หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
Pantip MALL
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
[CR] กว่า 45 กก. เปลี่ยนชีวิต แค่เดินข้ามสะพานลอยแล้วเหนื่อย!
กระทู้รีวิว
ลดความอ้วน
ออกกำลังกาย
ฟิตเนส
อาหารเพื่อสุขภาพ
โภชนาการ
กว่า 45 กก. เปลี่ยนชีวิต แค่เดินข้ามสะพานลอยแล้วเหนื่อย!
จริงๆเราอยากเขียนอะไรแบบนี้มานานแล้ว แต่เราก็ไม่ได้คิดจะจริงจังเขียนสักที
ไม่พูดพล่ำทำเพลงเลยแล้วกัน เราชื่อพลอย อายุ 25 ปี สูง 160 ซม. น้ำหนักตอนนี้ก็ 49-50 กก. โดยประมาณ อยากเล่าให้เป็นแรงบันดาลใจกับคนทุกคนที่กำลังพยายามลด และคนที่ยังไม่ได้ลด เราเชื่อว่าเราทำได้ทุกคนก็ต้องทำได้ เพราะเราเคยมีช่วงชีวิตที่หนัก 95 กก.มาแล้ว
พลอยเป็นเด็กอ้วนป้อมมาตั้งแต่เด็กตอนเด็กๆ เคยมั้ยคะ...อุดมสมบูรณ์มาตลอด ยายทำกับข้าวอร่อย รสมือแม่ที่เราต้องกินทุกวัน อ้วนสะสมมาตั้งแต่เด็ก ใครแซวก็ไม่รู้สึกอะไร ช่วงม.ปลายเป็นช่วงที่เริ่มอ้วนแบบจริงจังคือน้ำหนัก70กว่า จนขึ้นปี3 มหาลัยน้ำหนักขึ้นมาพีคสุดคือ 95 กิโลกรัม ก็เรียกว่าจ้ำม่ำ หน้ากลมเลยแหละ ก่อนหน้านี้คนรอบข้างมักจะแซวว่าอ้วนดำๆ บางคนก็เตือนว่าอ้วนแล้วนะลดได้แล้ว แม่ก็บ่นอยู่ทุกวันให้ลดน้ำหนัก โกรธก็โกรธ เจ็บก็เจ็บ แต่ก็ไม่ฟังใครทั้งนั้น!!!
วันนึงนั่งดูตัวเองที่หน้ากระจกคิดทบทวนว่านี่เราน้ำหนักจะ 100 กก. แล้วนะ เสื้อผ้าก็หาใส่ยาก ใส่ได้เเค่เสื้อยืดไซส์ผู้ชายตัวยักษ์ๆ กับกางเกงสแล็กเอวเกือบ 44 นิ้ว เดินขึ้นสะพานลอยก็เหนื่อย ทำอะไรนิดหน่อยก็เหนื่อย อยากมีชีวิตปกติเหมือนคนอื่นๆ อยากแต่งตัวสวยๆ และแน่นอนอ้วนแบบนี้แฟนเฟินไม่ต้องหวังว่าจะมี
จุดนี้ทำให้เราฮึดหันมาลดน้ำหนัก ควบคุมอาหารและออกกำลังกาย ภายในระยะเวลา 6 เดือน เราน้ำหนักลงมาอยู่ที่ 65 กก. เราดีใจมาก เอวลดลงมาเกือบ 10 นิ้ว เสื้อผ้าหาใส่ง่ายขึ้น แล้วพอน้ำหนักลงเราก็กลับมาใช้ชีวิตแบบเดิม กินแบบเดิม ไม่ได้ไปออกกำลังกาย น้ำหนักก็ขึ้นมาอยู่ที่ 72 กก.
ช่วงเริ่มกลับมาคิดทบทวนอีกครั้งว่าเราจะกลับมาอ้วนอีกแล้วนะ เราจะรอให้มันกลับมา 95 กก. อีกหรอ?
