เงื่อนรักกามเทพ Cupid Knot (24) คือเพื่อน?

กระทู้คำถาม


Cr.Youtube

เงื่อนรักกามเทพ...Cupid Knot (24) คือเพื่อน?
 
          “ปานี่กันนะ ยังไม่นอนเหรอห้าทุ่มกว่าแล้ว มีอะไรกังวลใจหรือเปล่า”
          “กันมานอนเป็นเพื่อนปาหน่อยสิ” กันติชาไม่ถามอะไรมากเพราะคงคุยทางโทรศัพท์ไม่สะดวก สามสี่วันมานี้เธอตามสามีไปงานแต่งงานหลานสาว
ที่เชียงใหม่ ปาลิดาคงมีอะไรจะปรึกษาแน่ เธอบอกสามีและหอบกระเป๋าเสื้อผ้าของใช้ไปนอนที่คอนโดฯ

          “เป็นไงอย่างกับพิซซ่าเลยสั่งปุ๊บได้ปั๊บ” กันติชาแหย่เพื่อน แต่พอเห็นคิ้วที่ขมวดเข้าหากันเลยต้องหยุด
          “มีอะไรให้กังวลอีกล่ะคนสวย” ปาลิดาเล่าเรื่องที่เกิดวันนี้ให้เพื่อนฟังเสียงเครือ
          “รู้สึกผิดใช่ไหม ทำเสียงน่าสงสารเชียว” ปาลิดาพยักหน้า
          “เขาเอ๋อมากเลย หลงไปซะไกลไม่รู้ทิศทาง เห็นหน้าแล้วอยากร้องไห้”
          “กันเข้าใจนะแต่ไม่ใช่ความผิดปา”
          “ไม่มีใครว่าอะไรแต่คิดแล้วสงสารเขา นี่นัดกับคุณวิสัยจะพาเขาไปพบหมอพรุ่งนี้เย็น ปามานั่งคิดนะถ้าปาเป็นแบบนี้แล้วตามหาใครไม่เจอ ใจคงเคว้งคว้าง หรือต้องนอนข้างถนนแน่เลย”
          “คิดมากใหญ่แล้ว ไม่เอา ๆ ” กันติชาเอามือนวดขมับให้เพื่อนสาว
          “อีตาวรชิตนี่ไป ๆ มา ๆ กลายมาเป็นภาระปาซะงั้นแหละ”
          “อย่าพูดแบบนั้นสิ ไม่มีใครว่าง ปาว่างก็ดูแลเขาบ้างเท่านั้น” กันติชามองหน้าเพื่อนสาวด้วยสายตาเป็นห่วง...สวรรค์หนอจะให้กามเทพมาแผลง
ศรใส่เพื่อนฉันหรือไงนะ สุดท้ายก็มานัวเนียกันอยู่แถวนี้แหละ
          “ปาต้องปฏิเสธเขาบ้างนะ ให้สองหนุ่มไปหาหมอเองสิ วันนี้วันหยุดนักขัตฤกษ์เราไปช้อปปิ้งให้สบายใจดีกว่า”
          ปาลิดาส่ายหน้า “เมื่อวานเขาท่าทางตกใจ แต่เมื่อกลับถึงคอนโดฯ...เขาเอ่ยว่าให้ฉันกลับไปพักที่ห้องเถอะอย่างห่วงเลย พรุ่งนี้ปาไปหาหมอ
กับผมนะ”
          “โอ้แม่เจ้า! ...เธอใจอ่อนเลยนะสิ”
          “กันต้องได้ยินเสียงเขา ท่าทางน่าสงสาร ปาปฏิเสธไม่ได้หรอก”
          “เอาเถอะตามใจ แต่เอาเป็นว่าเช้า ๆ พรุ่งนี้ไปนวดหน้าให้สดชื่นด้วยกันแล้วค่อยไปหาหมอกัวรชิตโอเคนะ”
            ปาลิดาอ่านหนังสือได้ครู่หนึ่งก็หลับไป แต่เพื่อนเธอยังนอนก่ายหน้าผากครุ่นคิด ปาลิดาเห็น

