เงื่อนรักกามเทพ Cupid Knot (26) หัวใจกับทรายและทะเล

กระทู้คำถาม

Cr.Youtube

เงื่อนรักกามเทพ...Cupid Knot (26) หัวใจกับทรายและทะเล

          รถจอดหน้าบ้านพักสองชั้น บ้านสีครีม หลังคาสีเทาอ่อน ปูหญ้าเขียวขจี ต้นไม้ปลูกด้านหน้าบ้านซึ่งติดถนนเรียงราย มีทั้งไม้ใบและไม้ดอก
          เจ้าของบ้านเป็นชายรูปร่างสูง ไหล่กว้าง ใบหน้าละหม้ายผู้เป็นน้องสาว ตัดผมเกรียน เสื้อยืด กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ รอยยิ้มกว้างอย่างดีใจ
เมื่อเห็นรถน้องสาว
          “เป็นไงปา ว่างใช่ไหมถึงมาสัตหีบได้ พี่รอและคิดถึงแต่น้องสาวก็แสนขยันไม่ยอมหยุด วันนี้วันพิเศษล่ะสิ” ชายหนุ่มวัยเดียวกับน้องสาวหน้าตา
หล่อขาวเปิดประตูลงมาแล้วยกมือไหว้
          “สวัสดีครับ”
          “พี่ไกร” ปาลิดากระโดดกอดคอพี่ชาย ท่าทางร่าเริง วรชิตมองแล้วยิ้ม ท่าทางสุขสดใสคงคิดถึงพี่ชายมาก
          คนที่กำลังงง! คือพี่ไกร บนใบหน้าเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม “ผมเป็นเพื่อนคุณปาครับ”
          “อ้อ! เชิญในบ้านก่อนครับ” พี่ชายคลายอ้อมแขนออก ช่วยกันหอบของเข้าบ้าน
          “ไว้ว่างจะเล่าให้ฟังนะคะพี่ไกร” พี่ชายพยักหน้าพลางยิ้มบาง ๆ ความรู้สึกกระอักกระอ่วน ไม่รู้ว่าอยู่ในอารมณ์ไหน น้องสาวก็แปลกคนที่พา
มาด้วยคนนั้นก็คือสามีเก่าไฮโซพันวาที่ตายไปแล้ว แล้วนี่ไงถึงมาด้วยกัน เขายกมือเกาหัว
          “ตามสบายนะครับ ดื่มอะไรดีล่ะ”
          “ไม่ต้องหรอกครับ เราแวะทานข้าวมาแล้ว ผมขออนุญาตเดินรอบ ๆ บ้าน ไม่ไปไกลแน่นอนครับคุณปา”
         
          อยู่กันลำพังสองพี่น้อง... “ปานี่แกคิดอะไรนี่ ไปรู้จักกันตอนไหน แล้วก็รู้อยู่เต็มอกว่าเขาเป็น...” พันเรือโทเรืองไกรเว้นท้ายไว้ด้วยไม่อยากรื้อ
ฟื้นเรื่องเก่า ปาลิดายกน้ำในแก้วดื่มแล้วเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้พี่ชายฟัง
          “สวรรค์หนอสวรรค์ คนเป็นล้านกลับมาเจอกันอีก แล้วนี่เขาจำปาไม่ได้เลยหรือไง”
          “คุณวรชิตเข้าใจว่าปากับคุณวิสัยเป็นเพื่อนเขาน่ะค่ะ อย่ากังวลเลย ปาแค่สงสาร...หมาแมวเรายังเก็บมาเลี้ยงได้ แค่ช่วยกันดูแลให้เขาหายไว ๆ
ก็จบค่ะ” พี่ชายขมวดคิ้วเรื่องที่เล่ามาทั้งหมดกับเรื่องที่หาวรชิตไม่เจอ สีหน้าอาการในการเล่าของน้องสาว เรืองไกรรู้ว่ามันไม่จ.จบง่ายแน่นอน
          “ปาโตและฉลาด พี่ไกรไม่อยากพูดอะไรนะ อย่างไรก็ระวังตัวไว้บ้าง เราทำงานสื่อหากเราตกเป็นเป้าของสื่อเอง ปาก็ควรมีคำตอบที่ดีนะ”
          “ค่ะ”
         
