หัวใจสลายที่ปลายฟ้า (60)...ต้องไปต่อ อย่าท้อใจ

กระทู้คำถาม
หัวใจสลายที่ปลายฟ้า (60)...ต้องไปต่อ อย่าท้อใจ            
 
            พี่หนอยเดินมากับดวงเนตร พอจะเลี้ยวไปที่ห้องโถง หนอยก็สะดุดเข้ากับมุมทางเลี้ยวแล้วเซ ดวงเนตรดึงแขนเขาไว้ และหนอยก็ทรงตัวได้
พอดี
            “พี่หนอยเป็นอะไรคะ”
            “มันเป็นบ้างครั้งที่สะดุดโน้น นี่ แรก ๆ เป็นบ่อยกว่านี้อีก ไม่ต้องห่วงนะอย่าทำหน้าเป็นกังวลสิ เดี๋ยวคนไข้จะหมดกำลังใจไปด้วยนะครับ”
ดวงเนตรเปลี่ยนสีหน้าแล้วยิ้มให้อย่างอ่อนโยน
            “ค่ะ” ทั้งคู่เดินกลับมารวมกลุ่มที่ห้องโถง ดวงเนตรยังคอยจับแขนพี่หนอยไว้  
 
            “เป็นอะไรหนอยข่าวไม่ดีเหรอ ถึงกับประคองกันมาอย่างนี้เลย” น้าวิวอดโวยวายตามนิสัยเดิมไม่ได้ พลอยทำให้ทุกคนที่รออยู่เปลี่ยนสีหน้า
ไปด้วย
            “น้าวิวผมไม่เป็นไรครับ”
            “พอดีตอนเลี้ยวมาพี่หนอยเขาเดินสะดุดนะค่ะ เนตรเลยช่วยเขาให้ค่อย ๆ เดินมาไม่มีอะไรหรอกน้าวิวอย่าตกใจเลยค่ะ” ดวงเนตรอธิบายเพิ่ม
            “โอ้! ค่อยยังชั่ว” เสียงเอ่ยพร้อมถอนใจ หนอยนั่งลงเขาเล่าเรื่องที่คุยกันในห้องหมอให้ทุกคนทราบ
            “ทุกคนทำดีที่สุดแล้วที่เหลือคือรอความเมตตาจากพระผู้เป็นเจ้า” ดอกเตอร์แฮรี่เอ่ยขึ้น
 
            ภายในห้องหมอไมเคิล เขาเอาภาพทั้งหมดมานั่งอธิบายให้ทั้งลุงหมอและภรรยา ภาพแรกดูน่ากลัวและแทบจำหน้าหนอยไม่ได้เลย ป้าสุรีย์
นั่งน้ำตาไหลรินเงียบ ๆ ลุงหมอส่งกระดาษทิชชูให้ เมื่ออธิบายเรื่องการรักษาระหว่างที่แนทอยู่ที่นี่หลายเดือน แล้วหมอไมเคิลก็พูดขึ้น
            “เขาโชคดีหลายอย่าง อย่างแรกคนไข้ไม่ได้รับการกระทบกระเทือนทางสมองซี่งสิ่งนี้น่ากลัวกว่าเรื่องตาขวา และแผลที่ยาวลงมาจากโหนก
แก้มถึงคาง ไม่มีประสาทที่ใบหน้าใด ๆ ได้รับความเสียหายเลยนับว่าโชคดี” ลุงหมอเห็นด้วย
            “ผมจะรีบติดต่อมาทันทีที่ได้ข่าวจากซานฟรานฯ ผมต้องลาก่อนนะครับ ขอบคุณมากสำหรับทุกอย่างคุณหมอไมเคิล”
 
