Cr.Youtube
เงื่อนรักกามเทพ...Cupid Knot (13) สุดทาง
“คุณเผชิญ...ปาลิดากลับมาแล้วค่ะ” สามีพยักหน้าเขายิ้มให้เธออย่างเอ็นดูพลางคิดว่าชาติก่อนสองเพื่อนซี้นี่คงเกิดเป็นพี่น้องกันแน่ ห่วงใย
กันเหลือเกิน อาจารย์เป็นคนเรียบง่าย ใจดี เขาเข้ากับเพื่อนภรรยาได้ดีทุกคนโดยเฉพาะปาลิดา ช่วงที่เธอสูญเสียทุกอย่าง ไป ๆ มา ๆ ดูแลกันจน
เหมือนคนในครอบครัวไปแล้ว พี่ชาย...คุณไกรก็เป็นห่วงน้องสาวคนเดียวมากแต่ด้วยหน้าที่การงาน จึงได้แต่แวะมาเยี่ยมและฝากน้องสาวให้
กันติชาช่วยดูแล ตัวปาลิดาเป็นคนรู้จักควรมิควร วางตัวดี เคารพอาจารย์เผชิญเหมือนพี่ชายอีกคน
การที่ปาลิดามาเอ่ยปากเรื่องที่อยู่...คอนโดฯ ยังไม่เรียบร้อยต้องอาศัยที่นี่ไปก่อนอีกสองสัปดาห์จึงไม่มีปัญหา
“อย่าเกรงใจเลยครับ ทำตัวตามสบาย มีคนอยู่เพิ่มก็อบอุ่นนะ ดูกันสิหน้าตาแจ่มใสมีความสุข ผมก็มีความสุข ฉะนั้นอย่าได้เกรงใจ...โอเคนะครับ”
บทสนทนาตอนเช้าก่อนที่ปาลิดาจะสัมภาษณ์เจ้าสัวเพิ่มพูน
“รายการของเธอกลายเป็น Talk of The Town ดังไปตามสื่อและสื่อโซเชียลต่าง ๆ มากมายทั้งดีและไม่ดีอย่ารู้เลย”
“ใช่! มันจบตั้งแต่จบรายการแล้ว ปาไม่คิดอะไรแล้วหนักหัวเปล่า ๆ ใครจะว่าไงก็เสรีภาพ แต่ไม่อยากรู้ให้รกหัวนะ”
“ดีแล้วไปอาบน้ำ แล้วมากินข้าวเนาะ กันทำของโปรดปากับอาจารย์ไว้หลายอย่างเลย”
ก่อนออกมาจากที่ทำงาน...ปาลิดาเดินผ่านโต๊ะทำงานสันทานเขากำลังอ่านเฟสฯ ของเพื่อนที่ออกความเห็นว่าเสียดายที่เจ้าสัวอดทนเลี้ยงลูกมาแล้วกลายมาเป็นขี้ยา อย่างนี้สู้เอาเงินไปบริจาคให้เด็กกำพร้าคงดีกว่า
“คิดอะไรอยู่หรือปา เห็นอิ่มข้าวแล้วหลบมานั่งเงียบ ๆ ตรงนี้” เสียงกันติชาถามอย่างห่วงใย
“ปารู้สึกผิดนะ ไม่น่าตั้งคำถามเจ้าสัวเรื่องพ่อ-แม่ เรื่องการเลี้ยงดูลูกเลย ทุกคนก็อยากให้ลูกเป็นคนดี แย่จัง” เสียงตำหนิตัวเอง
“อือ! ” เพื่อนสาวเอ่ย และนึกเห็นแววตาเจ็บปวดของเจ้าสัวแล้วสะเทือนใจ
“ลืมมันซะเถอะ ปาไม่โดนไล่ออกก็บุญแล้ว ไม่งั้นได้ตกงานแน่แถมเจ้าสัวโกรธ เขาฟ้องร้องฐานหมิ่นประมาทด้วยยิ่งแย่เลย แต่ก็ทำดีที่สุดแล้ว
พอดีกว่ารกหัวจัง”
“นี่อีตาทิดนั้น...”
