
Cr.Net
หัวใจสลายที่ปลายฟ้า (32)...Christmas
ดวงเนตรลุกขึ้นแต่เช้า อาบน้ำเสร็จ เสียงเคาะประตูเคาะประตู
“เนตรจ๊ะ”
“ขา” เธอรีบไปเปิดประตู น้าวิวยื่นจานแพนเค้กใส่ลูกเกด และแพนเค้กกล้วยหอมให้ดวงเนตร
“ขอบคุณค่ะ แต่ทำไหมมันเยอะจังเลย”
“เผื่อให้ไอ้ตี๋ด้วยไงล่ะ เดี๋ยวก็มา”
“วันนี้น้าจะไปช็อบปิงมอล พรุ่งนี้ก็คริสต์มาสแล้วจะต้องเตรียมของให้ครอบครัวพี่วรรณ ไปด้วยกันเนอะ”
“ค่ะ”
“เนตรจะทำขนมไปฝากพี่วรรณด้วย จะได้แวะซื้อของแล้วกลับมาทำตอนบ่าย”
“พี่น้อยแนะว่าเราน่าจะซื้อไวน์ไปสักสองขวดเนตรว่าใงจ๊ะ”
“ดีค่ะเผื่อใครอยากดื่ม เราต้องไปช่วยพี่วรรณทำอะไรไหมคะ”
“ไม่ต้องหรอกแกถนัดทำคนเดียว หลายคนดูวุ่นวาย เราค่อยช่วยพี่เก็บล้างดีกว่านะ”
หลังกินอาหารเช้ากับหนอย ทั้งสองคนก็แวะมาที่ห้องตามเวลานัด ทุกคนกำลังรออยู่ ดวงเนตรถือบูเค่มาด้วย ทีแรกพี่หนอยท้วงว่า
“ดวงเนตรจะเอาไว้ติดหน้าห้องไม่ใช่เหรอครับ”
“เนตรเปลี่ยนใจแล้วค่ะ เอาไว้หน้าห้องแม่ทัพใหญ่ดีกว่า” ดวงเนตรเข้ามาในห้อง...ส่งบูเค่ให้น้านิด แล้วพูดว่า
“ Merry Christmas ค่ะ...สุขสันต์วันคริสต์มาส”
“อุ๊ย! สวยมากเลยดวงเนตร ชอบจังเลย ถึงว่าสินะไม่ค่อยได้เจอหน้าแอบไปทำบูเค่นี่เอง”
“สวยมากค่ะรู้จักเอาดอกนั้น ดอกนี่มา ผสมผสานกันออกมาอย่างสวยงาม” พี่น้อยขอออกความเห็นด้วยคน เจ้าของห้องยิ้มกว้างอย่างถูกใจกับ
ของขวัญชิ้นนี้
แล้วทุกคนในกลุ่มก็ไปที่ช็อบปิงมอล ดวงเนตรแยกไปซื้อของมาทำขนมอบที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต ส่วนหนอยขอแยกไปเดินเอง ทำให้ทุกคนตั้งข้อ
สงสัยในพฤติกรรมแปลก ๆ ของเขาในวันนี้
”ตั้งแต่คบกับเนตรมา แทบจะแกะออกจากกันไม่ได้ ทำไมวันนี้เกิดอยากเดินคนเดียว” น้าวิวพูดอย่างสงสัย แล้วต่างคนต่างไปหาของที่ต้องการ
ซื้อนัดกันที่เก่าเวลาเดิม ดวงเนตรซื้อแป้ง ธัญพืช...อัลมอนด์ ถั่วแมคาเดเมีย น้ำตาลทรายแดง เนยและซินนามอน(อบเชย) พอครบแล้ว เธอเดินดูนั่น
โน้น นี่ รอเวลาเที่ยง มันเป็นแบบนั้นจริง ๆ ที่จะบอกนัดที่เก่าเวลาเดิม สำหรับนักศึกษาที่อยู่ในเมืองมหาวิทยาลัย ที่นี่มีทุกอย่างพร้อมเหมือนเมืองใหญ่
แต่ห้างที่จะให้เดินช็อบปิงมีไม่กี่แห่ง ความเป็นอยู่เรียบง่าย สงบ ไม่วุ่นวาย และสภาพแวดล้อมสะอาดสวยงาม ค่าครองชีพก็ถูกกว่า
คนมาถึงหลังสุดอย่างเฉียดฉิวคือพี่หนอย เขาหอบของมาหลายถุง บอกเพียงแต่ว่าเพื่อนฝากซื้อ ส่วนของขวัญวันคริสต์มาสของพี่วรรณ
