หัวใจสลายที่ปลายฟ้า (24)...กับอีกวันหนึ่ง

กระทู้คำถาม
หัวใจสลายที่ปลายฟ้า (24)...กับอีกวันหนึ่ง
             
            เธอนั่งบนเตียง พี่หนอยยกเก้าอี้มาใกล้สอดหมอนให้ดวงเนตรพิงกับผนังห้อง เทโลชันแล้วนวดเบา ๆ ให้ที่เท้า ในช่วงแรกดวงเนตรไม่ยอม
            “ไม่ต้องค่ะ เท้าเดี๋ยวเนตรนวดเอง” สุดท้ายก็ทนทู่ซี้ไม่ได้ หนอยทำหน้าที่พี่เลี้ยงพลางคิด...เท้าเรียวเล็กอย่างนี้จะเอาแรงที่ไหนมาเตะได้นะ
            “พี่หนอยดูแลสาวเก่งอย่างนี้เคยทำให้ใครบ้างคะ”
            “สาวพิเศษคนแรกคือแม่ พี่หนอยดูแลแม่เป็นพิเศษเมื่อมีเวลา เตี่ยมีหลายบ้าน แม่เป็นแม่ใหญ่ พี่หนอยสงสารแม่ ส่วนเนตรเป็นสาวคนสุดท้าย
...คนเดียว” สายตาสื่อความหมายเช่นนั้น ดวงเนตรมองดูมือที่นวดเท้าไปมา เพิ่งเห็นชัดว่ามีไรขนขึ้นตามแขนเช่นลักษณะผู้ชาย ไม่มากไม่น้อย
            “คิดอะไรอยู่เงียบเชียว” ในความคิดของสาวน้อยคือสงสารคุณแม่พี่หนอย ผู้หญิงลำบากเพียงใดก็ทนได้ เว้นแต่พบเจอชายเจ้าชู้เช่นเตี่ยพี่
หนอย
            “เปล่าค่ะ เพลียมังคะ” ดวงเนตรรู้สึกสบายตัวมากขึ้น
            “พี่หนอยเลือกสาวมากนะเนตร คนที่จะมาเป็นคู่เราต้องเป็นคนที่ใช่” หนอยจับมือเรียวยาวมาวางไว้ที่หน้าอก ดวงเนตรรู้สึกได้ถึงแรงเต้น
            “หัวใจดวงนี้มีไว้ให้ดวงเนตรคนเดียว” เขายิ้มกว้าง เธอก้มหน้าหลบสายตา เขาบอกให้เธอย้ายมานั่งเก้าอี้ หนอยเอาโลชันนวดที่หัว
ไหล่เรื่อยมาที่โคนผม มือคลึงเบา ๆ ที่ขมับ
            ก้มลงมองอีกทีดวงเนตรหลับสนิทแล้ว
            “เด็กน้อยปากก็ว่าไม่เหนื่อย ดูซิหลับคาเก้าอี้เลย” หนอยก้มลงช้อนตัวดวงเนตรและวางลงบนเตียง หยิบผ้าห่มคลุมให้ เขาก้มลงจูบเบา ๆ ที่
เปลือกตา
            “ฝันดีนะจ๊ะ ให้มีพี่หนอยในฝันนั้นด้วย” ปิดไฟกลางห้อง เปิดไฟเล็กที่หัวเตียง ล็อกประตูห้องน้ำแล้วเดินออกมาปิดล็อกประตูห้อง เดินผิวปาก
เบา ๆ กลับไปด้วยหัวใจที่เปี่ยมล้นไปด้วยความสุข
 
             บนฟ้ามีดาวในใจมีดวงเนตร
             ขอบเขตแห่งรักเรานั้นกว้างใหญ่
             รักเธอเสมอแม้ว่า ณ ที่ห่างไกล
             หัวใจนี้ยึดมั่นเพียงฉันและเธอ
 
