เงื่อนรักกามเทพ Cupid Knot (33) ข่าววงในและแผน

กระทู้คำถาม


Cr.Youtube

เงื่อนรักกามเทพ...Cupid Knot (33) ข่าววงในและแผน
 
          รถจอดห่างออกไปไกลคนลงมาคือผู้ชายตัวสูงหล่อกับผู้หญิงสวย แต่ทำไมก้อยคุ้นหน้าเธอจัง ประสพจ่ายเงินแล้วเดินไปที่รถนาย ก้อย
เดินตามไปห่าง ๆ แล้วเดินเลยไปที่หญิงสาว เธอจ้องหน้าสาวสวยครู่หนึ่ง ปาลิดาผงะออกแล้วจ้องมองก้อย
          “พี่ปาน้องนายพันเรืองไกรใช่ไหมคะ”
          “อ้อ! นี่ก้อยลูกสาวป้าบุญนี่จ๊ะ คุณพระคุณเจ้าช่วย ป้าบุญมาแวะมาถามพี่ไกรเรื่อย ๆ เพราะทุกครั้งที่เขาเข้ากรุงเทพ ก็เอารูปคนหายไปให้เพื่อน
ที่สน.หัวหมาก เอาไปติดกันทั่ว ดีใจจังบทจะได้เจอก็เจอ พี่ชายของพี่ช่วยป้าบุญตามหาเรามาหลายเดือนแล้ว แม่ของก้อยเป็นห่วงมากนะ กลับสัตหีบ
บ้านเราเถอะ” ปาลิดาโอบเด็กสาวที่กอดเธอแล้วร้องไห้อย่างดีใจ
          “ก้อยก็สวดมนต์ขอให้ได้กลับบ้านเสียที ดีใจที่สุดเลยพี่ปา” เสียงสะอื้นเบา ๆ หยุดลง
          “ก้อยในกระเป๋าหิ้วมีเอกสาร สำคัญครบไหม”
          “ค่ะ” ก้อยลากทั้งสามคนเข้ามุมมืดข้างตลาดนัด
          “นั้นไงนังเก๋” เก๋เดินมองกราดไปทั่ว แต่คนมากมายที่มาแวะซื้อของ
          เธอมองไม่เห็นก้อยพลางบ่นเสียงดัง “นังก้อยนี่น่าจับตบจริง ๆ ป่านนี้ไปมัวอยู่ที่ไหน ไม่กลับมาเตรียมข้าวปาอาหาร ไปดีกว่ากินข้าวแกงกัน
ไปก่อน”
 
          “จะกลับไปเก็บของก็รีบเข้า” ประสพเร่งก้อย ส่วนวรชิตและปาลิดาแยกกลับไปก่อน
          “ไปด้วยกัน...นำทางไป นี่พวกเธอมาสุมหัวอยู่ที่นี่เอง เอางี้นะ หยิบเอกสารที่สำคัญ เสื้อผ้าไม่ต้อง แล้วรีบไปเถอะ” เสียงฝีเท้าคนหลายคน
ตรงมา ประสพดึงก้อยไปแอบข้างห้องน้ำ ไฟสลัวแทบมองไม่เห็นทาง
          “กินอยู่เหมือนหมูหมาเลยนั้น เอายาออกมาฉีดอีก ลูกผีลูกคนจะรอดไปกี่วันนะเนี่ย” เสียงเบามากของประสพ เขายกโทรศัพท์มือถือขึ้นถ่าย
วิดิโอคือตอนที่เก๋เริ่มตกอยู่ในอาการเมาหลังเสพยา เธอกลิ้งอยู่บนเตียง เพื่อนชายคนหนึ่งขึ้นไปโอ้โลมกันเสียงหัวเราะของเก๋ ก่อนที่เธอจะเปลือยจน
หมด ประสพรีบพาก้อยย่องออกมา แล้วกลับไปที่รถ พร้อมออกรถไป
          “เฮ้อ! อุจาดตา มั่วสุมกันอย่างนี้ ไม่โดนตำรวจจับหรือไงนะ”                  
 
