Cr.Youtube
เงื่อนรักกามเทพ...Cupid Knot (21) บ่วงกามเทพ
ปาลิดาเดินไปเกาะแขนวิสัยอย่างไม่รู้ตัว “เกิดอะไรขึ้นคะ” สีหน้าวิสัยเริ่มดีขึ้น ทุกคนเริ่มมีความหวัง
“หมอย้ายวรชิตไปห้องพิเศษแล้ว เขายังไม่รู้สึกตัว แต่อาการโดยรวมเริ่มคงที่และดีขึ้น ทั้งความดันเลือดและการทำงานของหัวใจ”
“ขอบคุณสวรรค์” เขมกรเอ่ยพลางเช็ดน้ำตา
ภาพที่เห็นคือสายน้ำเกลือ สายถุงเลือดที่ต้องให้เพิ่ม เครื่องวัดความดันและชีพขจรอัตโนมัติ เครื่องจะร้องเตือนทันทีที่ค่าต่าง ๆ ไม่ปกติ สองสาว
เดินเข้าไปนั่ง ปล่อยให้น้องสาวและคนใกล้ชิดได้อยู่ข้างเตียง
“พี่ชิต...เขมนะคะ พี่ต้องอดทนและผ่านช่วงนี้ไปให้ได้ เขมเชื่อว่าพี่เข้มแข็งเสมอ เราจะรอพี่กลับมาสู่ปกติและกลับบ้าน” เอ่ยจบน้ำตาน้องสาว
ไหลริน สภาพที่ไม่เคยเห็นพี่ชายเป็นแบบนี้ เขาเป็นคนแข็งแรง ดูแลสุขภาพ แต่ที่นอนนิ่งบนเตียงคือวรชิตที่ไม่รู้สึกตัว ศีรษะถูกโกนเพราะการผ่าตัด
ผ้าพันแผลพันรอบหัว แขนที่หักใส่เฝือกไว้ ใบหน้าเข้ม ผิวขาวดูซีด ดวงตาปิดสนิท ลมหายใจสม่ำเสมอ...ยังไม่รู้สึกตัว
ปาลิดามองดูเขาแล้วใจหาย เหตุใดต้องมาประสบพบเจอ เหตุใดถึงรู้สึกห่วงใยและผูกพัน ไม่มีคำตอบ ช่างเถอะ คนดีคนหนึ่งก็เท่านั้นกระมัง
ความคิดปาลิดายังสับสน ยังจำได้ตอนเขาบวชเวลาไปทำบุญ เขาจะสอนว่า
ทุกชีวิตจะตายจากกันเมื่อใดไม่มีใครรู้ ใช้ชีวิตกับคนที่เราผูกพันรัก
ใคร่ให้ดีไว้ก่อน ทุกวันมีค่าเสมอ...ใช่ทุกวันมีค่าเสมอกับเพื่อนกับคนที่รู้จัก ปาลิดาจำคำสอนนั้นไปใช้กับเพื่อน ๆ ไม่มีโกรธหรือเกลียด มีแต่ความ
เมตตาและอภัย แล้วกับชายคนนี้ที่แสนดีล่ะ เธอเคยทำอะไรให้เขาไหม “คุณจะเป็นอะไรไม่ได้ เรามีข้อผูกพันต้องให้แก่กันและกัน ยังมีน้องสาวที่รอ
ยังมีหลานตัวน้อยที่จะลืมตาดูโลก เด็กน้อยคงมองมาที่คุณซึ่งเป็นคนดี เป็นแบบอย่างที่ดี...คุณต้องหาย ฉันจะรอ” ความคิดนี้คือคำสัญญาที่ปาลิดา
ตั้งใจมั่น
วิสัยถอยห่างออกมา เขาเชิญปาลิดาให้มาข้างเตียง มือเรียวเล็กยืนไปจับมือเขา ความรู้สึกเหมือนวิ่งผ่านจากใจถึงผู้นอนนิ่งบนเตียง หางตา
