Cr.Youtube
เงื่อนรักกามเทพ...Cupid Knot (17
)เส้นทางที่นำมาชิดใกล้
ทั้งคู่ยังอยู่ในวงแขนของกันและกัน แต่ขาซ้ายของวรชิตที่กำลังจะก้าวออกเดิน ยังงัดค้างอยู่กับอุปกรณ์การออกกำลังกาย ก้าวนั้นซึ่งปะทะ
เข้ากับปาลิดาทั้งตัว เขากล่าวขอโทษหลายครั้งเคลื่อนตัวออกอย่างสุภาพแต่ขาที่บิดทำให้เอ็นข้อเท้าบาดเจ็บ เขาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ยกน้ำหนัก ใบ
หน้าซีด เหงื่อเกาะเต็มหน้าผาก ทีท่าไม่ได้แสร้งทำแต่สีหน้าบอกถึงอาการบาดเจ็บ ปาลิดาทรุดตัวลงกับพื้นมือหนึ่งเกาะเข่าวรชิตเอ่ยถามน้ำเสียงตกใจ
“เป็นอะไรหรือคะ หน้าซีดเชียว”
“ข้อเท้าครับ”
ชายหนุ่มซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ห้องยิมเดินเข้ามา”เกิดอะไรครับผม”
“เราบังเอิญลุกออกจากเครื่องเล่นแล้วชนกัน เขาคงเจ็บข้อเท้าแน่ค่ะ...เจ็บมากไหม” เสียงถามอย่างห่วงใย วรชิตสัมผัสได้ มันอบอุ่นอบอวนใน
ใจเหลือเกิน เขาไม่เคยรู้สึกกับใครเลย แม้แต่กับพันวา
“ให้ผมพาไปส่งห้องพัก หรือไปหาหมอดีครับ” ปาลิดาเห็นด้วยเธอพยักหน้าสีหน้าไม่สู้ดีเพราะรู้แก่ใจว่าทำให้เขาบาดเจ็บ
“ช่วยพาผมไปห้องพักก่อนดีกว่า” เขาเอ่ยกับพนักงานชาย ความสูงใหญ่แข็งแรงไล่ ๆ กัน ประคองมาถึงลิฟต์ ปาลิดาก้าวตามมาติด ๆ อย่างน้อย
ไปส่งเขาถึงห้องน่าจะดีกว่า นั้นคือความเป็นเธอที่ไม่เคยละทิ้งความรับผิดชอบไม่ว่าจะชอบหน้ากันหรือไม่
“คุณจะไปหาหมอไหม” ปาลิดาถามเขาเมื่อถึงหน้าห้อง
"ไม่เป็นไรครับ ทานยาปวดคลายกล้ามเนื้อแล้วพักคงจะดีขึ้น ขอบคุณครับ อย่าเป็นกังวลเลย แค่ข้อเท้าเอง ขอบคุณอีกครั้งครับ”
“นี่เบอร์โทรค่ะ มีอะไรโทรไปได้นะ” พนักงานพาเขาเข้าห้องพัก ปาริดาเดินกลับห้อง
“มันเป็นอุบัติเหตุช่วยไม่ได้ เราก็ทำหน้าที่แล้ว ไม่เอาล่ะ ไม่คิด ๆ ” ปาลิดาเอางานที่ต้องสัมภาษณ์นายทหารระดับพันเอกที่มีข่าวฉาวว่าพัวพัน
