Cr.Youtube
เงื่อนรักกามเทพ...Cupid Knot (7) ที่เหลืออยู่คือความเจ็บปวด
ภิกษุวัยใกล้สามสิบกว่ากวาดลานวัดเช่นทุกวัน หลังพระทำวัตรเช้า และฉันภัตตาหารเสร็จ หลวงพี่มีท่าทางสงบ สำรวม ช่วงบ่ายรถเก๋งขับ
เข้ามาภายในวัดและจอดใกล้กุฏิหลวงพี่ มีวิสัยผู้เป็นเพื่อน เขมกร และป้าทองนำน้ำปานะมาถวาย “เข้ามารออาตมาก่อนนะโยม” หลวงพี่ขึ้นไปแต่ง
กายให้ถูกต้องก่อนลงมานั่งบนอาสนะ
“โยมทำน้ำมะตูมมาถวายค่ะ” เขมกรเอ่ยขึ้นพร้อมพนมมือ หลวงพี่พยักหน้าเอ่ยขอบใจ
ใต้ถุนกุฏิเงียบสงบ ภายในวัดร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ที่ปลูกนานมาแล้วตั้งแต่วัดยังมีขนาดเล็กอยู่ ทุกสิ่งรอบตัวดูสงบร่มเย็นดั่งสีผ้าเหลืองที่
พระครองอยู่ หญิงสาววัยสามสิบใบหน้าละหม้ายหลวงพี่ สายตามองตรงไปยังองค์พระประธานที่ตั้งอยู่ด้านหลัง นิ่งสงบอยู่ในภวังค์ความคิด ความจดจำ
ที่ยังฝังใจอยู่กับความสูญเสียของครอบครัวหนึ่งที่เกิดขึ้นก่อนที่หลวงพี่จะตัดสินใจเข้าบวช...
วันเกิดเหตุ...เขมกรตามพี่ชายไปดูยังที่เกิดเรื่อง เขาขับรถไวมาก...เธอจำได้ วรชิตตรงไปที่รถเบนซ์น้องสาวแทบวิ่งตามไม่ทัน เมื่อรู้ข่าว
พันวาก่อเหตุร้ายขึ้น แม้เขมกรทักท้วงเขาว่า พี่ชายไม่เกี่ยวข้องกับพันวาแล้ว แต่ลึก ๆ เธอรู้ดีว่าเหตุที่เกิดจนได้ข่าวว่ามีคนตาย ทำให้เขารู้สึกผิดไปด้วย
คำที่ได้ยินตลอดทางคือ
“พี่ไม่น่าให้เธอกลับมาก่อเรื่องเลย”
รถขับเร็วมากจนถึงที่เกิดเหตุภายในเวลาไม่นาน ณ.จุดเกิดอุบัติเหตุ พี่วิสัยมาถึงก่อนหน้าไม่นานนัก พันวาเมาทั้งเหล้าและยาจนไม่มีสติ เธอ
กำลังโวยวายกับตำรวจ เจ้าหน้าที่หลายคนกำลังเตรียมพาคนเจ็บไปโรงพยาบาล วรชิตผวาไปยังผู้เคราะห์ร้ายพ่อลูก เขาเห็นเลือดกองเป็นหย่อม ๆ
ตัวผู้พ่อเต็มไปด้วยเลือด วรชิตเข้าไปจับมือเขาไว้เอียงหูฟังเสียงแผ่วที่ขาดเป็นช่วง “ลูก ๆ...ลูกผม”
“ลูกคุณปลอดภัยครับ” เขาโกหกหวังเพียงว่าหากผู้เป็นพ่อไม่รอด การจากไปด้วยใจที่สงบหมดห่วงคงนำวิญญาณไปยังภพภูมิที่ดี
“คุณอย่าห่วงครอบครัวเลยครับผมจะดูแลพวกเขาอย่างดี”
นั้นคือคำปลอบโยนหรือพันธสัญญาสุดรู้ได้
ผู้พ่อยิ้ม แววตาเคว้งคว้างจับมือวรชิตไว้แน่น
“ผมฝาก ๆ ” เท่านั้นเองก่อนที่แววตาว่างเปล่าและดับลงเปลือกตาปิดสนิท ดุจดั่งเปลวเทียนวูบ