วรชิตกระตุกเบา ๆ “หายไว ๆ นะคะ ปาไม่เคยคิดโทษคุณในสิ่งที่เกิดในอดีต คุณเป็นที่พักพิงให้อีกหลายคน อย่าหนีจากไปไหน กลับมาและหายดี
เหมือนเดิมนะคะ” เสียงเบาฟังดูอ่อนโยน สายตาเธอเพ่งมองใบหน้านั้น น้ำตาคลอ
“หากปามีบุญ คุณมีบุญขอให้เรากลับมาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันนะคะ” น้ำตาหยดลงบนแขนคนไข้ ก่อนที่จะเชิดหน้าเก็บกลืนความเศร้าลงไปไว้
ในหัวอก กันติชาไม่แปลกใจกับอาการเพื่อนสาว ช้าหรือเร็วปาลิดาที่หวั่นไหวในหัวใจคงหาคำตอบเองว่าเขาและเธอพันผูกกันด้วยสิ่งใด
หมอเข้ามาเช็คอาการหลายอย่าง หมอสรุปว่า เขาพ้นขีดอันตรายไวกว่าที่คิด แต่หมอไม่สามารถบอกได้ว่าเขาจะรู้สึกตัวเมื่อไรในสภาพไหน
"พรุ่งนี้รอดูอีกที หากตรวจเช็คด้วย MRI คงช่วยให้ประเมินอาการได้ดีขึ้นครับ”
“คุณหมอคะ
คำว่าเมื่อไร ในสภาพไหนคืออะไรคะ” เขมกรเป็นกังวลเห็นชัดเจน
“เรื่องการกระทบกระเทือนทางสมอง เป็นเรื่องที่หมอประมาณการยากที่สุด ขึ้นอยู่กับการบาดเจ็บและตัวคนไข้ เมื่อรู้สึกตัวเขาอาจจำบางอย่าง
ได้หรือจำได้ทั้งหมด หมอว่ารอให้เขาฟื้นก่อนเป็นเรื่องแรก เราจะดูแลเขาเต็มที่ครับผม”
วิสัยจ้างพยาบาลพิเศษ น้องสาววรชิตมาแวะในช่วงเย็น บ่อย ๆ ที่เจอกับปาลิดา เขมกรได้ฟังเรื่องราวของสองคนนี้จากวิสัย เธอไม่แปลกใจ
ในความอาทรของพี่ชาย แต่ที่น่าสนใจสิ่งที่วรชิตมีต่อปาลิดามากกว่าคำว่าอาทร ด้วยลักษณะ นิสัย กริยาของปาลิดา ทั้งสองสาวจึงสนิทกันไม่ยาก
“ให้เขมเรียกคุณว่าพี่ได้ไหมคะ” คำขอร้องอ่อนโยนเช่นนั้นปาลิดามีหรือจะปฏิเสธได้
ผ่านไปหนึ่งเดือนแล้ว แผลผ่าตัดหายเกือบจะปกติ แต่วรชิตยังนอนนิ่งไม่รู้สึกตัว ปาลิดามาถึงก่อนใครในเย็นวันหนึ่ง เธออ่านหนังสือให้เขาฟัง
เปิดเพลงไพเราะเบา ๆ พยาบาลพิเศษขอตัวไปกินข้าว
“ตื่นเสียทีเถอะนะคะ คุณรู้ไหมว่าใครต่อใครเป็นห่วงมากแค่ไหน” มือเธอแตะลงบนแขนเขาอย่างอ่อนโยนพลางถอนใจ...