          “เมื่อวานพี่ไกรมาหาคุณวรชิต หลังจากกินข้าวเย็น คุณประสพก็มาแจ้งความคืบหน้าเรื่องเก๋ เมื่อเขาเอ่ยถึงก้อยพี่ปายังนึกไม่ออก แต่พี่ไกรมา
กรุงเทพด้วยเรื่องส่วนตัวและอาสาป้าบุญมาติดตามความคืบหน้าเรื่องก้อย คุณประสพให้เราดูบ้านที่ก้อยเช่าและรูป พี่ไกรจึงจำได้ เราเดินแผนใหม่ด้วย
หวังจะช่วยก้อยออกมาจากปัญหาที่กำลังจะเกิดและพากลับบ้าน”
          “หนูไม่รักดีเอง แม่กับลุงไกรเคยสั่งสอนให้หนูเป็นคนดีเพื่อตัวเองและเพื่อแม่ที่ลำบาก ตอนนั้นหนูรั้นและไม่เชื่อฟังจนต้องมาลำบากแทบตาย
จึงได้สำนึก” ก้อย...หญิงสาววัยยี่สิบ ร่างท้วม ใบหน้าคมคาย เธอยกมือไหว้กราดไปที่ทุกคนแล้วร้องไห้น้ำตาเปรอะใบหน้า 
          “เราทั้งหมดจึงคุยกันและวางแผนเอาก้อยออกมาก่อน” ประสพเอ่ยต่อ
          “เก๋กับพวกจะเอาภาพเธอมั่วสุมกับพันวาไปขู่เจ้าสัวเอาเงินก้อนแล้วออกนอกประเทศไป เธอตามคุณวิสัยห่าง ๆ มาพักหนึ่งแล้วเพื่อดูว่าจะเข้า
ประชิดเจ้าสัวได้ตอนไหนที่คุณวิสัยไม่อยู่ นังเก๋ เออ! เก๋ว่าถ้าคุณวิสัยอยู่คงไม่ยินยอมให้ขู่เอาเงินง่าย ๆ แน่ ลำพังเจ้าสัวซึ่งไม่แข็งแรงด้วยโรครุมเร้า
คงตัดปัญหาให้เงินเธอง่ายกว่า เธอมั่นใจและเอ่ยว่า...ลำพังแค่เศษเงิน เจ้าสัวตัดใจให้อยู่แล้ว ไม่แข็งแรงอย่างนี้จะเอาแรงไหนมาสู้รบปรบมือด้วย...ก้อยได้ยินเมื่อวานนี้ค่ะ”
          “คำพูดของขี้ยา เอาแน่ไม่ได้หรอกครับ หากอยากได้เงินก็ต้องเอาภาพมาให้หมดทุกภาพ มีพยานในการยื่นหมูยื่นแมว หรือจะให้ดีผมว่าลอง
ปรึกษากับพันโทเรืองไกรดูอาจเห็นมุมมองอื่น ๆ ที่เราอาจพลาดไปได้” วรชิตออกความคิดเห็น

          วิสัยเข้ามาเงียบ ๆ ได้ครู่หนึ่งแล้ว “ยายเก๋เป็นคนพูดจากลับกลอกเชื่อถือยาก ตอนที่พันวาไปพัวพันด้วยยิ่งฉุดกันลงต่ำ เอาเปรียบพันวาตลอด
ผมไม่เคยบอกเจ้าสัวเพราะคิดเองว่าผมกับวรชิตคงช่วยกันป้องกันได้ สุดท้ายความรั้นแบบโง่ ๆ ของพันวา เธอยอมเสียเปรียบเก๋มาตลอดทั้งที่รู้ มาครั้ง
นี้วางแผนเหมือนขู่กรรโชกทรัพย์ ถึงให้เงินเก๋ไป ได้ไปเท่าไรก็ไม่พอผมไม่เชื่อเก๋แน่นอน” 
 
          ก้อยยังไม่กลับสัตหีบและอาศัยนอนกับปาลิดา มีการนัดเจอทุกคนอีกครั้งในพรุ่งนี้เช้า ปาลิดาเชิญอาจารย์เผชิญ กันติชา และ พันโทเรืองไกรที่
ยังอยู่บ้านเพื่อนที่กรุงเทพ...ร้อยตำรวจเอกศรัทธา
 
