หัวใจสลายที่ปลายฟ้า (59)...เติมเต็มหัวใจร้าวให้อบอุ่น
ทั้งหมดเดินไปที่รถ เมื่อรถไปรับลุงหมอขับเข้ามา ดวงเนตรยกมือไหว้ท่านผู้ใหญ่ทั้งสอง
“สวัสดีค่ะ คุณป้ากับลุงหมอสบายดีนะคะ”
“จ้ะ เราสบายดี” ป้าสุรีย์เข้ามากอดดวงเนตร ยกมือลูบผมเธอเบา ๆ
“หนอยมาหาป้ามาลูก”
“สวัสดีครับคุณป้าและลุงหมอ” ป้าสุรีย์ดึงตัวหนอยไปกอดไว้แล้วเธอก็ร้องไห้เงียบ ๆ
“สบายดีไหมลูก ยังเจ็บตรงไหนไหม ลำบากมากเลยนะลูกเอ๊ย! ” คุณป้าเอ่ยพลางลูบรอยแผลที่จางลงบนใบหน้า
“สบายดีแล้วครับคุณป้า” ดวงเนตรยื่นกระดาษทิชชูให้ป้าสุรีย์ หนอยแนะนำดอกเตอร์แฮรี่กับคุณลุงและคุณป้า หญิงสาวเชิญทุกคนไปทาน
อาหารเช้า กระเป๋าและเครื่องใช้พี่พลกับน้าวิวเอาขึ้นไปเก็บเรียบร้อยที่ห้อง
“พี่ภัทรสั่งแม่บ้านมาทำความสะอาดแต่เช้า ให้คุณลุงคุณป้านอนห้องเขาเพราะกว้างกว่ามีห้องน้ำในตัวด้วย ส่วนตัวเองก็อัปเปหิไปนอนห้อง
เล็กแทน” หนอยบอกลุงหมอ
“ดวงเนตรดูแจ่มใสขึ้นนะหนูแต่ผอมลง ต่อจากนี้ไปต้องทานเยอะ ๆ ” ป้าสุรีย์พูดอย่างเป็นห่วง พี่หนอยมองดวงเนตรเธอดูสดชื่นขึ้นแต่น้ำหนัก
คงลดลงไปหลายกิโล หนอยรู้ว่าเธอผ่านความลำบากและไม่ลดละที่จะตามหา นั้นแหละเขารู้ดี วันนี้เธอใส่ชุดกระโปรงสีครีมลายดอกกุหลาบดอกเล็ก
ผมยาวถักเปียแล้วม้วนตลบขึ้นติดด้วยกิ๊ปตัวใหญ่ ชายผมขอดน้อย ๆ หลุดละลงมาข้างแก้ม ทาแต่แป้งกับลิปสีชมพูอ่อน เท่านี้ก็สวยแล้ว...หนอยคิด
ทุกคนลงมือรับประทานอาหารเช้า “คุณป้าเอานมอุ่น ๆ ซักแก้วไหมคะ” ดวงเนตรถาม
“พอแล้วล่ะ แค่นี้ก็อิ่มแย่แล้ว ส้มอร่อยถูกใจจริง ๆ ” ทุกคนส่วนใหญ่เริ่มอิ่มและตบท้ายด้วยกาแฟร้อนคนละแก้ว
“พี่หนอยคะ” ดวงเนตรถือชานมร้อนมาให้
“ขอบคุณครับ เนตรอิ่มแล้วเหรอ ทานเยอะหน่อยนะทุกคนทักกันหมดว่าเนตรผอมลง”
“ก็น่าหรอกเราเล่นหายไปเกือบปี เนตรถึงกับย้ายมหาวิทยาลัยเพราะเขาเชื่อของเขาคนเดียวว่าต่อให้ลำบากแค่ไหนก็ต้องหาหนอยให้เจอ”
ชูพลเอ่ย ป้าสุรีย์ร้องไห้อีกเลยพาดวงเนตรและน้าวิวร่วมวงไปด้วย ป้าสุรีย์ดีใจจนเสียงสั่นเมื่อครั้งที่ได้คุยกับแม่พี่หนอย ลูกชายเพื่อนสนิทก็เหมือน
ลูกตนเอง
“เอาล่ะหมดทุกข์หมดโศกกันเถอะนะ” ลุงหมอตัดบท
