เงื่อนรักกามเทพ Cupid Knot (32) ตามสืบ

กระทู้คำถาม

Cr.Youtube

เงื่อนรักกามเทพ...Cupid Knot (32) ตามสืบ
 
          กลับไปถึงคอนโดฯ ...อาบน้ำ ตะวันคล้อยต่ำใกล้จะมืดแล้ว แต่วรชิตยังนั่งนอกระเบียงสายตาเหม่อไปไกลลิบเห็นผืนฟ้าที่เปลี่ยนไปในแต่ละ
ชั่วโมงจนฟ้าหลัวตะวันลับเส้นขอบฟ้า เอาเถอะ...เขาต้องรีบบอกให้ปาลิดารู้แม้สุดท้ายจะไม่เกี่ยวกับเธอเลย แต่หากพูดถึงความปลอดภัย
หรืออันตรายที่อาจเกิดได้กับเธอ เธอมีสิทธิที่จะรู้และระวังตัวเองเช่นกัน
 
          ผู้รับโทรศัพท์แทนปาลิดาคือพันโทเรืองไกร...“ครับคุณวรชิต ผมเพิ่งมาถึง อยากคุยกับคุณอยู่พอดี รอให้น้องสาวอาบน้ำเสร็จ ผมเองจะออกไปพบ
คุณที่ห้อง”
          สองคนที่นั่งเผชิญหน้ากันหลังจากทักทายสั้น ๆ พี่ชายก็เข้าประเด็นทันที “ผมว่าคุณค่อนข้างจะหายเป็นปกติแล้วนะครับ”
          “ครับ”
          “แล้วยังไงล่ะทีนี้” คำถามเกิดขึ้นทันที ความหมายมีอย่างเดียว
          “ผมไม่ใช่เด็กหนุ่มแล้ว ความรักของผมที่มีให้ปาลิดาคือความสุขที่ได้อยู่ด้วยกัน ใช้เวลาด้วยกันและ ห่วงใยกัน ผมอยากเป็นที่พึ่งเป็นคนดูแลเธอ
ให้ดีที่สุด เมื่อสัปดาห์ก่อนเธอไปสิงคโปร์ผมไม่ทราบ เวลานั้นมันเคว้งคว้างมาก ในใจคอยหวนคิดถึงแต่ปาลิดา นั้นแหละครับความรู้สึกของผม”
          “ปาลิดายังบ่ายเบี่ยงไม่ยอมตอบคำถาม  ผมดูเธอไม่ผิด น้องสาวผมก็คงรู้สึกคล้ายคุณนั่นแหละ” “ครับ” ประกายตาเป็นประกายบอกถึงความสุขใจ
เมื่อได้รู้ว่า สาวที่ตนรักก็มีใจเช่นกัน แววตานั้นไม่อาจพ้นสายตาพันโทเรืองไกรได้
          “ผมไม่มีปัญหา คุณสองคนโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ผมไม่ต้องแนะนำ คุณฉลาดขนาดนี้คงรู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป เรื่องนี้ถ้าใจตรงกันก็ไม่ต้องรีบร้อน
เพราะเพิ่งเป็นข่าวอยู่เมื่อวาน รอได้ใช่ไหม...ผมว่าควรรอให้เรื่องมันเงียบไปเอง”
 