            ลุงหมอออกมาสมทบกับกลุ่มที่รออยู่  หลายคนยังมีสีหน้ากังวลเกี่ยวกับตาหนอย ลุงหมอพูดขึ้น
            “ฟังนะเรื่องหนอยตาบอดมีเปอร์เซ็นต์น้อยมาก สำหรับคนดีอย่างหนอย เชื่อลุงเถอะทำดีย่อมได้ดี มันเป็นสัจธรรมของพระพุทธองค์ เรายึดมั่น
อยู่กับความดีก็พอแล้ว ทำใจให้สบาย”
            “พวกเราไปทานอาหารจีนกันดีไหมครับลุงหมอ”
            “ดี ๆ ”
            “ผมขอเป็นเจ้ามือเองมื้อนี้ความทุกข์หมดไปซะที เราจะกินให้อร่อยเลยดีไหมครับ” ดอกเตอร์แฮรี่พูด
            “ดีค่ะ แต่อาจารย์กับดวงเนตรต้องแข่งกับหน่อยนะคะ ถ้าใครอ้วนก่อนกันเรามีรางวัลค่ะ”
            “อ้อ! ผมรู้แล้วถ้าผมชนะ วิวจะหาแฟนคนไทยให้ใช่ไหม” ทุกคนหัวเราะรวมทั้งลุงหมอและป้าสุรีย์  
            “และถ้านิคกี้อ้วนก่อนก็ต้องจับนิคกี้กับหนอยเข้าโบสถ์ได้แล้วใช่ไหมครับ” ดอกเตอร์เล่นมุกต่อ ท่าทางอารมณ์ดี คราวนี้ทุกคนได้เฮ  ยกเว้น
ดวงเนตรที่หน้าแดงไม่ยอมพูดอะไร
 
            หลังจากอาหารกลางวันทุกคนกลับเข้ามาถึงบ้านพี่ภัทร ลุงหมอเอ่ยว่า ”ทุกคนแยกไปพักผ่อนกันเถอะยังมีมื้อใหญ่ พี่ภัทรเป็นเจ้ามื้อ พักกัน
ตามสบายถือว่าเป็นบ้านตัวเองนะครับ” คำหลังลุงหมอหันมาทางดอกเตอร์แฮรี่แล้วยิ้มให้
            “ขอบคุณครับ” ทุกคนแยกกันไปแล้วแต่จะทำอะไรเพราะเพิ่งบ่ายสองครึ่งเอง
 
            น้าวิว ดวงเนตร และหนอยเดินกลับมาที่บ้าน น้าวิวบิดตัวไปมาแล้วนอนลงบนเตียงครู่เดียวก็หลับไป ดวงเนตรเข้าไปอาบน้ำเลย บ้านโน่น
อาจขาดเหลืออะไรจะได้ไปดูแลโดยไม่ต้องห่วง อีกอย่างอาบแล้วก็รู้สึกดีขึ้นมาก เธอสวมเสื้อยืดแขนยาวสีเขียวอ่อนมีริ้วเป็นวงตวัดไปมาสีขาว กาง
เกงยีน และรองเท้าผ้าใบ หนอยนั่งรับลมที่โชยมาเบา ๆ อยู่
            “พี่หนอย...เนตรจะสระผมให้ จะได้สบายหัวนะคะ”
            “ดีครับ ทางบ้านใหญ่เนตรดูแลเรียบร้อยแล้วนะ”  พี่หนอยเดินเข้ามาช่วยหยิบของที่จะใช้ไปที่โต๊ะยาวหลังบ้านใต้ต้นเมเปิล
ดวงเนตรหิ้วถังน้ำมา
            “ทำไมไม่บอกพี่หนอย มันหนักนะครับ”
            “ไม่หรอกคะเนตรยกไหว และอีกอย่างพี่หนอยไม่ควรก้ม ๆ เงย ๆ ห้ามหัวเราะ ไอ หรือจาม ด้วยค่ะเพราะมันจะกระทบกระเทือนตา เนตรถาม
มาจากลุงหมอ”
            “ดีนะไม่ห้ามให้หายใจด้วยอีกอย่าง แย่เลย...หรือห้ามรักน้องหนูคนนี้พี่หนอยขาดใจพอดี” ดวงเนตรไม่ได้สนใจมาก มัวแต่เตรียมของจน
เสร็จ
            “มานอนเลยค่ะ” หนอยขึ้นไปบนโต๊ะแล้วนอนลงบนหมอนยางที่ใช้ล็อคคอ เขาคิดว่าดวงเนตรช่างดัดแปลงเอาของที่มีอยู่มาใช้ เธอลงมือสระ
ให้สองครั้ง ลงครีมบำรุงผมแล้วนวดเบาไปจนทั่วศีรษะ ล้างออกจนสะอาด
            “เฮ่อ! สบายดีจัง” พี่หนอยเอ่ย
            “มีช่างสระผมให้ด้วยทั้งสวยทั้งเก่ง สระให้น้าวิวด้วยดีไหมจ๊ะ”
            “เอาไหมคะ” ดวงเนตรเอ่ยขึ้นอย่างจริงใจ
            “ไม่ดีกว่าดูท่าทางค่าสระจะแพง”
            “น้าวิวตื่นมานานแล้วหรือครับ”
            “ก็นานตั้งแต่น้องหนูเขาบรรจงนวดผมให้ สบายแล้วสิ น้าวิวไปอาบน้ำก่อนดีกว่า”
            “เนตรไปนั่งรอพี่ที่ชานหน้าบ้าน เดี๋ยวพี่เก็บของเอง”