“ภัทรทำงานใช่ไหมพล”
“ครับวันนี้ทำงาน พี่ภัทรฝากดูแลลุงหมอกับคุณป้าด้วย พรุ่งนี้ถึงจะได้หยุดครับ” ลุงหมอกับป้าสุรีย์นั่งคุยกับดอกเตอร์แฮรี่ ส่วนพวกเด็กช่วย
กันเก็บของล้าง เช็ดแห้งแล้วเก็บเข้าที่ เมื่อทุกคนมารวมกันแล้ว
“ลุงนัดเจอหมอไมเคิลที่โรงพยาบาล ลุงโทรนัดตั้งแต่เมื่อเย็นวานหลังจากคุยกับภัทรแล้ว”
“นัดไว้กี่โมงครับ” พี่หนอยถาม
“สิบเอ็ดโมงครึ่ง...ทันไหม”
“งั้นเราต้องออกกันเลย เราไปด้วยกันหมดนี่แหละ” ดอกเตอร์แฮรี่ตัดสินใจให้
พี่พลขับรถคันใหญ่ให้พวกผู้ใหญ่นั่ง รถสปอร์ตของดวงเนตร...เธอขับมีน้าวิวนั่งข้าง ส่วนพี่หนอยนั่งหลัง พี่พลนำไปเพราะไปมาครั้งหนึ่งแล้ว
และคุ้นเส้นทางในชิคาโกดี ไม่นานทุกคนก็มาถึงก่อนเวลานัดเพียงห้านาที ลุงหมอเข้าไปที่เคาน์เตอร์แสดงบัตร แจ้งว่ามีนัดกับหมอไมเคิล พยาบาล
วัยกลางคน รูปร่างท้วมผมสั้นสีทอง รอยยิ้มอบอุ่น เดินนำคุณลุงไป
“รอผมสักครู่นะผมมากันหลายคน” ลุงหมอกลับมาที่คณะที่มาด้วยกัน
“ดอกเตอร์แฮรี่จะไปด้วยไหมครับ”
“ไม่เป็นไร ผมว่าจะรอที่นี่ดีกว่า ผมได้ข้อมูลมาบ้างแล้วเมื่อวาน”
“ถ้างั้นผมจะไปกับแนทและนิคกี้ อ้อ!ป้าสุรีย์ด้วยเพราะคงต้องรายงานให้แม่หนอยรู้เป็นระยะ ๆ ที่เหลือนั่งเป็นเพื่อนดอกเตอร์แฮรี่ที่นี่นะ”
“ครับผม” พลตอบรับคำสั่งลุงหมอ
ลุงหมอพามาที่คุณพยาบาลยื่นรอ เธอหันมาเจอหนอยพอดี “Hi!แองจี้”
“Hi! แนท” พี่หนอยเข้าไปโอบเธอเบา ๆ
“สบายดีไหม ยูดูดีและสดชื่นมากเลย” เธอหันมายิ้มกับดวงเนตร หญิงสาวยิ้มตอบ
“อ้อ! เธอตามหาดาวดวงที่สวยงามเจอแล้วแน่เลย คุณหมอคะ...แนทมาถึงใหม่ ๆ ดูแย่มาก พอรู้สึกตัวก็ขอร้อง...ให้พวกเราย้ายเตียงไปจน
ชิดหน้าต่าง ถามว่าทำไมเขาบอกว่าจะค้นหาหัวใจเขาบนท้องฟ้า ขอบคุณพระเจ้าที่ทรงช่วยเธอ จนหาดาวดวงนั้นพบ” เธอคุยด้วยจนมาถึงห้องหมอ
ไมเคิลแล้วขอตัว
“You take care..O.K.!” เธอพูดกับหนอยพร้อมกับหันมายิ้มให้ดวงเนตร
ลุงหมอเคาะประตู “เชิญครับ” เสียงหมอไมเคิล ทั้งคู่แนะนำตัวเอง และหมอไมเคิลก็หยิบแฟ้มมาอธิบายอีกรอบ ลุงหมออ่านการผ่าตัดถึงสาม
รอบของหนอยแล้วใจหาย แต่ก็ไม่นานเพราะทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดีแล้ว
