เงื่อนรักกามเทพ Cupid Knot (29) ใคร??

กระทู้คำถาม


Cr.Youtube

เงื่อนรักกามเทพ...Cupid Knot (29) ใคร??
 
          วันเกิดอาจารย์เผชิญซึ่งจัดที่ร้านอาหารสนุกสนานกันเต็มที่ เพื่อนฝูงและเพื่อนสนิทอย่างปาลิดามาพร้อมหน้า แล้วปาลิดากับหัวหน้าแผนก    
ข่าวก็บินไปดูงานที่สิงคโปร์ตลอดสัปดาห์

          วรชิตเริ่มคล่องตัวในงานที่ออฟฟิศ จำชื่อผู้ร่วมงานได้ครบทุกคน ในระยะแรกเขาจะอาศัยเปิดดูชื่อจากสมุดโน้ตเล่มเล็กที่เสียบอยู่กับแฟ้มงานและแฟ้มแผนงานบนโต๊ะ
          “เป็นไงบ้าง นายตามงานที่ฉันฝากไว้แล้วนะชิต”
          “เรียบร้อย...กว่าครึ่งเสร็จแล้ว เซ็นรับงานไปแล้วด้วย”
          “งานหนักหน่อยนะช่วงนี้” เสียงวิสัยรู้สึกผิดที่มีภาระอื่นเข้ามาแทรกจนไม่มีเวลาทำงาน
          “อย่าคิดมากเลยคบกันมานานขนาดนี้ ตอนฉันไปบวชอยู่หลายปี นายยังไม่เคยบ่นอะไรเลยนะ” วรชิตเข้ามาโอบและตบลงบนบ่าเพื่อนอย่างให้
กำลังใจ
          “เก็บงานเถอะนี่เกือบทุ่มแล้วไปหาอะไรกินกันก่อนไป”
          “ได้เลยเสร็จพอดี...นายเลือกร้านนะ ฉันขับรถเอง” วิสัยมองหน้าซ้ำ เพื่อความแน่ใจ แววตามุ่งมั่นกับรอยยิ้มนี้เชื่อถือได้ วรชิตขับรถอย่างระมัดระวัง
ยิ่งขับบ่อยเขายิ่งมั่นใจ
 
          อาหารสั่งไปสามอย่าง...ปลาเก๋านึ่งราดซีอิ้ว ผัดขี้เมาทะเล และ ผัดบร็อคคอลี่เห็ดหอมสด “พอแล้วนะชิต”
          “อือ! เอาเบียร์ไหม”
          “สักขวด แล้วนายละชิต”
          “น้ำเปล่า...ฉันสังเกตหลายครั้งแล้วนะว่ามีรถโตโยต้าสีขาว คอยตามเราสองคนมาได้ระยะหนึ่งแล้ว” เสียงพูดเบามากได้ยินเฉพาะเขาสองคน
          “น่าสนใจนะ เพราะนายค่อนข้างระวังตัวและช่างสังเกต...ท่าทางจะหายดีละมังนี่” แม้กังวลกับเรื่องที่เพิ่งรู้ แต่อดชมพัฒนาการที่ดีขึ้นมากของ
เพื่อนรักไม่ได้
          “ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์นะ บางอย่างต้องใช้จดไว้ บางเรื่องต้องใช้เวลาคิดทบทวนอยู่นาน อีกไม่นานคงเป็นปกติแล้วล่ะ”
          “แล้วกับคุณปาลิดา นายจำได้ทั้งหมดไหม”
          “จำได้ว่าพันวาทำให้เธอต้องสูญเสียครอบครัว และเธอเศร้ามาก...ฉันจำรายละเอียดไม่ได้ครบหรอก แต่เวลานี้ เธอน่าจะดีขึ้นแล้วนะ พบเธอทีไร
ฉันดีใจมาก ดูเธอก็พยายามช่วยฉันหลายอย่าง แต่ตลอดอาทิตย์มานี่ไม่เจอเธอเลย”
 
          วรชิตทั้งเดินขึ้นลง แวะไปที่ห้องยิมฯ เดินเข้าออกห้องตัวเองด้วยหวังว่าจะเจอปาลิดา สุดท้ายก็ไม่เจอ เขารู้สึกเหมือนชีวิตขาดอะไรบางอย่าง
และเป็นห่วงเธอ สุดท้ายจึงตัดสินใจโทรไปถามกับกันติชา
          “เขาไปดูงานสิงคโปร์ค่ะ กลับมาเย็นวันศุกร์ อ้าว! กันนึกว่ารู้แล้ว คิดถึงเพื่อนหรือไง ยายปานี่ก็น่าโมโหนะ ควรจะบอกคุณวรชิตไว้ว่าไปไหน”
กันติชาเน้นคำว่าเพื่อนเหมือนหยั่งเชิง แต่ชายหนุ่มมีบทสนทนาที่เรียบจนจับสิ่งใดไม่ชัดเจน
          “ไม่เป็นไรครับ คนเราโตแล้วไม่ต้องมานั่งบอกกันหรอกครับ เพียงแค่ผมเป็นห่วงเธอน่ะครับ” น้ำเสียงห่วงใยที่ทั้งสองมีให้กัน ดูจะพัฒนาไปใน
ทางบวกเรื่อย ๆ...นับเป็นสิ่งที่ดี กับชายหนุ่มที่ดี มีทุกอย่างพร้อม สามารถให้ความอบอุ่น เป็นที่พักพิงให้ปาลิดาได้ ความคิดวิ่งวนเมื่อถูกเพื่อนถาม
ถึงหญิงสาวเพื่อนบ้าน
 