เป็นจานกระเบื้องเนื้อดีลายสวย"โนริตาเกะ"...ของญี่ปุ่นที่มีโรงงานในอเมริกา และแก้วเจียระไนเนื้อดีหนึ่งชุดช่วงนี้เป็นช่วงลดราคาสำหรับเทศกาล
คริสต์มาส แต่จะให้ถูกจริง ๆ ต้องเป็นลดกระหน่ำซ้ำเซลล์ในช่วงหลังคริสต์มาสแล้ว
ทุกคนเอาของที่จะไปงานคริสต์มาสมาไว้ที่ห้องน้าวิวแล้ว ดวงเนตรกลับไปเอาบูเค่มาอีกชุดสำหรับครอบครัวพี่วรรณ พี่น้อยเห็นเป็น
คนแรก
“อุ๊ย! พวงนี้ก็สวย...ดูสิน้าวิว”
“สวยทั้งคนทำและบูเค่หรือเปล่าคะพี่น้อย” ดวงเนตรกระเซ้าพี่น้อยเล่น พี่น้อยยิ้ม
“ดูซิเนตรเขาเข้าใจทำนะ สองอันนี้ไม่เหมือนกันนะ” พี่ศิริตั้งข้อสังเกต
“ใช่ค่ะ อันหนึ่งสวยหวาน อีกอันสวยอย่างอบอุ่น” เป็นยังไงนะเป็นความคิดเห็นที่ออกจะแปลก ๆ ของพี่น้อย
ดวงเนตรจัดของที่จะใช้ทำขนมปังลงในตะกร้าไม้สานเรียบร้อยแล้ว ก็ลงไปใช้ห้องครัวของหอพักเพราะที่นั่นมีอุปกรณ์ทำครัวทุกชนิด หญิงสาว
เริ่มผสมแป้ง และลงมือนวดจนได้ที่เอาผ้าขาวบางชุบน้ำแล้วคลุมไว้ อากาศในห้องค่อนข้างอบอ้าวซึ่งดีสำหรับแป้งซึ่งผสมยีสเพราะเพียงครู่เดียวแป้ง
ก็ขึ้นฟูเป็นเท่าตัว เธอหันมาผสมธัญพืชและถั่วต่าง ๆ ที่สับไว้หยาบ ๆ เอาเนยลงพอเหลวใส่น้ำตาล และส่วนผสมของถั่ว กวนจนเข้ากันดีโรยด้วยผง
ซินนามอนเป็นอันเสร็จ
แป้งที่ขึ้นได้ที่ถูกนำมาใช้ไม้คลึงเป็นแนวยาวใส่ไส้ที่กวนแล้วม้วน ดวงเนตรทำแบบนั้นสามเส้นยาว แล้วเอามาไขว่ไปมาเป็นเปีย เอาเข้าเตา
อบพอเหลืองดี เธอเอาออกมาทาทับด้วยไข่แดงที่ตีไว้ เอาเข้าอบอีกรอบออกมาสุกเหลืองสวยเป็นเงาน่ากิน
“โอ๊ย! หอมจังเลย...ใครทำอะไรอยู่นะ” เสียงที่ดังโวยวายไม่มีใคร นอกจากพี่หนอยคนเดียว
“น่ากินจังเลย ผมว่าถ้าอยู่กับดวงเนตร พออายุสี่สิบผมคงอ้วนลงพุงแน่”
“แกจะอยู่ถึงสี่สิบหรือเปล่ายังไม่รู้เลย” น้าวิวเข้ามาในห้องครัวพอดีจังหวะงัดหนอยซะหัวคว่ำคะมำหงาย
“อย่าเพิ่งแช่งผมสิครับ มีแฟนสวย ๆ ต้องดูแลกันดี ๆ จะได้อยู่ถึงร้อยปี”
“แกขอร้อยปีแน่นะ แล้วแกจะหนาวเพราะเพื่อน ๆ แกเขาไปกันหมดแล้วไอ้ตี๋”
พี่น้อยไม่สนใจการประทะคารมแต่สนใจขนมอบมากกว่า เธอเดินตรงมาที่ดวงเนตร
“ตายแล้ว”
“ใคร ๆ ตายครับพี่” พี่น้อยหยิกให้หนึ่งที
“ดูซิคะน่าทานมากเลย”
น้าวิวเอามือจิ้มที่ขนมอบ “โอ้โฮ! นุ่มมากแล้วจะยกไปทั้งเปียยาวนี่นะ”
“เนตรจะตัดเป็นชิ้นหนาพอประมาณน่าจะได้สักสิบห้าชิ้น” เมื่อตัดเรียงใส่ถาดแล้ว ส่วนปลายที่เหลือเอามาชิมกัน
”ไส้หอมอร่อย แป้งนุ่ม” พี่ศิริซึ่งมาทีหลังแต่คว้าไปได้ก่อนพูดขึ้น แบ่งส่วนที่เหลือให้ทุกคนได้ชิม