“ผมได้ยินชื่อคุณหมอปกรณ์นานแล้วเกี่ยวกับผลงาน ส่วนผมรุ่นน้องคุณหลายรุ่น”
“ผมว่าเราจะทำเรื่องให้คุณหมอปกรณ์เซ็ททีมผ่าตัดมาจะดีกว่าเพราะทางเรามีจักษุแพทย์น้อย”
“ได้ครับ ผมอยากดูห้องผ่าตัดหน่อย หนอยกับเนตรนั่งรอลุงหน้าห้องหมอไมเคิลนะคงไม่นาน”
ครู่ใหญ่ลุงหมอเดินกลับมา ท่าทางพอใจกับอุปกรณ์ที่มีพร้อม กับผลงานของหมอไมเคิลที่มีชื่อเสียง “ตอนนี้มีทั้งข่าวดีและไม่ดี” ลุงหมอเอ่ย
ขึ้น แล้วหยุดคิด
หนอยเอ่ยขึ้น “ผมต้องการทราบข่าวดีก่อนครับ” เขามองหน้าทุกคนรวมถึงป้าสุรีย์ด้วย ทั้งหมดพยักหน้าเห็นด้วยเพราะนั่นคือการตัดสินใจของ
คนไข้ ทั้งดวงเนตรและป้าสุรีย์จับมือกัน มือเย็นเฉียบ ดวงเนตรคิดว่ามาจนถึงขณะนี้ ยังมีข่าวร้ายอีกหรือ แล้วเธอก็ต้องหยุดความคิดนั่น ไม่ว่าอะไร
จะเกิดขึ้นเธอจะอยู่ดูแลพี่หนอยเคียงข้างตลอดไป
“ข่าวดีคือแนทมีเลือดกรุ๊ปโอซึ่งถือว่าโชคดีเพราะประชากรโลกทั้งหมด เมื่อเทียบเปอร์เซนต์แล้วมีเลือดกรุ๊ปโออยู่มากที่สุด ซึ่งข้อมูลนี้ช่วย
เพิ่มโอกาสให้แนทที่จะเข้าถึงการบริจาคมากขึ้น ส่วนอีกข่าวหนึ่งเพื่อนลุงจากซานฟรานฯ เพิ่งโทรมาก่อนขึ้นเครื่องว่า มีชาวเอเซียเลือดกรุ๊ปโอประสบ
อุบุติเหตุ อาการโคม่า จากการวินิจฉัยแล้วไม่น่าเกินสองวัน หมอทางโน้นได้แจ้งแก่พ่อแม่เขาแล้ว ทั้งคู่เป็นคนที่มีการศึกษาและหัวก้าวหน้า ไม่อย่าง
นั้นการขอรับการบริจาคจะเป็นเรื่องยาก เพราะคนทางเอเซียยังยึดติดกับความเชื่อเก่า ๆ การพูดถึงการบริจาคจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ด้วยดีในเคสของ
ซานฟรานฯ เขาเซ็นชื่อให้แล้ว” ดวงหน้าที่ยังกังวลกับข่าวไม่ดี ของทั้งดวงเนตรและป้าสุรีย์ดูแจ่มใสขึ้นเมื่อรู้ข่าวนี้ ประเด็นสุดท้ายคือต้องขอขอบ
คุณหมอไมเคิลที่ทำเรื่องตั้งแต่ได้รับคนไข้มา รายชื่อการขอรับการบริจาคของหนอยจึงอยู่ในลำดับต้น ๆ ส่วนเรื่องข่าวร้ายลุงใช้คำที่มากไป มันเป็น
เพียงโอกาสซึ่งอาจจะเกิดหลังการผ่าตัด หากร่างกายหนอยไม่รับ นั้นหมายความว่าตาข้างขวาจะบอดตลอดไป” หมอไมเคิลพยักหน้าอย่างเข้าใจดี