          “เอ้า! อาหารมาครบแล้วลงมือเถอะ นั่งใจลอยเชียวนะ” เสียงวรชิตหัวเราะ
          “นายเคยถามใจตัวเองบ้างหรือยังว่ารู้สึกอย่างไรกับคุณปาลิดา” หญิงสาวคนนี้เป็นสาวคนแรกที่วรชิตเอ่ยถึงด้วยสายตาเป็นประกาย วิสัยถาม
ตรง ๆ มองสบตาเพื่อนรัก  แววตาแบบนี้ไม่เคยปรากฏบนใบหน้าของเพื่อนเขามาก่อนเลย ในชีวิตของวรชิตมีแต่งานและน้องสาว
          “ถ้าไม่มีปัญหาคงลงตัวเสียที ตอนนี้ก็รอลุ้นว่าสาวเจ้าจะว่าอย่างไร ก่อนอื่นนายต้องบอกเธอว่าอาการดีขึ้นแล้ว...โอเคนะ” วรชิตยิ้มพลางพยัก
หน้า
          “แน่นอน”
          “ฉันมีโอกาสคุยกับคุณกันติชาหลายครั้ง ทุกคำถามที่ถามเกี่ยวกับนาย ฉันรู้ได้ว่าเธอห่วงใยปาลิดามาก ฉันบอกเธอว่านายเป็นสุภาพบุรุษ เป็นคนดี
มีความรับผิดชอบ คุณกันเอ่ยว่าเมื่อใดที่วรชิตเข้าใจตัวเองดีเธอจะช่วยอธิบายให้พี่ชายของปาลิดาเอง...นี่ก็อีกคนที่พวกเราห่วงว่าเข้าใจมากน้อยเพียง
ใดเพราะเขาเห็นเพียงว่าปาลิดาสูญเสียมากมายในตอนนั้น ”
          “ขอบใจนายมากที่ให้ความเข้าใจและเชื่อมั่นในตัวฉันตลอดมา...กลับกันเถอะ”
 
          รถวิ่งมาได้ครึ่งทาง วรชิตขับช้าลงและบอกวิสัยให้ดูรถสีขาวที่ตามมาห่าง ๆ “เอาเป็นว่าเราสองคนต้องระวังตัวแล้วล่ะ พรุ่งนี้ฉันจะติดต่อคุณ
ประสพนักสืบเอกชนมือหนึ่งที่เราไว้ใจได้ให้ช่วยสืบเรื่อง ระหว่างนี้เราสองคนไปไหนต้องมีเพื่อนไปด้วยนะ ฉันว่าเราควรแจ้งให้ทางเจ้าสัวรู้ด้วย”
          “คนที่ตามเรา นายแน่ใจได้อย่างไรว่าไม่ใช่คนของลุงฉัน” วิสัยคลางแคลงใจ
          “ไม่นานคงรู้แน่ ฉันจะรีบติดต่อคุณประสพ แล้วจะบอกทันทีที่ได้ความคืบหน้า”
 
          ก่อนจากไป เขาส่งซองใหญ่ให้วิสัยและกำชับลุงมั่นคนขับรถที่ถูกขอร้องให้ไปเป็นเพื่อนวิสัย ให้คอยระวังด้วย...
          “ดูเหมือนเราสองคนจะถูกสะกดรอยอยู่ ปืนที่นายฝากฉันไว้เอาติดตัวไปด้วย” วิสัยเปิดซองออก ปืนพกเล็ก9มม. อยู่ในซองเอกสารพร้อมใบ
อนุญาต ชายหนุ่มหลบเข้ามุมตึก เงียบอยู่ครู่ใหญ่ เพื่อให้แน่ใจว่าปลอดภัยแล้วจึงขึ้นไปที่คอนโดฯ  ส่วนรถของวิสัยจึงเคลื่อนตัวออกช้า ๆ รถที่เคลื่อน
ตัวตามมองเห็นเลขทะเบียนชัดจากไฟที่ส่องสว่างหน้าคอนโดฯ ในรถมีคนสองคนใส่เสื้อกันหนาวสวมฮู้ด...มองไม่เห็นใบหน้า
 
