
Cr. Youtube
เงื่อนรักกามเทพ (Cupid Knot)
ชีวิตดำเนินผ่านเราไปทุกวัน วันนี้ร้อน วันนี้ฝน หรือหนาวเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ไม่มีวันไหนเหมือนกันเลย เฉกเช่นสังคมที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว หลาย
คนเริ่มชะลอชีวิตให้ช้าลง บางส่วนเบื่อชีวิตรีบเร่งในเมืองหลวงจนผละไปอยู่อย่างพอเพียงและสุขใจ ส่วนผู้เริ่มสร้างครอบครัวยังคงดิ้นรนให้อยู่รอด
หวังเก็บออมเลี้ยงดูลูก และเหลือใช้กันสองคนตายาย...คงใช่ ใช่ไหมสวรรค์??
เงื่อนรักกามเทพ...Cupid Knot (1) เช่นทุกวัน
“เมาแล้วไปนอนซะ อย่าหาเรื่องอีกเลย”
“นังนี่ข้าไม่อยู่หนีไปนอนกับใคร ชู้เอ็งรึ” เสียงเอ่ยแทบจะไม่รู้เรื่องเพราะความเมา ถลาเข้าจิกผมผู้เป็นภรรยาแล้วฟาดเปรี้ยงเต็มแรงบนใบหน้า
เธอสุดทนเพราะทุกครั้งการลงไม้ลงมือมาลงที่เธอทุกครั้งหนักขึ้นเรื่อย ๆ ผู้เป็นเมียที่หนีไปนอนบ้านแม่กลับมาก็โดนหนักคราวนี้ฝายชายซึ่งลงไม้
ลงมือไม่หน่ำใจ แต่ตรงรี่ไปที่มีดอีโต้ฟันลงบนใบหน้าเมีย เธอหลบแต่ไม่พ้นแขนขวาที่ยกขึ้นบังเป็นแผลยาว ชาวชุมชนแออัดเริ่มเข้ามาห้ามและมุงดู
บางคนรีบโทรแจ้งตำรวจ แต่การทะเลาะไม่จบลง เมียโดนไปอีกหลายแผลเลือดอาบ...
เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานหญิงสาวดังขึ้น บทสนทนาสั้น ๆ ก่อนวางสายลง ปาลิดาคว้าเป้บรรจุอุปกรณ์การทำงาน แล้วหันไปทางผู้ช่วย
“ไปเถอะสันทาน งานเข้าแล้วเร็วด้วย” เสียงสั่งงานเรียบสั้นแล้วเดินตรงไปที่ลิฟต์ สันทานลนลานคว้ากล้องเดินตามมาอย่างว่องไว เขาส่าย
หน้าด้วยว่าเหมือนทุกครั้ง นับแต่ทำงานภาคสนามเก็บข่าวส่งหนังสือพิมพ์และทีวีของบริษัทก็ต้องว่องไวติดตามปาลิดา...หญิงสาวที่ทำอะไรรวดเร็ว
เหมือนเดิมทุกครั้ง เธอตรงแน่วไปที่ลิฟต์ไม่แม้แต่หันมามองสันทานว่าตามมาหรือยัง เธอรู้แล้วว่าเขาต้องรีบตามมาเพราะปาลิดาไม่เคยรออะไรได้
นาน ใจร้อน ลุยงานทุกครั้งที่ได้เบาะแสข่าว ส่งผลให้เธอเติบโตไวในสายงานที่ทำ แหล่งข่าวหลากหลายที่มีข่าวจึงมาถึงปาลิดาก่อนนักข่าวอื่น ส่วน
เธอไม่รอช้ากับโอกาสนั้น สมดั่งใจหัวหน้าเธอกับประสิทธิภาพงานแบบนี้ของหญิงสาว
ทรงผมของปาลิดาซอยสั้นทรงเก๋ สันทานไม่เคยเห็นลูกพี่สาวใช้หวีเลย เพียงแค่เอามือเสยก็ดูดีด้วยใบหน้าสวย ผมหยักศกที่เกาะตัวมอง