          กันติชาเสนอให้มาคุยกันที่บ้านเธอเพราะเป็นหมู่บ้านขนาดเล็ก การเข้าออกมีกฎ มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูแลอย่างดีตลอด24ชั่วโมง
อีกประการหนึ่งคือเก๋ไม่รู้จักบ้านกันติชา ทุกคนนั่งแท็กซี่เข้ามาโดยเจ้าของบ้านโทรมาแจ้งป้อมยามแล้ว แต่ต้องแลกบัตรเข้าออก
          ห้องรับแขกใหญ่ดูเล็กไปถนัดใจเมื่อทุกคนมาพร้อมหน้า ที่โต๊ะวางจานเล็กและเค้กกล่อง เครื่องทำกาแฟสดตั้งไว้มุมซ้ายของห้อง พร้อมน้ำ
เปล่าในเหยือกใหญ่ลายสวย ร้อยเอกศรัทธามาพร้อมพันเรือโทรเรืองไกรผู้เพื่อน
          “ผม...วิสัยเป็นหลานเจ้าสัว เวลานี้ท่านป่วยไม่แข็งแรงผมจึงมาเป็นตัวแทน และขอบคุณทุกคนที่มาร่วมปรึกษาหารือกันครับ”
          “ผมมีความคิดว่าถ้าจะจัดการกับเธอก่อนที่เธอจะลงมือไม่ยาก เพราะนายน็อตคู่ควงเก๋เป็นคนรับยามาจากชายแดนส่งไปยังทางใต้ของไทยเพื่อ
ส่งต่อไปยังต่างประเทศ ทางตำรวจเกาะติดสืบสวนอยู่ครับ” ร้อยตำรวจเอกศรัทธาเอ่ยขึ้น
          “ก้อยได้ยินก่อนมาพบคุณประสพที่ตลาด พี่น็อตว่าเก๋จะลงมือก็ให้รีบหน่อยเพราะนายส่งของมาแล้ว ก้อยเคยแอบดู เขาเอายาใส่รถกระบะ มา
จอดทิ้งไว้ช่วงดึก ๆ แล้วพี่น็อตก็จะออกมาขับรถไปตั้งแต่เช้า หายไปสองวันถึงกลับค่ะ” ก้อยบอกถึงพฤติกรรมการส่งยาตามปกติที่แก็งนี้ทำ
          “แล้วเก๋ล่ะ” วิสัยถามก้อย
          “เก๋จะแบ่งเอาไปขายในกลุ่มเด็กใจแตกและกลุ่มไฮโซที่เธอยังมีเครือข่ายค่ายอยู่ หากเราให้ก้อยกลับเข้าไปหาทางใช้เครื่องดักฟังและจีพีเอส
ตามสองคนนี่ คนอื่นก็เป็นเพียงปลาซิว ได้ทั้งงานและยัดเก๋เข้าไปนอนแห้งในตะรางจะเข้าท่ากว่านะครับ” ร้อยเอกศรัทธาเอ่ยถึงแผนของเขา
          “แต่ปาห่วงก้อยนะคะ”
          “อย่าห่วงเลยค่ะพี่ปา ก้อยเคยหายไปวันสองวันเวลาเบื่อ ๆ ก็ไปหาเพื่อนขอนอนห้องเขา แล้วถึงกลับเข้าบ้าน เก๋ก็รู้...คงไม่สงสัยนะคะ”
          “กันกับสามีเห็นด้วยกับคุณตำรวจว่าก้อยกลับเข้าไปแล้วใช้วิธีนี้เราก็จะรวบแก็งค้ายายและยายเก๋ได้ ถ้ารอมีแต่จะเสียเปรียบเราเป็นฝ่ายรุกจะดี
กว่าใช่ไหมคะ” กันติชาช่วยวางแผน วรชิตเห็นด้วยเป็นฝ่ายรุกดีกว่าตั้งรับ
 
