เงื่อนรักกามเทพ Cupid Knot (19) ห่วงใย

กระทู้คำถาม


Cr.Youtube

เงื่อนรักกามเทพ...Cupid Knot (19) ห่วงใย
 
          คำพูดของวิสัยชวนให้คิด เพื่อนหนุ่มที่เพิ่งสร่างไข้ นั่งตรึกตรองเงียบ ๆ มีคำถามที่ต้องถามตัวเอง ความรู้สึกผิด ตามมาด้วยความผูกพัน และมา
จบที่ความห่วงใย เขาอดหวั่นไม่ได้ว่าหากเขาหยุดเพียงนี้จะทำได้ไหม...เป็นเพียงเพื่อนที่ดี
          ปาลิดาเป็นนักข่าวที่เขาชื่นชมมาตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุร้าย หญิงสาวสวย มาดมั่น สุภาพ มีน้ำใจแต่เรื่องงานเธอก้าวอย่างมั่นคงจนขึ้นมาในตำแหน่ง
นักข่าวมีชื่อ มีเกียรติในฐานะนักข่าวดีเด่นสองปีซ้อน สองปีที่ยังปวดร้าวกับการสูญเสีย แต่ยังฮึดสู้อย่างมุ่งมั่น
         
          รายการเจาะลึกเจาะร้อน ด้วยความสุภาพ บุคลิกดี กล้าถามคำถามที่นักข่าวอื่นไม่กล้าถาม คำถามเดี๋ยวกันแต่ปาลิดาถามได้ตรงประเด็นแต่สุภาพ
การสัมภาษณ์ใครก็ตาม ใหญ่โตมีอำนาจเพียงใด หากตกลงตอบรับคำเชิญ เธอทำงานนั้นแบบไม่หวั่นกลัว และออกมาร้อน ๆ ทุกข่าว คำถามขยี้แขก
รับเชิญอย่างสุภาพ นั่นแหละตัวตนของเธอเมื่อยามที่เขาเป็นไข้ไม่ค่อยรู้สึกตัว แต่ยังจำได้ถึงสัมผัสอบอุ่นที่มันเข้าไปจับค้างอยู่ในใจเขา
 
          กันติชามาหาเพื่อนที่คอนโดฯ ...และสองสาวก็ออกไปชอปปิง ปาลิดาซื้ออะไรเพิ่มไม่มากนัก “ซื้อมากแต่งมาก ทั้งรก ทั้งไม่สวยนะกัน”
          “ใช่! เพิ่มต้นกระบองเพชรอีกสามสี่ต้นบนชั้นเหล็กที่ระเบียงก็สวยละ”
         
