เงื่อนรักกามเทพ Cupid Knot (7) ที่เหลืออยู่คือความเจ็บปวด

กระทู้คำถาม

Cr.Youtube

เงื่อนรักกามเทพ...Cupid Knot (7) ที่เหลืออยู่คือความเจ็บปวด
 
          ภิกษุวัยใกล้สามสิบกว่ากวาดลานวัดเช่นทุกวัน หลังพระทำวัตรเช้า และฉันภัตตาหารเสร็จ หลวงพี่มีท่าทางสงบ สำรวม ช่วงบ่ายรถเก๋งขับ
เข้ามาภายในวัดและจอดใกล้กุฏิหลวงพี่ มีวิสัยผู้เป็นเพื่อน เขมกร และป้าทองนำน้ำปานะมาถวาย “เข้ามารออาตมาก่อนนะโยม” หลวงพี่ขึ้นไปแต่ง
กายให้ถูกต้องก่อนลงมานั่งบนอาสนะ
          “โยมทำน้ำมะตูมมาถวายค่ะ” เขมกรเอ่ยขึ้นพร้อมพนมมือ หลวงพี่พยักหน้าเอ่ยขอบใจ
          ใต้ถุนกุฏิเงียบสงบ ภายในวัดร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ที่ปลูกนานมาแล้วตั้งแต่วัดยังมีขนาดเล็กอยู่ ทุกสิ่งรอบตัวดูสงบร่มเย็นดั่งสีผ้าเหลืองที่
พระครองอยู่ หญิงสาววัยสามสิบใบหน้าละหม้ายหลวงพี่ สายตามองตรงไปยังองค์พระประธานที่ตั้งอยู่ด้านหลัง นิ่งสงบอยู่ในภวังค์ความคิด ความจดจำ
ที่ยังฝังใจอยู่กับความสูญเสียของครอบครัวหนึ่งที่เกิดขึ้นก่อนที่หลวงพี่จะตัดสินใจเข้าบวช...
 
          วันเกิดเหตุ...เขมกรตามพี่ชายไปดูยังที่เกิดเรื่อง เขาขับรถไวมาก...เธอจำได้ วรชิตตรงไปที่รถเบนซ์น้องสาวแทบวิ่งตามไม่ทัน เมื่อรู้ข่าว
พันวาก่อเหตุร้ายขึ้น แม้เขมกรทักท้วงเขาว่า พี่ชายไม่เกี่ยวข้องกับพันวาแล้ว แต่ลึก ๆ เธอรู้ดีว่าเหตุที่เกิดจนได้ข่าวว่ามีคนตาย ทำให้เขารู้สึกผิดไปด้วย
คำที่ได้ยินตลอดทางคือ “พี่ไม่น่าให้เธอกลับมาก่อเรื่องเลย”
          รถขับเร็วมากจนถึงที่เกิดเหตุภายในเวลาไม่นาน ณ.จุดเกิดอุบัติเหตุ พี่วิสัยมาถึงก่อนหน้าไม่นานนัก พันวาเมาทั้งเหล้าและยาจนไม่มีสติ เธอ
กำลังโวยวายกับตำรวจ เจ้าหน้าที่หลายคนกำลังเตรียมพาคนเจ็บไปโรงพยาบาล วรชิตผวาไปยังผู้เคราะห์ร้ายพ่อลูก เขาเห็นเลือดกองเป็นหย่อม ๆ
ตัวผู้พ่อเต็มไปด้วยเลือด วรชิตเข้าไปจับมือเขาไว้เอียงหูฟังเสียงแผ่วที่ขาดเป็นช่วง “ลูก ๆ...ลูกผม”
          “ลูกคุณปลอดภัยครับ” เขาโกหกหวังเพียงว่าหากผู้เป็นพ่อไม่รอด การจากไปด้วยใจที่สงบหมดห่วงคงนำวิญญาณไปยังภพภูมิที่ดี
          “คุณอย่าห่วงครอบครัวเลยครับผมจะดูแลพวกเขาอย่างดี” นั้นคือคำปลอบโยนหรือพันธสัญญาสุดรู้ได้