สุดท้าย เขาคลายมือผู้ตายออก ผละไปดูเด็กหญิงตัวอ้วนกลม เสื้อผ้านักเรียนเต็มไปด้วยเลือด น้องหนูขาดใจทันที่ทีรถโดนเบนซ์อัดก๊อปปี้ ทุกสิ่ง
ยังติดตาเขมกร เธอเห็นน้ำตาพี่ชายเป็นครั้งแรก เขาน้ำตาร่วงสองมือที่เปรอะคราบเลือดกระชากตัวพันวาที่ยังงัวเงีย ยกมือตบไปที่หน้าอดีตภรรยา
หลายครั้งเลือดกบปากนั้นเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่เขาใช้กำลังด้วยลุแก่โทสะ จนถูกกระชากโดยตำรวจ
“หยุดนะคุณ ไม่งั้นจะโดนข้อหาทำร้ายร่างกาย พอเถอะแค่นี้ก็หนักหนาแล้ว นายตำรวจถอนใจ วิสัยและเขมกรเข้ามาดึงตัวเขาออกห่าง ยังไม่จบ
วรชิตหันไปทางพันวาดวงตาลุกวาว
“พันวา...เธอจำไว้จนวันตาย ความบ้าไร้สติของเธอทำลายครอบครัวเขาจนไม่เหลืออะไรเลย บัดซบ
ไม่ตกต่ำคนเดียวเธอมันฆาตกร ฆาตกรที่ทำคนตาย จำไว้จำไว้จนวันตาย เลว” เสียงตวาดก้องด้วยโทสะที่พุ่งขึ้นจรดเพดานอย่างสุด
หักห้ามใจ วรชิตผละจากไป ทิ้งวิสัยไว้รับหน้าเจ้าสัวที่เพิ่งมาถึง นี่คือผลของการประกันตัวลูกสาวออกมาเป็นฆาตกร
วรชิตพร่ำแต่พูดคนเดียวว่าไม่น่าให้เธอกลับมาเลยหากทิ้งเธอไว้ให้เสเพลตามใจชอบอยู่เมืองนอก เรื่องร้ายนี้คงไม่เกิดขึ้น...จากการตามข่าว
กับภาพที่เห็นผู้เป็นภรรยาที่สูญเสียทุกอย่าง กับความเจ็บปวดที่โหมประดังดุจพายุร้าย เธอเจ็บปวดร่ำไห้ เขาเองยิ่งเจ็บและสงสารนักแต่แล้วไง?
ยังมีข่าวและ อีกหลายภาพที่เห็นจากการตามเรื่องโดยสันทานผู้ช่วยปาลิดา เขาไม่ต้องการให้เรื่องนี้จบลงง่ายดายด้วยน้ำเงินของเจ้าสัว ภาพสุด
ท้ายในความทรงจำของสองพี่น้องคือแววตาของผู้เป็นแม่ปวดร้าวสุดจะฝืนทนเริ่มว่างเปล่าเคว้งคว้าง ใบหน้าสวยซูบผอม
“คุณเขมคะ” ป้าทองสะกิด เธอสะดุ้งจากภวังค์ เสียงถอนหายใจก่อนที่จะพนมมือขึ้นและถามหลวงพี่
“ตกลงหลวงพี่จะสึกตามหมายกำหนดการเดิมนะคะ”
“ถูกแล้วโยม”
ปาลิดา...พร้อมที่จะกลับไปทำงานหรือไม่ เป็นคำถามที่อาจารย์เผชิญถามภรรยา เมื่อเหตุการณ์ผ่านไปได้เพียงหนึ่งเดือน “คำตอบที่ดีที่สุดใน
เวลานี้คือคุณปาคงดีขึ้นเมื่อได้ทำงาน ดีกว่าที่จมอยู่กับอดีตอันโหดร้าย ผมคิดเช่นนั้นนะ ดูซิ...ห้องน้องปานยังไม่เคยเข้าไปจัดเก็บเข้าที่ เธอว่าอยาก
จะให้ห้องเป็นเช่นนี้ตลอดไป” ปานจิตตื่นมาสายด้วยความรีบเร่งหนูน้อยจึงทิ้งห้องไว้อย่างนั้น แม้ตำแหน่งแก้วน้ำที่พ่อลูกดื่มก่อนจากไปวางอยู่บนโต๊ะ