“เขาชื่อวรชิตจ้าคุณปาลิดา”
“อือ! ชื่ออะไรก็เถอะ ห้องหนึ่งมันตกแต่งยากนักเชียวหรือไง ปาต้องอาศัยอยู่ต่ออีกตั้งสองอาทิตย์กว่าจะเสร็จ” เพื่อนตีที่แขนเบา ๆ
“เราเป็นเพื่อนรักกันนะ อย่าพูดอีกเลยกันโกรธแน่” ท่าทางขัดใจของกันติชาพาให้ปาลิดาหัวเราะชอบใจ
แต่มิวายกลับมาบ่นเรื่องคอนโดฯ อีก "จะแต่งห้องแบบไหนฉันก็อยู่ได้ ต้องโทรมาถามโน้นนี่ว่าชอบอะไร ชอบสีอะไร อยากได้ห้องแบบไหน
เขาว่างมากหรือไงนะน่ารำคาญ”
“ก็พอดีกันนั้นแหละ...ถามแต่ละครั้งก็โดนเธอบ่นยาวยังอุตส่าห์โทรมาครั้งที่สอง ฉันมีลูกค้าขี้บ่นแบบนี้ก็แต่งอย่างที่ตัวเองชอบง่ายกว่าไม่โดน
บ่นด้วยว่าไหม...พ่อรูปหล่อน่าสงสารนะ ๆ ” กันติชาแหย่ ปาลิกาเบ้ปาก แล้วยักไหล่
วรชิตขยาดเลยโทรมาหากันติชาแทนถามความชอบส่วนตัวของปาลิดา “ผมรับรองว่าห้องเธอต้องสวยถูกใจแน่”
“ขอโทษนะความจริงแล้วฉันไม่ต้องการให้คุณเข้าใกล้เธอเหตุผลก็อย่างที่เรารู้กันดี นี่ถ้าปาลิดารู้ว่าคุณเป็นใครเธออาจโกรธและกลับมา
เศร้าได้อีก”
“ผมพยายามเพียงแค่หยิบยื่นสิ่งที่ดีให้เธอด้วยความปรารถนาดีและจริงใจเท่านั้น” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างจริงใจ กันติชาให้ข้อมูลเพิ่มจนเขาพอใจ
“คุณจะต้องชอบห้องเธอแน่นอน ผมรับรอง” เสียงวรชิตเอ่ยหนักแน่น
เมื่อวานปาลิดาโทรไปหาพนักงานขาย... “เอาห้องไหนก็ได้ห้องหนึ่ง ยุ่งยากนักกับแค่ที่ซุกหัวนอน” เอ่ยจบเธอรีบปิดปากเมื่อนึกถึงราคาคอนโดฯ
แพงและคุณภาพขนาดนั้นเธอคงไม่ใช้เป็นเพียงที่ซุกหัวนอนแน่...
