
Cr.Net
หัวใจสลายที่ปลายฟ้า(62)...แล้วเราก็มีกัน
คุณหมอปราโมทย์มาเยี่ยมพี่หนอยในวันรุ่งขึ้น “ทุกอย่างเป็นไปเรียบร้อยดีครับ ไม่มีอะไรน่าห่วงแล้ว”
“อ้อ! ดวงเนตรคุณยายฝากมาบอกว่าถ้าหนูมีเวลาไปแวะหาคุณยายหน่อยแกคิดถึง”
“ค่ะ กราบขอบพระคุณคุณยายด้วยค่ะ”
“ช่วงบ่ายหรือเย็นถ้าพร้อมก็ย้ายกลับได้เลย” หมอปราโมทย์สรุปก่อนกลับออกไป
พี่พลใช้รถขนย้ายคนไข้กลับมาถึงบ่ายโมงตรง ลุงหมอโทรสั่งพิซซ่ามา แล้วทุกคนก็จัดการกับอาหารมื้อเที่ยงจนหมด ดวงเนตรเอาน้ำส้มคั้น
มาแจกทุกคน “ขอบคุณครับ นิคกี้น่ารักมาก ผมชักจะชอบนิคกี้มากกว่าแนทแล้วทำอย่างไรดี” ดอกเตอร์แฮรี่แกล้งแหย่หนอย เขายิ้มชอบใจ
“อาจารย์ต้องถามภรรยาด้วยนะครับ ผมว่าเขาถูกใจผมมากกว่า”
“เนตรน่ารัก อ่อนโยน แถมเอาใจเก่งได้เปรียบแกหลายขุม ใครเขาจะเอาแก” น้าวิวชวนทะเลาะ เพราะตั้งแต่หนอยหายไปยังหาคู่ชกแบบสูสี
ไม่ได้เลย
“ผมไม่ว่าอะไรหรอกเพราะแฟนผมเป็นอย่างนั้นจริงๆ แต่ข้อเสียของเนตรคือเล่นดนตรีไม่เป็น เป็นแต่เป่าปี่” ดวงเนตรหันมาเพี้ยะเบา ๆ ที่มือ
“โอ๊ย! เจ็บครับดูสิเนตรรังแกคนไม่สบาย” ลุงหมอและป้าสุรีย์ยิ้มมองสองคนอย่างเอ็นดู ส่วนดอกเตอร์แฮรี่หัวเราะชอบใจ ทั้งลุงหมอ ป้าสุรีย์
และดอกเตอร์แฮรี่มีหมายกำหนดการจะเดินทางกลับพรุ่งนี้เช้า
ป้าสุรีย์เอ่ยขึ้น “ส่วนสองคนนี้อยู่ที่นี่ก่อนไหม”
“อยู่ต่อนะครับแล้วค่อยเช่ารถเอวิสกลับ” หนอยอ้อนน้าวิว ส่วนพี่พลยิ้ม
“เอ! รถใครวิ่งเข้ามาน่ะ” น้าวิวพูดแล้วเพ่งดู แล้วสองสาวก็กระโดดโลดเต้นอย่างดีใจ
“พวกโดมิโนมากับสี่หนุ่มสงขลา”
“ดีเลยเรายังมีเวลาตั้งอาทิตย์หนึ่งกว่า จะเปิด summer” พี่พลกล่าวอย่างดีใจ
รถจอดสนิททุกคนไปรอรับหน้าบ้าน เด็ก ๆ ทักทายผู้ใหญ่เรียบร้อยแล้ว พี่น้อยเข้ามากอดดวงเนตร
“คิดถึงจังเลยจ้ะ” ดวงเนตรกอดพี่น้อยแน่นอย่างดีใจ พี่น้อยหันไปทางหนอย