“สุดยอดเลย” แล้วไส้ขนมอบที่เหลือก็ช่วยกันจัดการจนเกลี้ยง พี่หนอยและดวงเนตรยิ้มหน้าบาน
“เนตรเอาขึ้นไปก่อนนะคะ”
“จ้ะ” พี่น้อยตอบ ทั้งคู่เดินเข้าห้องไป พี่หนอยถามขึ้น
“เหนื่อยไหมครับเนตร”
“ไม่เท่าไรค่ะ พี่หนอยหยิบออกใส่จานไว้สักอันซิคะแล้วทานกับชาร้อน ๆ อร่อยนะคะ จะได้นั่งรอเนตร ขออาบน้ำสักครู่เดียวค่ะ”
“ได้ครับ เชิญน้องหนูตามสบาย” เธอหายเข้าห้องน้ำไปได้พักใหญ่ แต่งตัวเรียบร้อย
“เนตรจะออกไปไหนอีกเหรอ แต่งตัวซะเรียบร้อย”
“เดี๋ยวพี่หนอยไปกับเนตรนะคะ จะเอาบูเค่ที่เหลือไปบ้านลุงพอลค่ะ”
“ไปสิครับ พี่หนอยว่าง”
ทั้งคู่คนถือคนละสองพวง พอมาถึงลุงพอลมองเห็นก่อนแกส่งเสียงทัก
”สวัสดีจ้ะนิคกี้ สวัสดีหนอยจะไปไหนกันล่ะ”
“มาหาคุณลุงคุณป้าครับ” ยังไม่ทันจบประโยคดี ทุกคนก็โผล่หน้ามาสวัสดีทักทาย ทั้งกลุ่มออกมานั่งหน้าบ้านลุงพอล ถึงแม้อากาศจะค่อน
ข้างหนาว เมื่อทุกคนมาพร้อมกัน ดวงเนตรหยิบบูเค่ส่งให้แต่ละคน
“Merry Christmas ค่ะ”
“โอ้พระเจ้า! สวยจริง ๆ หนูไม่ต้องซื้อมาให้หรอกมันแพง” ป้าแซลลี่พูดขึ้น
“นิคกี้ทำเองค่ะ”
“จริงเหรอ” ลุงพอลถามขึ้น
“ค่ะ” ทุกคนเข้ามาโอบ แล้วหอมแก้มเบา ๆ กับทั้งชายหนุ่มและหญิงสาว
“ขอให้ทั้งสองคนมีความสุขมาก ๆ นะ” ทุกคนชวนพวกคนไทยมาร่วมงานแต่ก็ต้องปฏิเสธ เพราะมีนัดกันที่งานอื่นแล้ว
“เอาไว้ปีหน้าพวกเราจะมาร่วมงานด้วยนะครับ” หนอยตอบแทนดวงเนตร แล้วลากลับ..Bye
หนอยพาดวงเนตรกลับมาที่ห้อง รินน้ำแก้วใหญ่ให้
“ดื่มน้ำเยอะ ๆ อากาศมันแห้งนะครับ”
“ขอบคุณค่ะ”
“ช่วงบ่ายหายไปไหนคะ”
“ขับรถให้พวกพี่ ๆ จนเหนื่อยเหรอคะ “
“แค่นี้เองไม่เหนื่อยหรอกครับ แต่หลับตาก่อนพี่หนอยมีอะไรจะเซอไพรซ์” ดวงเนตรหลับตาลงหนอยเข้ามาใกล้จูบเปลือกตาเธอ
“เอาล่ะลืมตาได้” ในมือพี่หนอยมีของขวัญสองกล่อง พี่หนอยส่งกล่องของขวัญให้
“Merry Christmas my lovely angle...สุขสันต์วันคริสต์มาสนางฟ้าที่รักของผม”
“เราไม่ใช่ชาวคริสต์นะคะ ไม่ต้องให้ของขวัญเนตรหรอกค่ะ”
“เอาน่าแกะเร็ว” เขาเร่ง ดวงเนตรแกะกล่องแรก ในนั้นมีครีมทาหน้าอย่างดีจากฝรั่งเศส โลชันขวดใหญ่ยี่ห้อดัง ชุดอายแชโดร์ บรัชออน และ
ลิปแท่ง
“แกะอีกกล่องสิครับ” พี่หนอยดูเหมือนอยากรู้ว่าถูกใจเนตรไหม
“เนตรรับแค่กล่องเดียวได้ไหมคะ”
“ไม่ได้ครับซื้อมาแล้วถ้าไม่ถูกใจพี่หนอยจะพาไปเปลี่ยนเพราะพี่ยังเก็บใบเสร็จไว้” ดวงเนตรแกะกล่องที่สอง
‘สวยมากเหลือเกิน’ เธอได้แต่คิด