          ปาลิดาเข้ามาสมทบด้วยข้าวผัดปู และต้มยำทะเล “พี่ไกรนั่งดูฟุตบอลไปก่อนนะคะ เดี๋ยวเราสองคนจัดโต๊ะเรียบร้อยแล้วค่อยเริ่ม นี่ได้เวลาพอดี
โชคดีที่พี่ชายสุดเลิฟซื้อข้าวผัดปูกับต้มยำทะเลร้านดังของสัตหีบมาฝากค่ะ”
          “เชิญครับ”
          “เรื่องข่าวของปากับคุณวรชิตมีบุคคลนิรนามส่งมาพร้อมภาพถ่าย ทางหัวหน้าปาไปพบบรรณาธิการคุยกันแล้วว่าหากไม่ต้องการให้เกิดเรื่องยุ่ง
ยากถึงกับต้องใช้ทนาย ก็ขอร้องอย่าขุดคุ้ยเรื่องของคนในอาชีพเดียวกันจะดีที่สุด ทางโน้นก็รับปากมาว่าจบเพียงเท่านี้ค่ะ เขาให้ชื่อผู้ส่งภาพและข้อ
ความมาให้ ปาดูแล้วไม่รู้จัก คุณวรชิตรู้จักไหมคะ...เธอชื่อวิมลมาศ”
          “ครับ...เธอเป็นเพื่อนในก๊วนยาเสพติดของพันวา”
          “ผมดูคุณออกนะ สายตาที่มองน้องผมคุณห่วงใยมาก...มีอะไรที่ควรให้เรารู้มากกว่านี้อีกไหม” พันโทเรืองไกรดักคอ ปาลิดาหน้าแดง พี่ชายตี
เข้าแสกหน้าด้วยคำถามตรง ๆ แบบผู้ชายกับผู้ชาย...และนั้นคือความจริงที่ปาลิดาเห็นเองหลายครั้งในสายตาที่มองมาอย่างห่วงใยจากหนุ่มคนนี้
            “เกือบสองสัปดาห์แล้วที่ผมสังเกตมาตลอดว่ามีคนคอยตามผมกับวิสัย ผมได้ให้นักสืบผู้เป็นญาติผมตามสืบดู เรื่องทั้งหมดยังไม่กระจ่างนัก
ต้นเรื่องอยู่ที่วิมลมาศหรือเก๋ เขาเริ่มสร้างปัญหาในช่วงใกล้เปิดพินัยกรรมเจ้าสัวซึ่งเจ้าสัวกำหนดวันเปิดพินัยกรรมเมื่อครบรอบร้อยวันของการตาย
พันวา เราต้องรอคุณประสพสืบหาข้อมูลเพิ่มว่าเก๋จะทำอะไร เป้าหมายคือใคร พรุ่งนี้น่าจะรู้อะไรมากขึ้นครับ”
         
          “นังก้อยมีเงินสักพันไหม เอามายืมหน่อยสิ” ก้อยทำท่าเบื่อหน่าย ตั้งแต่คบหากับเก๋มา ดูเหมือนโดนทากดูดกินเลือด แรก ๆ เก๋มีเงินส่งให้ก้อย
ใช้วันละพันสองพันบาท ก้อยก็พอทนกับก๊วนขี้ยาที่ชอบมาสุ่มหัวที่บ้าน เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ก็จบไปเป็นครั้งคราว
         