เริ่มต้นช่วงกลางปี 2559 ก็ถือว่าเป็นการคัมแบ็คน้ำหนักเริ่มต้นที่ 72 กก. กลับมาเอาจริงกับการลดน้ำหนักอีกครั้ง รอบนี้มีเป้าหมายที่จริงจังมากกว่าเดิม จริงๆเรามีนิสัยเสียอย่างนึงที่เป็นเด็กดื้อไม่ฟังใคร และอยากทำอะไรจะทำด้วยตัวเองไม่ชอบให้ใครมาบังคับ กลับมารอบนี้พลอยเริ่มจากเลือกกิน แรกๆคือทำอาหารแบบงูๆปลาๆซื้อบ้าง แล้วศึกษาการทำกับข้าวการเลือกวัตถุดิบบลาบลาบลา ลองผิดลองถูกมาเรื่อยๆ จะเรียกว่ากินคลีนก็ไม่เชิง เพราะปกติเราเป็นคนกินรสจัด เค็มจัด เรียกว่าติดรสชาติอะแหละ ก็ปรับตัวจากการลดความจัดของรสชาติลง เมื่อก่อนผักกินแค่บางอย่าง เป็นคนเรื่องมากเรื่องกินมากๆ เลยค่อยๆปรับตัว พอทำมันบ่อยๆสกิลการทำอาหารก็มีอัพเลเวลนิดหน่อย อยากกินสปาเก็ตตี้ น้ำพริกอ่อง หรือเมนูแปลกๆก็เปิด google ลอกเค้าเอา 555
พอทำกับข้าวกินเองสักพัก ก็มีการเริ่มคิดอยากจะออกกำลังกาย เลย walk in เข้าไปสมัครฟิตเนสอย่างทันท่วงที ไม่มีเซลล์โทรมาขายคอร์สแต่อย่างใด ช่วงแรกๆก็ทำอะไรเป็นเลยเข้าไปออกกำลังกายเเบบมึนๆงงๆ เข้าคลาสงูๆปลาๆ แปปๆก็เหนื่อยละ สควอซยังทำไม่เป็นเล้ยยยยย คิดดู้ววว!!! ก็พยาพยามไปทุกวันหลังเลิกงานให้ชิน พอเข้าไปสักพักเราก็เริ่มมีกลุ่มเพื่อนในฟิตเนสบ้าง ได้มีการพูดคุยกับเทรนเนอร์ในฟิตเนสบ้าง จากแต่ก่อนเข้าวันละคลาสก็เหนื่อย ก็เพิ่มเป็น 2 3 4 5 คลาส เริ่มคลั่งการออกกำลังกายขึ้นเรื่อยๆ จากที่ออกแค่ตอนเย็น ก็ผลันตัวมาออกกำลังกายตอนเช้าก่อนไปทำงานอี๊กกกก (เหตุผลคือการออกกำลังกายตอนเช้าเราจะได้ weight training แบบเต็มที่เพราะเป็นช่วงเวลาที่คนน้อย ทุกเครื่องเล่นเป็นของเรา) ในส่วนของตอนเย็นเราก็เบิร์นเองบ้าง เข้าคลาสจักรยาน ,bodypump ,core abs ,functional training สลับๆกันไป เรื่องอาหารการกินก็เป็นบ้าหอบฟางเเบกกล่องข้าววันละ 2 กล่องไปทำงาน กินมื้อเช้าที่ฟิตเนส มื้อเที่ยงที่ออฟฟิต ตอนเย็นมาออกกำลังกาย ออกกำลังกานเสร็จก็มาจ่ายตลาดซื้อของที่ supermarket ทำจนเป็นชีวิตประจำวัน