แต่ไม่กล้าพูดและไม่อยากรับเพราะราคาน่าจะแพงมาก ในกล่องที่สองเป็นชุดแซกสีแดงเข้มทำจากลูกไม้เนื้อดีมีมุกเม็ดเล็กปักกระจายอยู่ทั่วตัวช่วงบน
แขนยาว ด้านในตัดซับด้วยลินินเนื้อบางเบา นอกจากชุดยังมีผ้าพันคอสวยสีเขียวอ่อนลายเหลือบแดง
“พี่หนอยจะให้เนตรเป็นต้นคริสต์มาสหรือคะ”
“ชอบไหมครับ”
“ค่ะ แต่รับไว้ไม่ได้เพราะมันดีและแพงเกินไป”
“ถ้าเนตรซื้อของให้พี่หนอยแล้วพี่พูดแบบนี้เนตรจะเสียใจหรือเปล่า” หนอยใช้วิธีจี้จุดอ่อนของเธอ ดวงเนตรก้มหน้าเพราะถ้าเธอไม่รับเขาจะ
รู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ
“ไปลองใส่ให้พี่หนอยดูหน่อยสิครับว่าใส่ได้ไหม” เธอหายไปครู่หนึ่งแล้วออกมา พี่หนอยมองตาไม่กะพริบ ชุดนี้เหมือนตัดมาให้เธอโดยเฉพาะ
ขนาดพอดีเป๊ะ สีแดงเข้มขับสีผิวเธอให้ผุดผ่อง
“ไอ้หนอยแมลงวันบินเข้าปากแล้ว โอ้โฮ! เสี่ยเราทุ่มสุดตัวเลยงานนี้” น้าวิวแซว พี่น้อย และพี่ศิริรีบแซะตัวเข้ามาในห้องแล้วอุทานพร้อมกัน
...โอ้พระเจ้า!
“ไม่ยอม งานนี้ดวงเนตรสวยเกินเหตุ พี่ไล่ไม่ทันแล้ว” พี่ศิริแกล้งแหย่แล้วยิ้มให้ พี่น้อยและน้านิดจับเนื้อผ้าดูแล้วทำตาโต แล้วมองเครื่อง
สำอางชุดใหญ่ที่ถูกแกะแล้ววางอยู่บนเตียง
“เฮ้ย! แกใช้เงินเป็นเหมือนกันหรือเนี่ย ไม่ค่อยเห็นซื้ออะไรให้ตัวเองเลย เตี่ยและแม่ส่งมาเท่าไรเห็นเก็บเข้าแบงค์หมด เดี๋ยวจะโทรไปฟ้อง
แม่แก” น้าวิวแหย่แรงไปหรือเปล่าเพราะคนกลางทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
“โธ่ ๆ น้าวิวคนดีอย่าทำร้ายหัวใจดวงน้อยของเราสองคนเลยนะครับ” หนอยอ้อน ทุกคนหัวเราะขึ้นพร้อมกัน น้าวิวเข้าไปลูบหลังลูบไหล่น้อง
หนูที่ทำท่าจะร้องไห้
“น้าแหย่เล่น...อย่าโกรธนะ”
“เนตรไม่อยากได้อะไรสักอย่างเลยค่ะ”
“โอ๋..คนดีของพี่น้อย ไม่อยากได้ก็ต้องเอาแล้วเพราะหนอยเขาตัดป้ายออกหมดแล้วค่ะ” พี่น้อยทำเสียงอ่อน
ดวงเนตรหันไปทุบเข้าที่หัวไหล่พี่หนอย หนอยจับมือไว้
“ไม่ทุบที่หัวใจพี่เลยล่ะ”
“อ้วก” น้านิดทำเสียง พี่น้อยดุให้
“อีกแล้ว...น่าเกียจน้าวิวนี่” แล้วทุกคนก็หัวเราะสนุกที่ได้แหย่ทั้งคู่จนเกือบจะต้องมานั่งเช็ดน้ำตาให้น้องหนูซะแล้ว
“ไหนก็ไหนแล้ว แบมือออกมามีอะไรอีก” ในมือพี่หนอยมีกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้ม หนอยแกะมันออกแล้วคล้องคอให้ดวงเนตร มันเป็นทอง
คำขาวห้อยด้วยจี้คริสตัลรูปหัวใจซ้อนเหลื่อมกันสวยมาก
และยิ่งกว่าสวยคือเป็นของสวารอฟสกี้ของแท้
