโจอี้ แต่สายตายังมองไปที่คนซึ่งล้มฟุบตัวอยู่ จึงเดินไปช่วยเปิดผ้าคลุมหน้าออก
เพียงแค่ครู่เดียวที่ชายคนนั้นขยับตัวอย่างยากลำบาก เมื่อเสี่ยซานได้เห็นใบหน้าที่เงยขึ้นมาอย่างช้า ๆ แม้ว่าสภาพใบหน้าจะปูดโปน พกช้ำดำเขียว รอยเลือดเกรอะกรังจนแทบจะไม่เหลือสภาพ แต่เสี่ยซานยังคงจดจำเค้าหน้าของคนผู้นี้ได้เป็นอย่างดี
“ไอ้พล!”
เสียงเรียกของเสี่ยซานทำให้ทั้งทัศนะ โจอี้และกร ต่างก็ขยับตัวแล้วเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ พวกเขาถึงกับไม่อยากเชื่อสายตาว่าคนที่อยู่ตรงหน้าก็คือ "พล"
”คนอย่างแกคิดจะทำการใหญ่ ยิงนกทีเดียวหลายตัว สุดท้ายแกเลยปีกหักซะเอง”
เสี่ยซานเค้นเสียงหัวเราะ มองอดีตลูกน้องผู้ทรยศด้วยความสมเพช พลคิดจะกำจัดหอกข้างแคร่ ทุกคนที่ขวางทางเพื่อที่พาตัวเองให้ได้ครอบครองในทุกสิ่ง เป็นสิ่งที่คนทะเยอทะยานทำได้ทุกวิถีทาง
ตอนนี้คนที่นอนอยู่ที่พื้นรู้สึกเจ็บปวดราวกับร่างกายของเขานั้นจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ได้แต่ตะเกียกตะกาย พยายามขยับตัว เพราะขาข้างหนึ่งนั้นก็หักเสียแล้ว มืออีกข้างก็ใช้การไม่ได้เช่นกัน
ทัศนะมองดูสภาพพลแล้วรู้สึกสมน้ำหน้า เจ็บใจตัวเองที่ยอมไว้ใจคนแบบนี้ แล้วหันไปถามกับเสี่ยซาน “ทำยังไงกับมันดี”
พ่อค้าหน้าขาวถอนหายใจ เบือนหน้าไม่อยากจะมองอดีตลูกน้องผู้คิดคด แม้ว่าเขาจะเคยรู้สึกชิงชังพลมาก่อน ถ้าหากเป็นเมื่อก่อนคงต้องได้ลงมือจัดการอดีตลูกน้องผู้ทรยศให้สาสมถึงจะหายแค้น แต่มาในบัดนี้เสี่ยซานคิดว่าเขาคงไม่ต้องทำอะไรอีกต่อไป และไม่คิดแยแสในตัวคนทรยศอีกแล้ว
“เราจะออกไปได้ยังไงล่ะ ลื้อติดต่อกับนคินทร์ได้ไหม” เสี่ยซานหันกลับไปถามโจอี้แทน
โจอี้ส่ายหน้า แต่ยื่นของในมือให้เสี่ยซานดู “ผมจะพาพวกคุณออกไป”