อัศวินเทเลอร์กับอาณาจักรแอตแลนติส...บทที่ 7 – การพิพากษา (Part 1)

กระทู้สนทนา
บทที่ 7 – การพิพากษา

          ผมกลับมาถึงปราสาทราว ๆ ห้าโมงเช้า ทหารผลัดใหม่ได้เข้ามาเปลี่ยนกะ แต่มันก็ไม่ง่ายที่ผมจะเดินเข้าไปในปราสาทโดยไม่ถูกถามซอกแซก หลังจากหลอกล่อลวงพวกนั้นได้สำเร็จ ผมรีบวิ่งขึ้นห้องไปด้วยความตื่นเต้น หวังจะเล่าเรื่องที่รู้มาให้แมทฟัง แต่กลับต้องตกใจเมื่อทุกคนรวมตัวอยู่ในห้องผมเหมือนกำลังถกเถียงปัญหากันอยู่ที่ซึ่งแมทดูไม่ค่อยตื่นเต้นกับเรื่องพวกนั้นมากนัก เขานอนอยู่บนเตียงเอามองหนุนหัวอยู่ในท่าที่สบาย ๆ ในขณะที่ผมตกเป็นเป้าสายตาของทุกคนเมื่อเปิดประตูห้อง
          “ไปไหนมา เทเลอร์” ไมลีย์ถาม
          “แล้วมาทำอะไรที่นี่”
          “ก็พวกเรากำลังจะไปตามหานายนะสิ” เทรซี่แทรก
          “ตามหาฉันทำไม”
          “ก็เมื่อเช้าฉันเข้ามาหานาย แต่แมทบอกว่านายออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้าแล้ว” เธออ้าปาก “ฉันก็เลยเดินดูรอบ ๆ แต่ไม่เจอใคร ถามใครก็ไม่มีใครเห็น เข้าไปที่หมู่บ้านก็ไม่มีใครรู้ ฉันเลยกลับมาที่นี่ เรียกทุกคนมา เผื่อนายเป็นอะไรไป”
          “อ๋อ ฮืม”
          “ฮืม อะไร” เทรซี่เริ่มใช้น้ำเสียงกดดัน
          “อะไร เทรซี่ ฉันแค่เดินออกไปข้างนอก”
          “แล้วทำไมออกไปเดินเที่ยวนานขนาดนั้น นี่ไม่ใช่บ้านเรานะ”
          “ก็...” ผมตะกุกตะกัก พยายามเลี่ยงคำตอบที่เป็นจริงของคำถามไมลีย์ “แบบว่า...”
          “นายนี่ใช้ไม่ได้จริง ๆ เลย” เชนนิ่งกระแหนะกระแหน
          “อะไรกัน” ผมตอบโต้และเดินมายังเตียงด้านที่แมทกำลังนอนอยู่ “มันไม่ใช่เรื่องใหญ่เลยนะ”
          “แล้วนายไปทำอะไรมา” เทรซี่ชิงพูด เธอมีพรสวรรค์ในเรื่องนี้
          “ฉันเดินดูอะไรในเมืองไปเรื่อย ๆ แล้วก็บังเอิญไปเจอเด็กคนหนึ่งที่หมู่บ้าน ฉันก็เลยคุยกับเขาพักหนึ่ง มันก็เลยนานไง”
          “แล้วทำไมเธอไม่ปลุกพวกเรา” เชนนิ่งถาม
          “ปลุกพวกนายแล้วเดินกันไปในเมืองทั้งหมดนะหรอ เราไม่ได้มาเที่ยวนะ แล้วอีกอย่างพวกเธอก็ยังไม่ตื่นกันเลยด้วยซ้ำ” ผมหันไปมองแมท เขาแสดงอาการอายออกมานิด ๆ
          “แล้วนาฬิกานายไปไหน” เชนนิ่งอีกครั้งเมื่อข้อมือผมว่างเปล่า
          “อะไรอีกล่ะ” ผมส่ายหัว นี่ผมกำลังเล่นเกม 99 ปัญหาอยู่หรือไง “ฉันเอาให้เด็กที่ฉันเจอที่ตรอกเมื่อเช้าไปแล้ว”
          “ว่าไรนะ นายเอานาฬิกาที่ฉันซื้อให้นายให้คนอื่นไปหรอ” เชนนิ่งขึ้นเสียงสูง
          ผมพยักหน้าแบบไม่ซีเรียสเพราะมันไม่น่าจะเป็นเรื่องใหญ่ แต่ตอนนี้ผมดูท่าทางจะไม่ใช่แล้ว เชนนิ่งมองดูผมด้วยสายตาที่ร้ายกาจ โดยไมลีย์มองหน้าผมกับเขาสลับไปมา