ดูดกดำ แค่นี้ก็สวยพอแล้วเขาคิดชมปาลิดา ก้าวเท้าตามไปถึงรถ เสียงสตาร์ทเครื่องและเสียงล้อบดถนนยามหักเลี้ยวตามสไตล์ปาลิดา
“วันนี้เป็นอะไร ท้องอือ ท้องเฟ้อหรือท้องผูก ทุกทีขึ้นมาก็จ้อไม่หยุดแต่วันนี้กลับเงียบ”
“เมื่อคืนพี่สาวผมโทรมาว่าพาแม่เข้าโรงพยาบาล...น้ำตาลขึ้นครับ”
“อย่างห่วงเลย พี่สาวกับพี่เขยดูแลแม่เราอย่างดีแบบนี้ โรงพยาบาลก็อยู่ไม่ไกลนะ เดี๋ยวก็คงโทรมาแหละ” เสียงเรียบแต่ห่วงใยเอ่ยปลอบ
ไม่เอื้อนเอ่ยอ่อนหวานแต่จริงใจเขารู้ดี ผู้รับฟังคำปลอบโยนพยักหน้าเมื่อได้ฟังคำของปาลิดาก็รู้สึกดีขึ้น เท่านี้แหละที่บ่อยครั้งเราได้พูดสิ่งที่กังวล
ออกมามีคนรับฟังและพูดปลอบใจนับว่าพอเพียงแล้ว
รถมาถึงที่เกิดเหตุแต่เช้า ปาลิดาในชุดเสื้อลายสวยสีม่วงอ่อน เก็บชายเสื้อในกางเกง กางเกงสแลค รองเท้าหนังหุ้มข้อ ก้าวยาว ๆ ตรงไปที่
กลุ่มไทยมุง
“เกิดอะไรขึ้นคะจ่านคร”...เธอสนิทกับพวกตำรวจเพราะพ่อเธอก็เป็นตำรวจ จบชีวิตลงในหน้าที่อย่างสมเกียรติ
“ผัวเมาแล้วอาละวาด ไล่ฟันเมียโดนไปหลายแผล รถพยาบาลมารับไปแล้วครับ หนูปามาไวตามเคยนะ” ปาลิดายิ้มเรียบ
“ปาขออนุญาตสัมภาษณ์คุณยายนะคะ”
“ตอนนี้ได้แล้ว ทางตำรวจจะตรวจอีกรอบและมองหาหลักฐานเพิ่ม” รายละเอียดได้มาจากตำรวจกับการสัมภาษณ์ผู้อยู่ในเหตุการณ์คือข้อมูล
สองชิ้นที่ทำให้ข่าวสมบูรณ์
บ้านชุมชนแออัดเต็มไปด้วยชาวบ้าน เธอขอทางเข้าไป สันทานแพนกล้องไปบริเวรรอบที่เกิดเหตุ แลเห็นกองเลือดเป็นหย่อม ๆ อยู่หน้าแคร่
ไม้ใต้ถุนบ้าน หญิงชรานั่งกอดหลานสาววัยเจ็ดขวบน้ำตาริน
“สวัสดีค่ะยาย” ยายเงยหน้าขึ้นมองแววตาตระหนกยังมีน้ำตาซึมสองดวงตา เด็กน้อยกอดยายแน่นท่าทางหวาดกลัว สันทานเตรียมพร้อม
“ยายอยู่ในเหตุการณ์ใช่ไหมคะ” ยายพยักหน้าท่านั่งชันเข่า มือเหี่ยวย่นเช็ดคราบน้ำตา
“หากเป็นไปได้ยายช่วยเล่าตั้งแต่แรกให้หนูฟังอีกรอบนะคะ เรื่องแบบนี้เกิดบ่อยมาก หนูเป็นนักข่าวไม่ใช่เพียงเขียนหรือทำข่าวแต่หนูหวังว่า
สังคมที่สามารถช่วยเหลือพวกเราได้ต้องยื่นมือมาดูแลแล้วค่ะ” ปาลิดาไม่ใช่สาวหวาน ท่าทางจริงจัง จริงใจ และคำพูดที่เธอคิดว่าถึงเวลาหรือยังที่
จะมีภาคส่วนอื่น ๆ ต้องเข้ามาช่วยเหลือคนเหล่านี้ ความจริงใจไม่เคยทำให้เธอผิดหวังในการได้รับความร่วมมือจากคนในเหตุการณ์เลย