“ส่วนหนอยขอพี่น้อยกอดนาน ๆ หน่อยนะคะ” ว่าแล้วแกก็กอดหนอยซะนานอย่างที่พูด อ้อมกอดพี่น้อยผู้อารีเหมือนดั่งพี่สาวของชายหนุ่ม
“พวกเราเป็นห่วงกันมากเลยค่ะ รวมกันสวดมนต์ทุกคืน จนห้องน้าวิวจะกลายเป็นศูนย์วิปัสสนาแล้วล่ะ”
“สวัสดีครับพี่ศิริ”
“สวัสดีจ้ะหนอย” พี่ศิริเกิดสะเทือนใจถึงกับน้ำตาไหล ที่เห็นหนอยในสภาพนี้ เธอเข้ามากอดทั้งเนตรและหนอย
“พี่ดีใจจ้ะ” เธอพูดแล้วปาดน้ำตาจนแห้ง หนุ่ม ๆ เข้าไปเชคแฮนด์กับพี่หนอย หมากเป็นตัวแทนน้องกอดพี่หนอยด้วยความดีใจเช่นกัน
“งั้นเหล็กเป็นตัวแทนพวกพี่กอดพี่เนตรดีไหม”
“ไม่ต้องเลยไอ้เหล็กหลี” ดวงเนตรงง! กับชื่อใหม่
“เหล็กเปลี่ยนชื่อใหม่ตั้งแต่เมื่อไรค่ะ” ทุกคนเฮแต่เหล็กหน้าเสียเพราะไม่ชอบชื่อใหม่
ผู้ใหญ่มองดูพวกแด็กหยอกล้อกันอย่างมีความสุข “เฮ่อ! เด็กยังต้องผ่านร้อนและหนาวอีกหลายหน ช่วงนี้แหละเป็นช่วงที่ดีที่สุดของชีวิต”
ลุงหมอเอ่ยขึ้น
“ไปขนของลงมากันดีกว่าครับ เอาไว้ห้องกลางยังว่างอยู่”
“พี่ ๆ เดี๋ยวให้น้อง ๆ เอาฟูกลงไปให้ที่เรือนดวงเนตรนะครับ” พี่พลเอ่ยขึ้น ของขึ้นไปเก็บเรียบร้อย น้าวิวมองหมากอย่างชื่นชม ทั้งสี่หนุ่มมี
น้ำใจดีและไม่เคยบ่ายเบี่ยงเลย
“ได้ทานอะไรมาบ้างหรือยังคะ” ดวงเนตรถามอย่างเป็นห่วง
“แวะมาตลอดอิ่มจนพุงพี่น้อยจะแตกแล้วค่ะ เอาไว้มื้อค่ำดีกว่านะคะ”
“ผมรู้แล้ว ทำบาร์บีคิว เล่นกีต้าร์สุดยอดเลย” เหล็กสรุปเองคนเดียว
พัดดักคอ “แกขออนุญาตเจ้าของบ้านเขารึยัง”
“พี่พัดรีแล็กซ์หน่อยสิครับช่วงนี้ปิดเทอมนะครับ บ้านพี่เขาก็เหมือนบ้านเรา บ้านเราก็เหมือนบ้านเรา” พูดแล้วก็หัวเราะชอบใจอยู่คนเดียว
“ถ้าอย่างนั้นเนตรทำบาร์บีคิวดีไหมคะคุณป้า”
“ดีจ้ะ บรรยากาศดีด้วย ถูกใจจริง ๆ นะคะคุณพี่”
“เอาสิ” คุณลุงเห็นด้วย แล้วหันไปถามดอกเตอร์
“สุดยอดแล้วครับได้อากาศสดชื่นด้วย”
“พี่พลว่าหนอยนอนพักนะ เดี๋ยวเสร็จแล้วค่อยตั้งวง” ดวงเนตรสบตาและพยักหน้า
