แก่แต่ไม่แก่ EP.27 : คอเหี่ยว = จุดเริ่มต้นของโครงสร้างใบหน้าทรุด และใบหน้าหย่อนคล้อย

เมื่อพูดถึงความเหี่ยวย่นของใบหน้า หลายคนมักโฟกัสไปที่ริ้วรอยหรือความหย่อนคล้อยของผิวหนังโดยตรง 😣

แต่ทราบหรือไม่ว่า "คอเหี่ยว" เป็นหนึ่งในสัญญาณแรกที่บ่งบอกถึงการเสื่อมของโครงสร้างกระดูกใบหน้า และเป็นจุดเริ่มต้นของใบหน้าหย่อนคล้อย?


1️⃣ คอเหี่ยวสัมพันธ์กับความเสื่อมของโครงสร้างกระดูกใบหน้าอย่างไร?

🦴 กระดูกขากรรไกรและฐานกะโหลกบางลง

เมื่ออายุมากขึ้น กระดูกขากรรไกรล่าง (Mandible) และฐานกะโหลก (Cranial Base) จะค่อยๆ หดตัวและบางลง

ทำให้โครงสร้างที่เคยพยุงใบหน้าและลำคอสูญเสียความแข็งแรง ส่งผลให้ผิวหนังและไขมันรอบลำคอเริ่มหย่อนคล้อย

💪 กล้ามเนื้อคอที่อ่อนแอลงทำให้กระโหลกไม่ได้รับแรงกระตุ้น

กล้ามเนื้อบริเวณลำคอ เช่น Platysma และ Sternocleidomastoid ทำหน้าที่ช่วยพยุงโครงสร้างศีรษะ

เมื่อกล้ามเนื้อเหล่านี้เสื่อมลงจากอายุที่เพิ่มขึ้นหรือการไม่ออกกำลังกาย แรงดึงที่เคยช่วยกระตุ้นการสร้างมวลกระดูกจะลดลง ส่งผลให้กระโหลกค่อยๆ สูญเสียมวลกระดูกเร็วขึ้น ⏳

🌍 เนื้อเยื่อและไขมันเคลื่อนตัวลงตามแรงโน้มถ่วง

เมื่อกล้ามเนื้อคออ่อนแอลง ไขมันและเนื้อเยื่อบริเวณใบหน้าก็เริ่มตกลงมา ส่งผลให้เกิดเหนียง ร่องแก้มลึกขึ้น และโครงหน้าไม่คมชัดเหมือนเดิม

2️⃣ คอเหี่ยว = จุดเริ่มต้นของใบหน้าหย่อนคล้อย

📏 การหดตัวของขากรรไกรทำให้กรอบหน้าดูไม่ชัด

เมื่อขากรรไกรล่างเล็กลง คางและแนวกรามจะขาดความคมชัด ทำให้ใบหน้าดูอ่อนล้าและไม่มีโครงสร้างรองรับ ส่งผลให้เกิดคางสองชั้นและร่องแก้มลึกขึ้น 😞

กล้ามเนื้อคอที่อ่อนแอลงทำให้ผิวหน้าตกตามไป

กล้ามเนื้อ Platysma ที่ทอดยาวจากคอไปถึงกรอบหน้ามีบทบาทสำคัญในการพยุงใบหน้าส่วนล่าง เมื่อกล้ามเนื้อนี้เสื่อมลง ผิวหนังบริเวณกรามและคอจะเริ่มหย่อน ทำให้ใบหน้าดูแก่กว่าวัย 😔

💧 การไหลเวียนเลือดลดลง ส่งผลให้ผิวขาดความยืดหยุ่น

เมื่อกล้ามเนื้อคอเสื่อมลง การไหลเวียนของเลือดไปยังบริเวณใบหน้าก็ลดลงด้วย ทำให้เซลล์ผิวได้รับออกซิเจนและสารอาหารน้อยลง ส่งผลให้การผลิตคอลลาเจนลดลง ผิวหน้าจึงดูหย่อนคล้อยและขาดความเต่งตึง

3️⃣ วิธีป้องกันและแก้ไขคอเหี่ยวเพื่อลดปัญหาโครงสร้างกระดูกและใบหน้าหย่อนคล้อย

ออกกำลังกายกล้ามเนื้อคอและขากรรไกร

🏋️ Neck Resistance Training: ฝึกเพิ่มความแข็งแรงของคอเพื่อช่วยกระตุ้นมวลกระดูก

🦷 Jaw Exercises (Mewing, เคี้ยวอาหารเหนียว): ช่วยเสริมความแข็งแรงของขากรรไกรและกรอบหน้า

เวทเทรนนิ่งและออกกำลังกายแรงกระแทกปานกลาง เพื่อเสริมความแข็งแรงของกระดูกโดยรวม

🏋️ การฝึกท่าง่ายๆ เช่น Squat/Single Leg Chair Squat และ Deadlift/Single Leg Deadlift สามารถช่วยกระตุ้นฮอร์โมนที่ช่วยชะลอการสูญเสียมวลกระดูก

🔄 กระโดดเชือก (Jump Rope): ช่วยกระตุ้นความแข็งแรงของกระดูกและปรับปรุงการไหลเวียนโลหิต

🏃 วิ่งขึ้นบันได (Stair Running): สร้างแรงกระแทกปานกลางที่ช่วยกระตุ้นการสร้างกระดูก

🔥 กระโดดสควอท (Jump Squats): ช่วยเพิ่มแรงต้านในขณะที่ให้แรงกระแทกกับกระดูกและกล้ามเนื้อ