          “แล้วนาฬิกาของพ่อล่ะ เทเลอร์”
          “มันแตกตอนที่เจอพวกเอฟบีไอจับทุ่มลงกับพื้นนะสิ” ผมหันไปมองเชนนิ่ง เขายังคงมองผมด้วยสีหน้าโกรธเคือง “นี่เชน ฉันรู้ว่าฉันไม่สมควรทำ เพราะนั้นเป็นของที่นายให้ฉัน แต่ถ้านายเห็นสภาพเด็กนั้น นายอาจจะยกไอแพดให้เขาเลยก็ได้” ผมพูดและหวังทุกคนจะหัวเราะแต่มันก็เงียบงัน เชนนิ่งไม่ตอบ เขาสะบัดหน้าเดินออกไปนอกห้องอย่างรวดเร็ว นี่เขากำลังงอนผมอยู่เหรอเนี่ย

          “ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่ไปคุยกับเชนเอง” ไมลีย์บอกและเดินตามไปติดๆ
          “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันกลับห้องก่อนนะ” แพทริเซียและแพทริคพยักหน้าให้กันแล้วเดินออกไปข้างนอก เหลือแค่ เทรซี่ แมทและผมที่ยังอยู่ในห้อง แมทนอนอยู่บนเตียง เอาผ้าห่มมาคลุมตัวไว้เพื่อไม่ให้ใครเห็นสรีระ ผมนั่งลงโซฟาตัวที่อยู่ใกล้สุดส่วนเทรซี่ลากเก้าอี้โซฟาให้เข้าใกล้เตียงมากขึ้นและนั่งลง
          “แมทนายไปแต่งตัวเถอะ” ผมมองไปที่เตียง เขาเอาผ้าห่มมาคลุมตัวเหมือนเพิ่งโดนข่มขืน
          “ฉันจะลุกไปยังไง ใส่แค่…” เขาอ้ำอี้ง
          “นี่นายสองคนนอนแก้ผ้ากันเหรอ”
          “เทรซ ฉันมีกางเกงหรอก” แมทตอบเสียงเขียวและตวัดผ้าห่มห่อตัวเองนั่งลงที่ปลายเตียง
          “ฉันรับไม่ได้นะถ้านายสองคนเป็น...” เทรซี่อ้ำอึ้ง
          “บ้าไง” แมทรีบตอบทันควัน “ใส่แบบนี้แล้วมันสบายดีออก ผู้ชายที่ถอดเสื้อผ้านอนไม่ได้หมายความว่าเป็นเกย์เสมอไปนะ”
          แมทแบกผ้าห่มแล้วเดินเขาที่กั้นสาดหน้าห้องน้ำ เทรซี่เอามือป้องตาแล้วหันหน้ามามองผม
          “ไหนเล่าเรื่องที่นายไปข้างนอกให้เราฟังหน่อยสิ” เทรซี่เข้าประเด็น
          “ฉันเข้าไปในเมืองนั่นแล้วก็หลงทาง พอดีเจอเด็กคนหนึ่งมาช่วยฉันไว้ ฉันก็เลยให้นาฬิกาเป็นการตอบแทน”
          “แล้วเธอคุยอะไรกับเด็กนั่นบ้าง”
          “ก็มีบ้าง”
          “ฉันอยากฟัง” เทรซี่พูด และแมทชะเง้อมองลอดสาดกั้นด้วยความอยากรู้
          “เธอสังเกตไหมว่าคนที่นี่อยู่กันแบบแร้นแค้นมาก”
          “นายพูดเกินไป” เทรซี่ทักท้วง
          “ฉันไม่ได้พูดเกินไปสักหน่อย”
          “นายพูดเกินไป” เทรซี่ยืนยัน “ตอนเช้าฉันกับเทรซี่เดินเข้าไปในหมู่บ้าน มันไม่ได้เป็นแบบที่นายว่าสักหน่อย”
          “นี่พวกเธอยังว่ามันไม่แร้นแค้นหรอ...แบบนั้น”
          “ไม่รู้สิ มันลำบากแต่ไม่ได้เป็นแบบที่นายว่า”