จนเสร็จงาน เธอหันมาทางตากล้องถามย้ำ
”เรียบร้อยไหมสัน”
“ครับ” สันทานมองตามเมื่อปาลิดาเดินกลับไปที่หญิงชราแล้วยัดเงินใส่มือยาย แม้ไม่มากนัก แต่นั้นคือน้ำใจของเธอ ตัวแม่ผู้บาดเจ็บต้องพักอีกหลายวัน สามีโดนจับเข้าตะราง เสียงถอนใจขณะเดินกลับมาที่รถ
ทั้งคู่กลับมาถึงออฟฟิศแล้วเดินตรงไปที่ห้องหัวหน้า...แผนกข่าวและอาชญากรรม
“เหตุเกิดเมื่อเช้าค่ะ เราได้ข้อมูลมาลองดูด้วยกันในห้องตัดต่อข่าวไหมคะ เอาออกแทรกช่วงข่าวเช้าก็ได้ขืนรอข่าวเที่ยงก็จะเหมือนทีวีช่องอื่น”
“เก่งมาก...คู่ขาลูกพี่ลูกน้องนี่ไม่ผิดหวังจริง ๆ ” ปาลิดาไม่พูดมาก หากพูดคือเรื่องงานให้ชัดเจน ไม่เคยบ่นเมื่องานเข้าและถูกโทรตามไม่ว่าเวลาไหน ออกจากห้องตัดต่อ สันทานแยกไปทำงาน หัวหน้ายิ้มกว้างให้ลูกน้องคนเก่ง...ปาลิดาซึ่งจบสถาบันเดียวกัน
“แวะดื่มกาแฟก่อนนะเชิญครับ” กาแฟหอมกรุ่นถูกยื่นให้
“ขอบคุณค่ะ”
“ครอบครัวสบายดีนะ น้องปานกี่ขวบแล้ว”
“เดือนหน้าเข้าสามขวบค่ะ เริ่มซนพูดมากอีกต่างหาก” คำบอกเล่าสายตาแห่งความสุข นิรัช...หัวหน้ารู้ว่าครอบครัวคือหัวใจของเธอ สักครู่
ปาลิดาจึงเอ่ยลา
”ปาไปเคลียร์งานก่อนนะคะ”
เธอก้าวเท้าช้าลงครุ่นคิดถึงสภาพสังคมที่ไม่น่าอยู่ พวกสามีติดเหล้าติดเพื่อน แย่กว่านั้นหลายคนติดยา ความหวังช่างริบหรี่นักสำหรับผู้เป็น
เมียและลูก เด็กเล็ก...ลูก ๆ พวกเขาต้องเติบโตมาในสภาพเช่นนั้น มันช่างเป็นความทรงจำที่แย่มากสำหรับผู้เป็นลูก
“กลับมาไวนะวันนี้น่ะ...ปานดูซิใครกลับมาบ้านแล้วลูก” คุณย่าเอื้อนเอ่ยกับเด็กน้อยตัวกลมวัยสามขวบ
ลูกสาวเดินรี่ตรงมาหาอ้อมแขนที่กางรออยู่ กอดและหอมกันจนพอใจ เสียงใสเรียกแม่จ๋า ๆ ไม่หยุดปาก
“วันนี้หนูดื้อกับคุณย่าไหมคะ” เด็กน้อยตากลมโตสวยดั่งตากวางมองผู้เป็นแม่แล้วส่ายหน้า
“หนูเป็นเด็กดีค่ะ” ย่ายิ้ม
“แม่ปาไปล้างมือก่อนนะลูก คุณย่าคะวันนี้หนูทำกับข้าวเองค่ะ”
“ได้ ๆ วันนี้ย่าทำปลานึ่งซีอิ้วไว้ นี่เพิ่งป้อนข้าวกันเสร็จ” คุณย่าบอกผู้เป็นแม่
“ถ้างั้นปาทำเพิ่มอีกสองอย่างนะคะ” สรรพนามเรียกขานแม่สามีทั้ง “คุณแม่” และเรียกตามบุตรสาว “คุณย่า”
หกโมงปาลิดาตั้งโต๊ะกินข้าว เสียงทักทายผู้เป็นแม่และลูกสาวดังขึ้นอยู่ครู่หนึ่งฝีเท้าเดินเข้าครัวมาณภัทรตรงเข้ามากอดภรรยา เสียงหัวเราะ
ถูกใจเบา ๆ