น้ำหนักเราก็ลงมาๆเรื่อยๆ จนมาถึงขั้นน้ำหนักน้อยที่สุดในชีวิต คือ 48.8 กก. รอบเอวเหลือ 25 นิ้ว พอมาถึงวันนี้เรารู้สึกมันเป็นวันของเรา จริงๆการเริ่มเปลี่ยนแปลงของเรามันมีโมเม้นต์ต่างๆเยอะแยะมากมายจากไม่เคยแต่งหน้า ก็มีพี่สอนแต่งหน้า จากแต่งตัวน้อยๆเสื้อยืด กางเกงสแล็ก ทุกวันนี้เราความสุขกับการแต่งตัว อยากใส่อะไรก็ใส่ มีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น เมื่อก่อนเป็นคนกลัวกล้องแอบกล้องอยู่หลังเพื่อนบ้าง ทุกวันนี้ก็เรียกว่าบ้ากล้องก็ได้ แต่เราเชื่อว่าการถ่ายรูปเก็บไว้มันก็เป้นไดอารี่ที่ดีในการเก็บเรื่องราวในชีวิตเหมือนกัน เวลาย้อนกลับไปดูว่าเราเคยผ่านอะไรมาบ้าง เราว่ามันก็ดีนะ
เราเชื่อว่าคนทุกคนทำแบบเราได้ ทุกคนผอมได้ หลายคนถามพลอยว่า พลอยทำยังไงพลอยลดยังไง ออกกำลังกายยังไง กินอะไรบ้าง (ปล.มีอย่างนึงนะหลายคนถามว่ากินยารึป่าว โกรธเหมือนกันเวลามีคนถาม555 แฮร่ๆ) จริงๆการลดน้ำหนักมันไม่ได้มีสูตรลดอะไรทั้งนั้นแหละ มั่นแค่คำว่า “ควบคุมอาหารและออกกำลังกาย” แค่นั้นจริงๆนะ เราว่าทุกคนก็ทำได้ถ้าใจแข็ง และมีวินัยในตัวเองมากพอ รักตัวเองให้มากๆนะ ขอให้ทุกคนหุ่นดี มีสุขภาพที่แข็งแรงนะครัช
จากเด็กอ้วนๆดำๆน้ำหนัก 95 กก.
ชื่อสินค้า:
ลดน้ำหนัก
คะแนน:
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้
- จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
- ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
แสดงความคิดเห็น
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
จำนวนแคลอรี่ที่บอกในแอพ เชื่อได้มั้ยคะ
น้ำหนักประมาณ 95 ออกกำลังกายโดยใช้วิธีเดินค่ะ เดินไปเดินมาตอนเย็น คือเดินออกจากที่พักขึ้นสะพานลอยไปเดินอีกฝั่ง แล้วก็เดินกลับข้ามสะพานลอยกลับที่พัก วันนึงรวมระยะทางประมาณ 3 กิโล ระยะทางในแอพก็ไม่เพี้
สมาชิกหมายเลข 705777
ทุกวันนี้การลดน้ำหนักต้องนับแคลและคุมโปรตีนจริง ๆ เหรอคะ?
ช่วงนี้เห็นคอนเทนต์ลดน้ำหนักเยอะมาก ทั้งนับแคล กินโปรตีน คุมอาหาร ยาลดน้ำหนัก อาหารเสริมต่าง ๆ แต่เอาจริง ๆ ถ้าเป็นตัวเรา คงไม่มานั่งนับแคลทุกมื้อ หรือคำนวณโปรตีนทุกวันหรอกค่ะ แล้วก็คงไม่กินอาหารเสริ
Kazuto
ออกกำลังกายแล้วเจ็บข้อพับ
เราสูง 158 น้ำหนัก 70 ถือว่าน้ำหนักเลยไปมากๆ ช่วงนี้ก็เลยลดน้ำหนัก โดยไปวิ่งบ้าง ฟิตเนสบ้าง เวลาไปฟิตเนสก็ไปปั่นจักรยาน แล้วก็เล่นเครื่องอีลิป แต่ว่าหลังจากเล่นแล้ว เมื่อยล้าข้ามวัน นอนก็ไม่หาย แล้วก็
ร่มแห่งความหวัง
สอบถามเรื่องน้ำหนักเพิ่มหลังออกกำลังกายคะ
ต้องขอโทษด้วยนะคะ ถ้บางท่านรู้สึกว่าลักษณะคำถามมันจะซ้ำๆกัน เพราะศึกษาหลายๆคำตอบ แต่ก็อดสงสัยไม่ได้สักที - เมื่อก่อนหน้าที่จะออกกำลังกาย น้ำหนักไม่เคยเกิน 50 เลยคะ ถ้าเเตะ 50 เมื่อไหร่จะรู้สึกถึงการใส