กินข้าว ปาลิดาห้ามใครมาเก็บไปล้าง เหมือนต้องการให้มันเป็นอย่างที่เป็น สิ่งต่าง ๆ ที่เหลือให้เห็นคืออดีตที่เธอต้องการรู้ว่าสองพ่อลูกทำอะไรก่อน
จากไปและประสบอุบัติเหตุ
เวลาแสนหดหู่ผ่านข้ามปีแล้ว ระยะแรกอันโหดร้าย...ปาลิดาเกือบโดนไล่ออกจากงานด้วยอาการซึมเศร้าและไม่สามารถจดจ่ออยู่กับงาน
แต่เพื่อนทุกคนช่วยพูดกับประธานบริษัท ตำแหน่งที่ย้ายไปรับหน้าที่คือผู้ประสานงานให้กับผู้ช่วยฝ่ายผลิตรายการซึ่งก็คือหัวหน้าเก่า...คุณนิรัชซึ่ง
เลื่อนตำแหน่งขึ้นมาดูแลงานในส่วนนี้ หน้าที่ของปาลิดาคือผู้ประสานงานในแต่ละหน่วย เพื่อการผลิตรายการ จึงประชุมและยุ่งอยู่กับเอกสาร เป็น
ส่วนใหญ่ งานยิ่งวุ่น ยิ่งดี เพราะทำให้เธอไม่ต้องคิดอะไรเลย อาหารกลางวันบางวันกันติชาก็ทำข้าวกล่องใส่ภาชนะสีสวยมาให้พร้อมนมถั่วเหลือง
และผลไม้ ในยามนั้นปาลิดาชอบขึ้นมานั่งกินเงียบ ๆ แต่สันทานผู้คอยตามติดปาลิดาด้วยความห่วงใยจะตามขึ้นไปบนดาดฟ้าอาคารด้วยเสมอ
“สันทานไม่ต้องคอยตามพี่ขนาดนั้นหรอก แล้วนี่ตามขึ้นมาทำไมบนดาดฟ้าทุกครั้ง ฉันต้องการความสงบ” ปาลิดาใช้คำแทนเธอว่าฉันคือเครื่องหมาย”อย่ายุ่ง” แต่สันทานใช้ความอดทนโดยนั่งห่างออกไปอีกมุมหนึ่ง จนกระทั่งนานเข้าเขาก็มานั่งช่วยปาลิดากินของที่เพื่อนเตรียมให้มาก
มาย...
“บำรุงมาก ๆ หน่อยผายผอมจนแก้มตอบแล้วนะปา” กันติชาเอ่ยทุกครั้งที่ส่งถุงผ้าลายสวยที่บรรจุตลับอาหาร
ทุกวันหยุดของปาลิดา กันติชาจะชวนไปทำบุญให้คุณณภัทรกับน้องปาน...ครั้งแรก ๆ เธอเงียบไม่มีคำตอบ ดวงตาหมองแล้วเหม่อ กันติชาไม่
สนใจเธอเตรียมข้าวของจนครบ เธอมั่นใจว่าเมื่อมีครั้งที่หนึ่ง ครั้งต่อไปย่อมง่ายขึ้น เพื่อนสาวคะยั้นคะยอจนปาลิดาไปด้วยโดยมีอาจารย์เผชิญเป็น
คนขับรถ พอเข้าเขตวัดจึงเห็นผ้าขาวเดินอยู่ใต้กุฏิ “โยมเอาของมาถวายพระค่ะ”
“พระมีกิจรับนิมนต์ไปงานขึ้นบ้านใหม่ครับ อ้อ! หลวงพี่ที่กุฏินี้อยู่ เมื่อเช้าท่านมีไข้แต่ตอนนี้หายแล้ว ท่านเลยไม่ได้ไป รออยู่ที่นี่นะครับเดี๋ยว
ผมไปบอกท่าน”
ปาลิดาดึงแขนเพื่อน “พระไม่สบายอย่ารบกวนเลย ปาว่ากลับเถอะ” สามีภรรยาทำเฉยเนื่องด้วยมาจนถึงวัดแล้ว ไม่กลับแน่นอน
เสียงฝีเท้าก้าวลงมา และนั่งลงบนอาสนะ ทั้งสามก้มลงกราบ กันติชาตะลึงเผชิญชะงัก สีหน้าหลวงพี่เปลี่ยน...