          ผู้พ่อยิ้ม แววตาเคว้งคว้างจับมือวรชิตไว้แน่น “ผมฝาก ๆ ” เท่านั้นเองก่อนที่แววตาว่างเปล่าและดับลงเปลือกตาปิดสนิท ดุจดั่งเปลวเทียนวูบ
สุดท้าย เขาคลายมือผู้ตายออก ผละไปดูเด็กหญิงตัวอ้วนกลม เสื้อผ้านักเรียนเต็มไปด้วยเลือด น้องหนูขาดใจทันที่ทีรถโดนเบนซ์อัดก๊อปปี้ ทุกสิ่ง
ยังติดตาเขมกร เธอเห็นน้ำตาพี่ชายเป็นครั้งแรก เขาน้ำตาร่วงสองมือที่เปรอะคราบเลือดกระชากตัวพันวาที่ยังงัวเงีย ยกมือตบไปที่หน้าอดีตภรรยา
หลายครั้งเลือดกบปากนั้นเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่เขาใช้กำลังด้วยลุแก่โทสะ จนถูกกระชากโดยตำรวจ
          “หยุดนะคุณ ไม่งั้นจะโดนข้อหาทำร้ายร่างกาย พอเถอะแค่นี้ก็หนักหนาแล้ว นายตำรวจถอนใจ วิสัยและเขมกรเข้ามาดึงตัวเขาออกห่าง ยังไม่จบ
วรชิตหันไปทางพันวาดวงตาลุกวาว “พันวา...เธอจำไว้จนวันตาย ความบ้าไร้สติของเธอทำลายครอบครัวเขาจนไม่เหลืออะไรเลย บัดซบ
ไม่ตกต่ำคนเดียวเธอมันฆาตกร ฆาตกรที่ทำคนตาย จำไว้จำไว้จนวันตาย เลว” เสียงตวาดก้องด้วยโทสะที่พุ่งขึ้นจรดเพดานอย่างสุด
หักห้ามใจ วรชิตผละจากไป ทิ้งวิสัยไว้รับหน้าเจ้าสัวที่เพิ่งมาถึง นี่คือผลของการประกันตัวลูกสาวออกมาเป็นฆาตกร

          วรชิตพร่ำแต่พูดคนเดียวว่าไม่น่าให้เธอกลับมาเลยหากทิ้งเธอไว้ให้เสเพลตามใจชอบอยู่เมืองนอก เรื่องร้ายนี้คงไม่เกิดขึ้น...จากการตามข่าว
กับภาพที่เห็นผู้เป็นภรรยาที่สูญเสียทุกอย่าง กับความเจ็บปวดที่โหมประดังดุจพายุร้าย เธอเจ็บปวดร่ำไห้ เขาเองยิ่งเจ็บและสงสารนักแต่แล้วไง?
ยังมีข่าวและ อีกหลายภาพที่เห็นจากการตามเรื่องโดยสันทานผู้ช่วยปาลิดา เขาไม่ต้องการให้เรื่องนี้จบลงง่ายดายด้วยน้ำเงินของเจ้าสัว ภาพสุด
ท้ายในความทรงจำของสองพี่น้องคือแววตาของผู้เป็นแม่ปวดร้าวสุดจะฝืนทนเริ่มว่างเปล่าเคว้งคว้าง ใบหน้าสวยซูบผอม
 
          “คุณเขมคะ” ป้าทองสะกิด เธอสะดุ้งจากภวังค์ เสียงถอนหายใจก่อนที่จะพนมมือขึ้นและถามหลวงพี่
          “ตกลงหลวงพี่จะสึกตามหมายกำหนดการเดิมนะคะ”
          “ถูกแล้วโยม”
 
          ปาลิดา...พร้อมที่จะกลับไปทำงานหรือไม่ เป็นคำถามที่อาจารย์เผชิญถามภรรยา เมื่อเหตุการณ์ผ่านไปได้เพียงหนึ่งเดือน “คำตอบที่ดีที่สุดใน
เวลานี้คือคุณปาคงดีขึ้นเมื่อได้ทำงาน ดีกว่าที่จมอยู่กับอดีตอันโหดร้าย ผมคิดเช่นนั้นนะ ดูซิ...ห้องน้องปานยังไม่เคยเข้าไปจัดเก็บเข้าที่ เธอว่าอยาก
จะให้ห้องเป็นเช่นนี้ตลอดไป” ปานจิตตื่นมาสายด้วยความรีบเร่งหนูน้อยจึงทิ้งห้องไว้อย่างนั้น แม้ตำแหน่งแก้วน้ำที่พ่อลูกดื่มก่อนจากไปวางอยู่บนโต๊ะ
กินข้าว ปาลิดาห้ามใครมาเก็บไปล้าง เหมือนต้องการให้มันเป็นอย่างที่เป็น สิ่งต่าง ๆ ที่เหลือให้เห็นคืออดีตที่เธอต้องการรู้ว่าสองพ่อลูกทำอะไรก่อน
จากไปและประสบอุบัติเหตุ
 