            ครู่หนึ่งกาแฟก็ส่งกลิ่นหอมกรุ่น หนอยเอาเก้าอี้มานั่งใกล้ ๆ เขายื่นกาแฟหอมกรุ่นให้เธอ
            “ขอบคุณค่ะ”
            “คิดอะไรอยู่นะ”
            “คิดถึงพี่หนอยคะ” เขาขยับเข้าไปใกล้อีกเอามือโอบดวงเนตรไว้ ทั้งคู่นั่งจิบกาแฟบนเก้าอี้เอนหลัง ตามองไปไกลเห็นทุ่งหญ้าและเนินเขา
เขียวขจี กับดอกไม้บานสะพรั่งไหวตัวตามสายลมโชย แสงตะวันทอแสงอ่อน ดวงเนตรเอนตัวซบไหล่พี่หนอย  ความอบอุ่นของคนที่รักซึ่งเฝ้าเพียรหา
กลิ่นหอมอ่อนของดอกเดฟโฟดิวโชยมาให้ชื่นใจ
            พี่พลลงมาตามบอกว่า ”ลุงหมอได้รับโทรศัพท์จากซานฟรานฯ แล้ว เขากำหนดการผ่าตัดพรุ่งนี้ตอนบ่าย” “ครับ เดี๋ยวเราจะไปที่บ้านพี่ภัทรครับ”
ดวงเนตรรู้สึกเศร้าใจเมื่อนึกถึงผู้เสียชีวิตที่บริจาคอวัยวะ...เกิด แก่ เจ็บ ตาย มันหมุนเวียนเป็นดั่งเช่นวงล้อ
 
      *****  สิ่งใดเหลือไว้บ้างเมื่อสื้นชีพ          หัวใจบีบเลือดสูบพล่านแล้วหลับใหล
             ร่างกายตนได้สละแก่ผู้ใด             ผู้รับไว้ขอมอบราบกราบขอบคุณ
             ขอเทพไทโปรดช่วยรับสู่สวรรค์     ทั่วเขตขันต์สรรเสริญที่เกื้อหนุน
             ขอดวงจิตจงสถิตถ์ในผลบุญ         เป็นเครื่องหนุนนำสู่สุขนิรันดร์ *****                  
 