“โอ้คุณพระคุณเจ้า โลกใบ
นี้ทำไมกลมอย่างนี้หนอ” วรชิตคือผู้รับเหมาออกแบบบ้านอาจารย์เผชิญ และจากข่าวสองสามี-ภรรยาจึงรู้ว่าคุณวรชิตคืออดีตสามีพันวา ทั้งคู่เห็น
เหตุการณ์วันแรกจากทีวีช่องหนึ่ง เขาวิ่งไปที่ณภัทรและปานจิต จนเข้าทำร้ายพันวาผู้ทำลายครอบครัวปาลิดาจนย่อยยับ...ข่าวเกี่ยวกับอดีตสามี
หายไปเงียบ ๆ แม้วันตัดสินจำคุกพันวา ไม่มีเงาของเขาอีกเลย ทั้งหมดจึงได้รู้ความจริงในวันแรกที่ไปทำบุญว่าอดีตสามีพันวาตัดสินใจเข้าพึ่ง
พระพุทธศาสนาด้วยการบวช ยกเว้นปาลิดาที่ไม่รู้ว่าหลวงพี่เป็นใคร
เรื่องราวที่จุดเกิดเหตุ เทปข่าว และรายละเอียด อุบัติเหตุจากความประมาณและการใช้สารเสพติดสันทานรวบรวมไว้ในการดำเนินคดีกับพันวา
ขณะที่โลกของปาลิดาแตกยับเป็นเสี้ยวส่วน จึงไม่ได้เห็นข่าวและภาพในวันที่เกิดเหตุ
ทั้งคู่มองหน้ากันและมองมาที่หลวงพี่ เขาสงบดูสง่าในชุดนักบวช “เอาเถอะหลวงพี่ไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย” คู่สามีภรรยาคิดคล้ายกัน กันติชา
พยักหน้าให้เพื่อน ทั้งหมดกราบพระพุทธรูปและหันมากราบหลวงพี่
“เพื่อนจะมาทำบุญให้ครอบครัวครับ” อาจารย์เอ่ย ผ้าขาวหันมาทางโยม
“ตั้งนโมสามจบ สวดมนต์แล้วถวายสังฆทาน หลวงพี่จะนำสวดกรวดน้ำให้แก่ผู้ที่จากไปแล้วนะครับ” เสร็จพิธีปาลิดาสัมผัสได้ถึงความชุ่มเย็น
ของน้ำที่รดลงบนนิ้วขณะกรวดน้ำ ความปีติทำให้น้ำตาเอ่อล้นสองดวงตางาม
“ให้โยมผู้ชายยกไปราดที่ต้นไม้หน้ากุฏินะ” เสียงทุ้มน่าฟังเอ่ยเป็นจังหวะชัดเจน หลวงพี่นั่งนิ่งเขาพริ้มตาลงอยู่ในภวังค์ เพราะด้วยเหตุวันนี้เอง
ที่เขาฝันเห็นลูกสาวชองเธอสองวันติดกัน “คุณลุง ๆ บอกแม่ปานะหนูกับพ่อไปอยู่ด้วยกันในที่สวยค่ะ”
เขาลืมตามองตรงมาที่ปาลิดา จากที่ได้ฟังหลวงพ่อเจ้าอาวาสสั่งสอนมา เขาจึงเข้าใจความเป็นไปในชีวิตดีขึ้น
“ทำไมเด็กตายก่อนผู้ใหญ่ครับหลวงพ่อ” คำถามเหล่านี้ ทำให้เขากระจ่างและเข้าใจว่าทุกอย่างเป็นเช่นนั้นเอง มันเป็นสัจธรรม
“หลวงพี่คะ ทำไมเด็กต้องมาตายก่อนแม่...คำถามที่หลวงพี่เคยถามหลวงพ่อเจ้าอาวาส” เสียงเครือน้ำตาไหลอาบสองแก้ม
“การเกิด แก่ เจ็บ ตายที่ได้ฟังหลวงพ่อสอน มันเป็นวงจรชีวิตของมนุษย์ แต่เมื่อเกิดมาแล้วพ่อแม่ไม่คาดคิดว่าลูกที่อายุยังน้อยทำไมจึงมาตาย
ไปเสียก่อน หลวงพ่อเจ้าอาวาสสอนว่าความตายเกิดได้กับทุกคน ไม่ใช่ต้องแก่แล้วจึงตาย อีกประการคือเราเกิดมาอยู่ในครอบครัวเดียวกันด้วยบุญ
หรือบาปสุดแล้วแต่ ในกรณีของโยมซึ่งเป็นครอบครัวที่ดี โยมทั้งหมดสร้างบุญดีมาด้วยกัน เมื่อลูกและสามีมาด่วนจากไป เพราะบุญที่เคยสร้างไว้ด้วย
กันมันหมดแล้ว ลูกโยมเป็นผู้หญิงตัวอ้วนน่ารักใช่ไหม” ปาลิดาขนลุกซู่ แต่ก็ยังไม่เชื่อเธอคิดว่าพระองค์นี้คงเดาเอาแน่