แนทเองก็พอรู้มาบ้าง แต่สองสาวต่างวัยยังทำหน้างง! อยู่ การผ่าตัดใส่อวัยวะผู้อื่นเข้าไปมีเปอร์เซ็นต์น้อยที่ร่างกายไม่รับ ซึ่งหมายถึงการผ่าตัดนั้น
ล้มเหลว ทุกคนเข้าใจดีขึ้น
“นั้นมันคงแล้วแต่โชคชะตาแล้วล่ะเพราะพวกเราก็เต็มที่แล้วทุกคน” หนอยพูดขึ้นด้วยท่าทางที่ไม่หวั่นไหวเขาเข้าไปโอบทั้งป้าสุรีย์และ
ดวงเนตร ทั้งหมดพยักหน้า
“เป็นอันตกลงและเข้าใจกันดีแล้วนะ” ลุงหมอกล่าว
“ขอโทษคุณป้าคงเป็นแม่แนทใช่ไหมครับ” หมอไมเคิลถามเพราะมีสุภาพสตรีหน้าใหม่เข้ามาด้วยแต่แรกแล้ว
“ผมต้องขอโทษ มัวแต่อยากรู้เรื่องราวทางนี้เลยลืมแนะนำเธอเป็นภรรยาผม แนทก็เป็นหลาน เธอเป็นเพื่อนสนิทของแม่แนท ผมเลยให้
เข้ามาด้วยเพราะต้องโทรไปแจ้งทางโน้นหลายเรื่อง” ดวงเนตรเพิ่งถึงบางอ้อ ลุงหมอโอบอ้อมอารีอยู่แล้ว แต่เขาได้ทำมากกว่านั้น เพราะที่เพิ่งพูดจบ
เป็นสิ่งหนึ่งที่เพื่อนรักทำให้ได้ในเวลานี้ นั้นหมายความว่า คุณแม่หนอยก็คงกำกับมาเรื่องที่อยู่อาศัยของดวงเนตรด้วยนี่เอง...หญิงสาวคิด
“แนทพานิคกี้ไปรอลุงที่ห้องโถงนะ ลุงมีเรื่องที่จะคุยเพิ่มกับหมออีกครู่หนึ่ง”
“ครับผม”
หัวใจสลายที่ปลายฟ้า (59)...เติมเต็มใจร้าวให้อบอุ่น
ทั้งหมดเดินไปที่รถ เมื่อรถไปรับลุงหมอขับเข้ามา ดวงเนตรยกมือไหว้ท่านผู้ใหญ่ทั้งสอง
“สวัสดีค่ะ คุณป้ากับลุงหมอสบายดีนะคะ”
“จ้ะ เราสบายดี” ป้าสุรีย์เข้ามากอดดวงเนตร ยกมือลูบผมเธอเบา ๆ
“หนอยมาหาป้ามาลูก”
“สวัสดีครับคุณป้าและลุงหมอ” ป้าสุรีย์ดึงตัวหนอยไปกอดไว้แล้วเธอก็ร้องไห้เงียบ ๆ
“สบายดีไหมลูก ยังเจ็บตรงไหนไหม ลำบากมากเลยนะลูกเอ๊ย! ” คุณป้าเอ่ยพลางลูบรอยแผลที่จางลงบนใบหน้า
“สบายดีแล้วครับคุณป้า” ดวงเนตรยื่นกระดาษทิชชูให้ป้าสุรีย์ หนอยแนะนำดอกเตอร์แฮรี่กับคุณลุงและคุณป้า หญิงสาวเชิญทุกคนไปทาน
อาหารเช้า กระเป๋าและเครื่องใช้พี่พลกับน้าวิวเอาขึ้นไปเก็บเรียบร้อยที่ห้อง
“พี่ภัทรสั่งแม่บ้านมาทำความสะอาดแต่เช้า ให้คุณลุงคุณป้านอนห้องเขาเพราะกว้างกว่ามีห้องน้ำในตัวด้วย ส่วนตัวเองก็อัปเปหิไปนอนห้อง
เล็กแทน” หนอยบอกลุงหมอ
“ดวงเนตรดูแจ่มใสขึ้นนะหนูแต่ผอมลง ต่อจากนี้ไปต้องทานเยอะ ๆ ” ป้าสุรีย์พูดอย่างเป็นห่วง พี่หนอยมองดวงเนตรเธอดูสดชื่นขึ้นแต่น้ำหนัก