นู๋ใหม่น๊ะ
น่องใหญ่ทำไงดีคับ
เป็นคนตัวใหญ่ครับเมื่อก่อนน้ำหนัก 95. เคยปั่นจักยานวิ่ง ออกกำลังกาย ตอนนี้น้ำหนัก 70. แต่น่องยังใหญ่เหมือนเดิมทำไงดีคับ แต่พุงไม่มีแล้ว เห้นซิคแพคลางๆ
สมาชิกหมายเลข 3542086
มาออกกำลังกายสวนลุมตอนเช้า ๆ กินอะไรต่อดี
มาออกกำลังกายสวนลุมตอนเช้า ๆ กินอะไรต่อดี ใครมาออกกำลังกายตอนเช้า หาอะไรกินต่อที่เดินไปได้ นอกจากศูนย์อาหารในสวนลุม อย่างแรกต้องเติมความสดชื่นด้วยน้ำฝรั่งแบบไม่เติมน้ำตาล อร่อยที่สุดที่เคยลองน้ำฝ
Hungry with Pungy
6 อาการเตือนมะเร็งลำไส้ ที่ไม่ควรมองข้าม
มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง เป็นภัยเงียบอันดับต้นๆ ที่คร่าชีวิตคนไทยสูงถึง วันละ 14-15 ราย (หรือประมาณ 5,400 รายต่อปี) และมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 44 คนต่อวัน ปัจจุบันพบมากเป็นอันดับ 1 ในเพศชาย และอ
Lady_Simplicity
หนึ่งวันต่อมาหลังจากไปกินบุฟเฟต์
เมื่อวานฟนูไปกินบุฟเฟต์มาค่ะแล้งหนูกินเยอะมากๆเลยกินจนยัดเขาไปไม่ได้อีก(แต่กินแค่มื้อเดียวเพราะกินไม่ไหวอีก) หนูน้าหนัก45 สูง160 ค่อนข้างอ้วน MBR=1200มั้งไม่ค่อนสนใจคิดค่าพวกนี้เท่าไหร่ วันต่อมา(วัน
สมาชิกหมายเลข 9333662
ช่วยด้วย ลดน้ำหนัก แต่น้ำหนักดันขึ้น!!
คือแรกเริ่มเดิมทีเราเคยหนักน้อยสุด 57 ค่ะ แล้วก็เพิ่มขึ้นมาเป็น 62 ซึ่งถือว่าเริ่มอวบๆ บวมๆมากแล้ว เพราะเราสูง165 แล้วเป็นคนที่กระดูกใหญ่ด้วย พอน้ำหนักขึ้น ก็เริ่มบวมขึ้นๆ เลยคิดจะลดน้ำหนัก ลดมาได้ 1
สมาชิกหมายเลข 5187897
คุณต้องทานอาหาร ปริมาณเท่ากันทุกวัน หรือ ไม่
คนเรา ต้องกินข้าว สามมื้อ เหมือนกันทุกวันไหม ถ้ามีวันที่เราออกกำลังกาย หรือ ไปข้างนอก ใช้พลังงานเยอะ จะกินมากขึ้น หรือวันที่ นั่งๆ นอนๆ จะทานน้อยลงกันไหมครับ หลังๆ ได้นั่งเยอะกว่าก่อน สมัยก่อน ไม่ค
สมาชิกหมายเลข 9226800
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
ลดความอ้วน
ออกกำลังกาย
ฟิตเนส
อาหารเพื่อสุขภาพ
โภชนาการ
บนสุด
ล่างสุด
อ่านเฉพาะข้อความเจ้าของกระทู้
หน้า:
หน้า
จาก
แชร์ : 43.7 พัน
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
[CR] กว่า 45 กก. เปลี่ยนชีวิต แค่เดินข้ามสะพานลอยแล้วเหนื่อย!