          วรชิตผละออกมาด้วยความรู้สึกว่าพี่น้องคงมีเรื่องที่จะคุยกัน เขาเดินรอบบ้าน คุณปาลิดาเคยเล่าว่าพี่ชายเป็นทหารอยู่สัตหีบ บ้านพักดูสะอาด
หญ้าเขียวขจี แลไปไม่ไกลเห็นหาดทรายขาวละเอียดเป็นหาดกว้างชิดพื้นที่บ้านซึ่งมีแนวหญ้าเขียว น้ำทะเลสีสวยใส ท้องฟ้าสีฟ้าสดน่ารื่นรมย์
ลมทะเลพัดผ่านไม่รู้สึกเหนียวตัว ที่พักเช่นนี้ช่วยผ่อนคลายทั้งใจและกาย
         
          วรชิตทรุดกายลงนั่งบนทรายละเอียดด้านหน้าของตัวบ้าน ที่นี่น่าอยู่ดีนัก...ธรรมชาติของท้องทะเลงดงาม
          “นั่งเพลินเลยนะคะ” เขาเงยหน้ามองใบหน้างามไร้สีสันตกแต่ง ผมถักเป็นเปียเดี่ยวรวบมุ่นขึ้นเสียบด้วยตะเกียบเงิน
          “สวยดั่งพื้นฟ้าและเม็ดทราย” เขาเอ่ยและยิ้มมองจ้องหน้าหญิงสาว
          ปาลิดาแกล้งถาม “เป็นไข้หรือเพ้อคะนี่ คนจะงามเหมือนฟ้าและทะเลได้ไงคะ”
          “ผมเปรียบว่าคนที่สวยเองตามธรรมชาติน่ะครับ” ปาลิดาค้อนให้อย่างลืมตัว เสียงหัวเราะชอบใจของชายหนุ่ม กับภาพที่สาวสวยนั่งลงบนพื้น
ทรายคู่กัน พี่ชายมองแล้วถอนใจ เขาอยากเห็นหน้าปาลิดายิ้มละไมและได้ยินเสียงหัวเราะเช่นนี้อีกครั้ง มันฟังแล้วหายห่วงและมีความสุขไปกับเธอ
แต่เขาคือใคร...ทำไมเรืองไกรอดคิดไม่ได้ หากถามตามความจริง เขาคือเขา...ชายคนหนึ่งที่เข้ามาอย่างสุภาพและไร้พิษสง หากเรื่องจบลงง่าย ๆ
อย่างที่ปาลิดาเอ่ยเขาก็เสียดาย เพราะคนอย่างวรชิตพิสูจน์ตัวเองมานานแล้วว่าเขาเป็นคนดีคนหนึ่ง ไม่ขี้เหล้า ไม่สูบบุหรี่ หน้าตาดี งานการดี พื้นฐานครอบครัวดี...เสียถอนใจ คงแล้วแต่สวรรค์ หรือว่ากามเทพแผลงศรรักปักใจใครเข้าแล้ว เขาคิดอย่างประหวั่น
 
          นั่งคุยกันได้เรื่อย ๆ ด้วยหัวข้อทุกเรื่อง ปาลิดาเริ่มสังเกตความว่องไวในการโต้ตอบ หรือต่อความของเขาดีขึ้น ดวงตาปาลิดาแลดูมวลหมู่
เมฆม้วนตัวเป็นรอยริ้วยามตะวันลดต่ำลงแตะผิวน้ำช่างสวยงามนัก แต่ไยเล่าใจคอระโหยหาและอาวรณ์กับความสัมพันธ์ที่เริ่มพันผูกแม้ใจยังยืนยัน
ว่าเป็นเพียงเพื่อน
          ดวงตาอ่อนโยนที่วรชิตเห็น บางครั้งสายตาปาลิดาหวั่น ๆ เขาเข้าใจความรู้สึกเช่นนั้นเพราะตัวเขาเองก็หวั่นไหว ความได้รู้จักตัวตนของปาลิดา
ความจำที่เริ่มกลับมามันช่างคลอนแคลนใจเขา หากเราเป็นแค่เพื่อน ความรู้สึกที่เกิดมันแตกต่างกับความสนิทที่เขามีกับวิสัย...มันคืออะไร วรชิตยัง
หาคำตอบไม่ได้

          อาหารค่ำที่สโมสรทหารเรือผ่านไปอย่างมีรสชาติ ทั้งอาหารและบทสนทนาที่พันเรือโทเรืองไกรเริ่มสนุกเมื่อได้เพื่อนคุยถูกคอ ปาลิดาเข้า
ร่วมบทสนทนาเป็นบางครั้ง ที่เหลือคือการได้เห็นความสุขของผู้ชายสองคน...คนหนึ่งพี่ชายที่ตนรัก กับคนหนึ่งคือชายที่ตนมีความห่วงใยให้
รอยยิ้มและเสียงหัวเราะคือความสุขในค่ำคืนนี้

