Cr.Youtube
เงื่อนรักกามเทพ...Cupid Knot (23) งานเข้า
“วันนี้อากาศดี ลมหนาวล่องมาเย็นๆ เดี๋ยวคุณไปเดินเล่นที่สวนข้างคอนโดกับปานะ”
“เดินเล่นคือเดินไปเล่นไป เอ! ” เขานิ่งคิด “อ้อ! เดินเล่นสบาย ๆ ออกกำลัง ดี ๆ ครับผมชอบออกกำลังกาย”
“ปาไปชุดนี้ได้เลย เสื้อยืด กางเกงขาสั้น รองเท้าผ้าใบ ไปที่ห้องคุณนะจะได้เปลี่ยนชุดกีฬา” เหตุการณ์ที่เกิดกับวรชิต อีกทั้งทีท่าไม่รู้อะไร
เท่าไร มองไปก็เหมือนดูแลเด็ก แถมแววตาที่สุขุมระมัดระวังกลายเป็นความซื่อ จนปาลิดาก็ไม่รู้ว่าเป็นไปเมื่อไรที่เธอใช้เรียกตัวเองว่า “ปา” ซึ่งชื่อนี้
จะใช้กับคนใกล้ชิดเท่านั้น เฮ้อ! เอาเถอะ...
ทั้งคู่มายืนหน้าห้องวรชิต เขาเกาหัว “แล้วผมจะเปิดเข้าไปยังไงนะ...ลืมอีกแล้ว แย่จัง”
“อือ! ผมกลับมาเมืองไทยปี60ใช่แล้ว 6012ครับ” ปาลิดาทึ่งเพราะพอกดแล้วบิดลูกบิดประตูก็เปิด 12 สองตัวท้ายคืออะไรเธอไม่ได้ถาม ห้อง
เขาจัดเป็นระเบียบ แล้วจริงอย่างที่ปาลิดาคิดเพราะห้องแทบจะเป็นห้องแฝดกับห้องเธอ ที่แน่ ๆ บิลต์อิน (Built In)ตู้เสื้อผ้า มีชุดเหมือนกันแขวนเรียง
ไว้ กับสูทออกงานราคาแพงสองชุด
“คุณนี่แปลกไม่ต้องเสียเวลาคิดเลยว่าวันไหน ๆ จะใส่ชุดอะไร เสื้อยืดสีเทาดำ กางเกงยีน รองเท้าผ้าใบกับแจ็กเก็ตหนังไม่หนานักสีดำสามตัว
แบบและทรงเดียวกัน” ปาลิดาเอ่ยด้วยความทึ่ง มันคงเป็นส่วนของนิสัยเขาที่ไม่ต้องการเสียเวลาคิดว่าจะใส่อะไร ไม่เหมือนอาจารย์เผชิญใส่เสื้อตาม
สีของวัน
“ห้องผมมีหนังสือมากมาย ผมว่าผมคงชอบอ่านหนังสือนะครับ”
“ใช่สิคะ ดูชั้นวางของสองชั้นเต็มไปด้วยหนังสือออกแบบและจัดสวน ทั้งไทยทั้งภาษาอังกฤษ” เธอคว้าเสื้อยืดสีเทาดำ กับกางเกงขาสั้น
รองเท้ากีฬาสีขาว
“เอาไปเปลี่ยนเลย อย่าช้านะคะเดี๋ยวแดดแรงจะร้อนเกินไป”
ที่สวนในวันหยุด หลายคนกำลังวิ่งบ้าง เดินเร็วบ้าง กลางสนามฟุตบอลมีกลุ่มคนเล่นกันอยู่ อีกทั้งสนามแบดมินตัน สามสี่จุด มีคนมาตีแบดมินตัน
“ขาผมเริ่มมีแรงมากขึ้นแล้ว แต่บางครั้งมันจะหยุดก็หยุดเฉย ๆ เลยครับ”
“นั้นซี ถ้าเดินกลางถนนละแย่แน่ อย่าไปไหนคนเดียวนะคะ รอให้แข็งแรงเต็มร้อยก่อน”