          เวลาแสนหดหู่ผ่านข้ามปีแล้ว ระยะแรกอันโหดร้าย...ปาลิดาเกือบโดนไล่ออกจากงานด้วยอาการซึมเศร้าและไม่สามารถจดจ่ออยู่กับงาน
แต่เพื่อนทุกคนช่วยพูดกับประธานบริษัท ตำแหน่งที่ย้ายไปรับหน้าที่คือผู้ประสานงานให้กับผู้ช่วยฝ่ายผลิตรายการซึ่งก็คือหัวหน้าเก่า...คุณนิรัชซึ่ง
เลื่อนตำแหน่งขึ้นมาดูแลงานในส่วนนี้ หน้าที่ของปาลิดาคือผู้ประสานงานในแต่ละหน่วย เพื่อการผลิตรายการ จึงประชุมและยุ่งอยู่กับเอกสาร เป็น
ส่วนใหญ่ งานยิ่งวุ่น ยิ่งดี เพราะทำให้เธอไม่ต้องคิดอะไรเลย อาหารกลางวันบางวันกันติชาก็ทำข้าวกล่องใส่ภาชนะสีสวยมาให้พร้อมนมถั่วเหลือง
และผลไม้ ในยามนั้นปาลิดาชอบขึ้นมานั่งกินเงียบ ๆ แต่สันทานผู้คอยตามติดปาลิดาด้วยความห่วงใยจะตามขึ้นไปบนดาดฟ้าอาคารด้วยเสมอ
          “สันทานไม่ต้องคอยตามพี่ขนาดนั้นหรอก แล้วนี่ตามขึ้นมาทำไมบนดาดฟ้าทุกครั้ง ฉันต้องการความสงบ” ปาลิดาใช้คำแทนเธอว่าฉันคือเครื่องหมาย”อย่ายุ่ง” แต่สันทานใช้ความอดทนโดยนั่งห่างออกไปอีกมุมหนึ่ง จนกระทั่งนานเข้าเขาก็มานั่งช่วยปาลิดากินของที่เพื่อนเตรียมให้มาก
มาย...
          “บำรุงมาก ๆ หน่อยผายผอมจนแก้มตอบแล้วนะปา” กันติชาเอ่ยทุกครั้งที่ส่งถุงผ้าลายสวยที่บรรจุตลับอาหาร
         
          ทุกวันหยุดของปาลิดา กันติชาจะชวนไปทำบุญให้คุณณภัทรกับน้องปาน...ครั้งแรก ๆ เธอเงียบไม่มีคำตอบ ดวงตาหมองแล้วเหม่อ กันติชาไม่
สนใจเธอเตรียมข้าวของจนครบ เธอมั่นใจว่าเมื่อมีครั้งที่หนึ่ง ครั้งต่อไปย่อมง่ายขึ้น เพื่อนสาวคะยั้นคะยอจนปาลิดาไปด้วยโดยมีอาจารย์เผชิญเป็น
คนขับรถ พอเข้าเขตวัดจึงเห็นผ้าขาวเดินอยู่ใต้กุฏิ “โยมเอาของมาถวายพระค่ะ”
          “พระมีกิจรับนิมนต์ไปงานขึ้นบ้านใหม่ครับ อ้อ! หลวงพี่ที่กุฏินี้อยู่ เมื่อเช้าท่านมีไข้แต่ตอนนี้หายแล้ว ท่านเลยไม่ได้ไป รออยู่ที่นี่นะครับเดี๋ยว
ผมไปบอกท่าน”
          ปาลิดาดึงแขนเพื่อน “พระไม่สบายอย่ารบกวนเลย ปาว่ากลับเถอะ” สามีภรรยาทำเฉยเนื่องด้วยมาจนถึงวัดแล้ว ไม่กลับแน่นอน
         
          เสียงฝีเท้าก้าวลงมา และนั่งลงบนอาสนะ ทั้งสามก้มลงกราบ กันติชาตะลึงเผชิญชะงัก สีหน้าหลวงพี่เปลี่ยน...“โอ้คุณพระคุณเจ้า โลกใบ
นี้ทำไมกลมอย่างนี้หนอ” วรชิตคือผู้รับเหมาออกแบบบ้านอาจารย์เผชิญ และจากข่าวสองสามี-ภรรยาจึงรู้ว่าคุณวรชิตคืออดีตสามีพันวา ทั้งคู่เห็น
เหตุการณ์วันแรกจากทีวีช่องหนึ่ง เขาวิ่งไปที่ณภัทรและปานจิต จนเข้าทำร้ายพันวาผู้ทำลายครอบครัวปาลิดาจนย่อยยับ...ข่าวเกี่ยวกับอดีตสามี
หายไปเงียบ ๆ แม้วันตัดสินจำคุกพันวา ไม่มีเงาของเขาอีกเลย ทั้งหมดจึงได้รู้ความจริงในวันแรกที่ไปทำบุญว่าอดีตสามีพันวาตัดสินใจเข้าพึ่ง
พระพุทธศาสนาด้วยการบวช ยกเว้นปาลิดาที่ไม่รู้ว่าหลวงพี่เป็นใคร