           
            วันนี้เป็นวันที่สามของงาน หนอยใส่เสื้อพระราชทานตัดด้วยผ้าไหมสีปีกแมลงทับแขนยาว คอสองชั้นด้านในเป็นสีเขียวอ่อน ตัดเย็บอย่าง
ประณีตเข้ารูป กางเกงสแล็กตัดด้วยผ้าฝ้ายผสมสักหลาดเนื้อนุ่มสีดำ เขาเดินชะลอฝีเท้าเพื่อรอดวงเนตรซึ่งมาในชุดไทยอัมรินทร์ ตัดด้วยผ้าไหมสี
เขียวตองอ่อน เสื้อแขนกระบอกเข้ารูป ตัวเสื้อดิ้นทองลายดอกพิกุล กับผ้าซิ่นยกทองถักทอลายซิ่นด้วยลวดลายสวย เกล้าผมทรงสูงปักด้วยปิ่นงาม
            ทั้งสองมาถึงเช้าหน่อยเพราะพี่พลมารับเร็วกว่าทุกวัน ทุกคนมาล้อมหน้าล้อมหลังเหมือนเคย
            “มองเนตรทุกวันไม่เบื่อหรือคะ” ดวงเนตรถาม
            “ถ้าเป็นผมไม่เบื่อนะครับ คนหล่อมีคนมองเยอะๆ  รู้สึกดีเป็นบ้าเลยจริงไหมครับพี่น้อย”
            “ค่ะใช่แล้ว” พี่น้อยเออออไปด้วย ดวงเนตรฟังคารมพี่หนอยแล้วค้อนให้ หล่อตายล่ะ...เธอคิด แต่คนที่พูดความในใจของดวงเนตรคือน้าวิว
            “หล่อตายเลยนะ ทำเป็นหลงตัวเองน่าสงสาร”
            “น้าวิวเล่นงานผมแต่เช้าเลยนะครับ ไม่เป็นไรถือว่าผู้ใหญ่ให้พร” หนอยยิ้มกว้างให้เธอ
            “กาแฟจ๊ะพี่น้อยยกมาให้น้องหนูกับคนรูปหล่อ”
            “ขอบคุณครับ” ดวงเนตรยิ้มหวาน
            “แซนด์วิซอยู่ด้านหลังบูธนะคะ ทานอะไรกันก่อนแล้วค่อยตีกันนะคะ” พี่น้อยแหย่คู่ฟัดสองรุ่นอย่างสนุก
            
            วันนี้มีผู้แวะเข้ามาชมบูธไทยแลนด์เป็นระยะไม่แน่นเท่าวันแรก ๆ ทุกคนทำตัวสบาย จับคู่คุยกันอย่างมีรสชาติ มีเสียงหัวเราะชอบใจดังเป็นระยะ
คู่พระคู่นางพากันไปนั่งมุมในสุดของบูธ หนอยส่งแก้วน้ำให้ดวงเนตรหลังจากทานอาหารเช้าเสร็จหนึ่งแก้ว แล้วก็รินให้อีกหนึ่งแก้ว ดวงเนตรส่ายหน้า
            “นะครับจะได้สดชื่นนะ” เธอรับมา
            ”ขอบคุณที่เป็นห่วงเนตรค่ะ”
            “ไม่ห่วงอย่างเดียวหวงด้วย” เธอยิ้ม ทั้งคู่สบตากันอยู่ครู่หนึ่ง
            “พี่หนอยคะ วันนี้ช่วงบ่ายเราไปซ้อมกันที่ยิมดูนะคะกันความผิดพลาด”
            “ดีเหมือนกันซ้อมก่อนวันจริงวันนี้และพรุ่งนี้รอบเช้าอีกสักรอบ”
            “พี่หนอยได้ยินน้าวิวพูดกับพี่ศิริ จะให้พี่ศิริเป็นพรีเซนเตอร์คู่กับสุดาพรุ่งนี้ เพราะกลัวว่าเนตรจะเหนื่อยเกินไป เนตรเหนื่อยใช่ไหม” เธอหลบ
สายตาที่จ้องอยู่
            “ก็เป็นบ้าง ไม่เท่าไรหรอกค่ะ รับลูกเตะดี ๆ แล้วกัน” เสียงตอบสั้น ๆ หนอยรวบมือสองข้าง แล้วก้มลงจูบ
            “สู้ ๆ นะ ไหวไหม”
            "ไหวค่ะไม่ต้องห่วง” เสียงคุยเมื่อครู่เงียบหายไป ทุกคนกำลังมองภาพที่น่ารักอยู่ด้วยความชื่นใจ ที่หนอยแสดงออกถึงความเป็นห่วงและเอาใจ
ใส่ต่อดวงเนตร
           