คงลดลงไปหลายกิโล หนอยรู้ว่าเธอผ่านความลำบากและไม่ลดละที่จะตามหา นั้นแหละเขารู้ดี วันนี้เธอใส่ชุดกระโปรงสีครีมลายดอกกุหลาบดอกเล็ก
ผมยาวถักเปียแล้วม้วนตลบขึ้นติดด้วยกิ๊ปตัวใหญ่ ชายผมขอดน้อย ๆ หลุดละลงมาข้างแก้ม ทาแต่แป้งกับลิปสีชมพูอ่อน เท่านี้ก็สวยแล้ว...หนอยคิด
ทุกคนลงมือรับประทานอาหารเช้า “คุณป้าเอานมอุ่น ๆ ซักแก้วไหมคะ” ดวงเนตรถาม
“พอแล้วล่ะ แค่นี้ก็อิ่มแย่แล้ว ส้มอร่อยถูกใจจริง ๆ ” ทุกคนส่วนใหญ่เริ่มอิ่มและตบท้ายด้วยกาแฟร้อนคนละแก้ว
“พี่หนอยคะ” ดวงเนตรถือชานมร้อนมาให้
“ขอบคุณครับ เนตรอิ่มแล้วเหรอ ทานเยอะหน่อยนะทุกคนทักกันหมดว่าเนตรผอมลง”
“ก็น่าหรอกเราเล่นหายไปเกือบปี เนตรถึงกับย้ายมหาวิทยาลัยเพราะเขาเชื่อของเขาคนเดียวว่าต่อให้ลำบากแค่ไหนก็ต้องหาหนอยให้เจอ”
ชูพลเอ่ย ป้าสุรีย์ร้องไห้อีกเลยพาดวงเนตรและน้าวิวร่วมวงไปด้วย ป้าสุรีย์ดีใจจนเสียงสั่นเมื่อครั้งที่ได้คุยกับแม่พี่หนอย ลูกชายเพื่อนสนิทก็เหมือน
ลูกตนเอง
“เอาล่ะหมดทุกข์หมดโศกกันเถอะนะ” ลุงหมอตัดบท
“ภัทรทำงานใช่ไหมพล”
“ครับวันนี้ทำงาน พี่ภัทรฝากดูแลลุงหมอกับคุณป้าด้วย พรุ่งนี้ถึงจะได้หยุดครับ” ลุงหมอกับป้าสุรีย์นั่งคุยกับดอกเตอร์แฮรี่ ส่วนพวกเด็กช่วย
กันเก็บของล้าง เช็ดแห้งแล้วเก็บเข้าที่ เมื่อทุกคนมารวมกันแล้ว
“ลุงนัดเจอหมอไมเคิลที่โรงพยาบาล ลุงโทรนัดตั้งแต่เมื่อเย็นวานหลังจากคุยกับภัทรแล้ว”
“นัดไว้กี่โมงครับ” พี่หนอยถาม
“สิบเอ็ดโมงครึ่ง...ทันไหม”
“งั้นเราต้องออกกันเลย เราไปด้วยกันหมดนี่แหละ” ดอกเตอร์แฮรี่ตัดสินใจให้
พี่พลขับรถคันใหญ่ให้พวกผู้ใหญ่นั่ง รถสปอร์ตของดวงเนตร...เธอขับมีน้าวิวนั่งข้าง ส่วนพี่หนอยนั่งหลัง พี่พลนำไปเพราะไปมาครั้งหนึ่งแล้ว
และคุ้นเส้นทางในชิคาโกดี ไม่นานทุกคนก็มาถึงก่อนเวลานัดเพียงห้านาที ลุงหมอเข้าไปที่เคาน์เตอร์แสดงบัตร แจ้งว่ามีนัดกับหมอไมเคิล พยาบาล
วัยกลางคน รูปร่างท้วมผมสั้นสีทอง รอยยิ้มอบอุ่น เดินนำคุณลุงไป
“รอผมสักครู่นะผมมากันหลายคน” ลุงหมอกลับมาที่คณะที่มาด้วยกัน
“ดอกเตอร์แฮรี่จะไปด้วยไหมครับ”
“ไม่เป็นไร ผมว่าจะรอที่นี่ดีกว่า ผมได้ข้อมูลมาบ้างแล้วเมื่อวาน”