จริงๆเราอยากเขียนอะไรแบบนี้มานานแล้ว แต่เราก็ไม่ได้คิดจะจริงจังเขียนสักที
ไม่พูดพล่ำทำเพลงเลยแล้วกัน เราชื่อพลอย อายุ 25 ปี สูง 160 ซม. น้ำหนักตอนนี้ก็ 49-50 กก. โดยประมาณ อยากเล่าให้เป็นแรงบันดาลใจกับคนทุกคนที่กำลังพยายามลด และคนที่ยังไม่ได้ลด เราเชื่อว่าเราทำได้ทุกคนก็ต้องทำได้ เพราะเราเคยมีช่วงชีวิตที่หนัก 95 กก.มาแล้ว
วันนึงนั่งดูตัวเองที่หน้ากระจกคิดทบทวนว่านี่เราน้ำหนักจะ 100 กก. แล้วนะ เสื้อผ้าก็หาใส่ยาก ใส่ได้เเค่เสื้อยืดไซส์ผู้ชายตัวยักษ์ๆ กับกางเกงสแล็กเอวเกือบ 44 นิ้ว เดินขึ้นสะพานลอยก็เหนื่อย ทำอะไรนิดหน่อยก็เหนื่อย อยากมีชีวิตปกติเหมือนคนอื่นๆ อยากแต่งตัวสวยๆ และแน่นอนอ้วนแบบนี้แฟนเฟินไม่ต้องหวังว่าจะมี
จุดนี้ทำให้เราฮึดหันมาลดน้ำหนัก ควบคุมอาหารและออกกำลังกาย ภายในระยะเวลา 6 เดือน เราน้ำหนักลงมาอยู่ที่ 65 กก. เราดีใจมาก เอวลดลงมาเกือบ 10 นิ้ว เสื้อผ้าหาใส่ง่ายขึ้น แล้วพอน้ำหนักลงเราก็กลับมาใช้ชีวิตแบบเดิม กินแบบเดิม ไม่ได้ไปออกกำลังกาย น้ำหนักก็ขึ้นมาอยู่ที่ 72 กก.
ช่วงเริ่มกลับมาคิดทบทวนอีกครั้งว่าเราจะกลับมาอ้วนอีกแล้วนะ เราจะรอให้มันกลับมา 95 กก. อีกหรอ?
เริ่มต้นช่วงกลางปี 2559 ก็ถือว่าเป็นการคัมแบ็คน้ำหนักเริ่มต้นที่ 72 กก. กลับมาเอาจริงกับการลดน้ำหนักอีกครั้ง รอบนี้มีเป้าหมายที่จริงจังมากกว่าเดิม จริงๆเรามีนิสัยเสียอย่างนึงที่เป็นเด็กดื้อไม่ฟังใคร และอยากทำอะไรจะทำด้วยตัวเองไม่ชอบให้ใครมาบังคับ กลับมารอบนี้พลอยเริ่มจากเลือกกิน แรกๆคือทำอาหารแบบงูๆปลาๆซื้อบ้าง แล้วศึกษาการทำกับข้าวการเลือกวัตถุดิบบลาบลาบลา ลองผิดลองถูกมาเรื่อยๆ จะเรียกว่ากินคลีนก็ไม่เชิง เพราะปกติเราเป็นคนกินรสจัด เค็มจัด เรียกว่าติดรสชาติอะแหละ ก็ปรับตัวจากการลดความจัดของรสชาติลง เมื่อก่อนผักกินแค่บางอย่าง เป็นคนเรื่องมากเรื่องกินมากๆ เลยค่อยๆปรับตัว พอทำมันบ่อยๆสกิลการทำอาหารก็มีอัพเลเวลนิดหน่อย อยากกินสปาเก็ตตี้ น้ำพริกอ่อง หรือเมนูแปลกๆก็เปิด google ลอกเค้าเอา 555