“อย่าจากไปไหนเลยเพราะนั่นคือผู้จากไปทิ้งช่องว่างและความเจ็บปวดไว้ให้ผู้ยังมีชีวิตอยู่” หญิงสาวตกอยู่ในภวังค์แห่งความคิด
“ปาไปกราบหลวงพ่อเจ้าอาวาสมาเล่าเรื่องคุณให้ท่านฟัง ท่านว่า...ใจเย็น ๆ ให้เขาพักผ่อนให้พอ แล้วเขาก็จะตื่นเอง...เป็นความจริงใช่ไหมคะ
นี่เดือนหนึ่งแล้ว ไม่ห่วงน้องเขม ไม่ห่วงวิสัยและงานที่ทำหรือคะ ลืมตาเถอะค่ะ ปาขอร้อง” ทุกอย่างยังสงบนิ่ง ใจปาลิดาหลายครั้งเริ่มหมดหวัง หลาย
ครั้งที่เริ่มนับหนึ่งใหม่ ด้วยคำสอนของหลวงพ่อ
“โยมรู้ไหม เมื่อคนที่เรารักห่วงใยไม่สบาย เราหวังและภาวนาให้เกิดปาฏิหาริย์ อาตมาไม่รู้ว่าปาฏิหาริย์มีจริงไหมแต่รู้ว่าพลังใจหรือพลังจิตของ
คนที่อยู่เคียงข้างคนไข้นั้นมีจริง โยมสวดมนต์ ถือศีลห้า ปฏิบัติภาวนา และแผ่ส่วนบุญนี้ให้แก่เขา ใจที่ผูกพันกันย่อมเกื้อหนุนกันได้นะโยม”
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น “ปา...นี่กันนะ ตอนนี้กลับที่พักหรือยัง” กันติชาถามไปอย่างนั้นแหละเพราะระยะหลังเกือบทุกวันที่ปาลิดาแวะมาเยี่ยมวรชิต
และอยู่เป็นเพื่อนทั้งคนไข้และน้องคนไข้จนดึก
“เดี๋ยวไปหาที่โรงพยาบาล ย่าเล็กต้มยาบำรุงครรภ์ฝากมาให้น้องเขมน่ะ แล้วเจอกันกำลังจะออกไป”
ทั้งเขมกรและกันติชามาพบกันที่ลานจอดรถ “พี่กันหิ้วอะไรมาอีกแล้วคะ เขมเกรงใจเหลือเกิน มาเยี่ยมพี่ชาย แถมมีของมาฝากเขมเสมอเลย”
กันติชาหัวเราะไม่ตอบอะไร เอื้อมมือมาโอบเขมกรไว้...คงเป็นสวรรค์กำหนด โยงกันไปมาเลยมีความรู้สึกว่าเขมกรเป็นเสมือนน้องสาวด้วยความน่ารัก
ของเธอและใบหน้าหวานละไม...น่าเอ็นดู
สามีเขมกรไปประชุมต่างประเทศบ่อย เขาซื้อของมาฝากเพื่อนพี่เขยทั้งสองเสมอเช่นกัน นับว่าเขมกรโชคดีได้สามีดีใส่ใจกับภรรยาและคน
รอบข้าง “ท้องกี่เดือนแล้วนะน้องเขม”
“สี่เดือนแล้วค่ะไปอัลตร้าซาวด์เมื่ออาทิตย์ก่อน สามีเขมดีใจใหญ่เขาอยากได้ลูกสาวคนโตจะได้ดูแลน้องได้ สมใจจริง ๆ ค่ะ” ว่าที่คุณแม่ยิ้ม
รูปร่างเล็ก ใบหน้าสวยละมุนยังมองดูอ่อนเยาว์ ท้องสาวไม่เห็นชัดนัก ชุดที่เขมกรใช้เป็นกระโปรงอัดพลีททั้งตัวสีชมพูอ่อนคอกลมพับลงผูกเข้าด้วย
กันเป็นโบว์ทิ้งชายอยู่ด้านขวามือ
