มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง เป็นภัยเงียบอันดับต้นๆ ที่คร่าชีวิตคนไทยสูงถึง วันละ 14-15 ราย (หรือประมาณ 5,400 รายต่อปี) และมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 44 คนต่อวัน ปัจจุบันพบมากเป็นอันดับ 1 ในเพศชาย และอันดับ 3 ในเพศหญิง
มาดูอาการเตือน📌
1. ถ่ายเป็นเลือด / ถ่ายมีเลือดปน หรือตรวจพบจาก FIT Test ผลผิดปกติ
อุจจาระมีเลือดปน สีแดงสดหรือคล้ำ เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุดของมะเร็งลำไส้ แม้จะเกิดจากริดสีดวงทวารก็จริง แต่หากเป็นซ้ำ ๆ ควรตรวจส่องกล้องลำไส้
2. ระบบขับถ่ายเปลี่ยนแปลงอย่างผิดปกติ
เช่น ท้องผูกเรื้อรัง สลับกับท้องเสียบ่อย ๆ, อุจจาระมีขนาดเล็กลง หรือรู้สึกถ่ายไม่สุด อาการเหล่านี้อาจเกิดจากก้อนมะเร็งขัดขวางทางเดินของอุจจาระ
3. ปวดท้องเรื้อรัง
ปวดท้องโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยเฉพาะบริเวณท้องน้อยด้านซ้ายหรือกลางท้อง ควรพบแพทย์หากเป็นต่อเนื่องหลายวันหรือร่วมกับอาการอื่น
4. ท้องอืด ท้องเฟ้อ อาเจียนบ่อย
หากคุณ ท้องอืดทุกวัน แม้ไม่ได้กินมาก หรือมีอาการอาเจียนบ่อย ๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ อาจบ่งบอกว่ามีความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร
5. น้ำหนักลดอย่างผิดปกติ
หากน้ำหนักลดลงต่อเนื่อง โดยไม่ได้ควบคุมอาหารหรือออกกำลังกาย นี่อาจเป็นสัญญาณของการที่ร่างกายกำลังเผชิญโรคเรื้อรังหรือมะเร็ง
6. เหนื่อยง่าย ซีด หน้ามืด เป็นลมหากมีอาการ
อ่อนเพลียเรื้อรัง หายใจไม่อิ่ม เวียนหัว ศีรษะอาจเป็นภาวะโลหิตจางจากการเสียเลือดเรื้อรังในลำไส้ อาจสัมพันธ์กับโรคทางเดินอาหาร
ตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ แม้ไม่มีอาการ แต่ ผู้ที่อายุ 45 ปีขึ้นไป หรือมีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็ง ควรเริ่มตรวจคัดกรอง เช่น
ตรวจอุจจาระหาเลือด (FIT Test)
ตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy)
มะเร็งลำไส้พบได้บ่อย และรักษาหายได้ในระยะเริ่มต้น
หากมีอาการเช่น ถ่ายเป็นเลือด ปวดท้อง ท้องอืด น้ำหนักลดผิดปกติ ระบบขับถ่ายเปลี่ยนแปลง หรือFIT Test positive ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุทันที
CR รพ.กรุงเทพพัทยา
🔗
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ https://www.bangkokhospital.com/th/pattaya/content/6-notable-symptoms-of-colon-cancer-bph
6 อาการเตือนมะเร็งลำไส้ ที่ไม่ควรมองข้าม
มาดูอาการเตือน📌
1. ถ่ายเป็นเลือด / ถ่ายมีเลือดปน หรือตรวจพบจาก FIT Test ผลผิดปกติ
อุจจาระมีเลือดปน สีแดงสดหรือคล้ำ เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุดของมะเร็งลำไส้ แม้จะเกิดจากริดสีดวงทวารก็จริง แต่หากเป็นซ้ำ ๆ ควรตรวจส่องกล้องลำไส้
2. ระบบขับถ่ายเปลี่ยนแปลงอย่างผิดปกติ
เช่น ท้องผูกเรื้อรัง สลับกับท้องเสียบ่อย ๆ, อุจจาระมีขนาดเล็กลง หรือรู้สึกถ่ายไม่สุด อาการเหล่านี้อาจเกิดจากก้อนมะเร็งขัดขวางทางเดินของอุจจาระ
3. ปวดท้องเรื้อรัง
ปวดท้องโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยเฉพาะบริเวณท้องน้อยด้านซ้ายหรือกลางท้อง ควรพบแพทย์หากเป็นต่อเนื่องหลายวันหรือร่วมกับอาการอื่น
4. ท้องอืด ท้องเฟ้อ อาเจียนบ่อย
หากคุณ ท้องอืดทุกวัน แม้ไม่ได้กินมาก หรือมีอาการอาเจียนบ่อย ๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ อาจบ่งบอกว่ามีความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร
5. น้ำหนักลดอย่างผิดปกติ
หากน้ำหนักลดลงต่อเนื่อง โดยไม่ได้ควบคุมอาหารหรือออกกำลังกาย นี่อาจเป็นสัญญาณของการที่ร่างกายกำลังเผชิญโรคเรื้อรังหรือมะเร็ง
6. เหนื่อยง่าย ซีด หน้ามืด เป็นลมหากมีอาการ
อ่อนเพลียเรื้อรัง หายใจไม่อิ่ม เวียนหัว ศีรษะอาจเป็นภาวะโลหิตจางจากการเสียเลือดเรื้อรังในลำไส้ อาจสัมพันธ์กับโรคทางเดินอาหาร
ตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ แม้ไม่มีอาการ แต่ ผู้ที่อายุ 45 ปีขึ้นไป หรือมีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็ง ควรเริ่มตรวจคัดกรอง เช่น
ตรวจอุจจาระหาเลือด (FIT Test)
ตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy)
มะเร็งลำไส้พบได้บ่อย และรักษาหายได้ในระยะเริ่มต้น
หากมีอาการเช่น ถ่ายเป็นเลือด ปวดท้อง ท้องอืด น้ำหนักลดผิดปกติ ระบบขับถ่ายเปลี่ยนแปลง หรือFIT Test positive ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุทันที
CR รพ.กรุงเทพพัทยา
🔗
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้