คอนโดฯ เป็นที่นิยมของคนรุ่นใหม่ที่ไม่ต้องมาดูแลบ้าน ฉีดปลวก ตัดหญ้า รดน้ำต้นไม้ สารพัดค่าใช้จ่ายบำรุงรักษากับสารพัดงานที่มีไม่จบเมื่อ
มีบ้านหลังหนึ่ง
“วรชิตนายมันบ้าหรือเมา วันก่อนฉันแวะไปดูงาน พนักงานขายว่านายไปซื้อคอนโดฯ ห้องหนึ่งชั้นเดียวกับคุณปา หนำซ้ำยังแต่งห้องคุณปาจน
เกินงบพอโดนท้วงนายกลับบอกเขาว่าส่วนเกินมาเก็บกับนาย” สีหน้าและน้ำเสียงหงุดหงิดงุนงง
“นายฟังฉันก่อนนะวิสัย น้องสาวฉัน...เขมกรจะแต่งงานไว ๆ นี้กับเพื่อนที่คบกันมาตั้งแต่มหาวิทยาลัย ฝ่ายชายจะลงทุนปรับปรุงบ้านที่เราอยู่ใหม่
ให้เสร็จก่อนแต่ง ฉันก็เห็นด้วยเพราะเขมกรแต่งแล้วจะได้อยู่ใกล้ย่าเล็ก ใกล้บ้านป้า และมีป้าทองคอยดูแล ฉันคนเดียว...เห็นที่นี่ไม่ไกลจากออฟฟิศ
ราคานี้คุณภาพขนาดนี้ ฉันจึงตัดสินใจซื้อ บังเอิญมันเป็นสองห้องสุดท้ายที่ได้โปรโมชัน และเป็นชั้นเดียวกับคุณปาเท่านั้นเอง”
“มันไม่เท่านั้นหรอก เธอรู้ไหมว่านายเป็นใคร และหากเธอยังโกรธเกลียดคนข้างตัวพันวา นายก็จะพลอยโชคร้ายไปด้วย นายคิดอะไรของนายนะ
ฉันว่าฉันรู้จักนายดีแต่นับตั้งแต่เกิดเหตุนายไปบวชนั้นก็พอเข้าใจความรู้สึกผิดที่มีอยู่ในใจ แต่เรื่องมาคอยเป็นห่วงคุณปานี่ฉันไม่เข้าใจเลย” วิสัยจ้อง
มองอย่างต้องการคำตอบ
ผู้ถูกถามก้มหน้าอยู่กับกองเอกสาร “เฮ้ย! อย่าใส่ใจเลย มาช่วยกันหน่อยทางคอนโดฯ เร่งงานเป็นรถด่วนเลย” ตัวปัญหาเบี่ยงเบนประเด็น วิสัย
มีลางสังหรณ์ชอบกลว่าจะต้องเกิดเรื่องอีก แต่เขาเห็นชีวิตที่ผ่านมาอันควรจะรุ่งโรจน์กว่านี้ต้องมาชะงักงัน และยุ่งเหยิงนับตั้งแต่ผู้มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้อง...พันวาเข้ามาในชีวิตวรชิตและจบลงไม่สวยเลย เวลานี้เจ้าสัวก็แย่ลง แต่เดิมเจ้าสัวไม่ใส่ใจน้องสาวและน้องชายตัวเองนัก มาถึงเวลานี้คนที่เขา
ไม่เคยใส่ใจกลับมาอยู่เคียงข้างด้วยความห่วงใย แม่ของวิสัยก็เป็นหนึ่งในนั้นที่เข้าออกแวะมาคอยดูแลให้กำลังใจเจ้าสัว
ตอนวรชิตบวช...ทุกครั้งที่มีเวลา เขาไปกราบไหว้หลวงพ่อเจ้าอาวาสพร้อมเพื่อนและได้ฟังธรรมะมากมาย จากชีวิตที่ไม่ต่างจากผู้เป็นลุงคือ