“ย่าเล็กตุ๋นเครื่องยากับไก่บ้านมาให้ ทานแล้วเก็บไว้ ทานต่อได้อีกจนหมดนะคะคุณแม่” เธอยกมือไหว้ก่อนรับของฝากมาจากกันติชา
“มาแล้วค่ะ พี่ปามาถึงกี่โมงแล้วคะ”
“เพิ่งมาถึงเหมือนกันค่ะ” ปาลิดาก้มหน้าขยับเก้าอี้นั่งใกล้เตียงอีกตัวให้เขมกร เสียงเพื่อนสาวหัวเราะเบาๆ กันติชารู้ว่าเพื่อนคงมาถึงก่อนหน้าพัก
ใหญ่แล้ว สันทานโทรไปฟ้องบ่อยครั้ง
“พี่ปาเลิกงานปุ๊บก็รีบเก็บของเลย รีบเหลือเกินนะ ผมเห็นแล้วขัดใจ”
“สันทานเป็นเจ้าของพี่ปาตั้งแต่เมื่อไรจ๊ะ เขาห่วงกันก็ดีแล้ว ยิ่งถ้าเขาชอบกันยิ่งดีใหญ่ พี่ปาของเธอจะได้หายเหงาไงล่ะ” สันทานเงียบ เขาเถียง
ไม่ได้ พี่ปาดูสดชื่นตั้งแต่ย้ายมาอยู่คอนโดฯ แววตาเหงาเริ่มจางหาย...สุดท้ายสันทานก็ยอมจำนน อะไรก็ได้ ใครก็ได้ที่ดีซึ่งสามารถเข้ามาเติมเต็มหัวใจ
และช่วยเคลียร์ซากปรักหักพังในใจให้ปาลิดา สันทานคล้อยตามว่านั่นคือสิ่งดีที่ปาลิดาควรได้รับ แต่อะไรกันพอจะดีก็มีเหตุอีก ท่าทีนอนนิ่งไม่รู้สึกตัว
ที่เขาเห็นเมื่อมาเยี่ยมครั้งแรก...ทำให้สันทานประหวั่นใจ
เขาเอ่ยกับปาลิดาว่า... “หากเกิดอะไรขึ้น พี่ปาจะเป็นอย่างไรนะ”...โอ้! สวรรค์ ให้ความเมตตากับปาลิดาบ้างเถิด
“เขาต้องฟื้นขึ้นมาแน่นอนพี่มั่นใจ” น้ำเสียงจริงจัง เชื่อมั่น แววตาของปาลิดาเปี่ยมไปด้วยความหวัง
เงื่อนรักกามเทพ Cupid Knot (21) บ่วงกามเทพ
Cr.Youtube
เงื่อนรักกามเทพ...Cupid Knot (21) บ่วงกามเทพ
ปาลิดาเดินไปเกาะแขนวิสัยอย่างไม่รู้ตัว “เกิดอะไรขึ้นคะ” สีหน้าวิสัยเริ่มดีขึ้น ทุกคนเริ่มมีความหวัง
“หมอย้ายวรชิตไปห้องพิเศษแล้ว เขายังไม่รู้สึกตัว แต่อาการโดยรวมเริ่มคงที่และดีขึ้น ทั้งความดันเลือดและการทำงานของหัวใจ”
“ขอบคุณสวรรค์” เขมกรเอ่ยพลางเช็ดน้ำตา
ภาพที่เห็นคือสายน้ำเกลือ สายถุงเลือดที่ต้องให้เพิ่ม เครื่องวัดความดันและชีพขจรอัตโนมัติ เครื่องจะร้องเตือนทันทีที่ค่าต่าง ๆ ไม่ปกติ สองสาว
เดินเข้าไปนั่ง ปล่อยให้น้องสาวและคนใกล้ชิดได้อยู่ข้างเตียง
“พี่ชิต...เขมนะคะ พี่ต้องอดทนและผ่านช่วงนี้ไปให้ได้ เขมเชื่อว่าพี่เข้มแข็งเสมอ เราจะรอพี่กลับมาสู่ปกติและกลับบ้าน” เอ่ยจบน้ำตาน้องสาว
ไหลริน สภาพที่ไม่เคยเห็นพี่ชายเป็นแบบนี้ เขาเป็นคนแข็งแรง ดูแลสุขภาพ แต่ที่นอนนิ่งบนเตียงคือวรชิตที่ไม่รู้สึกตัว ศีรษะถูกโกนเพราะการผ่าตัด