          “ไงนังก้อยหายหัวไปสองวันเลย ไปไหนไม่รอดใช่ไหมถึงได้กลับมา” เก๋นั่งอยู่กลางห้องรับแขกแคบ ๆ เก่าๆ บ้านเช่าดูไม่ได้รกไปหมด เหมือน
สุ่มหัวกันอย่างกับอยู่ในนรก
          “มาตอนนี้ก็ดีแล้ว ออกไปซื้อโจ๊กที่ตลาดมากินกันเถอะ เมื่อคืนดึกไปหน่อย” คู่ขาเก๋...น็อตเอ่ยขึ้น
          “อยากกินโจ๊กก็เอาเงินมาสิ” น็อตท่าทางใจดี ยิ้มตาเยิ้ม ยังอยู่ในห้วงวิมานหลังเสพยา เขาโยนเงินให้สองร้อยบาท
          “เอาไปก่อน ขาดเหลือก็ออกบ้าง ไว้อีกสองวันพี่ได้เงินมาบ้างละน้องเอ๊ย...จะเลี้ยงดูให้สำราญใจเลย เวลานั้นก็บีบนวดให้หน่อยใช่ไหมเก๋
นังก้อยนี่ข้าจะต้องพามันขึ้นสวรรค์สักครั้งนะเก๋” ตาคนโฉดมองมาที่ก้อยอย่างกระหาย หน้าตาพอดูได้ เครื่องเคราอวบอิ่มตามวัยสาว น็อตเห็นแล้ว
เลียริมฝีปาก เก๋มองอยู่นานด้วยความหมั่นไส้ ตบเผี้ยะเข้าที่หน้าน็อต
          “อย่าหาเรื่องนังก้อย มันเป็นของฉันคนอื่นห้ามยุ่ง” เอะอะโวยวายกันสองคนมีลูกน้องเชียร์อยู่วุ่นวายไปหมด ไม่มีใครสนใจก้อย เธอเอาเครื่องดัก
ฟังติดไว้ทั้งในห้องนอนและข้างตู้ใกล้โซฟา เห็นโทรศัพท์มือถือเรี่ยราด วางอยู่ในห้องกินข้าวแคบ ๆ เธอหยิบเครื่องของน็อตและเก๋เดินออกไปที่ตลาด
รับถุงโจ๊กและมือถือทั้งสองเครื่องจากประสพ แล้วเอากลับมาไว้ที่เดิม
          “ใครเห็นโทรศัพท์มือถือข้าไหมวะ  เอ!ก็วางที่เดิมนี่หว่า”
          “เอ้า! นี่ เลิกกัดกันได้แล้วนังก้อยซื้อโจ๊กมาแล้วกินซะ ก่อนงานเข้า อาบน้ำอาบท่าบ้าง เหม็นโว๊ย! ”  ก้อยแอบยิ้ม...นังเก๋ก็หอมนักนี่ กลิ่นสาบ
พอกัน
          "วันนี้ห้ามหายหัวไปไหนนะ เข้าใจ๊! ”
          “ว่างนักก็เก็บกวาดบ้าน ทำตัวดี ๆ เดี๋ยวจะพาขึ้นสวรรค์” ทางก้อยคงพบสวรรค์สักวัน แต่ที่เหลือนรกเปิดรอพวกมันอยู่แล้ว...ก้อยคิดอย่าง
สะใจ
         
          ลำพังตัวเธอเองถ้าไม่พบพี่ประสพ พี่ไกรและทุกคน คงลอยเป็นสวะในน้ำลงทะเลไม่ได้เห็นหน้าแม่อีกแน่ คิดได้เท่านั้นดวงตาก็ร้อนผ่าว ใจหาย
และคิดถึงผู้เป็นแม่เหลือเกิน ยังดีที่ผู้พันโทรไปบอกแม่ว่าเจอก้อยแล้ว ได้ยินสียงแม่แว่วตามสาย แม่ดีใจนักที่ได้ข่าวดีเช่นนี้
         
          กินเสร็จแล้วนอนไปทั่วทั้งบ้าน ก้อยมองอย่างสมเพช หัวหางไปคนละทิศละทาง ถ้วยใส่โจ๊กวางกองอยู่มุมห้อง...อีกไม่กี่วันก็จะได้กลับ
บ้านแล้วขอบคุณสวรรค์ที่ยังให้โอกาสก้อยได้กลับตัว ได้กลับคืนสู่เหย้าเรือนบทเรียนราคาแพง ก้อยคงจำมันไปจนตาย เธอก้มลงรวบชาม
ข้าวแล้วน้ำตาร่วง
 
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่