เจ้าสัว เขาเองก็ทำงาน อยากมีอยากได้ไม่สิ้นสุด เขาเริ่มหันมามองตัวเอง สุดท้ายแล้วคนทุกคนหนีความเกิด-แก่-เจ็บตายไม่ได้ มันเป็นธรรมชาติเช่นนี้
เขาจึงเห็นว่าควรอยู่ดูเพื่อนห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ หากว่านั้นคือความสุขของวรชิต
“นายทำงานไปเถอะ ฉันแวะมาและจะไปดูงานที่คอนโดฯ ได้ข่าวจากเลขาว่าเกือบเสร็จทุกห้องแล้ว เดี๋ยวกลับมาแล้วไปหาอะไรกินกันตอน
เที่ยงนะ” สหายพยักหน้าและก้มลงทำงานต่อ
“เชิญครับเราไล่จากชั้นล่างไปเลยไหมครับ” พนักงานขายถาม
“ไม่ต้องหรอก คุณวรชิตเขามาตรวจแล้วถึงชั้นไหนนะ” วิสัยกล่าว
“ชั้นหกครับ”
“โอเคเราไปที่ชั้นหก ยอดขายเป็นไงบ้างครับ”
“เหลือไม่ถึงสิบห้อง อีกอาทิตก็จะเปิดตัวแล้ว งานเปิดตัวคอนโดฯ วันนั้นคงหมดครับผม”
“เป็นไงอาหารร้านนี้อร่อยนะ” วิสัยถามเพื่อน
“อือ!” ฉันกินได้ทั้งนั้น ไม่ช่างสรรหาเหมือนนาย” ผู้ถูกวิจารณ์หัวเราะ
“อิ่มแล้วจะเข้าบริษัทพร้อมกันไหม” วรชิตถาม ยังไม่ทันตอบเสียงมือถือวิสัยดังขึ้น
“คุณคะป้าจิกค่ะ รีบมาบ้านด่วนเลยนะคะเกิดเรื่องใหญ่แล้ว”
“ได้ป้า ผมจะรีบไป”
“เกิดอะไรขึ้นล่ะ”
“ไม่รู้แต่เสียงป้าจิกตกใจ ฟังไม่ดีเลย”
“ไปบ้านเจ้าสัวด้วยกัน” วรชิตอาสาไปด้วย นับจากก้าวออกมาเขาไม่เคยหวนกลับไปเลย แต่บางอย่างสะกิดใจเขาให้เป็นห่วงอดีตพ่อตา
และหากเป็นเช่นนั้นวิสัยคงอุ่นใจที่มีเขาอยู่เคียงข้าง
เงื่อนรักกามเทพ Cupid Knot (13) สุดทาง
Cr.Youtube
เงื่อนรักกามเทพ...Cupid Knot (13) สุดทาง
“คุณเผชิญ...ปาลิดากลับมาแล้วค่ะ” สามีพยักหน้าเขายิ้มให้เธออย่างเอ็นดูพลางคิดว่าชาติก่อนสองเพื่อนซี้นี่คงเกิดเป็นพี่น้องกันแน่ ห่วงใย
กันเหลือเกิน อาจารย์เป็นคนเรียบง่าย ใจดี เขาเข้ากับเพื่อนภรรยาได้ดีทุกคนโดยเฉพาะปาลิดา ช่วงที่เธอสูญเสียทุกอย่าง ไป ๆ มา ๆ ดูแลกันจน
เหมือนคนในครอบครัวไปแล้ว พี่ชาย...คุณไกรก็เป็นห่วงน้องสาวคนเดียวมากแต่ด้วยหน้าที่การงาน จึงได้แต่แวะมาเยี่ยมและฝากน้องสาวให้
กันติชาช่วยดูแล ตัวปาลิดาเป็นคนรู้จักควรมิควร วางตัวดี เคารพอาจารย์เผชิญเหมือนพี่ชายอีกคน
การที่ปาลิดามาเอ่ยปากเรื่องที่อยู่...คอนโดฯ ยังไม่เรียบร้อยต้องอาศัยที่นี่ไปก่อนอีกสองสัปดาห์จึงไม่มีปัญหา