✅ 🥦 โภชนาการที่ช่วยเสริมกระดูกและกล้ามเนื้อคอ

🦴 แคลเซียม + วิตามินดี: ช่วยชะลอการสลายตัวของกระดูก

💎 คอลลาเจน + วิตามินซี: ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผิว

🍗 โปรตีน: จำเป็นต่อการสร้างกล้ามเนื้อคอและใบหน้า

✅ 🚫 ลดพฤติกรรมที่ทำให้กระดูกขากรรไกรและกะโหลกบางลง

📱 หลีกเลี่ยงการก้มหน้าเล่นโทรศัพท์บ่อย (Text Neck)

🚬 หยุดสูบบุหรี่และลดแอลกอฮอล์เพื่อลดการสูญเสียคอลลาเจนและมวลกระดูก

🔎 สรุป
การที่คอเหี่ยวไม่ใช่เพียงปัญหาผิวหนัง แต่เป็นสัญญาณของการสูญเสียมวลกระดูกในกระโหลกศีรษะและขากรรไกร ซึ่งนำไปสู่ใบหน้าหย่อนคล้อย 😟

การดูแลกล้ามเนื้อคอและโครงสร้างกระดูกใบหน้าไม่เพียงช่วยให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้น แต่ยังเป็นการชะลอวัยจากภายในอย่างแท้จริง 💖

หากเริ่มดูแลตั้งแต่วันนี้ ก็สามารถป้องกันคอเหี่ยว โครงสร้างกระดูกใบหน้าเสียรูป และใบหน้าหย่อนคล้อยได้ในระยะยาว 🕰️✨


ผู้ชายผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่ยอมให้คอเหี่ยวย่นเป็นอันขาด เพราะ "คอ" ถือเป็นเส้นทางเดินเลือดที่จะไปเลี้ยงส่วนสำคัญของร่างกาย นั่นก็คือ สมอง, ใบหน้า และอวัยวะทุกชิ้นบนใบหน้า รวมถึงเส้นผม และกระโหลกศีรษะ

ซึ่งผลพลอยได้ที่จะตามมานั่นก็คือ สมองที่ยังดีอยู่ ใบหน้าที่ยังไม่เหี่ยวย่น และ เส้นผมที่ยังดกดำ รวมถึงกระโหลกศีรษะที่ยังคงสภาพอยู่แม้ว่าจะมีอายุเพิ่มขึ้นก็ตาม (แต่โภชนาการก็ต้องดีด้วย ให้ดู EP.24 อาหารย้อนวัย https://pantip.com/topic/43305475 )

การฉีดคอให้ตึงไม่ได้มีผลอะไรกับกรณีนี้ เพราะโบท็อกซ์ไม่ได้ไปสร้างกล้ามเนื้อ (หลักการโบท็อกซ์หาอ่านได้ในกูเกิ้ล)

โดยหลักการของกล้ามเนื้อคอ เช่น กล้ามเนื้อ Sternocleidomastoid นอกจากจะทำให้การเคลื่อนไหวของศีรษะและการรักษาเสถียรภาพของคอแล้ว

ยังช่วยให้หลอดเลือด Carotid Artery และ Jugular Veins มีการไหลเวียนเลือดที่ดีขึ้น เพราะมีแรงบีบอัดหลอดเลือดส่วนนั้นเมื่อมีการขยับคอไปมา

และท่าออกกำลังกายที่ผมมักใช้ในการสร้างกล้ามเนื้อคอก็คือ ท่า TRX Single Lateral Raise
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
โดยในขณะที่ทำท่านี้ ผมจะทำการเกร็งคอไปด้วย แต่ต้องไม่ทำเกิน 10 ครั้งต่อ 1 เซ็ท (โดยผมจะทำเพียง 1 เซ็ท วันเว้นวันเท่านั้น) เพราะไม่งั้นอาจเกิดอาการปวดหัวได้

ดังนั้น ท่านี้ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษหากจะเกร็งคอไปด้วย แต่ผลที่ได้นั้นคุ้มค่ามากกับการทำท่านี้ เพราะเราจะได้ทั้งกล้ามเนื้อไหล่ กล้ามเนื้อบ่า ขึ้นไปจนถึงกล้ามเนื้อคอ (หากมีการเกร็งคอไปด้วย)

ทำให้ Posture ของส่วนนี้ดูสมดุลเป็นแนวเดียวกัน และคงความเป็นหนุ่มสาวอยู่

ส่วนท่าอื่นๆ ก็มี Inverted Row, TRX Deltoid Fly ซึ่งเวลาทำท่าเหล่านี้ก็จะต้องเกร็งคอไปด้วยทุกครั้ง

ที่จริงก็สามารถเกร็งคอได้เกือบทุกท่าที่เป็นบอดี้เวท แม้ขณะกำลังวิ่งจ็อกกิ้ง ผมก็จะเชิดคอขึ้นและเกร็งคอไปตลอดทาง

การทำให้คอไม่เหี่ยว นอกจากจะทำให้คงสภาพการเป็นหนุ่มสาวแล้ว ยังช่วยในการไหลเวียนเลือดได้ดีขึ้น

ซึ่งผลที่ได้ตามมานั้น คุ้มค่ากับการที่ต้องมาใช้เวลาในการสร้างกล้ามเนื้อส่วนนี้ครับ นานาเชียร์อัพ



🔽 สารบัญ แก่แต่ไม่แก่ EP.2 - EP.30 🔽
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้


แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่