กับคดีเผานั่งยางกำนันแห่งหนึ่งที่กำลังเป็นข่าวดัง ขณะเตรียมการสัมภาษณ์ เธออดคิดอย่างสมเพชและสงสารในความเป็นมนุษย์ด้วยกันที่ลงมืออย่างอำมหิตได้ถึงปานนี้ผู้ก่อเหตุและผู้เกี่ยวข้องไม่รู้สึกผิดบ้างหรือไร...อำนาจ เงิน ผลประโยชน์ล้วนเป็นสิ่งที่มีครอบครองแล้วรังแต่จะรุ่มร้อน ไขว้คว้ามา
อย่างละโมบแล้วก็ตายไปตามเวลา ไม่มีใครเป็นอมตะ สิ่งที่ครอบครองอยู่ไร้ความหมาย เอามายื้อยุดต่อชีวิตตัวเองไม่ได้เลย แล้วเธอก็หวนนึกถึงความ
รู้สึกผิดที่เธอมีกับเหตุการณ์เมื่อเช้า...แม้จะเล็กน้อยก็ตามแต่ช่างเถอะไม่ตายหรอกนะ ดูแข็งแรงออกปานนั้น ความคิดเมื่อเริ่มมันเหมือนลิงทะโมน
ที่วิ่งไปมา สุดท้ายก็มาที่ความรู้สึกผิด เธอคิดเปรียบเทียบ หากกลับกันสามีเธอเป็นคนทำให้เกิดอุบัติเหตุจนครอบครัวหนึ่งต้องเจ็บปวด ปาลิดาเอง
ต้องรู้สึกสงสารและรู้สึกผิดไม่มากก็น้อย หรือเพราะเหตุนี้วรชิตจึงตัดสินใจออกบวช...บวชนานมาก สำหรับชีวิตผู้ชายที่การงานกำลังรุ่งโรจน์
ปาลิดานั่งเงียบสายตามองผ่านระเบียงที่แขวนต้นเฟินเขียวสวยไปอย่างไร้ที่หมาย แม้ฟ้าใส มวลเมฆเกาะตัวงดงามแปลกตา ไม่ได้เข้าถึงใจ
ที่เหม่อลอยครุ่นคิดเลย...เสียงถอนใจยาว เธอรวบงานเข้ากองให้เป็นระเบียบ เอนหลังบนโซฟาแล้วหลับไป
ปาลิดาหลับไปนานจนบ่ายคล้อยแล้วสะดุ้งตื่น ใจเต้นระรัวกับความฝันที่เพิ่งผ่านไป “โอ้คุณพระคุณเจ้า! ฝันอะไรนี่” เธอลุกเข้าห้องอาบน้ำให้สด
ชื่น ในชุดเสื้อยืดสีครีมกางเกงเลสีฟ้า เป็นชุดที่ใส่สบายยามอยู่ที่คอนโดฯ
“ทำไมต้องฝันเห็นนายวรชิตนอนกระสับกระส่ายด้วย บ้าใหญ่แล้วนะเรา เอ! หรือเขาไม่สบายแล้วอยู่คนเดียวด้วย ตายล่ะมีโรคประจำตัว ตายคา
ห้องพักรึเปล่านะ” ปาลิดาพึมพำ แม้จะไม่สนใจก็ยังค้างคาอยู่
หญิงสาวตัดสินใจโทรหาวิสัย เบอร์นี้เมื่ออาทิตย์ก่อนเกือบจะลบทิ้งแล้ว...จะเก็บไว้ทำไมไร้ประโยชน์ ความไร้ประโยชน์ก็กลับตรงข้ามยามจำ
เป็น
“ฉัน...ปาลิดาค่ะ”
“ครับสวัสดีครับ” วิสัยยังสุภาพคงเส้นคงวาเหมือนเพื่อนเขาคนนั้น...วรชิต เธอเล่าเหตุการณ์และบอกเขาให้ช่วยโทรหาวรชิตเพราะเป็นห่วง
“คุณไม่ต้องเอาชื่อฉันไปเอ่ยนะคะ ลองโทรไปหน่อยก็แล้วกัน ดิฉันไม่มีเบอร์เขา”