“อย่าเกรงใจเลยครับ ทำตัวตามสบาย มีคนอยู่เพิ่มก็อบอุ่นนะ ดูกันสิหน้าตาแจ่มใสมีความสุข ผมก็มีความสุข ฉะนั้นอย่าได้เกรงใจ...โอเคนะครับ”
บทสนทนาตอนเช้าก่อนที่ปาลิดาจะสัมภาษณ์เจ้าสัวเพิ่มพูน
“รายการของเธอกลายเป็น Talk of The Town ดังไปตามสื่อและสื่อโซเชียลต่าง ๆ มากมายทั้งดีและไม่ดีอย่ารู้เลย”
“ใช่! มันจบตั้งแต่จบรายการแล้ว ปาไม่คิดอะไรแล้วหนักหัวเปล่า ๆ ใครจะว่าไงก็เสรีภาพ แต่ไม่อยากรู้ให้รกหัวนะ”
“ดีแล้วไปอาบน้ำ แล้วมากินข้าวเนาะ กันทำของโปรดปากับอาจารย์ไว้หลายอย่างเลย”
ก่อนออกมาจากที่ทำงาน...ปาลิดาเดินผ่านโต๊ะทำงานสันทานเขากำลังอ่านเฟสฯ ของเพื่อนที่ออกความเห็นว่าเสียดายที่เจ้าสัวอดทนเลี้ยงลูกมาแล้วกลายมาเป็นขี้ยา อย่างนี้สู้เอาเงินไปบริจาคให้เด็กกำพร้าคงดีกว่า
“คิดอะไรอยู่หรือปา เห็นอิ่มข้าวแล้วหลบมานั่งเงียบ ๆ ตรงนี้” เสียงกันติชาถามอย่างห่วงใย
“ปารู้สึกผิดนะ ไม่น่าตั้งคำถามเจ้าสัวเรื่องพ่อ-แม่ เรื่องการเลี้ยงดูลูกเลย ทุกคนก็อยากให้ลูกเป็นคนดี แย่จัง” เสียงตำหนิตัวเอง
“อือ! ” เพื่อนสาวเอ่ย และนึกเห็นแววตาเจ็บปวดของเจ้าสัวแล้วสะเทือนใจ
“ลืมมันซะเถอะ ปาไม่โดนไล่ออกก็บุญแล้ว ไม่งั้นได้ตกงานแน่แถมเจ้าสัวโกรธ เขาฟ้องร้องฐานหมิ่นประมาทด้วยยิ่งแย่เลย แต่ก็ทำดีที่สุดแล้ว
พอดีกว่ารกหัวจัง”
“นี่อีตาทิดนั้น...”
“เขาชื่อวรชิตจ้าคุณปาลิดา”
“อือ! ชื่ออะไรก็เถอะ ห้องหนึ่งมันตกแต่งยากนักเชียวหรือไง ปาต้องอาศัยอยู่ต่ออีกตั้งสองอาทิตย์กว่าจะเสร็จ” เพื่อนตีที่แขนเบา ๆ
“เราเป็นเพื่อนรักกันนะ อย่าพูดอีกเลยกันโกรธแน่” ท่าทางขัดใจของกันติชาพาให้ปาลิดาหัวเราะชอบใจ
แต่มิวายกลับมาบ่นเรื่องคอนโดฯ อีก "จะแต่งห้องแบบไหนฉันก็อยู่ได้ ต้องโทรมาถามโน้นนี่ว่าชอบอะไร ชอบสีอะไร อยากได้ห้องแบบไหน
เขาว่างมากหรือไงนะน่ารำคาญ”
“ก็พอดีกันนั้นแหละ...ถามแต่ละครั้งก็โดนเธอบ่นยาวยังอุตส่าห์โทรมาครั้งที่สอง ฉันมีลูกค้าขี้บ่นแบบนี้ก็แต่งอย่างที่ตัวเองชอบง่ายกว่าไม่โดน
บ่นด้วยว่าไหม...พ่อรูปหล่อน่าสงสารนะ ๆ ” กันติชาแหย่ ปาลิกาเบ้ปาก แล้วยักไหล่