“พี่ภัทรไปอาบน้ำก่อนนะคะ จะได้ลงมาทานข้าวพร้อมกัน เดี๋ยวกับข้าวเย็นหมด แล้วคุณย่าก็คงหิวแล้วล่ะ”
กินข้าวพร้อมหน้าครอบครัวในบ้าน บ้านที่ซึ่งสามีภรรยาช่วยกันทำงานผ่อนจนหมด ณภัทรทำงานในบริษัทการเงินมีชื่อแห่งหนึ่ง ทั้งคู่ไม่ใช้
จ่ายเกินตัว และนับเป็นโชคดีของปาลิดาที่สามีไม่ดื่มเหล้าหรือสูบบุหรี่ เช่นเดียวกับพ่อของเธอ ตอนนี้ทางปาลิดาเหลือเพียงพี่ชายที่อยู่ต่างจังหวัด พ่อแม่เธอเสียชีวิตตั้งแต่เธอยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย อาศัยทำงานพิเศษให้อาจารย์ และพี่ไกร...พี่ชายเป็นคนส่งค่าเล่าเรียนให้
“คิดอะไรอยู่จ๊ะ ปลานึ่งของแม่อร่อยไหม”
“ค่ะอร่อย ปานจะเอาอะไรคะลูก“ ท่าทางเอื้อมมือมาที่จานสลัด ปามองตามมือลูกสาว
“อ้อ! หนูจะกินแครอทใช่ไหม”
“ค่ะแค ๆ แครอท” เสียงเล็กแจ่มใส พาให้ทุกคนที่นั่งกินข้าวพร้อมหน้ามีสีหน้าเบิกบานสุขใจ...
ลูกน้อยคือดวงใจของทุกคนและนั้นคือที่มา
ของชื่อหนูน้อย “ปานจิต” ดวงแก้วดวงใจของทุกคน
เงื่อนรักกามเทพ...Cupid Knot (1) เช่นทุกวัน
Cr. Youtube
เงื่อนรักกามเทพ (Cupid Knot)
ชีวิตดำเนินผ่านเราไปทุกวัน วันนี้ร้อน วันนี้ฝน หรือหนาวเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ไม่มีวันไหนเหมือนกันเลย เฉกเช่นสังคมที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว หลาย
คนเริ่มชะลอชีวิตให้ช้าลง บางส่วนเบื่อชีวิตรีบเร่งในเมืองหลวงจนผละไปอยู่อย่างพอเพียงและสุขใจ ส่วนผู้เริ่มสร้างครอบครัวยังคงดิ้นรนให้อยู่รอด
หวังเก็บออมเลี้ยงดูลูก และเหลือใช้กันสองคนตายาย...คงใช่ ใช่ไหมสวรรค์??
เงื่อนรักกามเทพ...Cupid Knot (1) เช่นทุกวัน
“เมาแล้วไปนอนซะ อย่าหาเรื่องอีกเลย”
“นังนี่ข้าไม่อยู่หนีไปนอนกับใคร ชู้เอ็งรึ” เสียงเอ่ยแทบจะไม่รู้เรื่องเพราะความเมา ถลาเข้าจิกผมผู้เป็นภรรยาแล้วฟาดเปรี้ยงเต็มแรงบนใบหน้า
เธอสุดทนเพราะทุกครั้งการลงไม้ลงมือมาลงที่เธอทุกครั้งหนักขึ้นเรื่อย ๆ ผู้เป็นเมียที่หนีไปนอนบ้านแม่กลับมาก็โดนหนักคราวนี้ฝายชายซึ่งลงไม้
ลงมือไม่หน่ำใจ แต่ตรงรี่ไปที่มีดอีโต้ฟันลงบนใบหน้าเมีย เธอหลบแต่ไม่พ้นแขนขวาที่ยกขึ้นบังเป็นแผลยาว ชาวชุมชนแออัดเริ่มเข้ามาห้ามและมุงดู
บางคนรีบโทรแจ้งตำรวจ แต่การทะเลาะไม่จบลง เมียโดนไปอีกหลายแผลเลือดอาบ...
เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานหญิงสาวดังขึ้น บทสนทนาสั้น ๆ ก่อนวางสายลง ปาลิดาคว้าเป้บรรจุอุปกรณ์การทำงาน แล้วหันไปทางผู้ช่วย
“ไปเถอะสันทาน งานเข้าแล้วเร็วด้วย” เสียงสั่งงานเรียบสั้นแล้วเดินตรงไปที่ลิฟต์ สันทานลนลานคว้ากล้องเดินตามมาอย่างว่องไว เขาส่าย
หน้าด้วยว่าเหมือนทุกครั้ง นับแต่ทำงานภาคสนามเก็บข่าวส่งหนังสือพิมพ์และทีวีของบริษัทก็ต้องว่องไวติดตามปาลิดา...หญิงสาวที่ทำอะไรรวดเร็ว
เหมือนเดิมทุกครั้ง เธอตรงแน่วไปที่ลิฟต์ไม่แม้แต่หันมามองสันทานว่าตามมาหรือยัง เธอรู้แล้วว่าเขาต้องรีบตามมาเพราะปาลิดาไม่เคยรออะไรได้
นาน ใจร้อน ลุยงานทุกครั้งที่ได้เบาะแสข่าว ส่งผลให้เธอเติบโตไวในสายงานที่ทำ แหล่งข่าวหลากหลายที่มีข่าวจึงมาถึงปาลิดาก่อนนักข่าวอื่น ส่วน
เธอไม่รอช้ากับโอกาสนั้น สมดั่งใจหัวหน้าเธอกับประสิทธิภาพงานแบบนี้ของหญิงสาว
ทรงผมของปาลิดาซอยสั้นทรงเก๋ สันทานไม่เคยเห็นลูกพี่สาวใช้หวีเลย เพียงแค่เอามือเสยก็ดูดีด้วยใบหน้าสวย ผมหยักศกที่เกาะตัวมอง
ดูดกดำ แค่นี้ก็สวยพอแล้วเขาคิดชมปาลิดา ก้าวเท้าตามไปถึงรถ เสียงสตาร์ทเครื่องและเสียงล้อบดถนนยามหักเลี้ยวตามสไตล์ปาลิดา
“วันนี้เป็นอะไร ท้องอือ ท้องเฟ้อหรือท้องผูก ทุกทีขึ้นมาก็จ้อไม่หยุดแต่วันนี้กลับเงียบ”
“เมื่อคืนพี่สาวผมโทรมาว่าพาแม่เข้าโรงพยาบาล...น้ำตาลขึ้นครับ”
“อย่างห่วงเลย พี่สาวกับพี่เขยดูแลแม่เราอย่างดีแบบนี้ โรงพยาบาลก็อยู่ไม่ไกลนะ เดี๋ยวก็คงโทรมาแหละ” เสียงเรียบแต่ห่วงใยเอ่ยปลอบ
ไม่เอื้อนเอ่ยอ่อนหวานแต่จริงใจเขารู้ดี ผู้รับฟังคำปลอบโยนพยักหน้าเมื่อได้ฟังคำของปาลิดาก็รู้สึกดีขึ้น เท่านี้แหละที่บ่อยครั้งเราได้พูดสิ่งที่กังวล
ออกมามีคนรับฟังและพูดปลอบใจนับว่าพอเพียงแล้ว
รถมาถึงที่เกิดเหตุแต่เช้า ปาลิดาในชุดเสื้อลายสวยสีม่วงอ่อน เก็บชายเสื้อในกางเกง กางเกงสแลค รองเท้าหนังหุ้มข้อ ก้าวยาว ๆ ตรงไปที่
กลุ่มไทยมุง
“เกิดอะไรขึ้นคะจ่านคร”...เธอสนิทกับพวกตำรวจเพราะพ่อเธอก็เป็นตำรวจ จบชีวิตลงในหน้าที่อย่างสมเกียรติ
“ผัวเมาแล้วอาละวาด ไล่ฟันเมียโดนไปหลายแผล รถพยาบาลมารับไปแล้วครับ หนูปามาไวตามเคยนะ” ปาลิดายิ้มเรียบ