วิสัยยิ้มเมื่อวางสาย...โอะโอ! เกิดอะไรขึ้นแน่ ปาลิดาไม่กินเส้นกับนายแต่เป็นห่วง...เอาละสนุกแน่
ไม่มีคนรับสายเงียบอย่างน่าเป็นห่วง ปกติวรชิตดูแลร่างกายออกกำลังกายเป็นกิจวัตรทุกเช้า หรือเพราะต้องลุยงานใหม่หนักเร่งให้เสร็จทัน จน
ไม่หลับนอนอย่างที่เคยเป็น ความคิดนี้ทำให้เขามาถึงคอนโดฯ เอง
ลิฟต์เปิดออกพบกับปาลิดาที่กำลังจะลงไปกินข้าวเย็น สีหน้ากังวลของวิสัยเธอสังเกตได้ชัดเจน
“เชิญครับ จะไปไหนครับ”
“ไม่ไปละ ฉันจะไปดูคุณวรชิตกับคุณนั้นแหละ โทรมาไม่มีใครรับสายใช่ไหมคะ”
วิสัยแปลกใจในความช่างสังเกตของเธอ...แล้วก็เจอคำตอบว่าปาลิดาเป็นนักข่าว ความช่างสังเกตเป็นลักษณะเด่นของเธอ จากที่เห็นทำราย
การเจาะลึกเจาะร้อน เธอยิงคำถามและสังเกตสีหน้าแขกรับเชิญ รายการของเธอจึงมีคนติดตามมากมาย ความสวย ฉลาด คำถามที่ถามแบบต้องตอบ ประกอบกันเป็นตัวตนของปาลิดา
“ครับ ผมห่วงเพราะหลายวันมานี่เขาโหมทำงานให้ทันตามกำหนดไม่ค่อยพักผ่อน” เขากดรหัสห้อง รหัสซึ่งมีเพียงวิสัยกับเขมกรรู้เพียงสองคน
ประตูเปิดห้องเงียบ ห้องมืดไม่ได้เปิดไฟ ไฟเซนเซอร์ที่ประตูเปิดทันทีที่มีการเคลื่อนไหว วิสัยเปิดไฟหัวเตียง ทำให้ปาลิดาเห็นใบหน้าแดงด้วยพิษไข้
ข้อเท้ามีผ้ายืดรัดไว้อย่างถูกต้อง คงรู้ไปซะทุกเรื่องแบบคนเรียนมากรู้มาก...ปาลิดาค่อนแคะในใจ
“ชิต ๆ ” เขายังนิ่ง มือนุ่มขาวแตะที่หน้าผาก “ตัวร้อนมากเลยนะคะ ต้องเช็ดตัวหน่อยดีกว่า” ผู้มาด้วยเดินผละไปหาผ้าและกะละมังใส่น้ำ พร้อมที่
วัดไข้ มือของวรชิตคว้านสะเปะสะปะ ปาลิดาจับไว้
“เช็ดตัวหน่อยนะคะ เดี๋ยวกินยาก็หาย”
“ผม ๆ รับปาก ผมจะดูแลปาลิดาให้ดีที่สุด” เสียงเพ้อจากปากคนไข้ทำให้ทั้งห้องเงียบ ปาลิดาเบิกตากว้าง ใบหน้าฉงน
“คุณเดินทางไปสู่ที่สุขสงบ อย่าห่วงทางนี้เลย” เสียงปลอบประโลม ฟังอบอุ่น และมั่นคง เช่นนี้กระมังนับแต่สูญเสียณภัทรกับลูก เธอไม่เคย
ฝันเห็นผู้เป็นสุดที่รักทั้งสองอีกเลย พวกเขาไปอยู่ในที่ ๆ ดีแล้ว...น้ำตาหยดลงหลังมือคนไข้ก่อนที่จะก้มหน้าลงสะอื้นไห้...