หัวใจสลายที่ปลายฟ้า (32)...CHRISTMAS
Cr.Net
หัวใจสลายที่ปลายฟ้า (32)...Christmas
ดวงเนตรลุกขึ้นแต่เช้า อาบน้ำเสร็จ เสียงเคาะประตูเคาะประตู
“เนตรจ๊ะ”
“ขา” เธอรีบไปเปิดประตู น้าวิวยื่นจานแพนเค้กใส่ลูกเกด และแพนเค้กกล้วยหอมให้ดวงเนตร
“ขอบคุณค่ะ แต่ทำไหมมันเยอะจังเลย”
“เผื่อให้ไอ้ตี๋ด้วยไงล่ะ เดี๋ยวก็มา”
“วันนี้น้าจะไปช็อบปิงมอล พรุ่งนี้ก็คริสต์มาสแล้วจะต้องเตรียมของให้ครอบครัวพี่วรรณ ไปด้วยกันเนอะ”
“ค่ะ”
“เนตรจะทำขนมไปฝากพี่วรรณด้วย จะได้แวะซื้อของแล้วกลับมาทำตอนบ่าย”
“พี่น้อยแนะว่าเราน่าจะซื้อไวน์ไปสักสองขวดเนตรว่าใงจ๊ะ”
“ดีค่ะเผื่อใครอยากดื่ม เราต้องไปช่วยพี่วรรณทำอะไรไหมคะ”
“ไม่ต้องหรอกแกถนัดทำคนเดียว หลายคนดูวุ่นวาย เราค่อยช่วยพี่เก็บล้างดีกว่านะ”
หลังกินอาหารเช้ากับหนอย ทั้งสองคนก็แวะมาที่ห้องตามเวลานัด ทุกคนกำลังรออยู่ ดวงเนตรถือบูเค่มาด้วย ทีแรกพี่หนอยท้วงว่า
“ดวงเนตรจะเอาไว้ติดหน้าห้องไม่ใช่เหรอครับ”
“เนตรเปลี่ยนใจแล้วค่ะ เอาไว้หน้าห้องแม่ทัพใหญ่ดีกว่า” ดวงเนตรเข้ามาในห้อง...ส่งบูเค่ให้น้านิด แล้วพูดว่า
“ Merry Christmas ค่ะ...สุขสันต์วันคริสต์มาส”
“อุ๊ย! สวยมากเลยดวงเนตร ชอบจังเลย ถึงว่าสินะไม่ค่อยได้เจอหน้าแอบไปทำบูเค่นี่เอง”
“สวยมากค่ะรู้จักเอาดอกนั้น ดอกนี่มา ผสมผสานกันออกมาอย่างสวยงาม” พี่น้อยขอออกความเห็นด้วยคน เจ้าของห้องยิ้มกว้างอย่างถูกใจกับ
ของขวัญชิ้นนี้
แล้วทุกคนในกลุ่มก็ไปที่ช็อบปิงมอล ดวงเนตรแยกไปซื้อของมาทำขนมอบที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต ส่วนหนอยขอแยกไปเดินเอง ทำให้ทุกคนตั้งข้อ
สงสัยในพฤติกรรมแปลก ๆ ของเขาในวันนี้
”ตั้งแต่คบกับเนตรมา แทบจะแกะออกจากกันไม่ได้ ทำไมวันนี้เกิดอยากเดินคนเดียว” น้าวิวพูดอย่างสงสัย แล้วต่างคนต่างไปหาของที่ต้องการ
ซื้อนัดกันที่เก่าเวลาเดิม ดวงเนตรซื้อแป้ง ธัญพืช...อัลมอนด์ ถั่วแมคาเดเมีย น้ำตาลทรายแดง เนยและซินนามอน(อบเชย) พอครบแล้ว เธอเดินดูนั่น
โน้น นี่ รอเวลาเที่ยง มันเป็นแบบนั้นจริง ๆ ที่จะบอกนัดที่เก่าเวลาเดิม สำหรับนักศึกษาที่อยู่ในเมืองมหาวิทยาลัย ที่นี่มีทุกอย่างพร้อมเหมือนเมืองใหญ่
แต่ห้างที่จะให้เดินช็อบปิงมีไม่กี่แห่ง ความเป็นอยู่เรียบง่าย สงบ ไม่วุ่นวาย และสภาพแวดล้อมสะอาดสวยงาม ค่าครองชีพก็ถูกกว่า
คนมาถึงหลังสุดอย่างเฉียดฉิวคือพี่หนอย เขาหอบของมาหลายถุง บอกเพียงแต่ว่าเพื่อนฝากซื้อ ส่วนของขวัญวันคริสต์มาสของพี่วรรณ