            “ขอโทษครับ” เสียงพี่พลทำลายบรรยากาศจนหมด ดวงเนตรเงยหน้าเห็นทุกคนกำลังจ้องอยู่ เธอหน้าแดง  ส่วนหนอยตีลูกเฉย
            “มองอะไรกันคะ เนตรอายนะ” เสียงใสประท้วง
            “แหมก็ทำซึ้งกันแต่เช้าแบบนี้ไม่ให้มองได้ไงคะ...น่ารัก” พี่น้อยตอบแทนทุกคน แล้วแยกวงไปทำงานต่อ 
            “พี่พลมีธุระอะไรคะ” ดวงเนตรหันมาต่อบทสนทนากับพี่พล
            “เมื่อวานจอร์จกับพี่วรรณไปทำธุระที่เซนต์หลุยส์ แล้วเลยไปยืมอุปกรณ์ชกมวยมาให้”
            “ดีจังเลยคะเนตรยังห่วงว่าถ้าพลาดขึ้นมาล่ะแย่เลย”
            “เป็นห่วงจริงนะ รายนั้นเขายูโดสายดำกวาดรางวัลมาเยอะแล้ว เป็นแชมป์ยูโดมหาวิทยาลัยมาสองสมัยแล้วนะไม่รู้เหรอเนตร”
            “ไม่ทราบค่ะ ถ้าเป็นเรื่องที่พี่หนอยไม่พูด เนตรก็ถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัวเขา”
            “หนอยนะคุยจ้อทุกเรื่อง แต่เรื่องรางวัลกับการชนะดูเป็นเรื่องที่เขาไม่ค่อยพูด ยกเว้นแต่มีคนถาม บ้านที่เมืองไทยก็เต็มไปด้วยถ้วยกับเหรียญ
หนอยเขาชอบกีฬาทุกประเภททั้งเล่นทั้งดู ก็ดีนะพี่พลว่าเพราะไม่งั้นก็ชอบทั้งเหล้า บุหรี่ นารี พร้อม” นานครั้งจะได้ยินพี่พลคุยยาวแบบนี้ ส่วนใหญ่
ก็ยิ้มและเป็นผู้รับฟังที่ดี 
            “พี่พลก็เป็นผู้ชายที่น่ารักนะคะ เหล้า บุหรี่ไม่สูบ แถมใจดีด้วย” หนอยแอบมายืนจนชิดตั้งแต่เมื่อไรไม่ทันสังเกต
            “อย่าจีบพี่พลนะจ๊ะดวงเนตร” เขาทำเสียงเข้ม
            “เปล่าค่ะ เนตรพูดจากใจจริง”
            “ขอบคุณครับ”
            “มาคุยเรื่องของที่ได้มาดีกว่าเดี๋ยวไม่จบ” พี่พลเปลี่ยนเรื่อง
            “ได้นวมมาหนึ่งคู่ เป้าหมัดหนึ่งคู่ และเป้าท้องซึ่งเป็นเป้าคาดเอวป้องกันนักมวยกระโดดถีบ
            “สุดยอดเลย”
            “ใช่แล้ว” น้าวิวมาเข้าร่วมได้พักหนึ่งแล้วเอ่ยขึ้น  
            “วันนี้เนตรและหนอยกลับหอพักหลังอาหารกลางวัน ให้พี่พลไปส่งอาบน้ำ  พักสักหน่อยแล้วไปซ้อม เสร็จกลับมาอาบน้ำ รอไอ้ตี๋ได้เลย...
อาหารเย็นพี่เลี้ยงจะจัดส่งมาให้ กินเยอะ ๆ พักมาก ๆ นะจ๊ะน้าวิวเป็นห่วง” ดวงเนตรเข้าไปไหว้เธอที่ไหล่
            “น้าสั่งหนอยให้ไปเป็นพี่เลี้ยง ถ้ามันงองแงยังไงบอกได้เลยโดนแน่”
            ‘ดูสิสั่งการอย่างกับแม่ทัพ โน่น นี่ นั่น สรุปเองคนเดียวจบ’ หนอยนึกอยู่ในใจ
 