          “ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม แต่ฉันก็คิดว่าประชาชนที่อยู่กับนางควรจะอยู่สบายกว่านี้” ผมทิ้งท้ายและรู้สึกอารมณ์เสียที่ถูกแย้งด้วยความเป็นจริงที่ผมเองก็ไม่สามารถเถียงได้
          “นายคิดถึงสภาพความเป็นจริงหน่อย ท่านหญิงแอตลาสหนีออกจากเมืองเพราะครีโทเนียส เธอจะให้ท่านหญิงทำไง” เทรซี่พยายามอธิบาย
          “เธอคิดว่าเจนีวาจะสู้ครีโทเนียสไม่ได้เลยหรอ เธอเลือกที่จะหนีมากกว่าที่จะป้องกันเมืองที่เธอเคยเติบโต”
          “ก็นางถูกหมายหัวไว้แบบนั้น เป็นฉัน ฉันก็หนี” เทรซี่แสดงความคิดเห็น
          “ทั้ง ๆ ที่นางรู้ว่า ถ้านางหนีแล้ว มันก็ไม่เกิดประโยชน์งั้นเหรอ” ผมโต้เถียง
          “ตรงนั้นมันอาจจะเป็นเรื่องที่ท่านหญิงแอตลาสตัดสินใจผิด แต่เราก็ไม่รู้ว่าเหตุผลจริง ๆ ที่ทำให้นางหนีคืออะไร” เทรซี่พูดอย่างประนีประนอม
          “อะไร เมื่อวานเจนีวาจะทำร้ายเธอ แต่วันนี้เธอกลับออกมาปกป้องนางเนี่ยนะ”
          “ฉันพูดตามหลักความเป็นจริง” เทรซี่เถียง “นายต้องยอมรับความเป็นจริงมากกว่านี้ คิดให้มีเหตุผลสิเทเลอร์”
          “แต่ถึงยังไง” ผมยักไหล่ “เธอก็มีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้”
          “อะไร” เทรซี่หรี่ตา
          “ขอความช่วยเหลือจากพี่น้องของเธอสิ”
          “เดี๋ยว ฉันไม่เข้าใจ ท่านหญิงไม่ใช่เชื้อพระวงศ์คนสุดท้ายของราชวงศ์แอตแลสหรอกหรอ”
          “ไม่ใช่” ผมตอบเสียงแข็งขัน “ที่อาณาจักรบาเรียน่าทางตอนเหนือของแอตแลนติส เคยมีลูกหลานเหลนลื่อของกษัตริย์แอตลาสอยู่ที่นั่น”
          “แล้วทำไมกลอเรียบอกพวกเราว่าท่านหญิงแอตลาสเป็นเชื้อพระวงศ์คนสุดท้ายล่ะ” แมทตะโกนถามตัดหน้าเทรซี่
          “เธอจะเอาความจริงอะไรจากกลอเรีย กอนดอนบอกฉันว่า” ผมหยุดเพราะเทรซี่ขมวดคิ้วเมื่อผมพูดชื่อนั้นออกมา
          “กอนดอนคือเด็กที่ฉันเจอในตลาด เขาบอกฉันว่าที่นี่มีห้าอาณาจักรรวมอยู่ด้วยกันในสมัยพระเจ้าแอตลาสที่สิบเก้า เขาได้อาณาจักรพวกนั้นมาเมื่อชนะ เขาจึงรวบรวมแผ่นดินทั้งหมดเข้าด้วยกัน แม้แต่ประเทศราชก็ไม่ใช่เพราะเขาฆ่าล้างกษัตริย์ของแต่ละเมืองทิ้งหมด ดังนั้นเมื่อเทพซุสสาป อาณาจักรที่อยู่ใต้อาณัติของแอตแลนติสก็พลอยติดด้วย หลังจากที่ย้ายมาอยู่นี่ไม่นาน ก็มีอาณาจักรหนึ่งสามารถตีเมืองคืนและได้รับเอกราชในสมัยพระเจ้าแอตลาสที่ยี่สิบสอง นั่นก็คือ อาณาจักรบาเรียน่า แม่ทัพได้แต่งตั้งตัวเองเป็นผู้ปกครองนครบาเรียน่า แต่ต่อมาชาวบาเรี่ยนก็ยกย่องให้ท่านเป็นราชาปกครองเมืองนั้น แม่ทัพคนนี้ ไม่มีพระชายา ว่ากันว่าเขาเป็นพวกรักร่วมเพศ เขามีแค่หลานคนเดียวซึ่งเป็นลูกของน้องชายที่ตายในสนามรบครั้งนั้น