“ท่านอย่าทำเป็นรู้เลย ที่มาทำบุญวันนี้ก็เป็นครั้งแรก” เสียงปาลิดาพูดออกมาอย่างไม่พอใจ พาลจะรีบกลับ จนเพื่อนดึงไว้และถามขึ้น
“หลวงพี่ถามทำไมคะ”
“ถ้าใช่เมื่อสองคืนก่อนอาตมาฝันว่าแม่หนูมาบอกให้บอกคุณแม่ว่าหนูอยู่กับพ่อในที่ ๆ สวยงาม” ปาลิดาขมวดคิ้ว เธอไม่เชื่ออะไรง่าย ๆ แต่
ความนี้ทำให้ใจที่แห้งผากชุ่มชื่นขึ้น เธอมองท้องฟ้าและยิ้ม
มันเป็นรอยยิ้มแรกบนใบหน้านับแต่เกิดเหตุ
เงื่อนรักกามเทพ Cupid Knot (7) ที่เหลืออยู่คือความเจ็บปวด
Cr.Youtube
เงื่อนรักกามเทพ...Cupid Knot (7) ที่เหลืออยู่คือความเจ็บปวด
ภิกษุวัยใกล้สามสิบกว่ากวาดลานวัดเช่นทุกวัน หลังพระทำวัตรเช้า และฉันภัตตาหารเสร็จ หลวงพี่มีท่าทางสงบ สำรวม ช่วงบ่ายรถเก๋งขับ
เข้ามาภายในวัดและจอดใกล้กุฏิหลวงพี่ มีวิสัยผู้เป็นเพื่อน เขมกร และป้าทองนำน้ำปานะมาถวาย “เข้ามารออาตมาก่อนนะโยม” หลวงพี่ขึ้นไปแต่ง
กายให้ถูกต้องก่อนลงมานั่งบนอาสนะ
“โยมทำน้ำมะตูมมาถวายค่ะ” เขมกรเอ่ยขึ้นพร้อมพนมมือ หลวงพี่พยักหน้าเอ่ยขอบใจ
ใต้ถุนกุฏิเงียบสงบ ภายในวัดร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ที่ปลูกนานมาแล้วตั้งแต่วัดยังมีขนาดเล็กอยู่ ทุกสิ่งรอบตัวดูสงบร่มเย็นดั่งสีผ้าเหลืองที่
พระครองอยู่ หญิงสาววัยสามสิบใบหน้าละหม้ายหลวงพี่ สายตามองตรงไปยังองค์พระประธานที่ตั้งอยู่ด้านหลัง นิ่งสงบอยู่ในภวังค์ความคิด ความจดจำ
ที่ยังฝังใจอยู่กับความสูญเสียของครอบครัวหนึ่งที่เกิดขึ้นก่อนที่หลวงพี่จะตัดสินใจเข้าบวช...
วันเกิดเหตุ...เขมกรตามพี่ชายไปดูยังที่เกิดเรื่อง เขาขับรถไวมาก...เธอจำได้ วรชิตตรงไปที่รถเบนซ์น้องสาวแทบวิ่งตามไม่ทัน เมื่อรู้ข่าว
พันวาก่อเหตุร้ายขึ้น แม้เขมกรทักท้วงเขาว่า พี่ชายไม่เกี่ยวข้องกับพันวาแล้ว แต่ลึก ๆ เธอรู้ดีว่าเหตุที่เกิดจนได้ข่าวว่ามีคนตาย ทำให้เขารู้สึกผิดไปด้วย
คำที่ได้ยินตลอดทางคือ “พี่ไม่น่าให้เธอกลับมาก่อเรื่องเลย”
รถขับเร็วมากจนถึงที่เกิดเหตุภายในเวลาไม่นาน ณ.จุดเกิดอุบัติเหตุ พี่วิสัยมาถึงก่อนหน้าไม่นานนัก พันวาเมาทั้งเหล้าและยาจนไม่มีสติ เธอ
กำลังโวยวายกับตำรวจ เจ้าหน้าที่หลายคนกำลังเตรียมพาคนเจ็บไปโรงพยาบาล วรชิตผวาไปยังผู้เคราะห์ร้ายพ่อลูก เขาเห็นเลือดกองเป็นหย่อม ๆ
ตัวผู้พ่อเต็มไปด้วยเลือด วรชิตเข้าไปจับมือเขาไว้เอียงหูฟังเสียงแผ่วที่ขาดเป็นช่วง “ลูก ๆ...ลูกผม”
“ลูกคุณปลอดภัยครับ” เขาโกหกหวังเพียงว่าหากผู้เป็นพ่อไม่รอด การจากไปด้วยใจที่สงบหมดห่วงคงนำวิญญาณไปยังภพภูมิที่ดี
“คุณอย่าห่วงครอบครัวเลยครับผมจะดูแลพวกเขาอย่างดี” นั้นคือคำปลอบโยนหรือพันธสัญญาสุดรู้ได้
