เงื่อนรักกามเทพ Cupid Knot (5) เป็นเช่นลางหรือไร

กระทู้คำถาม

Cr.Youtube

เงื่อนรักกามเทพ...Cupid Knot (5) เป็นเช่นลางหรือไร

 
            คุณย่าทำแก้วแตกไปสองใบ หญิงชรารู้สึกแปลกใจ ทั้งที่ตนถือไว้มั่นแล้วจู่ ๆ ก็หลุดมือแตก หลังเก็บกวาดเรียบร้อย เลยอาหารกลางวันไป
ได้พักใหญ่จึงเข้าห้องเอนหลังนอนได้ครู่หนึ่งย่าเริ่มฝันสะเปะสะปะไขว่คว้าอะไรไม่ได้เลย ทุกอย่างค่อย ๆ หลุดลอยเลือนลับไปจนสะดุ้งตื่น ลุกขึ้นจิบน้ำ
ให้ชื่นใจแต่เหงื่อยังแตกพลั่ก ใจคอไม่ดีเอาซะเลย
            เสียงกริ่งประตูรั้วดังขึ้น ย่าผวาเดินเกือบสะดุดเชิงบันใดสองขั้นที่กั้นห้องรับแขกกับห้องอาหาร ใจก็ห่วงว่าเป็นเรื่องร้ายหรือเปล่า แต่ครั้นมองตรง
มาแลเห็นสาวร่างสูงโปร่ง ผิวสองสีซึ่งยิ้มกว้างพลางถอดแว่นกันแดดทรงสวยออก
            “สวัสดีค่ะคุณแม่”
            “ยายกัน จริง ๆ ด้วย ดีใจจังกลับมาถึงเมืองไทยเมื่อไรนี่” ย่ากดรีโมทเปิดประตู หญิงสาวรีบเดินตรงเข้ามาพร้อมห่อของและกระเช้าผลไม้
            “เข้ามาในบ้านก่อนลูก”
 
            กันติชาเป็นเพื่อนสนิทมากของปาลิดา เดินตามกันเป็นเงาตั้งแต่เรียนชั้นประถมจนจบมหาวิทยาลัย มาห่างกันตอนที่ต่างฝ่ายต่างออกเรือน
กันติชาตามสามีไปอยู่เมืองนอกหลายปี
 
            “คุณแม่หน้าซีดจังคะ ไม่สบายหรือเปล่า” มือหญิงสาวแตะลงตามตัวหญิงชรา
            “ไม่มีไข้นี่คะ”
            “แม่เห็นหน้าหนูแล้วดีใจ ทั้งอุ่นใจด้วย”
            “เกิดอะไรคะแม่” แม่หรือคุณย่าเล่าเรื่องที่เกิดวันนี้ให้กันติชาฟัง
            “คุณแม่อย่ากังวลเลยค่ะ สมัยอยู่กับแม่ของหนู...หนูก็โดนดุเรื่องทำแก้วทำจานตกแตกเป็นประจำ จนแม่เปรียบว่ามือห่างเท้าห่าง ทำข้าวของแตกหมดแถมยังใช้เงินเก่ง ยังดีนะว่าขายออกไปได้ แม่หนูนี่แสนจะดีใจ เรื่องความฝันพระท่านว่าก็เหมือนเราตื่นจิตคิดฟุ้งซ่าน คิดโน่นนี่ได้ทั้งวัน พอ
เข้านอนจิตได้พักไม่นานก็พอแล้ว ที่เหลือก็เป็นความฝันไงคะ มันถึงฟุ้งซ่านไปเรื่องโน่นเรื่องนี้ไร้สาระอย่างห่วงนะคะ” คำปลอบโยนช่วยให้
หญิงชราคลายใจ แต่อดฉงนไม่ได้เพราะแต่เดิมเรื่องเข้าวัดกันติชาไม่เคยสนใจ สนใจแต่เรื่องทำงาน เดินห้าง และชอปปิง แต่เธอกลับเอ่ยประโยค
ที่เป็นคำสอนของพระขึ้นมา
            คุณย่ามองด้วยสายตาสงสัย...
            “อยู่เมืองไทยเรื่องเข้าวัดนี่หนูไม่เอาเลย แล้วเอาคำสอนพวกนี้มาจากไหนจ๊ะ” หญิงชราหัวเราะถูกใจ และรู้สึกดีขึ้น อย่างน้อยก็มีคนที่รักเหมือนลูกอยู่ใกล้ในยามนี้
            “อยู่ทางโน้น...เพื่อนบ้านเป็นคนไทยเขาชอบชวนหนูไปวัด แรก ๆ ก็อึดอัด ไปบ่อยเข้าก็ชินค่ะ ได้อะไรจากคำสอนหลวงพ่อมาเยอะเลย” เธอยิ้ม
อย่างภูมิใจ
            “แม่ว่าปาลิดาคงยุ่ง ถึงลืมบอกเรื่องหนูจะกลับมากระมัง แม่ถึงไม่รู้”
            “ค่ะ...หนูโทรบอกปาแล้วว่าจะมาที่บ้านบ่าย ๆ และจะนอนค้าง คราวนี้ได้คุยกันสมใจแน่ค่ะ”
            “สามีอนุญาตแล้วหรือจ๊ะ”
            “คุณเผชิญกับหนูไว้ใจกันอยู่แล้ว เขาใจกว้าง รีบอนุญาตเพราะตัวเองก็จะแวะไปนอนค้างบ้านเพื่อนค่ะแม่”
            “แล้วนี่เมื่อไรจะมีลูกสักที แต่งก่อนปาอีกนะหนู”
            “ถ้ามีคงมีไปนานแล้ว คุณเผชิญก็อยากมีสักคน แต่คงไม่มีแล้วไปหาหมอมาไม่รู้กี่หมอค่ะ”
            “โลกนี้ก็แปลกนะคนมีฐานะกลับมีลูกยาก อีกหน่อยคงเหลือแต่คนแก่ หนุ่มสาวน้อยลงทุกวัน ถ้าจะเหมือนญี่ปุ่น คนแก่มากกว่าเด็ก เอาเถอะถึง
ตอนนั้นแม่คงไม่อยู่แล้ว” ชีวิตย่าผ่านอะไรมาเยอะ แก่แล้วเหมือนไม้ใกล้ฝั่ง
           