วรชิตขยาดเลยโทรมาหากันติชาแทนถามความชอบส่วนตัวของปาลิดา “ผมรับรองว่าห้องเธอต้องสวยถูกใจแน่”
“ขอโทษนะความจริงแล้วฉันไม่ต้องการให้คุณเข้าใกล้เธอเหตุผลก็อย่างที่เรารู้กันดี นี่ถ้าปาลิดารู้ว่าคุณเป็นใครเธออาจโกรธและกลับมา
เศร้าได้อีก”
“ผมพยายามเพียงแค่หยิบยื่นสิ่งที่ดีให้เธอด้วยความปรารถนาดีและจริงใจเท่านั้น” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างจริงใจ กันติชาให้ข้อมูลเพิ่มจนเขาพอใจ
“คุณจะต้องชอบห้องเธอแน่นอน ผมรับรอง” เสียงวรชิตเอ่ยหนักแน่น
เมื่อวานปาลิดาโทรไปหาพนักงานขาย... “เอาห้องไหนก็ได้ห้องหนึ่ง ยุ่งยากนักกับแค่ที่ซุกหัวนอน” เอ่ยจบเธอรีบปิดปากเมื่อนึกถึงราคาคอนโดฯ
แพงและคุณภาพขนาดนั้นเธอคงไม่ใช้เป็นเพียงที่ซุกหัวนอนแน่...
คอนโดฯ เป็นที่นิยมของคนรุ่นใหม่ที่ไม่ต้องมาดูแลบ้าน ฉีดปลวก ตัดหญ้า รดน้ำต้นไม้ สารพัดค่าใช้จ่ายบำรุงรักษากับสารพัดงานที่มีไม่จบเมื่อ
มีบ้านหลังหนึ่ง
“วรชิตนายมันบ้าหรือเมา วันก่อนฉันแวะไปดูงาน พนักงานขายว่านายไปซื้อคอนโดฯ ห้องหนึ่งชั้นเดียวกับคุณปา หนำซ้ำยังแต่งห้องคุณปาจน
เกินงบพอโดนท้วงนายกลับบอกเขาว่าส่วนเกินมาเก็บกับนาย” สีหน้าและน้ำเสียงหงุดหงิดงุนงง
“นายฟังฉันก่อนนะวิสัย น้องสาวฉัน...เขมกรจะแต่งงานไว ๆ นี้กับเพื่อนที่คบกันมาตั้งแต่มหาวิทยาลัย ฝ่ายชายจะลงทุนปรับปรุงบ้านที่เราอยู่ใหม่
ให้เสร็จก่อนแต่ง ฉันก็เห็นด้วยเพราะเขมกรแต่งแล้วจะได้อยู่ใกล้ย่าเล็ก ใกล้บ้านป้า และมีป้าทองคอยดูแล ฉันคนเดียว...เห็นที่นี่ไม่ไกลจากออฟฟิศ
ราคานี้คุณภาพขนาดนี้ ฉันจึงตัดสินใจซื้อ บังเอิญมันเป็นสองห้องสุดท้ายที่ได้โปรโมชัน และเป็นชั้นเดียวกับคุณปาเท่านั้นเอง”
“มันไม่เท่านั้นหรอก เธอรู้ไหมว่านายเป็นใคร และหากเธอยังโกรธเกลียดคนข้างตัวพันวา นายก็จะพลอยโชคร้ายไปด้วย นายคิดอะไรของนายนะ
ฉันว่าฉันรู้จักนายดีแต่นับตั้งแต่เกิดเหตุนายไปบวชนั้นก็พอเข้าใจความรู้สึกผิดที่มีอยู่ในใจ แต่เรื่องมาคอยเป็นห่วงคุณปานี่ฉันไม่เข้าใจเลย” วิสัยจ้อง
มองอย่างต้องการคำตอบ
ผู้ถูกถามก้มหน้าอยู่กับกองเอกสาร “เฮ้ย! อย่าใส่ใจเลย มาช่วยกันหน่อยทางคอนโดฯ เร่งงานเป็นรถด่วนเลย” ตัวปัญหาเบี่ยงเบนประเด็น วิสัย