ผู้พ่อยิ้ม แววตาเคว้งคว้างจับมือวรชิตไว้แน่น “ผมฝาก ๆ ” เท่านั้นเองก่อนที่แววตาว่างเปล่าและดับลงเปลือกตาปิดสนิท ดุจดั่งเปลวเทียนวูบ
สุดท้าย เขาคลายมือผู้ตายออก ผละไปดูเด็กหญิงตัวอ้วนกลม เสื้อผ้านักเรียนเต็มไปด้วยเลือด น้องหนูขาดใจทันที่ทีรถโดนเบนซ์อัดก๊อปปี้ ทุกสิ่ง
ยังติดตาเขมกร เธอเห็นน้ำตาพี่ชายเป็นครั้งแรก เขาน้ำตาร่วงสองมือที่เปรอะคราบเลือดกระชากตัวพันวาที่ยังงัวเงีย ยกมือตบไปที่หน้าอดีตภรรยา
หลายครั้งเลือดกบปากนั้นเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่เขาใช้กำลังด้วยลุแก่โทสะ จนถูกกระชากโดยตำรวจ
“หยุดนะคุณ ไม่งั้นจะโดนข้อหาทำร้ายร่างกาย พอเถอะแค่นี้ก็หนักหนาแล้ว นายตำรวจถอนใจ วิสัยและเขมกรเข้ามาดึงตัวเขาออกห่าง ยังไม่จบ
วรชิตหันไปทางพันวาดวงตาลุกวาว “พันวา...เธอจำไว้จนวันตาย ความบ้าไร้สติของเธอทำลายครอบครัวเขาจนไม่เหลืออะไรเลย บัดซบ
ไม่ตกต่ำคนเดียวเธอมันฆาตกร ฆาตกรที่ทำคนตาย จำไว้จำไว้จนวันตาย เลว” เสียงตวาดก้องด้วยโทสะที่พุ่งขึ้นจรดเพดานอย่างสุด
หักห้ามใจ วรชิตผละจากไป ทิ้งวิสัยไว้รับหน้าเจ้าสัวที่เพิ่งมาถึง นี่คือผลของการประกันตัวลูกสาวออกมาเป็นฆาตกร
วรชิตพร่ำแต่พูดคนเดียวว่าไม่น่าให้เธอกลับมาเลยหากทิ้งเธอไว้ให้เสเพลตามใจชอบอยู่เมืองนอก เรื่องร้ายนี้คงไม่เกิดขึ้น...จากการตามข่าว
กับภาพที่เห็นผู้เป็นภรรยาที่สูญเสียทุกอย่าง กับความเจ็บปวดที่โหมประดังดุจพายุร้าย เธอเจ็บปวดร่ำไห้ เขาเองยิ่งเจ็บและสงสารนักแต่แล้วไง?
ยังมีข่าวและ อีกหลายภาพที่เห็นจากการตามเรื่องโดยสันทานผู้ช่วยปาลิดา เขาไม่ต้องการให้เรื่องนี้จบลงง่ายดายด้วยน้ำเงินของเจ้าสัว ภาพสุด
ท้ายในความทรงจำของสองพี่น้องคือแววตาของผู้เป็นแม่ปวดร้าวสุดจะฝืนทนเริ่มว่างเปล่าเคว้งคว้าง ใบหน้าสวยซูบผอม
“คุณเขมคะ” ป้าทองสะกิด เธอสะดุ้งจากภวังค์ เสียงถอนหายใจก่อนที่จะพนมมือขึ้นและถามหลวงพี่
“ตกลงหลวงพี่จะสึกตามหมายกำหนดการเดิมนะคะ”
“ถูกแล้วโยม”
ปาลิดา...พร้อมที่จะกลับไปทำงานหรือไม่ เป็นคำถามที่อาจารย์เผชิญถามภรรยา เมื่อเหตุการณ์ผ่านไปได้เพียงหนึ่งเดือน “คำตอบที่ดีที่สุดใน
เวลานี้คือคุณปาคงดีขึ้นเมื่อได้ทำงาน ดีกว่าที่จมอยู่กับอดีตอันโหดร้าย ผมคิดเช่นนั้นนะ ดูซิ...ห้องน้องปานยังไม่เคยเข้าไปจัดเก็บเข้าที่ เธอว่าอยาก
จะให้ห้องเป็นเช่นนี้ตลอดไป” ปานจิตตื่นมาสายด้วยความรีบเร่งหนูน้อยจึงทิ้งห้องไว้อย่างนั้น แม้ตำแหน่งแก้วน้ำที่พ่อลูกดื่มก่อนจากไปวางอยู่บนโต๊ะ
กินข้าว ปาลิดาห้ามใครมาเก็บไปล้าง เหมือนต้องการให้มันเป็นอย่างที่เป็น สิ่งต่าง ๆ ที่เหลือให้เห็นคืออดีตที่เธอต้องการรู้ว่าสองพ่อลูกทำอะไรก่อน