            “คุณย่าขา ซาหวัดดีค่า...เอ๋! เพื่อนคุณย่าทำไมสวยกว่าคุณย่าคะ” ผู้ใหญ่หัวเราะชอบใจ
            “นี่แหละปานจิต...แม่หนูตัวแสบ มาสวัสดีคุณน้า เธอเป็นเพื่อนสนิทของแม่ปาจ้ะ”
            “อ้อ! จำได้แล้วแม่ปาเล่าเรื่องคุณน้าให้หนูฟังบ่อย ๆ ” หนูน้อยย่อตัวไหว้สวยงามตามที่โรงเรียนสอน ตัวอ้วนกลมน่ารักเหลือเกิน กันติชารู้สึกดีใจ
กับเพื่อน
            “มาให้น้ากอดหน่อยนะคะ”
            “ไม่ได้มังคะ คนแปลกหน้า...เอ! ได้ไหมคะคุณย่า” หนูปานทำท่าสงสัยน่าเอ็นดู ย่าหัวเราะพลางพยักหน้า อ้อมแขนป้อมกลมกอดน้ากัน...กันติชาแล้วหอมแก้ม หนูน้อยผละเดินมานั่งกับย่า เสียงหัวเราะคิก ๆ อย่างมีความสุข
            “คุณพ่อมาแล้ว” คุณพ่อแวะรับลูกสาวกำลังหอบข้าวของเข้าบ้าน
            “อ้าว! คุณกันติชามาแล้วหรือครับ เป็นไงบ้างสบายดีไหม แล้วทำไมย้ายกลับเมืองไทยล่ะครับ”
            “ถามเป็นชุดเลยนะคะพี่ภัทร กันกับคุณเผชิญสบายดีค่ะ อาจารย์เผชิญกลับมาสอนมหาวิทยาลัยที่เมืองไทยแล้ว เขาได้หนังสือเชิญ
กลับมารับงานสอนที่นี่ ดีค่ะกันคิดถึงปา คิดถึงบ้าน อยู่ที่ไหนก็ไม่เหมือนเมืองไทยนะคะคุณแม่” คุณย่าเห็นด้วยพร้อมรอยยิ้ม สองศรีคู่ซี้ไม่เปลี่ยนเลย
ปาลิดานิ่ง สุขุม หลักแหลม ส่วนกันติชา ฉลาด ไม่จริงจังกับชีวิต สนุกได้ทุกเวลา
            ปาลิดากลับเข้าบ้านมาในเวลาไม่ห่างกันนัก ทั้งคู่กระโดดกอดกันด้วยความดีใจ ถึงกับน้ำตาร่วง สารพัดอารมณ์ของความคิดถึง หนูน้อยมองทั้งคู่
แล้วถามคุณพ่อ “ผู้ใหญ่นี่แปลกนะคะ ดีใจทำไมต้องร้องไห้ หนูปานดีใจจะหัวเราะให้เสียงดังเล้ย...อิอิ” คุณพ่อกอดน้องปานไว้มองความสุขของสองสาว
ที่ห่างกันไปหลายปี
           เสียงพูดคุยกับบทสนทนายาวนานไม่รู้จบ จนกระทั่งเข้านอน...
 