          สองสาวแวะกินอาหารเที่ยงก่อนกลับ...
          “คุณวรชิตเขาอยู่คอนโดฯ เดียวกับปาหรือจ๊ะ” ปาลิดามองหน้าด้วยความสงสัยว่าเพื่อนรู้ได้อย่างไร
          “กันไม่ได้สอดรู้หรอก วันนั้นไปหาปาพอกดรหัสเข้าห้องไปไม่เจอ หันไปเจอคุณวิสัยออกมารับอาหารที่สั่งกับคนส่ง...คุณวิสัยหันมาพอดี
กันกำลังจะกลับก็เท่านั้น”
          “เท่านั้นแล้วรู้มากกว่าเท่านั้นแน่” เพื่อนสาวเค้นความ
          “เฮ้อ! กันกลับไปอย่างงง งง! แต่คาใจเลยโทรหาคุณวิสัย”
          “แปลกนะทำไมไม่ถามปาเอง แล้วนี่ไปได้เบอร์เขามาอย่างไรนี่”
          “เอ่อๆ! เขาเป็นบริษัทที่มาจัดสวนให้บ้านเราน่ะ เลยยังมีนามบัตร กันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ไม่ถามปา เขาเล่าเรื่องให้ฟังเองนะ” กันติชามี
ทีท่ากระอักกระอวนด้วยว่าเธอน่าจะถามปาลิดาเอง แต่ไม่รู้ทำไหมกลับไปถามอีกคน แล้วคนนั้นก็เล่าซะละเอียดอีกด้วย
          “ช่างเถอะ อยากรู้อะไรถามปาดีกว่านะกัน ที่มาอยู่คอนโดฯ เดียวกันนี่ก็ไม่อยากคิดละ ต่างคนต่างอยู่ไม่เห็นต้องมาตีสนิทอะไรยังไงเลยนี่”
          “ก็ทำได้ไหมล่ะ เห็นเดือดร้อนตอนเขาไม่สบาย”
          “พอเถอะรู้รายละเอียดแล้ว ก็แค่นั้นไม่พูดละ” ทีท่าขัดใจของปาลิดาทำให้เพื่อนแอบยิ้ม ขณะเดียวกันก็อดห่วงไม่ได้...ท่าจะหวั่นใจตัวเองแน่
ดูสีหน้าก็ออกยังปากแข็งอีก แต่เอาเถอะกามเทพกำลังซ่อนปมอะไรไว้นะ อยากรู้จริง แต่คนที่มีวาสนาต่อกันมักจะเป็นเพื่อนสนิท หรือเขาพยายาม
ข้ามกำแพงเข้ามาเปิดประตูใจปาลิดาคงเหนื่อยหน่อยนะ หากเป็นอย่างที่กันติชาคิด เธอก็คงไม่ขัดข้อง วรชิตนับเป็นคนดีคนหนึ่งทีเดียว
         
          ปาลิดาแยกกับเพื่อนกลับคอนโดฯ ข้าวของที่หอบรุงรังทำให้เปิดประตูยาก เสียงฝีเท้าเดินเข้ามากับกลิ่นโคโลนจ์จาง ปาลิดาไม่อยากหันไปเจอ
แต่คงเป็นไปไม่ได้ เขาเอื้อมมือมาบิดลูกบิดแล้วเปิดประตูให้ “ไปซื้อของมาหรือครับ”
          “ใช่ค่ะ ขอบคุณ” ปาลิดาก้มหน้าก้มตาเข้าห้องไม่มีคำเชื้อเชิญ วรชิตเดินจากไป ก้าวช้า ๆ การที่ต้องทำดีกับใครอย่าสร้างความหวัง แค่เพื่อนก็ดีแล้ว...วรชิตคิด ความสุขเล็ก ๆ เกิดขึ้นในใจ
 
          หลายวันผ่านมาปาลิดายังยุ่งกับงาน ทั้งรายการที่ตัวเองทำ ทั้งเอกสารที่ต้องส่งให้หัวหน้า วุ่นวายทั้งวันจนเย็นวันหนึ่งที่กลับถึงคอนโดฯ
เร็วหน่อย...กาแฟสดแก้วร้อน กับลมเย็นที่โชยแผ่ว สายตามองต้นเฟินสไบนางที่ห้อยระย้า ท้องฟ้าหม่นเหมือนจะมีฝน กระบองเพชรหนามพิกุล
ทรงกลมป้อมสีเขียวเข้ม หนามแหลมแทงออกมารอบต้น ขนปุยขาวขึ้นระหว่างหนาม ออกดอกสีชมพูสวย กระบองเพชรกล้วยหอมกลีบใบรูป
กล้วยเป็นหน่อเรียงกันเป็นทรงกลมยอดของต้นกำลังผลิดอกบานสีเหลืองสด...ความงามที่ไม่ต้องดูแลทุกวันเพราะกระบองเพชรเป็นพืชอวบน้ำ
ทนแดด สวยงามได้ในกระถางเล็กเรียงราย
          กาแฟหมดแก้ว ปาลิดาปล่อยใจให้ผ่อนคลาย แต่เหตุใดเธอต้องนึกถึงอีกคนที่อาศัยอยู่ชั้นเดียวกัน ใช่!หายเงียบไปหลายวันทีเดียว ไม่เช่นนั้น
จะเห็นผ่านตาเวลาเขาเดินออกไปทำงาน “ไม่ใช่ลิฟต์ เดินขึ้นลงก็ดีนะ ออกกำลังกาย...เขาสบายดีไหม ไปคิดถึงทำไหมนะ” ปาลิดาหยุดความคิดวุ่น
วายลง
 