เป็นจานกระเบื้องเนื้อดีลายสวย"โนริตาเกะ"...ของญี่ปุ่นที่มีโรงงานในอเมริกา และแก้วเจียระไนเนื้อดีหนึ่งชุดช่วงนี้เป็นช่วงลดราคาสำหรับเทศกาล
คริสต์มาส แต่จะให้ถูกจริง ๆ ต้องเป็นลดกระหน่ำซ้ำเซลล์ในช่วงหลังคริสต์มาสแล้ว
ทุกคนเอาของที่จะไปงานคริสต์มาสมาไว้ที่ห้องน้าวิวแล้ว ดวงเนตรกลับไปเอาบูเค่มาอีกชุดสำหรับครอบครัวพี่วรรณ พี่น้อยเห็นเป็น
คนแรก
“อุ๊ย! พวงนี้ก็สวย...ดูสิน้าวิว”
“สวยทั้งคนทำและบูเค่หรือเปล่าคะพี่น้อย” ดวงเนตรกระเซ้าพี่น้อยเล่น พี่น้อยยิ้ม
“ดูซิเนตรเขาเข้าใจทำนะ สองอันนี้ไม่เหมือนกันนะ” พี่ศิริตั้งข้อสังเกต
“ใช่ค่ะ อันหนึ่งสวยหวาน อีกอันสวยอย่างอบอุ่น” เป็นยังไงนะเป็นความคิดเห็นที่ออกจะแปลก ๆ ของพี่น้อย
ดวงเนตรจัดของที่จะใช้ทำขนมปังลงในตะกร้าไม้สานเรียบร้อยแล้ว ก็ลงไปใช้ห้องครัวของหอพักเพราะที่นั่นมีอุปกรณ์ทำครัวทุกชนิด หญิงสาว
เริ่มผสมแป้ง และลงมือนวดจนได้ที่เอาผ้าขาวบางชุบน้ำแล้วคลุมไว้ อากาศในห้องค่อนข้างอบอ้าวซึ่งดีสำหรับแป้งซึ่งผสมยีสเพราะเพียงครู่เดียวแป้ง
ก็ขึ้นฟูเป็นเท่าตัว เธอหันมาผสมธัญพืชและถั่วต่าง ๆ ที่สับไว้หยาบ ๆ เอาเนยลงพอเหลวใส่น้ำตาล และส่วนผสมของถั่ว กวนจนเข้ากันดีโรยด้วยผง
ซินนามอนเป็นอันเสร็จ
แป้งที่ขึ้นได้ที่ถูกนำมาใช้ไม้คลึงเป็นแนวยาวใส่ไส้ที่กวนแล้วม้วน ดวงเนตรทำแบบนั้นสามเส้นยาว แล้วเอามาไขว่ไปมาเป็นเปีย เอาเข้าเตา
อบพอเหลืองดี เธอเอาออกมาทาทับด้วยไข่แดงที่ตีไว้ เอาเข้าอบอีกรอบออกมาสุกเหลืองสวยเป็นเงาน่ากิน
“โอ๊ย! หอมจังเลย...ใครทำอะไรอยู่นะ” เสียงที่ดังโวยวายไม่มีใคร นอกจากพี่หนอยคนเดียว
“น่ากินจังเลย ผมว่าถ้าอยู่กับดวงเนตร พออายุสี่สิบผมคงอ้วนลงพุงแน่”
“แกจะอยู่ถึงสี่สิบหรือเปล่ายังไม่รู้เลย” น้าวิวเข้ามาในห้องครัวพอดีจังหวะงัดหนอยซะหัวคว่ำคะมำหงาย
“อย่าเพิ่งแช่งผมสิครับ มีแฟนสวย ๆ ต้องดูแลกันดี ๆ จะได้อยู่ถึงร้อยปี”
“แกขอร้อยปีแน่นะ แล้วแกจะหนาวเพราะเพื่อน ๆ แกเขาไปกันหมดแล้วไอ้ตี๋”
พี่น้อยไม่สนใจการประทะคารมแต่สนใจขนมอบมากกว่า เธอเดินตรงมาที่ดวงเนตร
“ตายแล้ว”
“ใคร ๆ ตายครับพี่” พี่น้อยหยิกให้หนึ่งที
“ดูซิคะน่าทานมากเลย”
น้าวิวเอามือจิ้มที่ขนมอบ “โอ้โฮ! นุ่มมากแล้วจะยกไปทั้งเปียยาวนี่นะ”
“เนตรจะตัดเป็นชิ้นหนาพอประมาณน่าจะได้สักสิบห้าชิ้น” เมื่อตัดเรียงใส่ถาดแล้ว ส่วนปลายที่เหลือเอามาชิมกัน
”ไส้หอมอร่อย แป้งนุ่ม” พี่ศิริซึ่งมาทีหลังแต่คว้าไปได้ก่อนพูดขึ้น แบ่งส่วนที่เหลือให้ทุกคนได้ชิม