           “คุณแม่ให้กันติชาพาหนูปานไปรับปาที่ออฟฟิศนะคะ ปาจะไปกับรถตู้บริษัทมีประชุม แล้วเข้าออฟฟิศครึ่งวัน ส่วนคุณภัทรออกแต่เช้าคงกลับค่ำค่ะ เขาคงบอกแม่แล้วว่ามีประชุมที่สระบุรี คุณย่าจะตามไปกับกันติชาด้วยก็ดีนะคะ อย่าอยู่แต่บ้านเลยค่ะ”
           “อือ! ป้าข้างบ้านเขาชวนย่าไปถวายเพลที่วัดจ้ะ ไปเถอะอย่าห่วงเลยเดี๋ยวสองคนตื่นแม่ดูแลเอง วันนี้วันหยุดด้วยคงตื่นสายแน่”
 
           “น้ากันค่ะถึงแล้วออฟฟิศคุณแม่...เย่ ๆ หนูชอบดูทุกรายการของคุณแม่เลยค่ะ แม่ปาสวยที่สุด” น้องหนูชมแม่ตัวเองท่าทางเขินอาย เสียงหัวเราะดังเข้าประตูมา หัวหน้าข่าวนำแขกเข้าไปชมในห้องส่ง
         
            “คุณปาเตรียมพร้อมนะครับ ห้า สี่ สาม สอง หนึ่งเริ่ม...”
            “เบรกสิบวิฯ...คั่นโฆษณา เราเพิ่งได้อีกข่าวเข้ามาจังหวะพอดี” ข่าวสุดท้ายของข่าวเที่ยงคือการบุกจับปาร์ตี้ยาไอซ์ของกลุ่มลูกเศรษฐีและไฮโซ หนึ่งในนั้นคือพันวา บุตรสาวคนเจ้าสัวคนดัง” เสร็จงานเสียงถอนใจเบา ๆ

            กันติชามองดูปานจิตและก้มมองหนูน้อย น่าปลื้มใจที่ทุกคนช่างมีความสุข เป็นครอบครัวที่สมบูรณ์จริง ๆ แต่แวบหนึ่งจู่ ๆ ใจเธอกระตุกวูบ
หลงไปกับคำพูดอย่างกังวลของย่าเมื่อวานนี้...“คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองด้วยเถอะ”
 
            ยังไม่ทันจอดรถดีเสียงใส ๆ ก็ร้องเรียกคุณย่า “เรากลับมาแล้วค่า...น้องปานซื้อขนมมาฝากด้วย” ทั้งหมดเดินเข้าบ้านมาแล้วตกใจ ย่านั่งร้องไห้
เงียบ ๆ
            “คุณแม่เป็นอะไรคะ ใครไม่สบายหรือคะ” ย่าส่ายหน้าใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตา
            “ย่าไปกราบหลวงพ่อที่กุฏิ ท่านเทศนาธรรมให้ฟัง” ย่าหยุดและสะอื้นอีก
            “ก็ดีนี่คะ” กันติชาช่วยปลอบ
            “ท่านมีเรื่องเทศน์หลายเรื่อง ทำไมต้องเทศน์เรื่องเกิด แก่ เจ็บ ตายด้วย ท่านว่าคนเราเกิดมาพบกันอยู่ด้วยกันด้วยบาปและบุญเก่า เมื่อบาปและ
บุญใช้กันหมดแล้วก็ต้องจากไปเป็นธรรมดา เด็ก ผู้ใหญ่ หญิง ชายเหมือนกันหมด มันเป็นสัจธรรมที่พุทธองค์ทรงตรัสไว้” กันติกาขนลุกชัน มันช่างประ
จวบเหมาะหลายครั้งถี่เหลือเกิน ช่างเถอะ ไม่มีอะไร บุญรักษาคนดี ไม่มีอะไร เธอสลัดความคิดทิ้งโดยเร็วตามนิสัยที่ไม่ชอบจริงจังหรือทุกข์กับสิ่งใด
 
            น้องปานนั่งจ้อไม่ห่างย่าเหมือนน้ำทิพย์ชโลมใจหญิงชราที่หดหู่ให้ดีขึ้น ลูกสะไภ้เข้าครัวเตรียมอาหารกับกันติชา ตั้งโต๊ะเสร็จยังไม่ลงมือ
ณภัทรก็กลับเข้ามา “อาบน้ำก่อนค่ะพี่ภัทรเดี๋ยวเรารอดีไหมคะย่า”
            “ดี ๆ ”
 
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่