พอทำกับข้าวกินเองสักพัก ก็มีการเริ่มคิดอยากจะออกกำลังกาย เลย walk in เข้าไปสมัครฟิตเนสอย่างทันท่วงที ไม่มีเซลล์โทรมาขายคอร์สแต่อย่างใด ช่วงแรกๆก็ทำอะไรเป็นเลยเข้าไปออกกำลังกายเเบบมึนๆงงๆ เข้าคลาสงูๆปลาๆ แปปๆก็เหนื่อยละ สควอซยังทำไม่เป็นเล้ยยยยย คิดดู้ววว!!! ก็พยาพยามไปทุกวันหลังเลิกงานให้ชิน พอเข้าไปสักพักเราก็เริ่มมีกลุ่มเพื่อนในฟิตเนสบ้าง ได้มีการพูดคุยกับเทรนเนอร์ในฟิตเนสบ้าง จากแต่ก่อนเข้าวันละคลาสก็เหนื่อย ก็เพิ่มเป็น 2 3 4 5 คลาส เริ่มคลั่งการออกกำลังกายขึ้นเรื่อยๆ จากที่ออกแค่ตอนเย็น ก็ผลันตัวมาออกกำลังกายตอนเช้าก่อนไปทำงานอี๊กกกก (เหตุผลคือการออกกำลังกายตอนเช้าเราจะได้ weight training แบบเต็มที่เพราะเป็นช่วงเวลาที่คนน้อย ทุกเครื่องเล่นเป็นของเรา) ในส่วนของตอนเย็นเราก็เบิร์นเองบ้าง เข้าคลาสจักรยาน ,bodypump ,core abs ,functional training สลับๆกันไป เรื่องอาหารการกินก็เป็นบ้าหอบฟางเเบกกล่องข้าววันละ 2 กล่องไปทำงาน กินมื้อเช้าที่ฟิตเนส มื้อเที่ยงที่ออฟฟิต ตอนเย็นมาออกกำลังกาย ออกกำลังกานเสร็จก็มาจ่ายตลาดซื้อของที่ supermarket ทำจนเป็นชีวิตประจำวัน
น้ำหนักเราก็ลงมาๆเรื่อยๆ จนมาถึงขั้นน้ำหนักน้อยที่สุดในชีวิต คือ 48.8 กก. รอบเอวเหลือ 25 นิ้ว พอมาถึงวันนี้เรารู้สึกมันเป็นวันของเรา จริงๆการเริ่มเปลี่ยนแปลงของเรามันมีโมเม้นต์ต่างๆเยอะแยะมากมายจากไม่เคยแต่งหน้า ก็มีพี่สอนแต่งหน้า จากแต่งตัวน้อยๆเสื้อยืด กางเกงสแล็ก ทุกวันนี้เราความสุขกับการแต่งตัว อยากใส่อะไรก็ใส่ มีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น เมื่อก่อนเป็นคนกลัวกล้องแอบกล้องอยู่หลังเพื่อนบ้าง ทุกวันนี้ก็เรียกว่าบ้ากล้องก็ได้ แต่เราเชื่อว่าการถ่ายรูปเก็บไว้มันก็เป้นไดอารี่ที่ดีในการเก็บเรื่องราวในชีวิตเหมือนกัน เวลาย้อนกลับไปดูว่าเราเคยผ่านอะไรมาบ้าง เราว่ามันก็ดีนะ
เราเชื่อว่าคนทุกคนทำแบบเราได้ ทุกคนผอมได้ หลายคนถามพลอยว่า พลอยทำยังไงพลอยลดยังไง ออกกำลังกายยังไง กินอะไรบ้าง (ปล.มีอย่างนึงนะหลายคนถามว่ากินยารึป่าว โกรธเหมือนกันเวลามีคนถาม555 แฮร่ๆ) จริงๆการลดน้ำหนักมันไม่ได้มีสูตรลดอะไรทั้งนั้นแหละ มั่นแค่คำว่า “ควบคุมอาหารและออกกำลังกาย” แค่นั้นจริงๆนะ เราว่าทุกคนก็ทำได้ถ้าใจแข็ง และมีวินัยในตัวเองมากพอ รักตัวเองให้มากๆนะ ขอให้ทุกคนหุ่นดี มีสุขภาพที่แข็งแรงนะครัช
จากเด็กอ้วนๆดำๆน้ำหนัก 95 กก.
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้