“ถ้างั้นผมจะไปกับแนทและนิคกี้ อ้อ!ป้าสุรีย์ด้วยเพราะคงต้องรายงานให้แม่หนอยรู้เป็นระยะ ๆ ที่เหลือนั่งเป็นเพื่อนดอกเตอร์แฮรี่ที่นี่นะ”
“ครับผม” พลตอบรับคำสั่งลุงหมอ
ลุงหมอพามาที่คุณพยาบาลยื่นรอ เธอหันมาเจอหนอยพอดี “Hi!แองจี้”
“Hi! แนท” พี่หนอยเข้าไปโอบเธอเบา ๆ
“สบายดีไหม ยูดูดีและสดชื่นมากเลย” เธอหันมายิ้มกับดวงเนตร หญิงสาวยิ้มตอบ
“อ้อ! เธอตามหาดาวดวงที่สวยงามเจอแล้วแน่เลย คุณหมอคะ...แนทมาถึงใหม่ ๆ ดูแย่มาก พอรู้สึกตัวก็ขอร้อง...ให้พวกเราย้ายเตียงไปจน
ชิดหน้าต่าง ถามว่าทำไมเขาบอกว่าจะค้นหาหัวใจเขาบนท้องฟ้า ขอบคุณพระเจ้าที่ทรงช่วยเธอ จนหาดาวดวงนั้นพบ” เธอคุยด้วยจนมาถึงห้องหมอ
ไมเคิลแล้วขอตัว
“You take care..O.K.!” เธอพูดกับหนอยพร้อมกับหันมายิ้มให้ดวงเนตร
ลุงหมอเคาะประตู “เชิญครับ” เสียงหมอไมเคิล ทั้งคู่แนะนำตัวเอง และหมอไมเคิลก็หยิบแฟ้มมาอธิบายอีกรอบ ลุงหมออ่านการผ่าตัดถึงสาม
รอบของหนอยแล้วใจหาย แต่ก็ไม่นานเพราะทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดีแล้ว
“ผมได้ยินชื่อคุณหมอปกรณ์นานแล้วเกี่ยวกับผลงาน ส่วนผมรุ่นน้องคุณหลายรุ่น”
“ผมว่าเราจะทำเรื่องให้คุณหมอปกรณ์เซ็ททีมผ่าตัดมาจะดีกว่าเพราะทางเรามีจักษุแพทย์น้อย”
“ได้ครับ ผมอยากดูห้องผ่าตัดหน่อย หนอยกับเนตรนั่งรอลุงหน้าห้องหมอไมเคิลนะคงไม่นาน”
ครู่ใหญ่ลุงหมอเดินกลับมา ท่าทางพอใจกับอุปกรณ์ที่มีพร้อม กับผลงานของหมอไมเคิลที่มีชื่อเสียง “ตอนนี้มีทั้งข่าวดีและไม่ดี” ลุงหมอเอ่ย
ขึ้น แล้วหยุดคิด
หนอยเอ่ยขึ้น “ผมต้องการทราบข่าวดีก่อนครับ” เขามองหน้าทุกคนรวมถึงป้าสุรีย์ด้วย ทั้งหมดพยักหน้าเห็นด้วยเพราะนั่นคือการตัดสินใจของ
คนไข้ ทั้งดวงเนตรและป้าสุรีย์จับมือกัน มือเย็นเฉียบ ดวงเนตรคิดว่ามาจนถึงขณะนี้ ยังมีข่าวร้ายอีกหรือ แล้วเธอก็ต้องหยุดความคิดนั่น ไม่ว่าอะไร
จะเกิดขึ้นเธอจะอยู่ดูแลพี่หนอยเคียงข้างตลอดไป
“ข่าวดีคือแนทมีเลือดกรุ๊ปโอซึ่งถือว่าโชคดีเพราะประชากรโลกทั้งหมด เมื่อเทียบเปอร์เซนต์แล้วมีเลือดกรุ๊ปโออยู่มากที่สุด ซึ่งข้อมูลนี้ช่วย