          ชายหนุ่มที่เรืองไกรเคยเห็นเมื่อก่อนในมาดนิ่ง พูดจาฉะฉาน ชัดเจน กับหุ้นส่วนที่ยิ้มเก่งอย่างวิสัย หน้าที่การให้สัมภาษณ์ทุกครั้งคือวรชิต
เกี่ยวกับโครงการสาธารณะประโยชน์ที่ทั้งคู่ออกแบบและตกแต่งให้ประชาชนเข้าใช้อย่างเช่นสวนใหญ่ ๆ ในกรุงเทพ ที่อาศัยของพวกเด็กเร่ร่อน
ของมูลนิธิหนึ่ง หรือแม้แต่หมู่บ้านผู้สูงวัยในต่างจังหวัด...
          “อย่างถามคำถามเหล่านั้นอีก ผมไม่ต้องการลงการเมือง หรือชื่อเสียง ที่ทำคือการแบ่งปัน
สิ่งที่เรามีอันได้มาจากสังคมคืนสู่สังคม เพื่อร่วมกันทำให้สังคมของเราเข้มแข็ง เกิดประโยชน์แก่ผู้ด้อยโอกาส ช่วยกันครับ คำว่าน้ำใจสะกดไม่
ยากหรอกครับ” การสัมภาษณ์ครั้งนั้นทำเอาพี่ชายปาลิดาทึ่ง กับการออกบวชด้วยคิดว่าตนมีส่วนกับความผิดของพันวานั้นก็ทำเขาอึ้งมาแล้วเช่นกัน
          คนสองคนกำลังคุยกันอย่างสนุกสนานในความรอบรู้เรื่องการทหารของพี่ชายปาลิดา และความรู้รอบด้านของวรชิต...ผู้ชายในเสื้อยืดสีเข้ม
กางเกงยีน รองเท้าผ้าใบ ผมตัดสั้นเรียบร้อย มีไรหนวดเคราขึ้นเป็นแนวดูเท๋...เรียบ ง่าย และชัดเจน
          “ผมเคยอ่านเจอในจดหมายเหตุเรื่องที่รัชกาลที่ห้าทรงสร้างที่นี่เป็นฐานทัพเรือ ป้องกันน่านน้ำในเขตนี้โดยมีพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวง
ชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เป็นบุคคลสำคัญในการนี้ด้วย”
          “ครับใช่ คุณนี่สนใจในหลายเรื่องทีเดียวนะครับ ใช่ไหมปา”
          “เป็นนักอ่านก็รู้มากอย่างนี้แหละค่ะพี่ไกร ในห้องมีแต่หนังสือนานาสาระเต็มไปหมด” พี่ชายขมวดคิ้วมองน้องสาวพร้อมด้วยเครื่องหมายคำ
ถามบนใบหน้า
          “ครับคุณปาเคยแวะไปที่ห้องหลายครั้ง เธอน้ำใจดี คอยช่วยเหลือผมเสมอยามไม่มีใคร”...คำว่าไม่มีใครสะท้อนความเหงาออกมาทางแววตา
ของหนุ่มใหญ่ที่ยังจดจำตัวตนไม่ได้มากนัก หากเขาเป็นปกติ การปล่อยให้ใครเห็นความรู้สึกของตนคงไม่มีแน่...นั่นคือความคิดของสองพี่น้อง
          “ใครบอกว่าปาไปที่ห้องคุณบ่อย” ปาลิดารีบหาทางออกเมื่อโดนเพ่งเล็งจากสายตาพี่ชาย
          “อ้อ! ขอโทษครับ ผมคงพูดไม่ถูกเอง ครั้งนั้นผมไม่สบาย คุณปาไปช่วยวิสัยดูแลผม กับเมื่อระยะแรกที่หายดีกลับมาพักผ่อน แล้วผู้ช่วยพยาบาล
ไม่อยู่ เธอแวะมาดูน่ะครับ”
          “ไม่หรอก...หากเป็นผม ผมคงไปหาคนที่อยู่ใกล้และไว้ใจได้มากที่สุดเหมือนกัน” ทั้งสามหัวเราะพร้อมกัน สุดท้ายก็โอละพ่อ เพราะการออก
ตัวอย่างซื่อ ๆ ของวรชิต
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่