          หญิงสาวเดินหอบหิ้วกระเป๋าเอกสาร ในสูทสีน้ำเงินเข้ม ผมเซ็ทไว้ด้วยเจลดูสวยงาม ใบหน้างามแต่งแต้มเพียงลิปสีชมพูอ่อน รองเท้าคัชชูสีดำ
...วิสัยเพิ่งเปิดประตูห้องเพื่อนชายออกมา ใจปาลิดาคิดว่า หรือเขาสองคนเป็นไม้ป่าเดียวกันเห็นออกมาแต่เช้าเช่นนี้ ในมือหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้า คงมา
ค้างคืนด้วยกันบ่อย...
          “สวัสดีครับ คุณปาไปทำงานแต่เช้าเลยนะครับ” เขาทักทายขึ้นขณะเธอรอลิฟต์
          “สวัสดีค่ะ” ไม่มีคำอื่นมากกว่านั้นวิสัยยิ้มเงียบไปครู่หนึ่ง “ผมมาแวะเอาเสื้อให้วรชิตครับ เรารับงานที่เชียงใหม่กับนครสวรรค์ เขาขับรถไปตรวจ
งานเองเจอฝนตกด้วยและเกิดอุบัติเหตุ”
          “ฮือ! ” หญิงสาวเบิกตากว้าง รู้สึกตกใจ ปาลิดาหัวใจตกวูบ หวั่นไหว ห่วงใยเขาขึ้นมาอย่างไม่เข้าใจตัวเอง
          “เป็นอย่างไรบ้างคะ”
          “เพิ่งแอดมิทเข้าโรงพยาบาล ขาซ้ายหัก ซี่โครงหัก และมีเลือดคลั่งในสมองครับ” กระเป๋าเอกสารหลุดมือ ใบหน้าซีด
          “คุณพระ! แล้วนี่ ๆ หมอว่าไงคะ”
          “เข้ารักษาที่โรงพยาบาลเมื่อคืน หมอจะผ่าตัดวันนี้ ผมห่วงอย่างเดียวเรื่องสมอง ผมต้องไปก่อนละครับ  “หมอจะผ่าตัดกี่โมงคะ แล้วอยู่โรง
พยาบาลไหน” ปาลิดาจดรายละเอียด ก่อนที่จะผละไป เธอเรียกแท็กซี่แทนการเดิน ใจเต้นระรัวด้วยความห่วงใย...เสียงถามย้ำในหัวใจจะห่วงเขาทำไม
นะ ก็เพียงแค่รู้จัก ไม่น่า ไม่ใช่ความรู้สึกอื่น สาวแกร่งยังใจแข็ง
          “พี่ปามาแต่เช้าเลย ไม่สบายรึเปล่าครับหน้าซีดจัง” สันทานยืนรอเธอรับกระเป๋ามาถือให้
          “แวะห้องพยาบาลชั้นสามก่อนดีไหม” อุ้มมือเย็นจับข้อมือสันทาน
          “คุณวรชิตเกิดอุบัติเหตุ ต้องผ่าตัดใหญ่วันนี้” ท่าทีแรกของสันทานคือขมวดคิ้ว เขาได้ฟังจากพี่ปาแต่ทำไมเธอต้องห่วงใยเขาขนาดนั้น หรือ
เธอห่วงใยเพราะเขาดีกับเธอเสมอมา เรื่องคอนโดฯ สันทานก็ได้รายละเอียดจากกันติชาว่าวรชิตแต่งที่พักพี่ปาอย่างสวยงามพิเศษกว่าห้องอื่น เอาละ
สองหนุ่มสาวนี่ยังไงอยู่นะ
          “วันนี้ไม่มีอะไรมาก ส่งรายงานให้หัวหน้าแล้วถ้าพี่ปาอยากไปแวะดูเขาที่โรงพยาบาลผมจะไปเป็นเพื่อน” ปาลิดาพยักหน้า
 
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่