            หลังจากเช็ดตัวแต่งกายเรียบร้อยแล้ว หนอยกับดวงเนตรขึ้นไปพบลุงหมอที่ชั้นบนห้องรับแขกเรือนของพี่ภัทร ทุกคนยึดมุมห้องรับแขกอ่านแมกกาซีนบ้าง นั่งบนเก้าอี้เบาะนุ่มที่ปรับเอนสบาย ๆ บ้าง ตามอัธยาศัยและความชอบ พี่พลนั่งเกากีต้าร์อยู่มุมในหลังเคาน์เตอร์บาร์ หนอยเข้าไปนั่ง
ใกล้ลุงหมอซึ่งนั่งเก้าอี้ปรับเอนได้ และอ่านหนังสือพิมพ์อยู่
            “ตารางผ่าตัดเตรียมพร้อมวันพรุ่งนี้บ่ายนะหนอย”
            “ครับผม” ทั้งหมดเริ่มมานั่งรวมกัน
            “ทีมลุงได้จักษุแพทย์มือหนึ่งของชิคาโกสองคน มีหมอปราโมทย์กับหมอมาร์ค”
            “คุณหมอปราโมทย์ที่เป็นคนไทย ผิวเข้ม รูปร่างสูงโปร่ง อายุประมาณสี่สิบ ภรรยาคุณหมอชื่อคุณพี่อำพรใช่ไหมคะ” ลุงหมอกับป้าสุรีย์ทำ
หน้างง!
            “อ้าว!หนูเนตรรู้จักคุณหมอด้วยเหรอลูก” ป้าสุรีย์เอ่ยถามอย่างสงสัย
            “ค่ะ ตอนเนตรมาถึงที่นี่ใหม่ ๆ เหมือนไก่ตาฟาง มีพี่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ นั่งคู่กัน ภายหลังเนตรถึงรู้ว่าเขาเป็นหมอฟันอยู่อินเดียนา พี่เขาชื่อหมอ
ไฉไล เป็นคนพาไปที่รางรับกระเป๋า เนตรต้องอาศัยคุณหมอไฉไลช่วยติดต่อเรื่องตั๋วที่จะต่อเข้าเซนต์หลุยส์ แต่ตั๋วที่มี...บริษัทเขาปิดกิจการไปแล้ว
สุดท้ายเลยต้องอาศัยไปพักที่บ้านคุณหมอปราโมทย์ซึ่งมารับหมอไฉไลค่ะ” เรื่องของดวงเนตรและการผจญภัยจนหลุดมาถึงคาร์บอนเดล จึงเป็นเรื่อง
ที่ค่อนข้างอัศจรรย์และโชคดี
            “ใช่ครับ ผมไปรับนักเรียนใหม่...ชื่อดวงเนตร ตอนนั้นเธอดูท่าทางเหนื่อย แล้วเหมือนเด็กหลงทางเลยครับ” พี่พลต่อความให้ ดวงเนตรนึก
ถึงเวลานั่นช่างเดี่ยวดายและไม่รู้เหนือใต้จริง ๆ ดวงตาของเธอแดงเรื่อ อดสะท้อนใจไม่ได้ ‘เรื่องนี้ถูกเก็บไว้คนเดียว เตี่ยไม่รู้ว่ากว่าเนตรจะก้าวมาถึง
วันนี้มันลำบากมากเลยเตี่ยจ๋า’ ดวงเนตรคิด
             น้าวิวก็จำได้วันที่เห็นดวงเนตรทั้งตกใจและสงสาร ที่ตกใจเพราะดวงเนตรหน้าละม้ายกับดวงแก้ว น้องสาวน้านิดที่เสียชีวิตจากอุบุติเหตุ ชีวิต
แต่ละคน มีทั้งสุขและทุกข์ มันเป็นธรรมดาของโลกกลม ๆ ใบนี้...น้าวิวเล่าว่า “ได้คุยกับเตี่ยของดวงเนตรหลายครั้ง เตี่ยเป็นคนสุภาพ พูดจาไพเราะ
เป็นคนมีวินัย และความซื่อตรงมาก ที่รู้เพราะเตี่ยจะย้ำเรื่องเหล่านี้กับดวงเนตรเสมอ ๆ ”
            “เราน่ะลูกพ่อล่ะสิ” คุณป้าสุรีย์พูดแล้วยิ้ม
            “เตี่ยคงมีความหวังว่าคนโตน่าจะเป็นผู้ชาย” ดวงเนตรเอ่ยขึ้น
            “ป้าว่าเตี่ยไม่ผิดหวังหรอก ขนาดเจอปัญหามากมาย การเรียนไม่เคยเสียเลย แค่นี้ถ้าเตี่ยรู้ต้องภูมิใจหนูมากเลย” ป้าสุรีย์กับลุงหมอยิ้มอย่าง
ชื่นชม 
             
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่