“คุณปาต้องสนิทกับผมแน่ ดูเป็นห่วงผมมาก ผมรู้สึกอุ่นใจจริงมากขอบคุณครับ” ปาลิดากำลังจะย้อนว่าฉันจะห่วงนายทำไมล่ะ...แต่ทีท่าและ
น้ำเสียงที่รู้สึกขอบคุณอย่างจริงใจของชายหนุ่มทำให้เธออึ้ง เดินเร็วเกือบครบสามรอบสนาม เหงื่ออกเต็มหน้าผากทั้งสองคน
“เร่งฝีเท้าอีกหน่อยไหวไหมคะ” เขาพยักหน้าและเดินตาม แล้วสะดุดขาตัวเอง ร่างสูงล่ำถลำไปข้างหน้า ปาลิดาตั้งขามั่นหวังรับแรงปะทะและ
น้ำหนัก แต่ไม่ไหวจึงพาทั้งสองกลิ้งไปที่สนามด้านข้าง หนุ่มสาวสามสี่คนตรงเข้ามาช่วยเหลือ
“ขอบคุณครับ คุณปาเป็นอะไรมากไหมครับ”เสียงถามอย่างห่วงใย เธอยันตัวขึ้นหน้าแดง
“ตัวหนักเป็นบ้าเลย ระบมไปหมดแล้ว” มือสองข้างที่ประคองศีรษะปาลิดาถลอกไปตามขอบถนนเลือดซิบเป็นแนวยาว ปาลิดาหน้าเสีย
“เลือดออกด้วย กลับเถอะค่ะเดี๋ยวปาทำแผลให้” ความโกรธอันตรธานไปเหลือเพียงความเป็นห่วง
กลับถึงคอนโดฯ ...ปาลิดาเอาชุดปฐมพยาบาลออกมา ล้างแผลจนสะอาด เททิงเจอร์ราด เขาขบริมฝีปาก ทาแผลด้วยเบตาดีน เธอคิดว่า
ปล่อยไว้จะดีกว่าพันแผล จะได้แห้งเร็วขึ้น
“คุณโกรธใช่ไหม ผมขอโทษ”
“ไม่โกรธแล้วค่ะ คุณระวังหัวฉันมือถึงเป็นแผลถลอก” สายตามองสบตาชายหนุ่ม...ขนาดไม่เต็มเต็งยังรู้จักห่วง นับว่าใช้ได้
ปาลิดายิ้ม
“แผลไม่ลึกเดี๋ยวผู้ช่วยพยาบาลมาเช็ดตัวไปก่อนสักสองวันคงดีขึ้น อ้าว! เธอไปต่างจังหวัดนี้ เอาเถอะไปหาอะไรกินก่อนดีกว่านะคะ มานี่ค่ะ”
เธอช่วยเช็ดหน้าเช็ดแขนให้จนสะอาด
“เปลี่ยนเสื้อหน่อยดีกว่าใช้โรลออนไปก่อน กลับมาค่อยอาบน้ำ ทำเองได้ไหมคะ เดี๋ยวปาไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน นี่เกือบเที่ยงครึ่งแล้ว”
ลุงขับรถไปที่ห้าง...อาหารอร่อยถูกใจทั้งคู่ วรชิตเรียกเช็คบิล คุณมีเงินหรือคะ เขาชูเครดิตการ์ดให้ดู ปาลิดาเห็นเขาตรวจรายการอาหารแล้ว
เซ็นชื่อ “ถูกใช่ไหมครับ”
“อือ! เก่งทีเดียวคุณจำได้นี่คะ เย็นนี้ฉันจะทำสปาเก็ตตี้ขี้เมาหมูให้ทานดีไหม”
“ไม่เผ็ดนักผมทานได้”
“อ้อ! รอเดี๋ยวนะคะลืมเนื้อหมู ต้องกลับเข้าไปซื้อ” ปาลิดากลับมาที่ที่เขายืนรอแต่ไม่เจอ เธอจ่ายเงินแล้วถือถุงของออกมาให้ลุงคนขับรถรอ