เมื่อความเห็นเป็นเอกฉันท์ ดวงเนตรก็พาครอบครัวโดมิโนไปซื้อของที่ร้านมิสเตอร์ทอม พร้อมกับคืนกุญแจให้ลุงบราวด์ เขาคืนมัดจำมาให้
บอกว่า “เราอาศัยอยู่ในละแวกเดียวกันและผมก็รู้จักมาเรียดี มีโอกาสก็มาแวะทักทายนะครับ”
“ขอบคุณค่ะ” ทุกคนกล่าวลา
รถวิ่งมาจอดที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต ทุกคนลงจากรถหมดแล้วไปตามล็อคสินค้าที่ตัวเองชอบใจ ส่วนสี่สาวเดินซื้ออาหารและเครื่องปรุง “ได้ครบ
แล้วค่ะ”
“เดี๋ยวค่ะเอาโรเซ่กับไวน์แดงหน่อยไหมคะ” พี่น้อยแนะนำ
“ใช่ ๆ ฉลองให้ดอกเตอร์ประภาศรีหน่อย”
“ใครคะดอกเตอร์ประภาศรี” ดวงเนตรถามพี่น้อย
พี่น้อยยิ้มตาหยี “ก็คนนี้แหละ” พี่ศิริชี้ไปที่พี่น้อย
“ผมว่าเราใช้ชื่อเล่นจนชิน แทบลืมชื่อจริงเลยนะครับ” หมากโผล่มาจากไหนไม่รู้มาแจมด้วย ดวงเนตรให้พี่เลือกไวน์ส่วนเธอเข้าไปถามทอมว่า
มีส้มฟลอริด้าเหลือไหม
“มีนิคกี้เหลืออยู่ลังหนึ่งพอดี เขามาส่งแต่เช้า ที่เหลือนี่ลังสุดท้ายนิคกี้จะเอายกลังไหม”
“ค่ะ” ทุกคนอำลาเจ้าของร้านแล้วกลับถึงบ้าน
ต่างกุลีกุจอช่วยกันเอาของไปไว้หลังบ้าน พี่หนอยได้หลับสนิทสามสี่ชั่วโมง รู้สึกดีขึ้นมากแม้จะยังเจ็บแผลบ้าง เหล็กออกความเห็นว่าที่นี่น่า
อยู่ผู้คนอัธยาศัยดี “แกจะย้ายมาเรียนกับพี่เนตรไหมล่ะ” หมากพูดขึ้น
“ทางโน้นเขาจะได้เบาหูลง มันขยันพูดมากเลยยกเว้นตอนกิน นอน และใกล้สอบถึงค่อยยังชั่วหน่อย” พัดพูดต่อจากหมากทุกคนช่วยกันขน
ของไปที่หลังบ้าน
พี่หนอย...คนป่วยถูกกำหนดให้พักต่อ เขานอนอยู่บนเก้าอี้เอนหลังที่ยกมาทางหลังบ้าน
“ให้พี่หนอยช่วยไหมครับ”
“ไม่ต้องเลย แกนั่งเฉย ๆ เดี๋ยวสะเทือนสาง”
“อ้าว! ตกเครื่องลงมาเป็นสางเลยหรือครับ” ทุกคนหัวเราะกับคำถามเหล็ก
“ไอ้เหล็กนี่นะ บทมันจะโง่ก็โง่สุด ๆ ” เขาหน้างอเพราะรู้ว่าหลงกลเข้าแล้ว ส่วนหนอยก็ขำแต่หัวเราะไม่ได้
“เฮ่อ!”