          วรชิตขึ้นถึงห้อง อาบน้ำ เสร็จออกมานั่งจิบชาร้อน พลางนึกทบทวน อาการที่เขาตอบสนองต่อสิ่งรอบตัวกลับมาเร็วมาก อาจเป็นจากสัญชาติ
ญาณระวังภัย หรือเพราะการได้เข้าไปทำงานทุกวัน หัวสมองจึงฟื้นฟูตัวเองได้เร็วขึ้น สมุดบันทึกเล็กที่เขาพกติดตัวตลอด ขนาดเล็กบางพร้อมปากกา
เลขทะเบียน ศบ5710 กรุงเทพ...ทะเบียนรถโตโยต้าสีขาว

          เสียงดังขึ้นเหมือนคนบิดประตูเปิด เขาดับไฟทันที่ในห้องมืด คนที่เข้ามาผ่านเซนเซอร์ประตู ไฟเปิด มือวรชิตควานหามีดพกใต้กองเอกสารกำไว้
หน้าหันมาช้า ๆ ไฟเปิดสว่างขึ้น คนเข้ามาสะดุ้ง
          “คุณวรชิตมานั่งอะไรมืด ๆ อย่างนี้ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” น้ำเสียงที่ถามบอกถึงความเป็นห่วง แต่แล้วปาลิดาก็เบิกตากว้างเมื่อเห็นมีดในมือเขา
          “ใจเย็นนะคะอย่าคิดสั้น ปาขอโทษที่หายไปไม่บอก มันกระชั้นชิดมาก ใจเย็นค่ะ ขอมีดปาก่อนนะ นะ” เขาส่งมีดให้เธอ แม้ผู้เข้ามาจะเข้าใจผิด
ปาลิดารีบคว้ามากำแน่น แล้วถอนใจ
          “คิดอะไรอยู่คะ เอามีดมาถือทำไม” เขาไม่ตอบแต่ถามด้วยความสงสัย
          “คุณกลับมาแล้ว แล้วเข้าห้องผมได้อย่างไรครับ”
          “อ้าว! ก็คุณพูดกับปาบ่อย ๆ ตอนเปิดห้องว่ารหัสอะไร เพราะคุณกลัวลืมแล้วเข้าห้องไม่ได้ ปาก็รู้สิคะ โทรหาก็ไม่รับสายเลยคิดว่าจะเอาของ
ฝากมาวางไว้” เสียงถอนใจอย่างโล่งอกด้วยกันทั้งคู่
          “คุณไม่ได้อยู่คนเดียวนะคะ ยายกันโทรมาบ้างไหม เขมกร กับวิสัยล่ะ”
          “อย่ากังวลเลยครับผมไม่เป็นอะไร เพิ่งกลับเข้ามา ได้ยินเสียงกุกกักที่ประตู ผมคิดว่าใครมางัดห้อง เลยระวังไว้นะครับ”
          “อย่ากลัวนะคะ คนที่เข้ามาต้องผ่านเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และประตูเราตั้งรหัสเอง ไม่มีคนนอกรู้หรอกค่ะ”
          “ผมทราบมาว่าคุณปาจะกลับมาวันศุกร์พรุ่งนี้นี่ครับ”
          “งานเสร็จไวเลยกลับก่อนค่ะ นี่ของฝากคุณ” ปาวางถุงของฝากบนเก้าอี้รับแขก
          “ทานอะไรมาหรือยังครับ”
          “ทานบนเครื่องแล้วค่ะ” เขามองหากระเป๋าเดินทาง...
          “กระเป๋าเดินทางปาแวะเอาไปเก็บแล้ว งั้นขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ”
          “ครับแล้วมาทานผลไม้สักหน่อยจะได้ไม่หิวนะครับ”
 
          ปาลิดาหายไปอาบน้ำนานผิดปกติ วรชิตเดินมาหน้าห้องเธอ เขากดรหัสห้อง ต่างฝ่ายต่างก็รู้รหัสของกันและกันเมื่อตอนที่ยังเดินตามกันเป็น
แม่เป็ดและลูกเป็ด
          ไฟหน้าประตูเปิด พอมองเห็นว่าเธออาบน้ำออกมาคงเหนื่อยนอนเอนหลับบนโซฟา เขาเอื้อมมือไปเปิดไฟห้องครัว ไม่สว่างนัก พอเห็นทางไป
ที่ห้องรับแขก เขาคุกเข่ามองปาลิดาเอนหลับซบไปกับหมอนอิง ขนตายาวเป็นแนวเข้ม ผมหยักศกรวบไว้ด้วยผ้าผูกผม เสื้อนอนสวมปิยาม่าทับคงเตรียม
ไปที่ห้องเขาแต่หลับไปซะก่อนแน่
          “คุณปาครับ เหนื่อยก็ไปนอนบนเตียงนะ” เธอลุกขึ้น ชายหนุ่มประกบไปจนถึงเตียง นอนลงและหลับสนิท เขาห่มผ้าห่มให้
          “ผมจะล็อกห้องให้หลับเถอะ ราตรีสวีสดิ์...ฝันดีครับ” นิ้วมือไล้แผ่วไปที่นวลแก้มก่อนที่จะผละจากไป
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่