***โอ้อกเอ๋ย เป็นเช่นไร ไฉนหรือ
เกาะกุมมือ อีกหนึ่งคน ฉงนฉงาย
ในยามนี้ เขาคือใคร ใกล้เคียงกาย
คงเอาใจ ที่หล่นหาย กลับคืนมา
อ้อมแขนอุ่น คนนี้ ใช่ไหมหนอ
คนที่รอ ปลอบขวัญ คอยอาสา
คนคนนี้ ที่ปกป้อง และนำพา
หรือเพียงว่า มาพบ ประสบกัน***
เงื่อนรักกามเทพ Cupid Knot (17) เส้นทางที่นำมาชิดใกล้
Cr.Youtube
เงื่อนรักกามเทพ...Cupid Knot (17)เส้นทางที่นำมาชิดใกล้
ทั้งคู่ยังอยู่ในวงแขนของกันและกัน แต่ขาซ้ายของวรชิตที่กำลังจะก้าวออกเดิน ยังงัดค้างอยู่กับอุปกรณ์การออกกำลังกาย ก้าวนั้นซึ่งปะทะ
เข้ากับปาลิดาทั้งตัว เขากล่าวขอโทษหลายครั้งเคลื่อนตัวออกอย่างสุภาพแต่ขาที่บิดทำให้เอ็นข้อเท้าบาดเจ็บ เขาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ยกน้ำหนัก ใบ
หน้าซีด เหงื่อเกาะเต็มหน้าผาก ทีท่าไม่ได้แสร้งทำแต่สีหน้าบอกถึงอาการบาดเจ็บ ปาลิดาทรุดตัวลงกับพื้นมือหนึ่งเกาะเข่าวรชิตเอ่ยถามน้ำเสียงตกใจ
“เป็นอะไรหรือคะ หน้าซีดเชียว”
“ข้อเท้าครับ”
ชายหนุ่มซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ห้องยิมเดินเข้ามา”เกิดอะไรครับผม”
“เราบังเอิญลุกออกจากเครื่องเล่นแล้วชนกัน เขาคงเจ็บข้อเท้าแน่ค่ะ...เจ็บมากไหม” เสียงถามอย่างห่วงใย วรชิตสัมผัสได้ มันอบอุ่นอบอวนใน
ใจเหลือเกิน เขาไม่เคยรู้สึกกับใครเลย แม้แต่กับพันวา
“ให้ผมพาไปส่งห้องพัก หรือไปหาหมอดีครับ” ปาลิดาเห็นด้วยเธอพยักหน้าสีหน้าไม่สู้ดีเพราะรู้แก่ใจว่าทำให้เขาบาดเจ็บ
“ช่วยพาผมไปห้องพักก่อนดีกว่า” เขาเอ่ยกับพนักงานชาย ความสูงใหญ่แข็งแรงไล่ ๆ กัน ประคองมาถึงลิฟต์ ปาลิดาก้าวตามมาติด ๆ อย่างน้อย
ไปส่งเขาถึงห้องน่าจะดีกว่า นั้นคือความเป็นเธอที่ไม่เคยละทิ้งความรับผิดชอบไม่ว่าจะชอบหน้ากันหรือไม่
“คุณจะไปหาหมอไหม” ปาลิดาถามเขาเมื่อถึงหน้าห้อง
"ไม่เป็นไรครับ ทานยาปวดคลายกล้ามเนื้อแล้วพักคงจะดีขึ้น ขอบคุณครับ อย่าเป็นกังวลเลย แค่ข้อเท้าเอง ขอบคุณอีกครั้งครับ”
“นี่เบอร์โทรค่ะ มีอะไรโทรไปได้นะ” พนักงานพาเขาเข้าห้องพัก ปาริดาเดินกลับห้อง
“มันเป็นอุบัติเหตุช่วยไม่ได้ เราก็ทำหน้าที่แล้ว ไม่เอาล่ะ ไม่คิด ๆ ” ปาลิดาเอางานที่ต้องสัมภาษณ์นายทหารระดับพันเอกที่มีข่าวฉาวว่าพัวพัน