          แข็ง ๆ อย่างนี้กันติชารู้ดีว่าใจอ่อนขี้สงสารยิ่งกับเด็กหรือคนที่ช่วยตัวเองไม่ได้อย่างวรชิต ทำไมหนอต้องออกมาเป็นแบบนี้นะ ตั้งแต่เกิดเรื่องจน
ถึงไปเจอกันที่วัด วัดในกรุงเทพมีมากมายยังหลบไม่พ้น จนเกิดเหตุกับวรชิตก็เป็นห่วงเขา กันติชาสรุปก่อนที่จะหลับไป ทั้งคู่ไม่แคล้วคลาดกันแน่
 
            กลับจากนวดสปานวดหน้า ปาลิดาดูผ่อนคลายขึ้น “เออ! ต้องอย่างนี้สิ ดูผ่อนคลายขึ้นเยอะเลย” ยังไม่ทันขาดคำเสียงกริ่งหน้าห้องก็ดังขึ้น
ปาลิดามองผ่านจอมอนิเตอร์เห็นใบหน้าวรชิตยิ้มแป้นตาใสรออยู่
          “ผมมาเชิญคุณไปทานสปาเก็ตตี้ขี้เมากัน นี่เที่ยงกว่าแล้วนะครับ สวัสดีครับคุณกัน”
          “ค่ะสวัสดี”
          “ไม่รบกวนหรอกค่ะ คุณทานไปกับคุณวิสัยเลยนะคะ เดี๋ยวเราสั่งอาหารขึ้นมาเอง” ปาลิดาบ่ายเบี่ยง “ไม่เป็นไรครับ ผมกินคนเดียวก็ได้ แต่ทำซะ
เยอะเลย”
          “อ้าว! คุณวิสัยละคะ”
          “เขาออกไปเยี่ยมญาติที่สุขุมวิท คงกลับมาบ่ายสองครับ”
          “ปาคิดว่ามีคุณวิสัยอยู่เป็นเพื่อนนะนี่ แล้วคุณเขมล่ะ”
          “เธอลื่นล้ม ไปหาหมอแล้ว ทั้งแม่-ลูกปลอดภัย ผมเป็นห่วงแต่ไปหาเธอไม่ถูกน่ะครับคงต้องรอวิสัย ไม่เป็นไรครับผมไม่รบกวนดีกว่า”
ปาลิดายังเห็นแววตาเคว้งว้างในตาคมคู่นั้น
          “เดี๋ยวปากับกันไปทานด้วย คุณกลับไปก่อนนะคะเปลี่ยนเสื้อผ้าแป๊บหนึ่ง”
 
          “ยายปานี่จริงเลย เดี๋ยวนี้เป็นโรคใจอ่อนแอหรือไงนะ ไม่ว่างก็บอกเขาไปสิ”
          “กันไม่เห็นสายตาเขาเหรอ น่าสงสาร นี่คงขลุกทำสปาเก็ตตี้คนเดียวแต่เช้า ตาเขายังเคว้งคว้างเป็นใบไม้ร่วงอยู่เลย”
 
            “ประตูก็ปิดไม่สนิท” เสียงเพื่อนสาวเอ่ย ปาลิดาจุปากเปิดห้องเข้าไปเงียบ ๆ โต๊ะกินข้าวจัดไว้เรียบร้อย โถงสปาเก็ตตี้ครอบฝาไว้ยังมีกระไอ
ร้อนจับอยู่รอบ ๆ ฝาปิด ตัวเขานั่งงอเข่าใช้สองมือโอบ สายตามองเหม่อออกไปที่ระเบียง ปาลิดาตาแดง แม้แต่กันติชาที่บ่น ๆ เพื่อนยังสีหน้าสลด
ชายหนุ่มที่ท่าทางมุ่งมั่น ไม่แสดงอารมณ์ใด กลายมาเป็นอย่างที่เห็น จริงด้วยเขาคงสับสนและเหงานะ ท่านั่งแบบนี้แหละที่ปาลิดานั่งจนชิน เมื่อแรก ๆ
ที่รู้สึกว่าโลกช่างโหดร้าย พรากสิ่งที่ตัวรักไปจนหมดสิ้นเหลือเพียงเถ้าถ่าน
          เสียงกระแอม เขาหันมาสีหน้าเปลี่ยนไปดวงตาวาววับกับแววตาเหงาที่ค่อย ๆ เลือนไป
          “หอมน่ากินจัง” กันติชาเปิดฝาโถงแก้วใส่สปาเก็ตตี้
           