จากไปและประสบอุบัติเหตุ
เวลาแสนหดหู่ผ่านข้ามปีแล้ว ระยะแรกอันโหดร้าย...ปาลิดาเกือบโดนไล่ออกจากงานด้วยอาการซึมเศร้าและไม่สามารถจดจ่ออยู่กับงาน
แต่เพื่อนทุกคนช่วยพูดกับประธานบริษัท ตำแหน่งที่ย้ายไปรับหน้าที่คือผู้ประสานงานให้กับผู้ช่วยฝ่ายผลิตรายการซึ่งก็คือหัวหน้าเก่า...คุณนิรัชซึ่ง
เลื่อนตำแหน่งขึ้นมาดูแลงานในส่วนนี้ หน้าที่ของปาลิดาคือผู้ประสานงานในแต่ละหน่วย เพื่อการผลิตรายการ จึงประชุมและยุ่งอยู่กับเอกสาร เป็น
ส่วนใหญ่ งานยิ่งวุ่น ยิ่งดี เพราะทำให้เธอไม่ต้องคิดอะไรเลย อาหารกลางวันบางวันกันติชาก็ทำข้าวกล่องใส่ภาชนะสีสวยมาให้พร้อมนมถั่วเหลือง
และผลไม้ ในยามนั้นปาลิดาชอบขึ้นมานั่งกินเงียบ ๆ แต่สันทานผู้คอยตามติดปาลิดาด้วยความห่วงใยจะตามขึ้นไปบนดาดฟ้าอาคารด้วยเสมอ
“สันทานไม่ต้องคอยตามพี่ขนาดนั้นหรอก แล้วนี่ตามขึ้นมาทำไมบนดาดฟ้าทุกครั้ง ฉันต้องการความสงบ” ปาลิดาใช้คำแทนเธอว่าฉันคือเครื่องหมาย”อย่ายุ่ง” แต่สันทานใช้ความอดทนโดยนั่งห่างออกไปอีกมุมหนึ่ง จนกระทั่งนานเข้าเขาก็มานั่งช่วยปาลิดากินของที่เพื่อนเตรียมให้มาก
มาย...
“บำรุงมาก ๆ หน่อยผายผอมจนแก้มตอบแล้วนะปา” กันติชาเอ่ยทุกครั้งที่ส่งถุงผ้าลายสวยที่บรรจุตลับอาหาร
ทุกวันหยุดของปาลิดา กันติชาจะชวนไปทำบุญให้คุณณภัทรกับน้องปาน...ครั้งแรก ๆ เธอเงียบไม่มีคำตอบ ดวงตาหมองแล้วเหม่อ กันติชาไม่
สนใจเธอเตรียมข้าวของจนครบ เธอมั่นใจว่าเมื่อมีครั้งที่หนึ่ง ครั้งต่อไปย่อมง่ายขึ้น เพื่อนสาวคะยั้นคะยอจนปาลิดาไปด้วยโดยมีอาจารย์เผชิญเป็น
คนขับรถ พอเข้าเขตวัดจึงเห็นผ้าขาวเดินอยู่ใต้กุฏิ “โยมเอาของมาถวายพระค่ะ”
“พระมีกิจรับนิมนต์ไปงานขึ้นบ้านใหม่ครับ อ้อ! หลวงพี่ที่กุฏินี้อยู่ เมื่อเช้าท่านมีไข้แต่ตอนนี้หายแล้ว ท่านเลยไม่ได้ไป รออยู่ที่นี่นะครับเดี๋ยว
ผมไปบอกท่าน”
ปาลิดาดึงแขนเพื่อน “พระไม่สบายอย่ารบกวนเลย ปาว่ากลับเถอะ” สามีภรรยาทำเฉยเนื่องด้วยมาจนถึงวัดแล้ว ไม่กลับแน่นอน
เสียงฝีเท้าก้าวลงมา และนั่งลงบนอาสนะ ทั้งสามก้มลงกราบ กันติชาตะลึงเผชิญชะงัก สีหน้าหลวงพี่เปลี่ยน...“โอ้คุณพระคุณเจ้า โลกใบ
นี้ทำไมกลมอย่างนี้หนอ” วรชิตคือผู้รับเหมาออกแบบบ้านอาจารย์เผชิญ และจากข่าวสองสามี-ภรรยาจึงรู้ว่าคุณวรชิตคืออดีตสามีพันวา ทั้งคู่เห็น
เหตุการณ์วันแรกจากทีวีช่องหนึ่ง เขาวิ่งไปที่ณภัทรและปานจิต จนเข้าทำร้ายพันวาผู้ทำลายครอบครัวปาลิดาจนย่อยยับ...ข่าวเกี่ยวกับอดีตสามี
หายไปเงียบ ๆ แม้วันตัดสินจำคุกพันวา ไม่มีเงาของเขาอีกเลย ทั้งหมดจึงได้รู้ความจริงในวันแรกที่ไปทำบุญว่าอดีตสามีพันวาตัดสินใจเข้าพึ่ง