“คุณลุงรอก่อนนะ คุณวรชิตเดินไปไหนนะเห็นไหมคะ”
“ไม่เห็นครับ ผมนึกว่าอยู่ด้วยกัน”
เกือบสองทุ่มแล้วปาลิดาเริ่มหมดหวัง หรือเขาจำอะไรไม่ได้ แล้วเดินออกไปโดยที่ไม่รู้ว่าจะออกไปไหน
“คุณวิสัย ตอนนี้คุณกลับจากสัตหีบหรือยัง แล้วอยู่ไหนคะ” คำถามร้อนรนทำให้วิสัยเริ่มเป็นห่วง จนรู้ว่าปาลิดาตามหาวรชิตมาสองชั่วโมงแล้ว
“เดี๋ยวผมกำลังไปที่ห้างครับรอก่อนนะ”
วิสัยเดินตรงมาหาเธออย่างร้อนใจ สีหน้าปาลิดาไม่ดีเลย “ปาผิดเอง ปาไม่คิดว่าเขาจะเป็นแบบนี้ ที่จู่ๆ จำอะไรไม่ได้และหายไปไหนคะเนี่ย”
ใบหน้ากังวล น้ำตาคลอเมื่อนึกว่าป่านนี้คงหิวแย่แล้ว และคงไม่รู้เหนือใต้เดินไปไหนนะ
“นึกออกแล้ว ลองโทรเข้าเบอร์มือถือสิคะ ตายล่ะลืมได้ยังไงว่าเขามีมือถือ”
“ไม่เป็นไรหรอกคุณตกใจเลยไม่ทันคิดน่ะ”
“วรชิต ๆ นายอยู่ที่ไหนเนี่ย ฉันวิสัยนะ”
“อ้อ! วิสัย ฉันไม่รู้จริง ๆ จู่ ๆ ก็เดินออกมา ในหัวมันว่างไม่มีอะไรไม่รู้อะไรเลย”
“มีร้านสะดวกซื้อ หรือปั๊ม หรือคนผ่านไปมาไหมให้ฉันถามเขาดูว่านายอยู่ไหนนะ”
“สวัสดีค่ะ หนูทำงานร้านสะดวกซื้อ เขายืนงงงง! อยู่หน้าร้านเกือบชั่วโมงแล้วค่ะ” เด็กสาวที่ทำงานในร้านสะดวกซื้อเล่าและบอกสถานที่
“หนูบอกให้เขารอที่นั่นอย่าไปไหนนะ เขาเกิดอุบัติเหตุ ความจำไม่ดี ผมรบกวนคอยดูให้หน่อย เรากำลังจะไปรับครับ”
“น้องเก็บเงินไว้นะอย่าหาว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลย ผมดีใจมากที่เจอเขา”
“หนูรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ เขาน่าสงสารออก เดินไปมาหลายรอบแล้วเกาหัว เขานึกไม่ออกจริง ๆ พี่ชายคนโตหนูก็อายุเท่าเขา หากพี่หนูเป็นแบบ
เขาน่าสงสารจังเลย” เด็กปฏิเสธที่จะรับค่าน้ำใจ ปาลิดาขอบคุณน้องหลายครั้งก่อนออกมา วิสัยนั่งหน้ากับลุงคนขับรถ ขับมาส่งที่ห้าง แล้วขับตามกัน
มาถึงคอนโด ระหว่างทางปาลิดากำมือเขาแน่น มือเขาเย็นเฉียบ คงตกใจและงุนงง
“อย่าร้องไห้เลยนะครับ เราเจอกันแล้ว ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจู่ ๆ ความจำก็หายไปหมด ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใครและจะไปที่ไหน ผมนั่งที่ป้ายรถเมล์