เพิ่มโอกาสให้แนทที่จะเข้าถึงการบริจาคมากขึ้น ส่วนอีกข่าวหนึ่งเพื่อนลุงจากซานฟรานฯ เพิ่งโทรมาก่อนขึ้นเครื่องว่า มีชาวเอเซียเลือดกรุ๊ปโอประสบ
อุบุติเหตุ อาการโคม่า จากการวินิจฉัยแล้วไม่น่าเกินสองวัน หมอทางโน้นได้แจ้งแก่พ่อแม่เขาแล้ว ทั้งคู่เป็นคนที่มีการศึกษาและหัวก้าวหน้า ไม่อย่าง
นั้นการขอรับการบริจาคจะเป็นเรื่องยาก เพราะคนทางเอเซียยังยึดติดกับความเชื่อเก่า ๆ การพูดถึงการบริจาคจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ด้วยดีในเคสของ
ซานฟรานฯ เขาเซ็นชื่อให้แล้ว” ดวงหน้าที่ยังกังวลกับข่าวไม่ดี ของทั้งดวงเนตรและป้าสุรีย์ดูแจ่มใสขึ้นเมื่อรู้ข่าวนี้ ประเด็นสุดท้ายคือต้องขอขอบ
คุณหมอไมเคิลที่ทำเรื่องตั้งแต่ได้รับคนไข้มา รายชื่อการขอรับการบริจาคของหนอยจึงอยู่ในลำดับต้น ๆ ส่วนเรื่องข่าวร้ายลุงใช้คำที่มากไป มันเป็น
เพียงโอกาสซึ่งอาจจะเกิดหลังการผ่าตัด หากร่างกายหนอยไม่รับ นั้นหมายความว่าตาข้างขวาจะบอดตลอดไป” หมอไมเคิลพยักหน้าอย่างเข้าใจดี
แนทเองก็พอรู้มาบ้าง แต่สองสาวต่างวัยยังทำหน้างง! อยู่ การผ่าตัดใส่อวัยวะผู้อื่นเข้าไปมีเปอร์เซ็นต์น้อยที่ร่างกายไม่รับ ซึ่งหมายถึงการผ่าตัดนั้น
ล้มเหลว ทุกคนเข้าใจดีขึ้น
“นั้นมันคงแล้วแต่โชคชะตาแล้วล่ะเพราะพวกเราก็เต็มที่แล้วทุกคน” หนอยพูดขึ้นด้วยท่าทางที่ไม่หวั่นไหวเขาเข้าไปโอบทั้งป้าสุรีย์และ
ดวงเนตร ทั้งหมดพยักหน้า
“เป็นอันตกลงและเข้าใจกันดีแล้วนะ” ลุงหมอกล่าว
“ขอโทษคุณป้าคงเป็นแม่แนทใช่ไหมครับ” หมอไมเคิลถามเพราะมีสุภาพสตรีหน้าใหม่เข้ามาด้วยแต่แรกแล้ว
“ผมต้องขอโทษ มัวแต่อยากรู้เรื่องราวทางนี้เลยลืมแนะนำเธอเป็นภรรยาผม แนทก็เป็นหลาน เธอเป็นเพื่อนสนิทของแม่แนท ผมเลยให้
เข้ามาด้วยเพราะต้องโทรไปแจ้งทางโน้นหลายเรื่อง” ดวงเนตรเพิ่งถึงบางอ้อ ลุงหมอโอบอ้อมอารีอยู่แล้ว แต่เขาได้ทำมากกว่านั้น เพราะที่เพิ่งพูดจบ
เป็นสิ่งหนึ่งที่เพื่อนรักทำให้ได้ในเวลานี้ นั้นหมายความว่า คุณแม่หนอยก็คงกำกับมาเรื่องที่อยู่อาศัยของดวงเนตรด้วยนี่เอง...หญิงสาวคิด
“แนทพานิคกี้ไปรอลุงที่ห้องโถงนะ ลุงมีเรื่องที่จะคุยเพิ่มกับหมออีกครู่หนึ่ง”
“ครับผม”