ดวงเนตรหมักหมูเตรียมเครื่องบาร์บีคิวจะเสียบรวมกับเนื้อหมูเสร็จ พี่ ๆ และหนุ่มทั้งสี่คนก็ช่วยกันเสียบไม้ พี่พลไปเอาเตาย่างมา ดวงเนตร
หั่นส้มเป็นชิ้นยาวติดเปลือก แล้วเรียงใส่ถาดไว้อย่างดี
“เหนื่อยไหมครับ” หนอยเข้ามาถามแล้วเอาน้ำเต็มแก้วมายื่นให้ ดวงเนตรมองสบตา เขาเอากระดาษซับเหงื่อให้เธอ สายตาที่สบกันไม่พ้น
ความคิดถึงและความรักที่มีต่อกันอย่างมากมาย
หัวใจสลายที่ปลายฟ้า (62)...แล้วเราก็มีกัน
Cr.Net
หัวใจสลายที่ปลายฟ้า(62)...แล้วเราก็มีกัน
คุณหมอปราโมทย์มาเยี่ยมพี่หนอยในวันรุ่งขึ้น “ทุกอย่างเป็นไปเรียบร้อยดีครับ ไม่มีอะไรน่าห่วงแล้ว”
“อ้อ! ดวงเนตรคุณยายฝากมาบอกว่าถ้าหนูมีเวลาไปแวะหาคุณยายหน่อยแกคิดถึง”
“ค่ะ กราบขอบพระคุณคุณยายด้วยค่ะ”
“ช่วงบ่ายหรือเย็นถ้าพร้อมก็ย้ายกลับได้เลย” หมอปราโมทย์สรุปก่อนกลับออกไป
พี่พลใช้รถขนย้ายคนไข้กลับมาถึงบ่ายโมงตรง ลุงหมอโทรสั่งพิซซ่ามา แล้วทุกคนก็จัดการกับอาหารมื้อเที่ยงจนหมด ดวงเนตรเอาน้ำส้มคั้น
มาแจกทุกคน “ขอบคุณครับ นิคกี้น่ารักมาก ผมชักจะชอบนิคกี้มากกว่าแนทแล้วทำอย่างไรดี” ดอกเตอร์แฮรี่แกล้งแหย่หนอย เขายิ้มชอบใจ
“อาจารย์ต้องถามภรรยาด้วยนะครับ ผมว่าเขาถูกใจผมมากกว่า”
“เนตรน่ารัก อ่อนโยน แถมเอาใจเก่งได้เปรียบแกหลายขุม ใครเขาจะเอาแก” น้าวิวชวนทะเลาะ เพราะตั้งแต่หนอยหายไปยังหาคู่ชกแบบสูสี
ไม่ได้เลย
“ผมไม่ว่าอะไรหรอกเพราะแฟนผมเป็นอย่างนั้นจริงๆ แต่ข้อเสียของเนตรคือเล่นดนตรีไม่เป็น เป็นแต่เป่าปี่” ดวงเนตรหันมาเพี้ยะเบา ๆ ที่มือ
“โอ๊ย! เจ็บครับดูสิเนตรรังแกคนไม่สบาย” ลุงหมอและป้าสุรีย์ยิ้มมองสองคนอย่างเอ็นดู ส่วนดอกเตอร์แฮรี่หัวเราะชอบใจ ทั้งลุงหมอ ป้าสุรีย์
และดอกเตอร์แฮรี่มีหมายกำหนดการจะเดินทางกลับพรุ่งนี้เช้า
ป้าสุรีย์เอ่ยขึ้น “ส่วนสองคนนี้อยู่ที่นี่ก่อนไหม”
“อยู่ต่อนะครับแล้วค่อยเช่ารถเอวิสกลับ” หนอยอ้อนน้าวิว ส่วนพี่พลยิ้ม
“เอ! รถใครวิ่งเข้ามาน่ะ” น้าวิวพูดแล้วเพ่งดู แล้วสองสาวก็กระโดดโลดเต้นอย่างดีใจ
“พวกโดมิโนมากับสี่หนุ่มสงขลา”
“ดีเลยเรายังมีเวลาตั้งอาทิตย์หนึ่งกว่า จะเปิด summer” พี่พลกล่าวอย่างดีใจ