ล้วงกระเป๋าเจอโทรศัพท์ ผมคิดไม่ออกว่าใช้มันอย่างไร มีเงินติดกระเป๋าอยู่ห้าร้อยบาท ทั้งสองอย่างจะพาผมกลับบ้านยังไง ผมเป็นใคร แล้วบ้านอยู่
ที่ไหน” คำซื่อ ๆ ของเขายิ่งทำให้ปาลิดาน้ำตาไหลนองหน้าด้วยความสงสาร นี่ถ้าหากันไม่เจอ วรชิตคงนอนข้างถนนและหิวโซแน่
ถึงคอนโดฯ วิสัยสั่งอาหารจากร้านข้างล่างขึ้นมาส่ง “เดี๋ยวอาหารก็มาละครับ เอาอาหารสดเก็บไว้ทำพรุ่งนี้ดีกว่านะครับคุณปาลิดา” เขายื่นผ้า
ขนหนูชุบน้ำให้ปาลิดา วรชิตยื่นมือมารับ เขาเช็ดหน้าให้เธออ่อนโยน และกล่าวขอโทษอีกหลายครั้ง
“ไม่ร้องไห้แล้วนะครับผมจะไม่ไปไหนอีกแล้ว” อ้อมแขนโอบปาลิดาไว้อย่างสุภาพ
กินอาหารเย็นเสร็จเกือบสามทุ่ม “ผมจะนัดหมออีกทีพรุ่งนี้ที่คลินิก เขาเปิดช่วงเย็น นะชิต เราเป็นห่วง อยากรู้ว่าเพราะอะไรด้วย” เขาพยักหน้า
“ไปพักเถอะครับพรุ่งนี้ไปหาหมอกับผมนะปา” วรชิตเอ่ยขึ้น เธอยิ้มและพยักหน้าให้
“คุณช่วยเช็ดตัวให้คุณวรชิตหน่อยนะคะ จะได้สบายตัว ระวังแผลนะคะ”
“ครับ”
ใจประหวั่น พี่หายไป ไม่เห็นหน้า
โอ้อุรา สุดห่วงหวง พ่วงหวั่นไหว
แค่เห็นอยู่ หายลับไป ได้อย่างไร
ไยดวงใจ สั่นระรัว กลัวเหลือเกิน
ซ้ายหรือขวา หน้าหลัง รู้บ้างไหม
อยู่ที่ไหน ป่านฉะนี้ ระหกระเหิน
รู้บ้างไหม...ยามก้าวเท้าพี่ออกเดิน
ขออัญเชิญ...คุณพระคุ้มให้ปลอดภัย
เงื่อนรักกามเทพ Cupid Knot (23) งานเข้า
Cr.Youtube
เงื่อนรักกามเทพ...Cupid Knot (23) งานเข้า
“วันนี้อากาศดี ลมหนาวล่องมาเย็นๆ เดี๋ยวคุณไปเดินเล่นที่สวนข้างคอนโดกับปานะ”
“เดินเล่นคือเดินไปเล่นไป เอ! ” เขานิ่งคิด “อ้อ! เดินเล่นสบาย ๆ ออกกำลัง ดี ๆ ครับผมชอบออกกำลังกาย”
“ปาไปชุดนี้ได้เลย เสื้อยืด กางเกงขาสั้น รองเท้าผ้าใบ ไปที่ห้องคุณนะจะได้เปลี่ยนชุดกีฬา” เหตุการณ์ที่เกิดกับวรชิต อีกทั้งทีท่าไม่รู้อะไร
เท่าไร มองไปก็เหมือนดูแลเด็ก แถมแววตาที่สุขุมระมัดระวังกลายเป็นความซื่อ จนปาลิดาก็ไม่รู้ว่าเป็นไปเมื่อไรที่เธอใช้เรียกตัวเองว่า “ปา” ซึ่งชื่อนี้
จะใช้กับคนใกล้ชิดเท่านั้น เฮ้อ! เอาเถอะ...