“ปาขออนุญาตสัมภาษณ์คุณยายนะคะ”
“ตอนนี้ได้แล้ว ทางตำรวจจะตรวจอีกรอบและมองหาหลักฐานเพิ่ม” รายละเอียดได้มาจากตำรวจกับการสัมภาษณ์ผู้อยู่ในเหตุการณ์คือข้อมูล
สองชิ้นที่ทำให้ข่าวสมบูรณ์
บ้านชุมชนแออัดเต็มไปด้วยชาวบ้าน เธอขอทางเข้าไป สันทานแพนกล้องไปบริเวรรอบที่เกิดเหตุ แลเห็นกองเลือดเป็นหย่อม ๆ อยู่หน้าแคร่
ไม้ใต้ถุนบ้าน หญิงชรานั่งกอดหลานสาววัยเจ็ดขวบน้ำตาริน
“สวัสดีค่ะยาย” ยายเงยหน้าขึ้นมองแววตาตระหนกยังมีน้ำตาซึมสองดวงตา เด็กน้อยกอดยายแน่นท่าทางหวาดกลัว สันทานเตรียมพร้อม
“ยายอยู่ในเหตุการณ์ใช่ไหมคะ” ยายพยักหน้าท่านั่งชันเข่า มือเหี่ยวย่นเช็ดคราบน้ำตา
“หากเป็นไปได้ยายช่วยเล่าตั้งแต่แรกให้หนูฟังอีกรอบนะคะ เรื่องแบบนี้เกิดบ่อยมาก หนูเป็นนักข่าวไม่ใช่เพียงเขียนหรือทำข่าวแต่หนูหวังว่า
สังคมที่สามารถช่วยเหลือพวกเราได้ต้องยื่นมือมาดูแลแล้วค่ะ” ปาลิดาไม่ใช่สาวหวาน ท่าทางจริงจัง จริงใจ และคำพูดที่เธอคิดว่าถึงเวลาหรือยังที่
จะมีภาคส่วนอื่น ๆ ต้องเข้ามาช่วยเหลือคนเหล่านี้ ความจริงใจไม่เคยทำให้เธอผิดหวังในการได้รับความร่วมมือจากคนในเหตุการณ์เลย
จนเสร็จงาน เธอหันมาทางตากล้องถามย้ำ
”เรียบร้อยไหมสัน”
“ครับ” สันทานมองตามเมื่อปาลิดาเดินกลับไปที่หญิงชราแล้วยัดเงินใส่มือยาย แม้ไม่มากนัก แต่นั้นคือน้ำใจของเธอ ตัวแม่ผู้บาดเจ็บต้องพักอีกหลายวัน สามีโดนจับเข้าตะราง เสียงถอนใจขณะเดินกลับมาที่รถ
ทั้งคู่กลับมาถึงออฟฟิศแล้วเดินตรงไปที่ห้องหัวหน้า...แผนกข่าวและอาชญากรรม
“เหตุเกิดเมื่อเช้าค่ะ เราได้ข้อมูลมาลองดูด้วยกันในห้องตัดต่อข่าวไหมคะ เอาออกแทรกช่วงข่าวเช้าก็ได้ขืนรอข่าวเที่ยงก็จะเหมือนทีวีช่องอื่น”
“เก่งมาก...คู่ขาลูกพี่ลูกน้องนี่ไม่ผิดหวังจริง ๆ ” ปาลิดาไม่พูดมาก หากพูดคือเรื่องงานให้ชัดเจน ไม่เคยบ่นเมื่องานเข้าและถูกโทรตามไม่ว่าเวลาไหน ออกจากห้องตัดต่อ สันทานแยกไปทำงาน หัวหน้ายิ้มกว้างให้ลูกน้องคนเก่ง...ปาลิดาซึ่งจบสถาบันเดียวกัน
“แวะดื่มกาแฟก่อนนะเชิญครับ” กาแฟหอมกรุ่นถูกยื่นให้
“ขอบคุณค่ะ”
“ครอบครัวสบายดีนะ น้องปานกี่ขวบแล้ว”
“เดือนหน้าเข้าสามขวบค่ะ เริ่มซนพูดมากอีกต่างหาก” คำบอกเล่าสายตาแห่งความสุข นิรัช...หัวหน้ารู้ว่าครอบครัวคือหัวใจของเธอ สักครู่