กับคดีเผานั่งยางกำนันแห่งหนึ่งที่กำลังเป็นข่าวดัง ขณะเตรียมการสัมภาษณ์ เธออดคิดอย่างสมเพชและสงสารในความเป็นมนุษย์ด้วยกันที่ลงมืออย่างอำมหิตได้ถึงปานนี้ผู้ก่อเหตุและผู้เกี่ยวข้องไม่รู้สึกผิดบ้างหรือไร...อำนาจ เงิน ผลประโยชน์ล้วนเป็นสิ่งที่มีครอบครองแล้วรังแต่จะรุ่มร้อน ไขว้คว้ามา
อย่างละโมบแล้วก็ตายไปตามเวลา ไม่มีใครเป็นอมตะ สิ่งที่ครอบครองอยู่ไร้ความหมาย เอามายื้อยุดต่อชีวิตตัวเองไม่ได้เลย แล้วเธอก็หวนนึกถึงความ
รู้สึกผิดที่เธอมีกับเหตุการณ์เมื่อเช้า...แม้จะเล็กน้อยก็ตามแต่ช่างเถอะไม่ตายหรอกนะ ดูแข็งแรงออกปานนั้น ความคิดเมื่อเริ่มมันเหมือนลิงทะโมน
ที่วิ่งไปมา สุดท้ายก็มาที่ความรู้สึกผิด เธอคิดเปรียบเทียบ หากกลับกันสามีเธอเป็นคนทำให้เกิดอุบัติเหตุจนครอบครัวหนึ่งต้องเจ็บปวด ปาลิดาเอง
ต้องรู้สึกสงสารและรู้สึกผิดไม่มากก็น้อย หรือเพราะเหตุนี้วรชิตจึงตัดสินใจออกบวช...บวชนานมาก สำหรับชีวิตผู้ชายที่การงานกำลังรุ่งโรจน์
ปาลิดานั่งเงียบสายตามองผ่านระเบียงที่แขวนต้นเฟินเขียวสวยไปอย่างไร้ที่หมาย แม้ฟ้าใส มวลเมฆเกาะตัวงดงามแปลกตา ไม่ได้เข้าถึงใจ
ที่เหม่อลอยครุ่นคิดเลย...เสียงถอนใจยาว เธอรวบงานเข้ากองให้เป็นระเบียบ เอนหลังบนโซฟาแล้วหลับไป
ปาลิดาหลับไปนานจนบ่ายคล้อยแล้วสะดุ้งตื่น ใจเต้นระรัวกับความฝันที่เพิ่งผ่านไป “โอ้คุณพระคุณเจ้า! ฝันอะไรนี่” เธอลุกเข้าห้องอาบน้ำให้สด
ชื่น ในชุดเสื้อยืดสีครีมกางเกงเลสีฟ้า เป็นชุดที่ใส่สบายยามอยู่ที่คอนโดฯ
“ทำไมต้องฝันเห็นนายวรชิตนอนกระสับกระส่ายด้วย บ้าใหญ่แล้วนะเรา เอ! หรือเขาไม่สบายแล้วอยู่คนเดียวด้วย ตายล่ะมีโรคประจำตัว ตายคา
ห้องพักรึเปล่านะ” ปาลิดาพึมพำ แม้จะไม่สนใจก็ยังค้างคาอยู่
หญิงสาวตัดสินใจโทรหาวิสัย เบอร์นี้เมื่ออาทิตย์ก่อนเกือบจะลบทิ้งแล้ว...จะเก็บไว้ทำไมไร้ประโยชน์ ความไร้ประโยชน์ก็กลับตรงข้ามยามจำ
เป็น
“ฉัน...ปาลิดาค่ะ”
“ครับสวัสดีครับ” วิสัยยังสุภาพคงเส้นคงวาเหมือนเพื่อนเขาคนนั้น...วรชิต เธอเล่าเหตุการณ์และบอกเขาให้ช่วยโทรหาวรชิตเพราะเป็นห่วง
“คุณไม่ต้องเอาชื่อฉันไปเอ่ยนะคะ ลองโทรไปหน่อยก็แล้วกัน ดิฉันไม่มีเบอร์เขา”
วิสัยยิ้มเมื่อวางสาย...โอะโอ! เกิดอะไรขึ้นแน่ ปาลิดาไม่กินเส้นกับนายแต่เป็นห่วง...เอาละสนุกแน่