“สุดยอดเลย” แล้วไส้ขนมอบที่เหลือก็ช่วยกันจัดการจนเกลี้ยง พี่หนอยและดวงเนตรยิ้มหน้าบาน
“เนตรเอาขึ้นไปก่อนนะคะ”
“จ้ะ” พี่น้อยตอบ ทั้งคู่เดินเข้าห้องไป พี่หนอยถามขึ้น
“เหนื่อยไหมครับเนตร”
“ไม่เท่าไรค่ะ พี่หนอยหยิบออกใส่จานไว้สักอันซิคะแล้วทานกับชาร้อน ๆ อร่อยนะคะ จะได้นั่งรอเนตร ขออาบน้ำสักครู่เดียวค่ะ”
“ได้ครับ เชิญน้องหนูตามสบาย” เธอหายเข้าห้องน้ำไปได้พักใหญ่ แต่งตัวเรียบร้อย
“เนตรจะออกไปไหนอีกเหรอ แต่งตัวซะเรียบร้อย”
“เดี๋ยวพี่หนอยไปกับเนตรนะคะ จะเอาบูเค่ที่เหลือไปบ้านลุงพอลค่ะ”
“ไปสิครับ พี่หนอยว่าง”
ทั้งคู่คนถือคนละสองพวง พอมาถึงลุงพอลมองเห็นก่อนแกส่งเสียงทัก
”สวัสดีจ้ะนิคกี้ สวัสดีหนอยจะไปไหนกันล่ะ”
“มาหาคุณลุงคุณป้าครับ” ยังไม่ทันจบประโยคดี ทุกคนก็โผล่หน้ามาสวัสดีทักทาย ทั้งกลุ่มออกมานั่งหน้าบ้านลุงพอล ถึงแม้อากาศจะค่อน
ข้างหนาว เมื่อทุกคนมาพร้อมกัน ดวงเนตรหยิบบูเค่ส่งให้แต่ละคน
“Merry Christmas ค่ะ”
“โอ้พระเจ้า! สวยจริง ๆ หนูไม่ต้องซื้อมาให้หรอกมันแพง” ป้าแซลลี่พูดขึ้น
“นิคกี้ทำเองค่ะ”
“จริงเหรอ” ลุงพอลถามขึ้น
“ค่ะ” ทุกคนเข้ามาโอบ แล้วหอมแก้มเบา ๆ กับทั้งชายหนุ่มและหญิงสาว
“ขอให้ทั้งสองคนมีความสุขมาก ๆ นะ” ทุกคนชวนพวกคนไทยมาร่วมงานแต่ก็ต้องปฏิเสธ เพราะมีนัดกันที่งานอื่นแล้ว
“เอาไว้ปีหน้าพวกเราจะมาร่วมงานด้วยนะครับ” หนอยตอบแทนดวงเนตร แล้วลากลับ..Bye
หนอยพาดวงเนตรกลับมาที่ห้อง รินน้ำแก้วใหญ่ให้
“ดื่มน้ำเยอะ ๆ อากาศมันแห้งนะครับ”
“ขอบคุณค่ะ”
“ช่วงบ่ายหายไปไหนคะ”
“ขับรถให้พวกพี่ ๆ จนเหนื่อยเหรอคะ “
“แค่นี้เองไม่เหนื่อยหรอกครับ แต่หลับตาก่อนพี่หนอยมีอะไรจะเซอไพรซ์” ดวงเนตรหลับตาลงหนอยเข้ามาใกล้จูบเปลือกตาเธอ
“เอาล่ะลืมตาได้” ในมือพี่หนอยมีของขวัญสองกล่อง พี่หนอยส่งกล่องของขวัญให้
“Merry Christmas my lovely angle...สุขสันต์วันคริสต์มาสนางฟ้าที่รักของผม”
“เราไม่ใช่ชาวคริสต์นะคะ ไม่ต้องให้ของขวัญเนตรหรอกค่ะ”
“เอาน่าแกะเร็ว” เขาเร่ง ดวงเนตรแกะกล่องแรก ในนั้นมีครีมทาหน้าอย่างดีจากฝรั่งเศส โลชันขวดใหญ่ยี่ห้อดัง ชุดอายแชโดร์ บรัชออน และ
ลิปแท่ง
“แกะอีกกล่องสิครับ” พี่หนอยดูเหมือนอยากรู้ว่าถูกใจเนตรไหม
“เนตรรับแค่กล่องเดียวได้ไหมคะ”
“ไม่ได้ครับซื้อมาแล้วถ้าไม่ถูกใจพี่หนอยจะพาไปเปลี่ยนเพราะพี่ยังเก็บใบเสร็จไว้” ดวงเนตรแกะกล่องที่สอง‘สวยมากเหลือเกิน’ เธอได้แต่คิด