ผ้าพันแผลพันรอบหัว แขนที่หักใส่เฝือกไว้ ใบหน้าเข้ม ผิวขาวดูซีด ดวงตาปิดสนิท ลมหายใจสม่ำเสมอ...ยังไม่รู้สึกตัว
ปาลิดามองดูเขาแล้วใจหาย เหตุใดต้องมาประสบพบเจอ เหตุใดถึงรู้สึกห่วงใยและผูกพัน ไม่มีคำตอบ ช่างเถอะ คนดีคนหนึ่งก็เท่านั้นกระมัง
ความคิดปาลิดายังสับสน ยังจำได้ตอนเขาบวชเวลาไปทำบุญ เขาจะสอนว่าทุกชีวิตจะตายจากกันเมื่อใดไม่มีใครรู้ ใช้ชีวิตกับคนที่เราผูกพันรัก
ใคร่ให้ดีไว้ก่อน ทุกวันมีค่าเสมอ...ใช่ทุกวันมีค่าเสมอกับเพื่อนกับคนที่รู้จัก ปาลิดาจำคำสอนนั้นไปใช้กับเพื่อน ๆ ไม่มีโกรธหรือเกลียด มีแต่ความ
เมตตาและอภัย แล้วกับชายคนนี้ที่แสนดีล่ะ เธอเคยทำอะไรให้เขาไหม “คุณจะเป็นอะไรไม่ได้ เรามีข้อผูกพันต้องให้แก่กันและกัน ยังมีน้องสาวที่รอ
ยังมีหลานตัวน้อยที่จะลืมตาดูโลก เด็กน้อยคงมองมาที่คุณซึ่งเป็นคนดี เป็นแบบอย่างที่ดี...คุณต้องหาย ฉันจะรอ” ความคิดนี้คือคำสัญญาที่ปาลิดา
ตั้งใจมั่น
วิสัยถอยห่างออกมา เขาเชิญปาลิดาให้มาข้างเตียง มือเรียวเล็กยืนไปจับมือเขา ความรู้สึกเหมือนวิ่งผ่านจากใจถึงผู้นอนนิ่งบนเตียง หางตา
วรชิตกระตุกเบา ๆ “หายไว ๆ นะคะ ปาไม่เคยคิดโทษคุณในสิ่งที่เกิดในอดีต คุณเป็นที่พักพิงให้อีกหลายคน อย่าหนีจากไปไหน กลับมาและหายดี
เหมือนเดิมนะคะ” เสียงเบาฟังดูอ่อนโยน สายตาเธอเพ่งมองใบหน้านั้น น้ำตาคลอ
“หากปามีบุญ คุณมีบุญขอให้เรากลับมาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันนะคะ” น้ำตาหยดลงบนแขนคนไข้ ก่อนที่จะเชิดหน้าเก็บกลืนความเศร้าลงไปไว้
ในหัวอก กันติชาไม่แปลกใจกับอาการเพื่อนสาว ช้าหรือเร็วปาลิดาที่หวั่นไหวในหัวใจคงหาคำตอบเองว่าเขาและเธอพันผูกกันด้วยสิ่งใด
หมอเข้ามาเช็คอาการหลายอย่าง หมอสรุปว่า เขาพ้นขีดอันตรายไวกว่าที่คิด แต่หมอไม่สามารถบอกได้ว่าเขาจะรู้สึกตัวเมื่อไรในสภาพไหน
"พรุ่งนี้รอดูอีกที หากตรวจเช็คด้วย MRI คงช่วยให้ประเมินอาการได้ดีขึ้นครับ”
“คุณหมอคะ คำว่าเมื่อไร ในสภาพไหนคืออะไรคะ” เขมกรเป็นกังวลเห็นชัดเจน
“เรื่องการกระทบกระเทือนทางสมอง เป็นเรื่องที่หมอประมาณการยากที่สุด ขึ้นอยู่กับการบาดเจ็บและตัวคนไข้ เมื่อรู้สึกตัวเขาอาจจำบางอย่าง