          ก้อยมาเสียท่าให้เก๋เมื่อครั้งก่อนที่เธอโดนผู้ชายทิ้ง ไม่กล้าบอกทางบ้านเพราะแม่เธอเตือนตั้งแต่คบกันแล้วว่าผู้ชายเป็นคนไม่เอาไหน และจะ
พากันอดตาย สุดท้ายก็จริงดั่งที่แม่มองออก เขาหาเรื่องทะเลาะ รีดไถ่เงิน และตีจากไป ทั้งแค้นทั้งทุกข์ใจ ทางออกของก้อยจึงเริ่มกินเหล้า เมา ๆ
ซะจะได้ลืมความเจ็บปวดก้อยเริ่มกินเหล้าจนมาวันหนึ่งเจอเข้ากับเก๋...เธอเข้ามาพูดจาดี แม้กลิ่นตัวเธอจะฉุนเพราะไม่ใส่ใจตัวเองเลย ใบหน้ามีเค้า
โครงสวยตอนนี้ผอมแห้ง แต่ทีท่าปลอบใจและคำหวาน อ้อมแขนอุ่น ๆ ก้อยคิดว่ายังโชคดีที่มีเพื่อนเข้าใจในหัวอกเธอ โลกของก้อยแคบเกินไป คง
เป็นเวรกรรมตามมาแต่ชาติปางก่อน ก้อยจึงถลำเข้ามาเกี่ยวข้องกับเก๋นับจากนั้นมา ก้อยนั่งนึกถึงคืนแรกแล้วสะอิดอะเอียน มันเป็นวันแรกที่เธอเมา
จนไม่รู้เรื่อง เธอมารู้สึกตัวอีกทีเสื้อผ้าหลุดลุ่ย นอนเกลือกกลิ้งอยู่กับเก๋
          “เก๋นี่ทำอะไรกันนี่” ก้อยเริ่มโวยวาย
          “อ้าว! เห็นทุกข์ใจนักก็เลยเข้ามาปลอบประโลม เมื่อคืนเธอเองก็มีความสุขดีนักนี่”
          “บ้า ๆ ออกไปจากบ้านฉันและอย่ากลับมาให้เห็นอีกเลยนะ ไปไป๊! ” เสียงตวาดลั่น บ้านเช่าแถวนั้นอยู่ติด ๆ กันหลังคาชนหลังคา
          “จะกัดกันแต่เช้าไปกัดกันที่อื่น บ้านอื่นเขาจะนอน ไม่รู้จักเกรงใจเล้ย” บ้านเช่าติดกันตะโกนมา

          จากวันนั้นถึงวันนี้เกือบสองเดือนแล้ว ก้อยแม้จะเป็นสาวบ้านนอกใจแตก มีสามีตั้งแต่ยังไม่จบมัธยมปลาย แต่เทียบกับชีวิตเก๋ มันเหลวแหลกยิ่ง
เสียกว่า แถมไล่อย่างไรก็ไม่ไปอีกต่างหาก ก้อยท้อใจ...อีกกี่ขุมนรกนะที่เธอต้องจมจ่อมอยู่กับมัน หรือจะหนีกลับบ้านไปหาแม่แล้วยอมรับผิด อย่างไร
ซะแม่ก็คงไม่ไล่ตะเพิด...
 
          วันหนึ่งก้อยกลับบ้านไวกว่าปกติ เธอได้ยินเสียงคุยกันเบา ๆ “เรื่องนี้เก็บเป็นความลับนะ แม้แต่นังก้อยก็ห้ามบอก” ก้อยหูผึ่ง เรื่องราวเป็นแผน
การเข้าไปป่วนในครอบครัวพันวา ก้อยรู้จักพันวาผ่านการบอกเล่าของเก๋ “ก็เคยร่วมเรียงกันอยู่พักหนึ่งเท่านั้น” หลังจากเล่าที่มาที่ไปของ
พันวาและจบด้วยประโยคท้ายที่ดูเหมือนไร้ไมตรีเพราะพันวาตายไปแล้ว แล้วที่จับกลุ่มกันนี้จะไปก่อเรื่องอะไรอีกนะ ก้อยยืนเงียบเอียงหูฟังอยู่จนจบ
แล้วรีบออกเดินเข้าตลาดนัดในละแวกบ้าน

          ก้อยใจไม่ดีที่รู้เรื่องนี้ แค่เธอทำตัวแย่ ๆ และคิดว่าตัวเองเป็นคนไม่รู้จักคิด แต่นี่เรียกว่าสิ้นคิด จะทำอะไรไม่กลัวตะรางกันบ้างเลย คิดถึงตรงนี้
ก้อยก็คิดได้ว่าหากเธอหนีกลับบ้านไปซะน่าจะปลอดภัยกว่า ส่วนคนพวกนี้ อะไรที่ทำแก่กันแล้วก็อโหสิกรรมเถอะ ก้อยสั่งก๋วยเตี๋ยวมานั่งกิน เธอคง
ไม่กลับเข้าบ้านไปเวลานี้แน่รอให้พวกเลว ๆ ทั้งกลุ่มแยกย้ายกลับไปหมดแล้วกะว่าจะเก็บของกลับไปหาแม่