          เรื่องราวที่จุดเกิดเหตุ เทปข่าว และรายละเอียด อุบัติเหตุจากความประมาณและการใช้สารเสพติดสันทานรวบรวมไว้ในการดำเนินคดีกับพันวา
ขณะที่โลกของปาลิดาแตกยับเป็นเสี้ยวส่วน จึงไม่ได้เห็นข่าวและภาพในวันที่เกิดเหตุ
          ทั้งคู่มองหน้ากันและมองมาที่หลวงพี่ เขาสงบดูสง่าในชุดนักบวช  “เอาเถอะหลวงพี่ไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย” คู่สามีภรรยาคิดคล้ายกัน กันติชา
พยักหน้าให้เพื่อน ทั้งหมดกราบพระพุทธรูปและหันมากราบหลวงพี่
          “เพื่อนจะมาทำบุญให้ครอบครัวครับ” อาจารย์เอ่ย ผ้าขาวหันมาทางโยม
          “ตั้งนโมสามจบ สวดมนต์แล้วถวายสังฆทาน หลวงพี่จะนำสวดกรวดน้ำให้แก่ผู้ที่จากไปแล้วนะครับ” เสร็จพิธีปาลิดาสัมผัสได้ถึงความชุ่มเย็น
ของน้ำที่รดลงบนนิ้วขณะกรวดน้ำ ความปีติทำให้น้ำตาเอ่อล้นสองดวงตางาม
          “ให้โยมผู้ชายยกไปราดที่ต้นไม้หน้ากุฏินะ” เสียงทุ้มน่าฟังเอ่ยเป็นจังหวะชัดเจน หลวงพี่นั่งนิ่งเขาพริ้มตาลงอยู่ในภวังค์ เพราะด้วยเหตุวันนี้เอง
ที่เขาฝันเห็นลูกสาวชองเธอสองวันติดกัน “คุณลุง ๆ บอกแม่ปานะหนูกับพ่อไปอยู่ด้วยกันในที่สวยค่ะ”
          เขาลืมตามองตรงมาที่ปาลิดา จากที่ได้ฟังหลวงพ่อเจ้าอาวาสสั่งสอนมา เขาจึงเข้าใจความเป็นไปในชีวิตดีขึ้น
          “ทำไมเด็กตายก่อนผู้ใหญ่ครับหลวงพ่อ” คำถามเหล่านี้ ทำให้เขากระจ่างและเข้าใจว่าทุกอย่างเป็นเช่นนั้นเอง มันเป็นสัจธรรม

          “หลวงพี่คะ ทำไมเด็กต้องมาตายก่อนแม่...คำถามที่หลวงพี่เคยถามหลวงพ่อเจ้าอาวาส” เสียงเครือน้ำตาไหลอาบสองแก้ม
          “การเกิด แก่ เจ็บ ตายที่ได้ฟังหลวงพ่อสอน มันเป็นวงจรชีวิตของมนุษย์ แต่เมื่อเกิดมาแล้วพ่อแม่ไม่คาดคิดว่าลูกที่อายุยังน้อยทำไมจึงมาตาย
ไปเสียก่อน หลวงพ่อเจ้าอาวาสสอนว่าความตายเกิดได้กับทุกคน ไม่ใช่ต้องแก่แล้วจึงตาย อีกประการคือเราเกิดมาอยู่ในครอบครัวเดียวกันด้วยบุญ
หรือบาปสุดแล้วแต่ ในกรณีของโยมซึ่งเป็นครอบครัวที่ดี โยมทั้งหมดสร้างบุญดีมาด้วยกัน เมื่อลูกและสามีมาด่วนจากไป เพราะบุญที่เคยสร้างไว้ด้วย
กันมันหมดแล้ว ลูกโยมเป็นผู้หญิงตัวอ้วนน่ารักใช่ไหม” ปาลิดาขนลุกซู่ แต่ก็ยังไม่เชื่อเธอคิดว่าพระองค์นี้คงเดาเอาแน่
          “ท่านอย่าทำเป็นรู้เลย ที่มาทำบุญวันนี้ก็เป็นครั้งแรก” เสียงปาลิดาพูดออกมาอย่างไม่พอใจ พาลจะรีบกลับ จนเพื่อนดึงไว้และถามขึ้น
          “หลวงพี่ถามทำไมคะ”
          “ถ้าใช่เมื่อสองคืนก่อนอาตมาฝันว่าแม่หนูมาบอกให้บอกคุณแม่ว่าหนูอยู่กับพ่อในที่ ๆ สวยงาม” ปาลิดาขมวดคิ้ว เธอไม่เชื่ออะไรง่าย ๆ แต่
ความนี้ทำให้ใจที่แห้งผากชุ่มชื่นขึ้น เธอมองท้องฟ้าและยิ้ม มันเป็นรอยยิ้มแรกบนใบหน้านับแต่เกิดเหตุ
 
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่