ได้หรือจำได้ทั้งหมด หมอว่ารอให้เขาฟื้นก่อนเป็นเรื่องแรก เราจะดูแลเขาเต็มที่ครับผม”
วิสัยจ้างพยาบาลพิเศษ น้องสาววรชิตมาแวะในช่วงเย็น บ่อย ๆ ที่เจอกับปาลิดา เขมกรได้ฟังเรื่องราวของสองคนนี้จากวิสัย เธอไม่แปลกใจ
ในความอาทรของพี่ชาย แต่ที่น่าสนใจสิ่งที่วรชิตมีต่อปาลิดามากกว่าคำว่าอาทร ด้วยลักษณะ นิสัย กริยาของปาลิดา ทั้งสองสาวจึงสนิทกันไม่ยาก
“ให้เขมเรียกคุณว่าพี่ได้ไหมคะ” คำขอร้องอ่อนโยนเช่นนั้นปาลิดามีหรือจะปฏิเสธได้
ผ่านไปหนึ่งเดือนแล้ว แผลผ่าตัดหายเกือบจะปกติ แต่วรชิตยังนอนนิ่งไม่รู้สึกตัว ปาลิดามาถึงก่อนใครในเย็นวันหนึ่ง เธออ่านหนังสือให้เขาฟัง
เปิดเพลงไพเราะเบา ๆ พยาบาลพิเศษขอตัวไปกินข้าว
“ตื่นเสียทีเถอะนะคะ คุณรู้ไหมว่าใครต่อใครเป็นห่วงมากแค่ไหน” มือเธอแตะลงบนแขนเขาอย่างอ่อนโยนพลางถอนใจ...
“อย่าจากไปไหนเลยเพราะนั่นคือผู้จากไปทิ้งช่องว่างและความเจ็บปวดไว้ให้ผู้ยังมีชีวิตอยู่” หญิงสาวตกอยู่ในภวังค์แห่งความคิด
“ปาไปกราบหลวงพ่อเจ้าอาวาสมาเล่าเรื่องคุณให้ท่านฟัง ท่านว่า...ใจเย็น ๆ ให้เขาพักผ่อนให้พอ แล้วเขาก็จะตื่นเอง...เป็นความจริงใช่ไหมคะ
นี่เดือนหนึ่งแล้ว ไม่ห่วงน้องเขม ไม่ห่วงวิสัยและงานที่ทำหรือคะ ลืมตาเถอะค่ะ ปาขอร้อง” ทุกอย่างยังสงบนิ่ง ใจปาลิดาหลายครั้งเริ่มหมดหวัง หลาย
ครั้งที่เริ่มนับหนึ่งใหม่ ด้วยคำสอนของหลวงพ่อ
“โยมรู้ไหม เมื่อคนที่เรารักห่วงใยไม่สบาย เราหวังและภาวนาให้เกิดปาฏิหาริย์ อาตมาไม่รู้ว่าปาฏิหาริย์มีจริงไหมแต่รู้ว่าพลังใจหรือพลังจิตของ
คนที่อยู่เคียงข้างคนไข้นั้นมีจริง โยมสวดมนต์ ถือศีลห้า ปฏิบัติภาวนา และแผ่ส่วนบุญนี้ให้แก่เขา ใจที่ผูกพันกันย่อมเกื้อหนุนกันได้นะโยม”
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น “ปา...นี่กันนะ ตอนนี้กลับที่พักหรือยัง” กันติชาถามไปอย่างนั้นแหละเพราะระยะหลังเกือบทุกวันที่ปาลิดาแวะมาเยี่ยมวรชิต
และอยู่เป็นเพื่อนทั้งคนไข้และน้องคนไข้จนดึก
“เดี๋ยวไปหาที่โรงพยาบาล ย่าเล็กต้มยาบำรุงครรภ์ฝากมาให้น้องเขมน่ะ แล้วเจอกันกำลังจะออกไป”
