เงื่อนรักกามเทพ Cupid Knot (14) สายป่านเส้นสุดท้าย

กระทู้คำถาม

Cr.Youtube

เงื่อนรักกามเทพ...Cupid Knot (14) สายป่านเส้นสุดท้าย
 
          รถยังจอดไม่สนิท...วิสัยก็เปิดประตู เร่งฝีเท้าตรงไปที่คฤหาสน์ ป้าจิกออกมารับ ใบหน้าผู้สูงวัยที่รับใช้เจ้าสัวมานาน หม่นหมองอย่างน่าใจ
หาย ดวงตาแดงช้ำ น้ำตายังไหลลงมาไม่หยุด
          “เกิดอะไรขึ้นครับป้า” วรชิตตามมาติด ๆ เอ่ยถามขึ้น
          “คุณพันวาค่ะ เธอใช้มีดกรีดแขนตัวเอง นอนในอ่างเสียชีวิตแล้วค่ะ โธ่คุณหนูดวงใจของป้า ฮือ ๆ ๆ ” ทั้งคู่ตกตะลึง มันสับสนน่าเศร้ายิ่งนัก แม้รู้ว่า
พันวาจะไม่มีวันดีขึ้นเลย แต่เธอจบชีวิตเสเพลลงจริงหรือ ทั้งคู่ตรงไปที่ห้อง แม่บ้านหลายคนกำลังทำความสะอาดอ่างอาบน้ำที่ยังคงมีรอยเลือดหยด
อยู่ข้างอ่าง รอยเปรอะของเลือด เหมือนพันวาตะกุยตะกาย สะเปะสะปะไปตามผนังรอบข้าง
 
          “มันเกิดขึ้นยังไงครับป้า” วิสัยถาม
          “ท่านให้ตามไปเอาคุณหนูกลับมาบ้านแล้วขังไว้เพราะเธออาละวาดและเรียกหาแต่เหล้า เสียงด่าทอท่าน เสียงขว้างปาของในห้องจนเธอหมดแรง
ในเวลากลางคืนเธอโวยวายเอะอะอย่างหวาดกลัวอะไรป้าไม่รู้ได้ แม่บ้านเข้าไปทำห้องเธอ ตอนเธอหมดแรงหลับไป” เสียงเล่าขาดช่วงด้วยแรงสะอื้น
ยากจะปะติดปะต่อเรื่อง น้ำตาป้าจิกหลั่งไหลอาบใบหน้าหมอง
          “ท่านเจ้าสัวล่ะ ตอนนี้อยู่ไหน...ตอนนี้ลุงผมอยู่ที่ไหนครับ” เขามองกราดไปทั่วนับแต่ย่างเท้าเข้าคฤหาสน์มาแต่ไม่เห็นเจ้าสัวเลย
          “ท่านเดินทางไปดูศพเธอที่โรงพยาบาล ทางแพทย์กำลังชันสูตรค่ะ เรียบร้อยถึงจะรับกลับมาได้ เพื่อไปที่วัด...โธ่!ใจป้าจะขาดเสียให้ได้”
ท่าทางป้าจิกเสียใจมากมายเพราะแกเลี้ยงพันวามาแต่อ้อนแต่ออก วิสัยสั่งงานให้ลุงสังข์คนเก่าแก่ ดูแลความเรียบร้อยของบ้าน พิมพ์ท่าทางเข้มแข็ง   
กว่าใครถูกเรียกมาดูแลความเรียบร้อยของทุกคน 
          “ฉันกับชิตจะตามไปดูคุณลุงที่โรงพยาบาล นี่เบอร์โทรฉัน เขาส่งนามบัตรให้ทั้งสองคนที่รับผิดชอบ
 
          วิสัยกำพวงมาลัยแน่นตามความรู้สึกพุ่งพล่านในใจ ทั้งสองคนต่างรู้มานานแล้วว่าสุดท้ายชีวิตพันวาคงไม่พ้นความตายอย่างน่าสมเพช วิสัยขับรถ
ออกไปอย่างรวดเร็ว เมื่อถึงโรงพยาบาลเขาโทรหาคนขับรถเจ้าสัวเพื่อจะได้รู้ว่าเจ้าสัวรออยู่ที่ไหน
 