รถจอดสนิททุกคนไปรอรับหน้าบ้าน เด็ก ๆ ทักทายผู้ใหญ่เรียบร้อยแล้ว พี่น้อยเข้ามากอดดวงเนตร
“คิดถึงจังเลยจ้ะ” ดวงเนตรกอดพี่น้อยแน่นอย่างดีใจ พี่น้อยหันไปทางหนอย
“ส่วนหนอยขอพี่น้อยกอดนาน ๆ หน่อยนะคะ” ว่าแล้วแกก็กอดหนอยซะนานอย่างที่พูด อ้อมกอดพี่น้อยผู้อารีเหมือนดั่งพี่สาวของชายหนุ่ม
“พวกเราเป็นห่วงกันมากเลยค่ะ รวมกันสวดมนต์ทุกคืน จนห้องน้าวิวจะกลายเป็นศูนย์วิปัสสนาแล้วล่ะ”
“สวัสดีครับพี่ศิริ”
“สวัสดีจ้ะหนอย” พี่ศิริเกิดสะเทือนใจถึงกับน้ำตาไหล ที่เห็นหนอยในสภาพนี้ เธอเข้ามากอดทั้งเนตรและหนอย
“พี่ดีใจจ้ะ” เธอพูดแล้วปาดน้ำตาจนแห้ง หนุ่ม ๆ เข้าไปเชคแฮนด์กับพี่หนอย หมากเป็นตัวแทนน้องกอดพี่หนอยด้วยความดีใจเช่นกัน
“งั้นเหล็กเป็นตัวแทนพวกพี่กอดพี่เนตรดีไหม”
“ไม่ต้องเลยไอ้เหล็กหลี” ดวงเนตรงง! กับชื่อใหม่
“เหล็กเปลี่ยนชื่อใหม่ตั้งแต่เมื่อไรค่ะ” ทุกคนเฮแต่เหล็กหน้าเสียเพราะไม่ชอบชื่อใหม่
ผู้ใหญ่มองดูพวกแด็กหยอกล้อกันอย่างมีความสุข “เฮ่อ! เด็กยังต้องผ่านร้อนและหนาวอีกหลายหน ช่วงนี้แหละเป็นช่วงที่ดีที่สุดของชีวิต”
ลุงหมอเอ่ยขึ้น
“ไปขนของลงมากันดีกว่าครับ เอาไว้ห้องกลางยังว่างอยู่”
“พี่ ๆ เดี๋ยวให้น้อง ๆ เอาฟูกลงไปให้ที่เรือนดวงเนตรนะครับ” พี่พลเอ่ยขึ้น ของขึ้นไปเก็บเรียบร้อย น้าวิวมองหมากอย่างชื่นชม ทั้งสี่หนุ่มมี
น้ำใจดีและไม่เคยบ่ายเบี่ยงเลย
“ได้ทานอะไรมาบ้างหรือยังคะ” ดวงเนตรถามอย่างเป็นห่วง
“แวะมาตลอดอิ่มจนพุงพี่น้อยจะแตกแล้วค่ะ เอาไว้มื้อค่ำดีกว่านะคะ”
“ผมรู้แล้ว ทำบาร์บีคิว เล่นกีต้าร์สุดยอดเลย” เหล็กสรุปเองคนเดียว
พัดดักคอ “แกขออนุญาตเจ้าของบ้านเขารึยัง”
“พี่พัดรีแล็กซ์หน่อยสิครับช่วงนี้ปิดเทอมนะครับ บ้านพี่เขาก็เหมือนบ้านเรา บ้านเราก็เหมือนบ้านเรา” พูดแล้วก็หัวเราะชอบใจอยู่คนเดียว
“ถ้าอย่างนั้นเนตรทำบาร์บีคิวดีไหมคะคุณป้า”
“ดีจ้ะ บรรยากาศดีด้วย ถูกใจจริง ๆ นะคะคุณพี่”
“เอาสิ” คุณลุงเห็นด้วย แล้วหันไปถามดอกเตอร์
“สุดยอดแล้วครับได้อากาศสดชื่นด้วย”
“พี่พลว่าหนอยนอนพักนะ เดี๋ยวเสร็จแล้วค่อยตั้งวง” ดวงเนตรสบตาและพยักหน้า
เมื่อความเห็นเป็นเอกฉันท์ ดวงเนตรก็พาครอบครัวโดมิโนไปซื้อของที่ร้านมิสเตอร์ทอม พร้อมกับคืนกุญแจให้ลุงบราวด์ เขาคืนมัดจำมาให้