ซึ่งหลานคนนี้ก็เกิดติดใจพระธิดาคนเล็กของกษัตริย์แอตลาสที่ยี่สิบสอง ดังนั้นเขาจึงลักพาตัวพระธิดาคนนั้นกลับเมืองมาด้วย จับอภิเษกสมรส หลังจากที่กษัตริย์บาเรียน่าที่หนึ่งทรงสววรคต พระราชภาติยะของกษัตริย์ก็ทรงขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์บาเรียน่าที่สอง เพราะฉะนั้นถ้าว่ากันตามศักดิ์จริง ๆ เจนีวาก็ไม่ใช่คนสุดท้าย”
          “โอเค...นี่คือประวัติศาสตร์ของแอตแลนติสที่เราควรรู้” เทรซี่กวาดสายตา “แต่แล้วความสำคัญของเรื่องที่เรากำลังจะทำอยู่ตรงไหน”
          “มันอยู่ตรงที่ถ้าเราเรียนรู้จากประวัติศาสตร์ได้มากเท่าไหร่ หนทางของเราก็จะยิ่งมากขึ้นไงล่ะ”
          “ลองคิดดู ตอนนี้เรารู้ว่ามีเมืองที่ไม่ได้ขึ้นตรงกับแอตแลนติสอยู่ทางตอนเหนือ และยังมีเมืองอีกหลายเมืองที่อยู่รอบโลกใบนี้ที่พร้อมจะประกาศอิสรภาพ เพราะฉะนั้น ถ้าเราจะหนีไปหาพวกเขา ฉันคิดว่าอาณาจักรพวกนี้น่าจะให้ความช่วยเหลือเราได้บ้าง”
          “แล้วทำไมนายคิดว่า พวกนั้นถึงจะช่วยเรา” แมทถามขึ้น เขาเพิ่งออกมาจากห้องน้ำ ด้วยเสื้อเชิ้ตลาย สก๊อตน้ำเงิน กางเกงขาสั้นสีขาว มีผ้าขนหนูพาดอยู่บนไหล่ที่เขากำลังใช้เช็ดหัวเบา ๆ
          “พลังของครีโทเนียสตอนนี้มากมายขนาดที่ว่าอาณาจักรทุกอาณาจักรบนโลกรวมกันยังต่อสู้ไม่ได้ ฉันเป็นเพียงคนเดียวเท่านั้นที่มีโอกาสหยุดเขาได้”
          “แต่ถ้าครีโทเนียสรู้ว่านายไปอยู่เมืองไหน เขาก็จะตามล่าตัวนาย เมืองก็จะพลอยเดือดร้อนไปด้วย พวกนั้นคงไม่เสี่ยงกับพวกเราหรอก” เทรซี่พูด
          “ใช่ นายเป็นคนเล่าเองแท้ ๆ ว่าชาวแอตแลนติสตีเมืองแล้วฆ่ากษัตริย์ของพวกนั้น มันคงเป็นเรื่องยากที่เขาจะยอมช่วยเหลือชาวแอตแลนติสแบบเรา” แมทเสริม
          “แต่ถ้าเราแพ้ พวกเขาก็จะสูญเสียเมืองไปด้วย” ผมมองหน้าทุกคน “ที่ครีโทเนียสยังไม่ตีเมืองเหล่านี้เพราะว่าเขาต้องการเก็บกำลังพลของเขาเอาไว้เพื่อสู้กับฉันต่างหาก”
          ผมกวาดสายตา “หลังจากที่เราส่งตัวสองคนนั้นกลับไป เราจะเดินทางไปบาเรียน่า”
          “เป็นความคิดที่ไม่ดีเลย” เทรซี่กอดอก มองหน้าผมอย่างไม่สบายใจ แต่จะให้ผมทำยังไงในเมื่อนี่เป็นทางเลือกทางสุดท้ายที่เราจะสามารถหลบหลีกและหาพรรคพวกในการต่อสู้กับครีโทเนียสในครั้งนี้
          ”พวกนายไม่หิวข้าวกันบ้างหรอ” แมทถามขึ้น “เมื่อวานยังไม่ได้กินอะไรกันเลย”
          “หิวสิ แต่เราจะไปหาอะไรกินกันที่ไหน ฉันยังมองไม่เห็นห้องครัวในตัวปราสาทนี้เลย”
          “เราลองไปถามท่านหญิงแอตลาสดูไหม” เทรซี่แนะนำ

รวมตอนที่ 1 - ปัจจุบัน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่