มีลางสังหรณ์ชอบกลว่าจะต้องเกิดเรื่องอีก แต่เขาเห็นชีวิตที่ผ่านมาอันควรจะรุ่งโรจน์กว่านี้ต้องมาชะงักงัน และยุ่งเหยิงนับตั้งแต่ผู้มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้อง...พันวาเข้ามาในชีวิตวรชิตและจบลงไม่สวยเลย เวลานี้เจ้าสัวก็แย่ลง แต่เดิมเจ้าสัวไม่ใส่ใจน้องสาวและน้องชายตัวเองนัก มาถึงเวลานี้คนที่เขา
ไม่เคยใส่ใจกลับมาอยู่เคียงข้างด้วยความห่วงใย แม่ของวิสัยก็เป็นหนึ่งในนั้นที่เข้าออกแวะมาคอยดูแลให้กำลังใจเจ้าสัว
ตอนวรชิตบวช...ทุกครั้งที่มีเวลา เขาไปกราบไหว้หลวงพ่อเจ้าอาวาสพร้อมเพื่อนและได้ฟังธรรมะมากมาย จากชีวิตที่ไม่ต่างจากผู้เป็นลุงคือ
เจ้าสัว เขาเองก็ทำงาน อยากมีอยากได้ไม่สิ้นสุด เขาเริ่มหันมามองตัวเอง สุดท้ายแล้วคนทุกคนหนีความเกิด-แก่-เจ็บตายไม่ได้ มันเป็นธรรมชาติเช่นนี้
เขาจึงเห็นว่าควรอยู่ดูเพื่อนห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ หากว่านั้นคือความสุขของวรชิต
“นายทำงานไปเถอะ ฉันแวะมาและจะไปดูงานที่คอนโดฯ ได้ข่าวจากเลขาว่าเกือบเสร็จทุกห้องแล้ว เดี๋ยวกลับมาแล้วไปหาอะไรกินกันตอน
เที่ยงนะ” สหายพยักหน้าและก้มลงทำงานต่อ
“เชิญครับเราไล่จากชั้นล่างไปเลยไหมครับ” พนักงานขายถาม
“ไม่ต้องหรอก คุณวรชิตเขามาตรวจแล้วถึงชั้นไหนนะ” วิสัยกล่าว
“ชั้นหกครับ”
“โอเคเราไปที่ชั้นหก ยอดขายเป็นไงบ้างครับ”
“เหลือไม่ถึงสิบห้อง อีกอาทิตก็จะเปิดตัวแล้ว งานเปิดตัวคอนโดฯ วันนั้นคงหมดครับผม”
“เป็นไงอาหารร้านนี้อร่อยนะ” วิสัยถามเพื่อน
“อือ!” ฉันกินได้ทั้งนั้น ไม่ช่างสรรหาเหมือนนาย” ผู้ถูกวิจารณ์หัวเราะ
“อิ่มแล้วจะเข้าบริษัทพร้อมกันไหม” วรชิตถาม ยังไม่ทันตอบเสียงมือถือวิสัยดังขึ้น
“คุณคะป้าจิกค่ะ รีบมาบ้านด่วนเลยนะคะเกิดเรื่องใหญ่แล้ว”
“ได้ป้า ผมจะรีบไป”
“เกิดอะไรขึ้นล่ะ”
“ไม่รู้แต่เสียงป้าจิกตกใจ ฟังไม่ดีเลย”
“ไปบ้านเจ้าสัวด้วยกัน” วรชิตอาสาไปด้วย นับจากก้าวออกมาเขาไม่เคยหวนกลับไปเลย แต่บางอย่างสะกิดใจเขาให้เป็นห่วงอดีตพ่อตา
และหากเป็นเช่นนั้นวิสัยคงอุ่นใจที่มีเขาอยู่เคียงข้าง