แต่ไม่กล้าพูดและไม่อยากรับเพราะราคาน่าจะแพงมาก ในกล่องที่สองเป็นชุดแซกสีแดงเข้มทำจากลูกไม้เนื้อดีมีมุกเม็ดเล็กปักกระจายอยู่ทั่วตัวช่วงบน
แขนยาว ด้านในตัดซับด้วยลินินเนื้อบางเบา นอกจากชุดยังมีผ้าพันคอสวยสีเขียวอ่อนลายเหลือบแดง
“พี่หนอยจะให้เนตรเป็นต้นคริสต์มาสหรือคะ”
“ชอบไหมครับ”
“ค่ะ แต่รับไว้ไม่ได้เพราะมันดีและแพงเกินไป”
“ถ้าเนตรซื้อของให้พี่หนอยแล้วพี่พูดแบบนี้เนตรจะเสียใจหรือเปล่า” หนอยใช้วิธีจี้จุดอ่อนของเธอ ดวงเนตรก้มหน้าเพราะถ้าเธอไม่รับเขาจะ
รู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ
“ไปลองใส่ให้พี่หนอยดูหน่อยสิครับว่าใส่ได้ไหม” เธอหายไปครู่หนึ่งแล้วออกมา พี่หนอยมองตาไม่กะพริบ ชุดนี้เหมือนตัดมาให้เธอโดยเฉพาะ
ขนาดพอดีเป๊ะ สีแดงเข้มขับสีผิวเธอให้ผุดผ่อง
“ไอ้หนอยแมลงวันบินเข้าปากแล้ว โอ้โฮ! เสี่ยเราทุ่มสุดตัวเลยงานนี้” น้าวิวแซว พี่น้อย และพี่ศิริรีบแซะตัวเข้ามาในห้องแล้วอุทานพร้อมกัน
...โอ้พระเจ้า!
“ไม่ยอม งานนี้ดวงเนตรสวยเกินเหตุ พี่ไล่ไม่ทันแล้ว” พี่ศิริแกล้งแหย่แล้วยิ้มให้ พี่น้อยและน้านิดจับเนื้อผ้าดูแล้วทำตาโต แล้วมองเครื่อง
สำอางชุดใหญ่ที่ถูกแกะแล้ววางอยู่บนเตียง
“เฮ้ย! แกใช้เงินเป็นเหมือนกันหรือเนี่ย ไม่ค่อยเห็นซื้ออะไรให้ตัวเองเลย เตี่ยและแม่ส่งมาเท่าไรเห็นเก็บเข้าแบงค์หมด เดี๋ยวจะโทรไปฟ้อง
แม่แก” น้าวิวแหย่แรงไปหรือเปล่าเพราะคนกลางทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
“โธ่ ๆ น้าวิวคนดีอย่าทำร้ายหัวใจดวงน้อยของเราสองคนเลยนะครับ” หนอยอ้อน ทุกคนหัวเราะขึ้นพร้อมกัน น้าวิวเข้าไปลูบหลังลูบไหล่น้อง
หนูที่ทำท่าจะร้องไห้
“น้าแหย่เล่น...อย่าโกรธนะ”
“เนตรไม่อยากได้อะไรสักอย่างเลยค่ะ”
“โอ๋..คนดีของพี่น้อย ไม่อยากได้ก็ต้องเอาแล้วเพราะหนอยเขาตัดป้ายออกหมดแล้วค่ะ” พี่น้อยทำเสียงอ่อน
ดวงเนตรหันไปทุบเข้าที่หัวไหล่พี่หนอย หนอยจับมือไว้
“ไม่ทุบที่หัวใจพี่เลยล่ะ”
“อ้วก” น้านิดทำเสียง พี่น้อยดุให้
“อีกแล้ว...น่าเกียจน้าวิวนี่” แล้วทุกคนก็หัวเราะสนุกที่ได้แหย่ทั้งคู่จนเกือบจะต้องมานั่งเช็ดน้ำตาให้น้องหนูซะแล้ว
“ไหนก็ไหนแล้ว แบมือออกมามีอะไรอีก” ในมือพี่หนอยมีกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้ม หนอยแกะมันออกแล้วคล้องคอให้ดวงเนตร มันเป็นทอง
คำขาวห้อยด้วยจี้คริสตัลรูปหัวใจซ้อนเหลื่อมกันสวยมาก และยิ่งกว่าสวยคือเป็นของสวารอฟสกี้ของแท้