          ทั้งสองก้าวยาวตามกันไปจนพบลุงและแม่ของวิสัยนั่งรออยู่หน้าห้องฉุกเฉิน ศพถูกย้ายไปห้องชันสูตรแล้ว
          “คุณลุง...คุณแม่” ใบหน้าเจ้าสัวหม่นหมอง ไร้ราศี เงินทองมากมายมหาศาลไม่ช่วยให้เขามีความสุขได้เลย คุณแม่วิสัยย้ายไปนั่งโซฟาฝั่งตรง
ข้าม วิสัยนั่งลงข้างเจ้าสัวพร้อมเพื่อน
          “ทำใจดี ๆ ไว้ครับ พันวาเธอไปดีแล้ว ไม่ต้องทรมานแล้ว” แววตาว่างเปล่าส่อแววเจ็บปวด วรชิตนั่งอีกฝั่งหนึ่งจับมือผู้ชราบีบเบา ๆ ไม่มีคำ
ปลอบโยนใดในยามนี้กับการสูญเสีย

          วรชิตก็ยังจำติดตาเมื่อครั้งที่ปาลิดาสูญเสียครอบครัวอบอุ่นไปอย่างไม่ทันตั้งตัว เสียงกรีดร้อง ร่ำไห้ปานว่าใจจะขาด ความเจ็บปวดแหลกลาญ
เกิดขึ้นในหัวใจดวงนั้นทำเอาแทบคลั่ง “ไม่จริงๆ พี่ภัทรบอกปาเองว่าครอบครัวเราจะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข แล้วนี่ปาไม่เหลืออะไรเลย โอ้สวรรค์
โอ้พระเจ้าทำไมโหดร้ายกับปาอย่างนี้” เสียงคร่ำครวญจนแน่นิ่งไป และสุดท้ายที่เขามาแอบดูงานเผา ไม่มีเสียงร้องไห้คร่ำครวญ เหลือเพียง
ความเงียบ ความเงียบที่เตรียมขุดหลุมฝั่งวิญญาณของปาลิดาให้ตะเกียดตะกายปางว่าจะขาดใจ เขาเห็นเธอวันนั้นก่อนออกบวช
 
          เสียงวิสัยปลุกวรชิตให้ตื่นจากภวังค์...”ผมทราบจากป้าจิกว่าพันวาเธอกลับมาอยู่บ้านไม่เท่าไรเธอก็จากเราไป ผมก็เคยคุยกับคุณลุงแล้วใน
เรื่องนี้ เรารั้งเธอไม่อยู่สุดท้ายเธอก็จะจากเราไป คิดเสียว่าเธอไปสบายแล้วครับ” เจ้าสัวถอนใจยาว ก่อนจะเอ่ยถึงเรื่องราวอย่างอ่อนเพลียทั้งใจและ
กาย
          “ความผิดของลุงเองที่ให้คนไปพาเธอกลับเข้าบ้าน แม้ความหวังริบหรี่แต่ก็อยากให้ลูกอยู่ใกล้ ๆ คืนวันเกิดเรื่องลุงคุยกับป้าจิกค่อนข้างดึก
เราคิดว่าเธออาละวาดตั้งแต่เย็นคงหมดแรงหลับแล้ว ป้าจิกเข้ามาพบและเอ่ยว่า..."
          “ท่านคะ อนุญาตให้ฉันบอกคุณหนูเถอะนะคะ ฉันกลัวเหลือเกินว่าเธออาจจะอยู่กับเราอีกไม่นาน ให้ฉันบอกลูกเถอะนะคะท่าน” เขาหยุดครู่หนึ่ง
ทุกคนมีเครื่องหมายคำถามและสับสนกับเรื่องราว
          “นมจากอกป้าจิก ความใส่ใจดูแลพันวาด้วยความรัก มันเป็นความรักของแม่ลูกที่ผูกพันกัน” ทุกคนเงียบ สีหน้าประหลาดใจ แม่ของวิสัยอ้าปาก
ค้าง เมื่อเสียงเล่าหยุดเพียงครู่ เสียงหายใจยาว      
          “หลังจากภรรยาลุงคบชู้และหนีไป ลุงมีเพียงแม่จิกคอยดูแลทุกอย่างไม่บกพร่อง เราอายุเท่า ๆ กัน แล้วคืนหนึ่ง ลุงก็ได้แม่จิกเป็นเมีย แม่จิก
อุ้มท้องไปคลอดบ้านนอกและกลับมาพร้อมลูก เรื่องที่ทุกคนรู้คือภรรยาลุงคลอดลูกสาวและเอามาทิ้งไว้ ได้อาศัยแม่จิกเลี้ยงดู" น้ำตาเจ้าสัวไหลเงียบ ๆ
เขาปาดน้ำตา "ป้าจิกเลี้ยงดูเลือดในอกด้วยความใส่ใจไม่ปริปากใด ๆ เลย หวังเพียงเห็นลูกสาวเติบใหญ่เป็นคนดี แต่พันวาโตขึ้นทั้งเกเร ทั้งไม่สน
ใจเรียน ชอบเข้าแก๊งก๊วนขี้เหล้าขี้ยาจนฉุดไม่อยู่ วันเกิดเหตุ...เธอย่องมาหยิบกุญแจรถ ผ่านมาได้ยินที่เราสองคนคุยกัน เธอโวยวายว่าไม่จริง ทำไม
พูดไร้สาระ คนอย่างแม่จิกที่เป็นขี้ข้านี่นะ แล้วก็ขว้างพวงกุญแจใส่หน้าแม่จิก เดินเข้าห้องกรีดร้องโวยวาย ขว้างปาของ จนเงียบเสียงลงเมื่อค่อนคืน
แล้วลุงกับแม่จิกคิดว่าหมดแรงคงนอนหลับไปแล้ว แต่สังหรณ์ของแม่...แม่จิกจึงเข้าไปดูอีกที แต่ตอนนั้นน้ำในอ่างแดงฉาน เธอไม่ได้สติแล้วกว่า
จะเรียกลุงมาถึงเธอหายใจเฮือกสุดท้ายตาเหลือกแล้วสิ้นใจ” เสียงแผ่วหายไปแทบไม่ได้ยิน
         