ไม่มีคนรับสายเงียบอย่างน่าเป็นห่วง ปกติวรชิตดูแลร่างกายออกกำลังกายเป็นกิจวัตรทุกเช้า หรือเพราะต้องลุยงานใหม่หนักเร่งให้เสร็จทัน จน
ไม่หลับนอนอย่างที่เคยเป็น ความคิดนี้ทำให้เขามาถึงคอนโดฯ เอง
ลิฟต์เปิดออกพบกับปาลิดาที่กำลังจะลงไปกินข้าวเย็น สีหน้ากังวลของวิสัยเธอสังเกตได้ชัดเจน
“เชิญครับ จะไปไหนครับ”
“ไม่ไปละ ฉันจะไปดูคุณวรชิตกับคุณนั้นแหละ โทรมาไม่มีใครรับสายใช่ไหมคะ”
วิสัยแปลกใจในความช่างสังเกตของเธอ...แล้วก็เจอคำตอบว่าปาลิดาเป็นนักข่าว ความช่างสังเกตเป็นลักษณะเด่นของเธอ จากที่เห็นทำราย
การเจาะลึกเจาะร้อน เธอยิงคำถามและสังเกตสีหน้าแขกรับเชิญ รายการของเธอจึงมีคนติดตามมากมาย ความสวย ฉลาด คำถามที่ถามแบบต้องตอบ ประกอบกันเป็นตัวตนของปาลิดา
“ครับ ผมห่วงเพราะหลายวันมานี่เขาโหมทำงานให้ทันตามกำหนดไม่ค่อยพักผ่อน” เขากดรหัสห้อง รหัสซึ่งมีเพียงวิสัยกับเขมกรรู้เพียงสองคน
ประตูเปิดห้องเงียบ ห้องมืดไม่ได้เปิดไฟ ไฟเซนเซอร์ที่ประตูเปิดทันทีที่มีการเคลื่อนไหว วิสัยเปิดไฟหัวเตียง ทำให้ปาลิดาเห็นใบหน้าแดงด้วยพิษไข้
ข้อเท้ามีผ้ายืดรัดไว้อย่างถูกต้อง คงรู้ไปซะทุกเรื่องแบบคนเรียนมากรู้มาก...ปาลิดาค่อนแคะในใจ
“ชิต ๆ ” เขายังนิ่ง มือนุ่มขาวแตะที่หน้าผาก “ตัวร้อนมากเลยนะคะ ต้องเช็ดตัวหน่อยดีกว่า” ผู้มาด้วยเดินผละไปหาผ้าและกะละมังใส่น้ำ พร้อมที่
วัดไข้ มือของวรชิตคว้านสะเปะสะปะ ปาลิดาจับไว้
“เช็ดตัวหน่อยนะคะ เดี๋ยวกินยาก็หาย”
“ผม ๆ รับปาก ผมจะดูแลปาลิดาให้ดีที่สุด” เสียงเพ้อจากปากคนไข้ทำให้ทั้งห้องเงียบ ปาลิดาเบิกตากว้าง ใบหน้าฉงน
“คุณเดินทางไปสู่ที่สุขสงบ อย่าห่วงทางนี้เลย” เสียงปลอบประโลม ฟังอบอุ่น และมั่นคง เช่นนี้กระมังนับแต่สูญเสียณภัทรกับลูก เธอไม่เคย
ฝันเห็นผู้เป็นสุดที่รักทั้งสองอีกเลย พวกเขาไปอยู่ในที่ ๆ ดีแล้ว...น้ำตาหยดลงหลังมือคนไข้ก่อนที่จะก้มหน้าลงสะอื้นไห้...
***โอ้อกเอ๋ย เป็นเช่นไร ไฉนหรือ
เกาะกุมมือ อีกหนึ่งคน ฉงนฉงาย
ในยามนี้ เขาคือใคร ใกล้เคียงกาย
คงเอาใจ ที่หล่นหาย กลับคืนมา
อ้อมแขนอุ่น คนนี้ ใช่ไหมหนอ
คนที่รอ ปลอบขวัญ คอยอาสา
คนคนนี้ ที่ปกป้อง และนำพา
หรือเพียงว่า มาพบ ประสบกัน***