บอกว่า “เราอาศัยอยู่ในละแวกเดียวกันและผมก็รู้จักมาเรียดี มีโอกาสก็มาแวะทักทายนะครับ”
“ขอบคุณค่ะ” ทุกคนกล่าวลา
รถวิ่งมาจอดที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต ทุกคนลงจากรถหมดแล้วไปตามล็อคสินค้าที่ตัวเองชอบใจ ส่วนสี่สาวเดินซื้ออาหารและเครื่องปรุง “ได้ครบ
แล้วค่ะ”
“เดี๋ยวค่ะเอาโรเซ่กับไวน์แดงหน่อยไหมคะ” พี่น้อยแนะนำ
“ใช่ ๆ ฉลองให้ดอกเตอร์ประภาศรีหน่อย”
“ใครคะดอกเตอร์ประภาศรี” ดวงเนตรถามพี่น้อย
พี่น้อยยิ้มตาหยี “ก็คนนี้แหละ” พี่ศิริชี้ไปที่พี่น้อย
“ผมว่าเราใช้ชื่อเล่นจนชิน แทบลืมชื่อจริงเลยนะครับ” หมากโผล่มาจากไหนไม่รู้มาแจมด้วย ดวงเนตรให้พี่เลือกไวน์ส่วนเธอเข้าไปถามทอมว่า
มีส้มฟลอริด้าเหลือไหม
“มีนิคกี้เหลืออยู่ลังหนึ่งพอดี เขามาส่งแต่เช้า ที่เหลือนี่ลังสุดท้ายนิคกี้จะเอายกลังไหม”
“ค่ะ” ทุกคนอำลาเจ้าของร้านแล้วกลับถึงบ้าน
ต่างกุลีกุจอช่วยกันเอาของไปไว้หลังบ้าน พี่หนอยได้หลับสนิทสามสี่ชั่วโมง รู้สึกดีขึ้นมากแม้จะยังเจ็บแผลบ้าง เหล็กออกความเห็นว่าที่นี่น่า
อยู่ผู้คนอัธยาศัยดี “แกจะย้ายมาเรียนกับพี่เนตรไหมล่ะ” หมากพูดขึ้น
“ทางโน้นเขาจะได้เบาหูลง มันขยันพูดมากเลยยกเว้นตอนกิน นอน และใกล้สอบถึงค่อยยังชั่วหน่อย” พัดพูดต่อจากหมากทุกคนช่วยกันขน
ของไปที่หลังบ้าน
พี่หนอย...คนป่วยถูกกำหนดให้พักต่อ เขานอนอยู่บนเก้าอี้เอนหลังที่ยกมาทางหลังบ้าน
“ให้พี่หนอยช่วยไหมครับ”
“ไม่ต้องเลย แกนั่งเฉย ๆ เดี๋ยวสะเทือนสาง”
“อ้าว! ตกเครื่องลงมาเป็นสางเลยหรือครับ” ทุกคนหัวเราะกับคำถามเหล็ก
“ไอ้เหล็กนี่นะ บทมันจะโง่ก็โง่สุด ๆ ” เขาหน้างอเพราะรู้ว่าหลงกลเข้าแล้ว ส่วนหนอยก็ขำแต่หัวเราะไม่ได้
“เฮ่อ!”
ดวงเนตรหมักหมูเตรียมเครื่องบาร์บีคิวจะเสียบรวมกับเนื้อหมูเสร็จ พี่ ๆ และหนุ่มทั้งสี่คนก็ช่วยกันเสียบไม้ พี่พลไปเอาเตาย่างมา ดวงเนตร
หั่นส้มเป็นชิ้นยาวติดเปลือก แล้วเรียงใส่ถาดไว้อย่างดี
“เหนื่อยไหมครับ” หนอยเข้ามาถามแล้วเอาน้ำเต็มแก้วมายื่นให้ ดวงเนตรมองสบตา เขาเอากระดาษซับเหงื่อให้เธอ สายตาที่สบกันไม่พ้น
ความคิดถึงและความรักที่มีต่อกันอย่างมากมาย