          วิสัยเข้าไปโอบลุงไว้ แม่เขาร่ำไห้เงียบ ๆ วรชิตรู้สึกว่าหนักหัว ทุกอย่างน่าสงสารนักไม่ว่าคนจากไป พ่อแม่ที่อยู่ในยามที่อ่อนแรงทั้งใจกาย
ช่างน่าเวทนาจริง ๆ แววตาเจ้าสัวว่างเปล่าหัวใจร้าวราน “มาถึงเวลานี้เพิ่งเข้าใจว่าปาลิดา กับความสูญเสียครอบครัวที่อบอุ่นไปอย่างไม่ทันตั้งตัวนั้น
แย่ยิ่งกว่า เจ็บปวดมากว่า คิดแล้วเสียใจเหลือเกินที่เลี้ยงลูกไม่ดีจนเกิดเรื่องน่าสลดใจขนาดนั้น” นี่เป็นครั้งแรกที่เจ้าสัวยอมรับอย่างในความผิดของ
พันวาอย่างจริงใจ มันคือความเสียใจจากใจชายชราที่เพิ่งตะหนักว่าความสูญเสียสิ่งที่รักของปาลิดาส่วนหนึ่งเกิดจากที่ตนเลี้ยงลูกไม่ดี
 
          งานพันวาจัดเรียบงานในโบสถ์เพราะทางเจ้าสัวนับถือคริสต์ เสียงสวดร้องขอต่อพระผู้เป็นเจ้าช่วยนำดวงวิญญาณไปสู่สรวงสวรรค์อันสงบ เสียง
สวดเหล่านั้นคงดังไม่ถึงสวรรค์แน่ด้วยความผิด ตราบาปที่สาวกของพระองค์สร้างไว้มากมายเหลือคณานับ โรงถูกบรรจุลงในหลุม ดอกกุหลาบสีแดง
ดอกใหญ่แตะเบา ๆ ที่ริมฝีปากผู้เป็นพ่อ เจ้าสัวยืนนิ่ง “ที่ลูกเป็นเช่นนี้มันเป็นความผิดของป๋า พระผู้เป็นเจ้าพระองค์โปรดทรงเมตตาด้วย” ดอกกุหลาบ
วางลงที่รอบหลุมดอกแล้วดอกเล่า ปิดตำนานขี้ยาไฮโซลงอย่างน่าเวทนา ไม่มีความดีใดปรากฏในความคิดผู้คนที่มาในงาน จากดินกลับคืนสู่ดิน...
Ashes To  Ashes…เกิด แก่ เจ็บ ตาย และทับถมกลับคืนสู่ปฐพี ผู้ประกอบความดีแม้ตายไปยังมีคนกล่าวถึง ส่วนพันวามีเพียงคนเดียวที่ยังจดจำ
เธอนิรันดรคือแม่จิก...แม่แท้ ๆ ที่เลี้ยงเธอมาด้วยความรักที่มีให้ทั้งหัวใจ
 
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่