            หลังอาหารกลางวันแล้ว น้าวิวให้พี่พลไปส่งดวงเนตรที่หอ หนีบเอาหนอยไปด้วย
            “ดูแลกันดี ๆ นะ อย่าลืมเอาอุปกรณ์ไปด้วย” เสียงเจ๊ตะโกนสั่ง
            “คร้าบผม” หน่อยตอบ และนึกถึงคำสั่งที่สองหนุ่มต้องดูแลดี ๆ คือดวงเนตร
    
            ทั้งคู่ซ้อมกันอยู่ครึ่งชั่วโมง เหงื่อไหลเป็นน้ำขนาดเปิดแอร์ด้วย เสียงเนตรกำกับพี่หนอย ป้องซ้าย ขวา ยกการ์ดไว้ ระวังหมัดฮุก อัพเพอะคัท
(uppercut) เป้าท้องเอาไว้กันป้องนักมวยเข้าวงใน และกระทุ้งด้วยเข่าหรือกระโดดถีบ คู่ชกเรียนรู้เร็วมากเพราะตัวเองเล่นมาหลายอย่างเหมือนกัน
เลยไม่น่าหนักใจ
            “ดีมาก” เสียงพี่พลเชียร์อยู่ข้างสนาม เขานึกถึงว่าเราโชคดีสองอย่างเลยคือหนอยเป็นยูโด การหลบหลีกคล่องตัว และโชคชั้นที่สองคือ
อุปกรณ์ที่ได้มาเพิ่มช่วยให้ดวงเนตรมั่นใจขึ้นเยอะ วันนี้ทั้งชกทั้งเตะ ฮุกซ้าย ขวา อัพเพอะคัท...ได้ดีมาก
            “เอาล่ะแค่นี้ก่อน” พี่พลส่งน้ำให้ทั้งคู่ เขายื่นผ้าเช็ดเหงื่อให้ดวงเนตร
            “เก่งมากน้องหมวยของผม...เยี่ยม ๆ ”  น้องหมวยส่งยิ้มให้
 
            พี่พลมาส่งที่หอโดมิโน  
            “หนอยจะกลับไปอาบน้ำใช่ไหม”
            “ครับ”
            “ตอนมาหาดวงเนตรอย่าลืมเอาตะกร้าอาหารที่พี่ฝากไว้ให้ที่บ้านเรามาด้วยนะ”
            “ครับผม”
 
            ดวงเนตรถูกบังคับให้กินหลายอย่างมากหลังจากเธออาบน้ำเสร็จ ข้าวกล่อง แอปเปิล และนมแก้วใหญ่ แล้วพี่เลี้ยงก็นวดให้เหมือนเดิม
ไม่มีอะไรที่ใต้เตียงเพราะประตูเปิดไว้กว้าง ยิ่งนวดยิ่งง่วง ดวงเนตรหลับสนิท ขนาดหนอยขยับท่าให้นอนสบาย ๆ ยังไม่รู้สึกตัว เขาหาหนังสือมา
นั่งอ่านใกล้ ๆ 
            “เฮ้อ! อิ่มแล้วก็นอนเป็นเด็กเลยนะ” ใบหน้าที่หลับสนิทดูสงบและงดงามเหมือนภาพวาด แล้วเขาก็ค่อย ๆ หลับไปอีกคน ในท่านั่งที่เอียงลงต่ำ
เอาหัวไปเกยหมอนข้างของดวงเนตรที่วางกั้นไว้ หน้าห่างกันแค่ปลายนิ้ว หลับสนิท
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่