ปาลิดาจึงเอ่ยลา
”ปาไปเคลียร์งานก่อนนะคะ”
เธอก้าวเท้าช้าลงครุ่นคิดถึงสภาพสังคมที่ไม่น่าอยู่ พวกสามีติดเหล้าติดเพื่อน แย่กว่านั้นหลายคนติดยา ความหวังช่างริบหรี่นักสำหรับผู้เป็น
เมียและลูก เด็กเล็ก...ลูก ๆ พวกเขาต้องเติบโตมาในสภาพเช่นนั้น มันช่างเป็นความทรงจำที่แย่มากสำหรับผู้เป็นลูก
“กลับมาไวนะวันนี้น่ะ...ปานดูซิใครกลับมาบ้านแล้วลูก” คุณย่าเอื้อนเอ่ยกับเด็กน้อยตัวกลมวัยสามขวบ
ลูกสาวเดินรี่ตรงมาหาอ้อมแขนที่กางรออยู่ กอดและหอมกันจนพอใจ เสียงใสเรียกแม่จ๋า ๆ ไม่หยุดปาก
“วันนี้หนูดื้อกับคุณย่าไหมคะ” เด็กน้อยตากลมโตสวยดั่งตากวางมองผู้เป็นแม่แล้วส่ายหน้า
“หนูเป็นเด็กดีค่ะ” ย่ายิ้ม
“แม่ปาไปล้างมือก่อนนะลูก คุณย่าคะวันนี้หนูทำกับข้าวเองค่ะ”
“ได้ ๆ วันนี้ย่าทำปลานึ่งซีอิ้วไว้ นี่เพิ่งป้อนข้าวกันเสร็จ” คุณย่าบอกผู้เป็นแม่
“ถ้างั้นปาทำเพิ่มอีกสองอย่างนะคะ” สรรพนามเรียกขานแม่สามีทั้ง “คุณแม่” และเรียกตามบุตรสาว “คุณย่า”
หกโมงปาลิดาตั้งโต๊ะกินข้าว เสียงทักทายผู้เป็นแม่และลูกสาวดังขึ้นอยู่ครู่หนึ่งฝีเท้าเดินเข้าครัวมาณภัทรตรงเข้ามากอดภรรยา เสียงหัวเราะ
ถูกใจเบา ๆ
“พี่ภัทรไปอาบน้ำก่อนนะคะ จะได้ลงมาทานข้าวพร้อมกัน เดี๋ยวกับข้าวเย็นหมด แล้วคุณย่าก็คงหิวแล้วล่ะ”
กินข้าวพร้อมหน้าครอบครัวในบ้าน บ้านที่ซึ่งสามีภรรยาช่วยกันทำงานผ่อนจนหมด ณภัทรทำงานในบริษัทการเงินมีชื่อแห่งหนึ่ง ทั้งคู่ไม่ใช้
จ่ายเกินตัว และนับเป็นโชคดีของปาลิดาที่สามีไม่ดื่มเหล้าหรือสูบบุหรี่ เช่นเดียวกับพ่อของเธอ ตอนนี้ทางปาลิดาเหลือเพียงพี่ชายที่อยู่ต่างจังหวัด พ่อแม่เธอเสียชีวิตตั้งแต่เธอยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย อาศัยทำงานพิเศษให้อาจารย์ และพี่ไกร...พี่ชายเป็นคนส่งค่าเล่าเรียนให้
“คิดอะไรอยู่จ๊ะ ปลานึ่งของแม่อร่อยไหม”
“ค่ะอร่อย ปานจะเอาอะไรคะลูก“ ท่าทางเอื้อมมือมาที่จานสลัด ปามองตามมือลูกสาว
“อ้อ! หนูจะกินแครอทใช่ไหม”
“ค่ะแค ๆ แครอท” เสียงเล็กแจ่มใส พาให้ทุกคนที่นั่งกินข้าวพร้อมหน้ามีสีหน้าเบิกบานสุขใจ...ลูกน้อยคือดวงใจของทุกคนและนั้นคือที่มา
ของชื่อหนูน้อย “ปานจิต” ดวงแก้วดวงใจของทุกคน