ทั้งเขมกรและกันติชามาพบกันที่ลานจอดรถ “พี่กันหิ้วอะไรมาอีกแล้วคะ เขมเกรงใจเหลือเกิน มาเยี่ยมพี่ชาย แถมมีของมาฝากเขมเสมอเลย”
กันติชาหัวเราะไม่ตอบอะไร เอื้อมมือมาโอบเขมกรไว้...คงเป็นสวรรค์กำหนด โยงกันไปมาเลยมีความรู้สึกว่าเขมกรเป็นเสมือนน้องสาวด้วยความน่ารัก
ของเธอและใบหน้าหวานละไม...น่าเอ็นดู
สามีเขมกรไปประชุมต่างประเทศบ่อย เขาซื้อของมาฝากเพื่อนพี่เขยทั้งสองเสมอเช่นกัน นับว่าเขมกรโชคดีได้สามีดีใส่ใจกับภรรยาและคน
รอบข้าง “ท้องกี่เดือนแล้วนะน้องเขม”
“สี่เดือนแล้วค่ะไปอัลตร้าซาวด์เมื่ออาทิตย์ก่อน สามีเขมดีใจใหญ่เขาอยากได้ลูกสาวคนโตจะได้ดูแลน้องได้ สมใจจริง ๆ ค่ะ” ว่าที่คุณแม่ยิ้ม
รูปร่างเล็ก ใบหน้าสวยละมุนยังมองดูอ่อนเยาว์ ท้องสาวไม่เห็นชัดนัก ชุดที่เขมกรใช้เป็นกระโปรงอัดพลีททั้งตัวสีชมพูอ่อนคอกลมพับลงผูกเข้าด้วย
กันเป็นโบว์ทิ้งชายอยู่ด้านขวามือ
“ย่าเล็กตุ๋นเครื่องยากับไก่บ้านมาให้ ทานแล้วเก็บไว้ ทานต่อได้อีกจนหมดนะคะคุณแม่” เธอยกมือไหว้ก่อนรับของฝากมาจากกันติชา
“มาแล้วค่ะ พี่ปามาถึงกี่โมงแล้วคะ”
“เพิ่งมาถึงเหมือนกันค่ะ” ปาลิดาก้มหน้าขยับเก้าอี้นั่งใกล้เตียงอีกตัวให้เขมกร เสียงเพื่อนสาวหัวเราะเบาๆ กันติชารู้ว่าเพื่อนคงมาถึงก่อนหน้าพัก
ใหญ่แล้ว สันทานโทรไปฟ้องบ่อยครั้ง
“พี่ปาเลิกงานปุ๊บก็รีบเก็บของเลย รีบเหลือเกินนะ ผมเห็นแล้วขัดใจ”
“สันทานเป็นเจ้าของพี่ปาตั้งแต่เมื่อไรจ๊ะ เขาห่วงกันก็ดีแล้ว ยิ่งถ้าเขาชอบกันยิ่งดีใหญ่ พี่ปาของเธอจะได้หายเหงาไงล่ะ” สันทานเงียบ เขาเถียง
ไม่ได้ พี่ปาดูสดชื่นตั้งแต่ย้ายมาอยู่คอนโดฯ แววตาเหงาเริ่มจางหาย...สุดท้ายสันทานก็ยอมจำนน อะไรก็ได้ ใครก็ได้ที่ดีซึ่งสามารถเข้ามาเติมเต็มหัวใจ
และช่วยเคลียร์ซากปรักหักพังในใจให้ปาลิดา สันทานคล้อยตามว่านั่นคือสิ่งดีที่ปาลิดาควรได้รับ แต่อะไรกันพอจะดีก็มีเหตุอีก ท่าทีนอนนิ่งไม่รู้สึกตัว
ที่เขาเห็นเมื่อมาเยี่ยมครั้งแรก...ทำให้สันทานประหวั่นใจ
เขาเอ่ยกับปาลิดาว่า... “หากเกิดอะไรขึ้น พี่ปาจะเป็นอย่างไรนะ”...โอ้! สวรรค์ ให้ความเมตตากับปาลิดาบ้างเถิด
“เขาต้องฟื้นขึ้นมาแน่นอนพี่มั่นใจ” น้ำเสียงจริงจัง เชื่อมั่น แววตาของปาลิดาเปี่ยมไปด้วยความหวัง