ทั้งคู่มายืนหน้าห้องวรชิต เขาเกาหัว “แล้วผมจะเปิดเข้าไปยังไงนะ...ลืมอีกแล้ว แย่จัง”
“อือ! ผมกลับมาเมืองไทยปี60ใช่แล้ว 6012ครับ” ปาลิดาทึ่งเพราะพอกดแล้วบิดลูกบิดประตูก็เปิด 12 สองตัวท้ายคืออะไรเธอไม่ได้ถาม ห้อง
เขาจัดเป็นระเบียบ แล้วจริงอย่างที่ปาลิดาคิดเพราะห้องแทบจะเป็นห้องแฝดกับห้องเธอ ที่แน่ ๆ บิลต์อิน (Built In)ตู้เสื้อผ้า มีชุดเหมือนกันแขวนเรียง
ไว้ กับสูทออกงานราคาแพงสองชุด
“คุณนี่แปลกไม่ต้องเสียเวลาคิดเลยว่าวันไหน ๆ จะใส่ชุดอะไร เสื้อยืดสีเทาดำ กางเกงยีน รองเท้าผ้าใบกับแจ็กเก็ตหนังไม่หนานักสีดำสามตัว
แบบและทรงเดียวกัน” ปาลิดาเอ่ยด้วยความทึ่ง มันคงเป็นส่วนของนิสัยเขาที่ไม่ต้องการเสียเวลาคิดว่าจะใส่อะไร ไม่เหมือนอาจารย์เผชิญใส่เสื้อตาม
สีของวัน
“ห้องผมมีหนังสือมากมาย ผมว่าผมคงชอบอ่านหนังสือนะครับ”
“ใช่สิคะ ดูชั้นวางของสองชั้นเต็มไปด้วยหนังสือออกแบบและจัดสวน ทั้งไทยทั้งภาษาอังกฤษ” เธอคว้าเสื้อยืดสีเทาดำ กับกางเกงขาสั้น
รองเท้ากีฬาสีขาว
“เอาไปเปลี่ยนเลย อย่าช้านะคะเดี๋ยวแดดแรงจะร้อนเกินไป”
ที่สวนในวันหยุด หลายคนกำลังวิ่งบ้าง เดินเร็วบ้าง กลางสนามฟุตบอลมีกลุ่มคนเล่นกันอยู่ อีกทั้งสนามแบดมินตัน สามสี่จุด มีคนมาตีแบดมินตัน
“ขาผมเริ่มมีแรงมากขึ้นแล้ว แต่บางครั้งมันจะหยุดก็หยุดเฉย ๆ เลยครับ”
“นั้นซี ถ้าเดินกลางถนนละแย่แน่ อย่าไปไหนคนเดียวนะคะ รอให้แข็งแรงเต็มร้อยก่อน”
“คุณปาต้องสนิทกับผมแน่ ดูเป็นห่วงผมมาก ผมรู้สึกอุ่นใจจริงมากขอบคุณครับ” ปาลิดากำลังจะย้อนว่าฉันจะห่วงนายทำไมล่ะ...แต่ทีท่าและ
น้ำเสียงที่รู้สึกขอบคุณอย่างจริงใจของชายหนุ่มทำให้เธออึ้ง เดินเร็วเกือบครบสามรอบสนาม เหงื่ออกเต็มหน้าผากทั้งสองคน
“เร่งฝีเท้าอีกหน่อยไหวไหมคะ” เขาพยักหน้าและเดินตาม แล้วสะดุดขาตัวเอง ร่างสูงล่ำถลำไปข้างหน้า ปาลิดาตั้งขามั่นหวังรับแรงปะทะและ
น้ำหนัก แต่ไม่ไหวจึงพาทั้งสองกลิ้งไปที่สนามด้านข้าง หนุ่มสาวสามสี่คนตรงเข้ามาช่วยเหลือ
“ขอบคุณครับ คุณปาเป็นอะไรมากไหมครับ”เสียงถามอย่างห่วงใย เธอยันตัวขึ้นหน้าแดง
“ตัวหนักเป็นบ้าเลย ระบมไปหมดแล้ว” มือสองข้างที่ประคองศีรษะปาลิดาถลอกไปตามขอบถนนเลือดซิบเป็นแนวยาว ปาลิดาหน้าเสีย
“เลือดออกด้วย กลับเถอะค่ะเดี๋ยวปาทำแผลให้” ความโกรธอันตรธานไปเหลือเพียงความเป็นห่วง