พระพุทธศาสนาด้วยการบวช ยกเว้นปาลิดาที่ไม่รู้ว่าหลวงพี่เป็นใคร
เรื่องราวที่จุดเกิดเหตุ เทปข่าว และรายละเอียด อุบัติเหตุจากความประมาณและการใช้สารเสพติดสันทานรวบรวมไว้ในการดำเนินคดีกับพันวา
ขณะที่โลกของปาลิดาแตกยับเป็นเสี้ยวส่วน จึงไม่ได้เห็นข่าวและภาพในวันที่เกิดเหตุ
ทั้งคู่มองหน้ากันและมองมาที่หลวงพี่ เขาสงบดูสง่าในชุดนักบวช “เอาเถอะหลวงพี่ไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย” คู่สามีภรรยาคิดคล้ายกัน กันติชา
พยักหน้าให้เพื่อน ทั้งหมดกราบพระพุทธรูปและหันมากราบหลวงพี่
“เพื่อนจะมาทำบุญให้ครอบครัวครับ” อาจารย์เอ่ย ผ้าขาวหันมาทางโยม
“ตั้งนโมสามจบ สวดมนต์แล้วถวายสังฆทาน หลวงพี่จะนำสวดกรวดน้ำให้แก่ผู้ที่จากไปแล้วนะครับ” เสร็จพิธีปาลิดาสัมผัสได้ถึงความชุ่มเย็น
ของน้ำที่รดลงบนนิ้วขณะกรวดน้ำ ความปีติทำให้น้ำตาเอ่อล้นสองดวงตางาม
“ให้โยมผู้ชายยกไปราดที่ต้นไม้หน้ากุฏินะ” เสียงทุ้มน่าฟังเอ่ยเป็นจังหวะชัดเจน หลวงพี่นั่งนิ่งเขาพริ้มตาลงอยู่ในภวังค์ เพราะด้วยเหตุวันนี้เอง
ที่เขาฝันเห็นลูกสาวชองเธอสองวันติดกัน “คุณลุง ๆ บอกแม่ปานะหนูกับพ่อไปอยู่ด้วยกันในที่สวยค่ะ”
เขาลืมตามองตรงมาที่ปาลิดา จากที่ได้ฟังหลวงพ่อเจ้าอาวาสสั่งสอนมา เขาจึงเข้าใจความเป็นไปในชีวิตดีขึ้น
“ทำไมเด็กตายก่อนผู้ใหญ่ครับหลวงพ่อ” คำถามเหล่านี้ ทำให้เขากระจ่างและเข้าใจว่าทุกอย่างเป็นเช่นนั้นเอง มันเป็นสัจธรรม
“หลวงพี่คะ ทำไมเด็กต้องมาตายก่อนแม่...คำถามที่หลวงพี่เคยถามหลวงพ่อเจ้าอาวาส” เสียงเครือน้ำตาไหลอาบสองแก้ม
“การเกิด แก่ เจ็บ ตายที่ได้ฟังหลวงพ่อสอน มันเป็นวงจรชีวิตของมนุษย์ แต่เมื่อเกิดมาแล้วพ่อแม่ไม่คาดคิดว่าลูกที่อายุยังน้อยทำไมจึงมาตาย
ไปเสียก่อน หลวงพ่อเจ้าอาวาสสอนว่าความตายเกิดได้กับทุกคน ไม่ใช่ต้องแก่แล้วจึงตาย อีกประการคือเราเกิดมาอยู่ในครอบครัวเดียวกันด้วยบุญ
หรือบาปสุดแล้วแต่ ในกรณีของโยมซึ่งเป็นครอบครัวที่ดี โยมทั้งหมดสร้างบุญดีมาด้วยกัน เมื่อลูกและสามีมาด่วนจากไป เพราะบุญที่เคยสร้างไว้ด้วย
กันมันหมดแล้ว ลูกโยมเป็นผู้หญิงตัวอ้วนน่ารักใช่ไหม” ปาลิดาขนลุกซู่ แต่ก็ยังไม่เชื่อเธอคิดว่าพระองค์นี้คงเดาเอาแน่
“ท่านอย่าทำเป็นรู้เลย ที่มาทำบุญวันนี้ก็เป็นครั้งแรก” เสียงปาลิดาพูดออกมาอย่างไม่พอใจ พาลจะรีบกลับ จนเพื่อนดึงไว้และถามขึ้น
“หลวงพี่ถามทำไมคะ”
“ถ้าใช่เมื่อสองคืนก่อนอาตมาฝันว่าแม่หนูมาบอกให้บอกคุณแม่ว่าหนูอยู่กับพ่อในที่ ๆ สวยงาม” ปาลิดาขมวดคิ้ว เธอไม่เชื่ออะไรง่าย ๆ แต่
ความนี้ทำให้ใจที่แห้งผากชุ่มชื่นขึ้น เธอมองท้องฟ้าและยิ้ม มันเป็นรอยยิ้มแรกบนใบหน้านับแต่เกิดเหตุ