          กันติชาเล่าเรื่องงานแต่งของหลานสาวให้ทั้งคู่ฟัง เสียงคุยกันจนสปาเก็ตตี้อร่อยหมดโถง
          “รสชาติดีจริงด้วย เหลือเชื่อปาคิดว่าคุณทำกับข้าวไม่เป็นเสียอีก”
          “ผมทำกินกันตั้งแต่พ่อแม่เสีย เขมกรบ่นจนหยุดบ่นเพราะรสชาติดีขึ้น”...เขาหัวเราะความจำกับเรื่องเก่าบางส่วนยังติดตรึงในใจเขา เจ้าของห้อง
ยกผลไม้ออกมาจากตู้เย็น องุ่นช่อสวยล้างแล้วเรียงใส่ตะกร้าสานใบงาม กันติชาช่วยยกมาวางให้ที่โต๊ะในห้องรับแขก
          “เดี๋ยวกันล้างจานเอง คุณนั่งเล่นหมากล้อมกับปาดีกว่า...ระวังโดนเขาโกงนะ” กันติชาหลิ่วตาให้ชายหนุ่ม เขายิ้มกว้าง
          ปาลิดาอธิบายแค่สองรอบเขาก็จำได้ “ใช่! ผมเล่นกับวิสัยบ่อย ๆ จำได้แล้ว” เสียเอ่ยขึ้นอย่างดีใจแววตามีความหวัง ปาลิดามองเห็นทุกครั้งที่เขา
จำสิ่งต่าง ๆ ที่เคยทำได้...แล้วอย่างนี้ สีหน้าเหงา ดีใจ ประหวั่นใจ บนใบหน้าที่ปกปิดไม่ได้เหมือนที่เคยทำ เช่นนี้ปาลิดาจะปล่อยให้เขาเคว้งคว้าง
ได้อย่าไรนะ
 
          วิสัยเข้ามาในห้องสีหน้าแปลกใจเมื่อเห็นเพื่อนนั่งเปิดวิดีโอหนังเรื่องปลาเล็กหัวใจโต๊โต...เกี่ยวกับปลานิโม เสียงหัวเราะสามเสียงดังขึ้นเป็น
ระยะ เขายิ้ม...เป็นห่วงแทบแย่ ดีนะปาลิดามาอยู่เป็นเพื่อน ดูท่าทางผ่อนคลายกันทุกคน “เยี่ยม ๆ “
           “กลับมาแล้วครับ” เขาเอาขนมชั้นและขนมกลีบลำดวนใส่จานมาพร้อมเหยือกน้ำและแก้ว
           “ผมนัดหมอให้วรชาติห้าโมง จะไปกับเราไหมครับ”
           “ไปด้วยกันนั้นแหละนะกัน” คนไข้สบตาพร้อมพยักหน้าเหมือนชวน
 
           “หมอตรวจดูอาการแล้ว ทั่วไปไม่มีอะไรน่าห่วง จากที่ทำMRI ก็ไม่เห็นอะไรผิดปกติ คนไข้อาการคล้ายคุณวรชิตมีไม่กี่รายที่จู่ ๆ ก็ลืมเหมือน
ในหัวมันว่างเปล่าไม่มีข้อมูลเลย บางรายจำไม่ได้ว่าตัวเองคือใคร ชื่ออะไร อย่างเพิ่งตกใจนะครับ” หมอหันมาบอกปาลิดาเมื่อเห็นสีหน้าเธอ
          “คุณวรชิตยังไม่แย่ขนาดนั้น ขอผมปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญอีกคนแล้วนัดเจอกัน ผมจะโทรไปหาคุณวิสัย หากเรามั่นใจว่าการกระตุ้นผ่านคลื่นไฟฟ้า
อ่อน ๆ เข้าไปในสมองจะปรับสมดุลให้ดีขึ้นเราจะใช้วิธีนั้นครับผม” คุณหมอสรุป
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่