กลับถึงคอนโดฯ ...ปาลิดาเอาชุดปฐมพยาบาลออกมา ล้างแผลจนสะอาด เททิงเจอร์ราด เขาขบริมฝีปาก ทาแผลด้วยเบตาดีน เธอคิดว่า
ปล่อยไว้จะดีกว่าพันแผล จะได้แห้งเร็วขึ้น
“คุณโกรธใช่ไหม ผมขอโทษ”
“ไม่โกรธแล้วค่ะ คุณระวังหัวฉันมือถึงเป็นแผลถลอก” สายตามองสบตาชายหนุ่ม...ขนาดไม่เต็มเต็งยังรู้จักห่วง นับว่าใช้ได้
ปาลิดายิ้ม
“แผลไม่ลึกเดี๋ยวผู้ช่วยพยาบาลมาเช็ดตัวไปก่อนสักสองวันคงดีขึ้น อ้าว! เธอไปต่างจังหวัดนี้ เอาเถอะไปหาอะไรกินก่อนดีกว่านะคะ มานี่ค่ะ”
เธอช่วยเช็ดหน้าเช็ดแขนให้จนสะอาด
“เปลี่ยนเสื้อหน่อยดีกว่าใช้โรลออนไปก่อน กลับมาค่อยอาบน้ำ ทำเองได้ไหมคะ เดี๋ยวปาไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน นี่เกือบเที่ยงครึ่งแล้ว”
ลุงขับรถไปที่ห้าง...อาหารอร่อยถูกใจทั้งคู่ วรชิตเรียกเช็คบิล คุณมีเงินหรือคะ เขาชูเครดิตการ์ดให้ดู ปาลิดาเห็นเขาตรวจรายการอาหารแล้ว
เซ็นชื่อ “ถูกใช่ไหมครับ”
“อือ! เก่งทีเดียวคุณจำได้นี่คะ เย็นนี้ฉันจะทำสปาเก็ตตี้ขี้เมาหมูให้ทานดีไหม”
“ไม่เผ็ดนักผมทานได้”
“อ้อ! รอเดี๋ยวนะคะลืมเนื้อหมู ต้องกลับเข้าไปซื้อ” ปาลิดากลับมาที่ที่เขายืนรอแต่ไม่เจอ เธอจ่ายเงินแล้วถือถุงของออกมาให้ลุงคนขับรถรอ
“คุณลุงรอก่อนนะ คุณวรชิตเดินไปไหนนะเห็นไหมคะ”
“ไม่เห็นครับ ผมนึกว่าอยู่ด้วยกัน”
เกือบสองทุ่มแล้วปาลิดาเริ่มหมดหวัง หรือเขาจำอะไรไม่ได้ แล้วเดินออกไปโดยที่ไม่รู้ว่าจะออกไปไหน
“คุณวิสัย ตอนนี้คุณกลับจากสัตหีบหรือยัง แล้วอยู่ไหนคะ” คำถามร้อนรนทำให้วิสัยเริ่มเป็นห่วง จนรู้ว่าปาลิดาตามหาวรชิตมาสองชั่วโมงแล้ว
“เดี๋ยวผมกำลังไปที่ห้างครับรอก่อนนะ”
วิสัยเดินตรงมาหาเธออย่างร้อนใจ สีหน้าปาลิดาไม่ดีเลย “ปาผิดเอง ปาไม่คิดว่าเขาจะเป็นแบบนี้ ที่จู่ๆ จำอะไรไม่ได้และหายไปไหนคะเนี่ย”
ใบหน้ากังวล น้ำตาคลอเมื่อนึกว่าป่านนี้คงหิวแย่แล้ว และคงไม่รู้เหนือใต้เดินไปไหนนะ
“นึกออกแล้ว ลองโทรเข้าเบอร์มือถือสิคะ ตายล่ะลืมได้ยังไงว่าเขามีมือถือ”
“ไม่เป็นไรหรอกคุณตกใจเลยไม่ทันคิดน่ะ”
“วรชิต ๆ นายอยู่ที่ไหนเนี่ย ฉันวิสัยนะ”
“อ้อ! วิสัย ฉันไม่รู้จริง ๆ จู่ ๆ ก็เดินออกมา ในหัวมันว่างไม่มีอะไรไม่รู้อะไรเลย”
“มีร้านสะดวกซื้อ หรือปั๊ม หรือคนผ่านไปมาไหมให้ฉันถามเขาดูว่านายอยู่ไหนนะ”
“สวัสดีค่ะ หนูทำงานร้านสะดวกซื้อ เขายืนงงงง! อยู่หน้าร้านเกือบชั่วโมงแล้วค่ะ” เด็กสาวที่ทำงานในร้านสะดวกซื้อเล่าและบอกสถานที่