          “ขอโทษน้อง เก้าอี้นี้ว่างไหม” ชายผมยาว ดูเซอ ๆ แต่เสื้อผ้าสะอาด หน้าตาอายุคงสามสิบกว่า เขายิ้มให้ก้อยสายตาอบอุ่น
          “ว่างจ้ะ”
          “น้องเป็นคนแถวนี้เหรอครับ”
          “อือ! ” ก้อยขยาดนักกับคนแปลกหน้าเจอมาท่าดีทีเหลว นิสัยล้วนเลวไม่ต่างกัน
          “ผมมาตามหาคนนี้ น้องเคยเห็นไหม” ประสพแสร้งส่งรูปเก๋ให้ดู ก้อยเบิกตาครู่เดียวแล้วทำสีหน้าเรียบ
          “ไม่แน่ใจ เช้าหนูไปทำงาน เลิกงานก็กลับ ไม่ค่อยพบใครเท่าไรจ้ะ...คนหายเหรอจ๊ะ”
          “นายผมให้มาสืบหาดูเพราะเขาได้ข่าวว่าเธอจะเข้าไปป่วนสร้างปัญหาให้บ้านนายใหญ่น่ะ ถ้ามีข้อมูลก็ดีนะรางวัลตั้งห้าหมื่น แค่รู้ว่าอยู่ที่ไหน
เสียดายแทน” ปลาน้อยตาโต...เงินตั้งครึ่งแสนไม่น้อยเลย
          
          ประสพมองหน้าสาวน้อยแล้วสงสาร อายุเท่าหลานสาวตนโต นี่คงหนีมากับผู้ชาย แล้วไงถึงมาคบหากับตัวแม่...สุดแสบอย่างเก๋ได้นะ
          “พี่รับงานเขามาถ้าไม่ได้เรื่องคงต้องรีบกลับบ้านแล้วล่ะ ทิ้งลูกสาวไว้กับย่า” ประสพพูดคุยธรรมดา แต่ยังเดินตามแผน...ต้องทำให้ก้อยสนใจ
ให้ได้
          “ฝากย่าไว้แล้วเมียพี่ล่ะ”
          “เธอเพิ่งกลับราชบุรีไปดูแลคุณแม่ซึ่งไม่ค่อยแข็งแรงน่ะ” ลงก้อยเริ่มเปิดปากคุยก็ยิ่งง่าย
          “พี่เป็นคนที่ไหนจ๊ะ อยู่สัตหีบรับจ้างทำงานทั่วไปที่ฐานเรือน่ะ”ก้อยดีใจยิ้มแก้มแทบปริ ดูเหมือนสวรรค์จะช่วยเธอแล้ว แค่ไปเก็บของแล้วอาศัย
รถเขาไปก็จะได้กลับบ้านแล้ว วูบหนึ่งที่ก้อยตาแดงเมื่อคิดถึงแม่ ป่านนี้จะเป็นอย่างไรหนอ
          “พี่ชื่ออะไรจ๊ะ”
          “เรียกพี่สพก็ได้”
          “พี่สพกลับสัตหีบเมื่อไรเหรอแล้วพี่ไปยังไงล่ะ” พี่ขับกระบะคันเก่า ๆ น่ะแต่ถ้ากลับมือเปล่า นายที่ไว้ใจพี่คงผิดหวังนะ...เอ! เอาไงดีนะ” เขาบ่น
พอให้ก้อยได้ยิน
          “อ้าวพูดถึงก็มาเลย เขาว่าจะวนมาดูว่าพี่ได้ความไหม...แย่จังไม่เจอเก๋” รถเก๋งคนใหญ่กลางเก่ากลางใหม่ วรชิตเลือกใช้คันนี้เพราะไม่สะดุดตา
และสีดำกลมกลืนไปกับเวลานี้ที่เริ่มมืดแล้ว ผู้คนทยอยกลับจากที่ทำงานแวะกินหรือซื้อกับข้าวกลับบ้าน
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่