“หนูบอกให้เขารอที่นั่นอย่าไปไหนนะ เขาเกิดอุบัติเหตุ ความจำไม่ดี ผมรบกวนคอยดูให้หน่อย เรากำลังจะไปรับครับ”
“น้องเก็บเงินไว้นะอย่าหาว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลย ผมดีใจมากที่เจอเขา”
“หนูรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ เขาน่าสงสารออก เดินไปมาหลายรอบแล้วเกาหัว เขานึกไม่ออกจริง ๆ พี่ชายคนโตหนูก็อายุเท่าเขา หากพี่หนูเป็นแบบ
เขาน่าสงสารจังเลย” เด็กปฏิเสธที่จะรับค่าน้ำใจ ปาลิดาขอบคุณน้องหลายครั้งก่อนออกมา วิสัยนั่งหน้ากับลุงคนขับรถ ขับมาส่งที่ห้าง แล้วขับตามกัน
มาถึงคอนโด ระหว่างทางปาลิดากำมือเขาแน่น มือเขาเย็นเฉียบ คงตกใจและงุนงง
“อย่าร้องไห้เลยนะครับ เราเจอกันแล้ว ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจู่ ๆ ความจำก็หายไปหมด ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใครและจะไปที่ไหน ผมนั่งที่ป้ายรถเมล์
ล้วงกระเป๋าเจอโทรศัพท์ ผมคิดไม่ออกว่าใช้มันอย่างไร มีเงินติดกระเป๋าอยู่ห้าร้อยบาท ทั้งสองอย่างจะพาผมกลับบ้านยังไง ผมเป็นใคร แล้วบ้านอยู่
ที่ไหน” คำซื่อ ๆ ของเขายิ่งทำให้ปาลิดาน้ำตาไหลนองหน้าด้วยความสงสาร นี่ถ้าหากันไม่เจอ วรชิตคงนอนข้างถนนและหิวโซแน่
ถึงคอนโดฯ วิสัยสั่งอาหารจากร้านข้างล่างขึ้นมาส่ง “เดี๋ยวอาหารก็มาละครับ เอาอาหารสดเก็บไว้ทำพรุ่งนี้ดีกว่านะครับคุณปาลิดา” เขายื่นผ้า
ขนหนูชุบน้ำให้ปาลิดา วรชิตยื่นมือมารับ เขาเช็ดหน้าให้เธออ่อนโยน และกล่าวขอโทษอีกหลายครั้ง
“ไม่ร้องไห้แล้วนะครับผมจะไม่ไปไหนอีกแล้ว” อ้อมแขนโอบปาลิดาไว้อย่างสุภาพ
กินอาหารเย็นเสร็จเกือบสามทุ่ม “ผมจะนัดหมออีกทีพรุ่งนี้ที่คลินิก เขาเปิดช่วงเย็น นะชิต เราเป็นห่วง อยากรู้ว่าเพราะอะไรด้วย” เขาพยักหน้า
“ไปพักเถอะครับพรุ่งนี้ไปหาหมอกับผมนะปา” วรชิตเอ่ยขึ้น เธอยิ้มและพยักหน้าให้
“คุณช่วยเช็ดตัวให้คุณวรชิตหน่อยนะคะ จะได้สบายตัว ระวังแผลนะคะ”
“ครับ”
ใจประหวั่น พี่หายไป ไม่เห็นหน้า
โอ้อุรา สุดห่วงหวง พ่วงหวั่นไหว
แค่เห็นอยู่ หายลับไป ได้อย่างไร
ไยดวงใจ สั่นระรัว กลัวเหลือเกิน
ซ้ายหรือขวา หน้าหลัง รู้บ้างไหม
อยู่ที่ไหน ป่านฉะนี้ ระหกระเหิน
รู้บ้างไหม...ยามก้าวเท้าพี่ออกเดิน
ขออัญเชิญ...คุณพระคุ้มให้ปลอดภัย