เอกฐานลิขิตใจ | บทที่ 1 Neutrino อวกาศประสานจิต

การพัวพันเชิงควอนตัม--ปรากฏการณ์ที่สองอนุภาคถูกลิขิตให้สะท้อนซึ่งกันและกัน โดยไม่ขึ้นกับระยะทาง... แต่หากคู่อนุภาคนั้นถือกำเนิดในจิตใจคนสองคน นั่นคือ คู่แท้ ที่สะท้อนเสียงหัวใจของกันและกัน แม้ว่าจะอยู่คนละฟากของจักรวาลก็ตาม

เอกฐานลิขิตใจ | The Singularity of Destiny

บทที่ 1 Neutrino อวกาศประสานจิต




       กลิ่นอาหารร้อนหอมกรุ่นปะปนกับเสียงพูดคุยเซ็งแซ่ ล่องลอยไปทั่วโรงอาหารขนาดใหญ่ของ SpaceZ องค์กรวิจัยอวกาศเอกชนที่ล้ำหน้าที่สุดแห่งยุค 2060 ตั้งอยู่ ณ ซานตาบาร์บารา รัฐแคลิฟอร์เนีย

       โต๊ะของนักบินอวกาศ โต๊ะของฝ่ายควบคุมยาน โต๊ะของนักฟิสิกส์พลาสมา ทุกกลุ่มมีวงสนทนาเป็นของตัวเอง คึกคัก มีชีวิตชีวา

       ชายหนุ่มวัยสามสิบเดินเข้ามาช้า ๆ ถือถาดอาหารไว้ในมือ

       เมธัส หยุดยืนอยู่ตรงทางเดินกลางห้อง ราวกับลังเลชั่วขณะ เขากวาดตามองไปรอบ ๆ เพื่อหาคนรู้จัก

       ไม่มีใครเรียก ไม่มีใครทัก ไม่แม้แต่จะเหลือบตามาทางเขา

       เขาขยับเท้า เดินตรงไปยังโต๊ะของกลุ่มวิศวกรอวกาศที่กำลังคุยกันอย่างออกรส

       “ขอนั่งด้วยคนได้ไหมครับ?” น้ำเสียงเขานุ่ม สุภาพ

       ชายผิวแทนวัยสามสิบต้น ๆ พยักหน้ารับโดยไม่ละสายตาจากเบอร์เกอร์ในมือ

       เมธัสวางถาดอาหารลงเงียบ ๆ แล้วนั่งลงอย่างเรียบร้อย

       “ฉันเจอวิธีใหม่ไปดาวอังคารว่ะ” ชายอีกคนพูดขึ้น “ถ้าเรายิงผ่าน Lagrange point1 แล้วหมุนกลับด้วยแรงเหวี่ยง เราจะลดเวลาเดินทางได้อีกสามเดือน!”

       หญิงสาวหัวเราะขณะเคี้ยวเบอร์เกอร์

       “ใช่เหรอ? วิธีนั้นเหมาะกับยานบรรทุก ไม่ใช่ยานลูกเรือนะ!”

       ชายผิวแทนหันมาทางเมธัส

       “นายทำงานแผนกไหนเหรอ? ไม่คุ้นหน้าเลย”

       เมธัสยิ้มบาง

       “ผมอยู่ฝ่าย Neural Transmission ครับ… วิศวกรอวกาศประสานจิต”

       “อะไรนะ?” ชายตรงข้ามเลิกคิ้ว “ไม่เคยได้ยินเลยว่าองค์กรเรามีแผนกนี้”

       เมธัสพูดอีกครั้ง ชัดเจนแต่เบานุ่ม

       “ฝ่าย Neural Transmission ครับ ผมเป็น... วิศวกรอวกาศประสานจิต”

       ทุกสายตาบนโต๊ะหันขวับมาทางเขาแทบพร้อมกัน

       “…มีแผนกนี้ในองค์กรเราด้วยเหรอวะ?”

       “ทีมนายมีกี่คนเนี่ย?” หญิงสาวกลั้นหัวเราะแทบไม่อยู่

       เมธัสวางช้อนลงเบา ๆ สีหน้ายังแต้มรอยยิ้มบาง

       “สองคนครับ… รวมผมแล้ว”

       เสียงหัวเราะแผ่ว ๆ ดังมาจากอีกฟากของโต๊ะ

       “แผนกฝันกลางวันของจริง…”

       “กระจอกชิปหาย…” ใครบางคนพึมพำ

       บทสนทนาก็กลับไปสู่เรื่องเดิม...แรงเหวี่ยง กับเส้นทางใหม่สู่ดาวอังคาร ไม่มีใครสนใจเมธัสอีก

       เขาก้มหน้ากินอาหารเงียบ ๆ ไม่เอ่ยคำใด มันคือความเงียบที่เขาคุ้นเคยดี

       ตลอดห้าปีที่อยู่กับ SpaceZ เขาใช้ชีวิตแบบนี้เสมอ แม้จะจบการศึกษาด้านประสาทวิทยา ชีวควอนตัม และพ่วงด้วย ฟิสิกส์ดาราศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ

       แม้โครงการของเขาจะถูกมองว่าเป็นแค่ ‘ของเล่น’ ที่องค์กรให้ทุนเพื่อให้ครบหมวด

       แม้ไม่มีใครเชื่อว่าเทคโนโลยีเชื่อมจิตระหว่างมนุษย์กับสิ่งมีชีวิตอีกโลก ผ่านระบบสื่อสาร จะเป็นไปได้

       แต่เมธัสเชื่อ

       ศรัทธา

       และยึดมั่น

       เพราะสิ่งที่เขาทำ…

       ไม่ใช่แค่การเชื่อมสัญญาณ แต่มันคือการเชื่อม “จิต”

       และเขารู้ดีว่า—

       เสียงที่ไม่มีใครได้ยินในวันนี้… จะกลายเป็นเสียงนำทางในวันพรุ่งนี้

────୨ৎ────

       ห้องทดลองอวกาศประสานจิต – ชั้นใต้ดิน อาคาร D-7

       ใต้แสงไฟสีขาวซีดและเสียงพัดลมเครื่องหมุนอืดอาด

       อาร์จัน หนุ่มเชื้อสายอินเดีย และลูกทีมเพียงคนเดียวของเมธัส กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่หน้าตู้วงจร ฝาครอบอุปกรณ์สแกนคลื่นสมองที่เสียไปสองวันถูกเปิดออก สายไฟพาดระโยงระยางระหว่างโต๊ะ ราวกับเส้นประสาทของยานแม่

       ประตูเลื่อนเปิดออก พร้อมเสียงฝีเท้าเบา ๆ

       "กินข้าวคนเดียวอร่อยไหมเพื่อน?" อาร์จันทักโดยไม่เงยหน้า

       "ก็งั้น ๆ น่ะแหละ... ชินแล้วว่ะ"

       เมธัสทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ ถอนหายใจเบา ๆ

       "ว่าแต่นาย ซ่อมเจ้าเครื่องนี้เสร็จยัง?"

       "เสร็จสิ นายไม่เชื่อมือฉันหรือไง?" อาร์จันยื่น NERVA เครื่องสแกนสมองระบบนิวตริโน2 ให้

       "ต้องจูนคลื่นนิดหน่อย แต่ตอนนี้บีมเสถียรแล้ว ลองดูดิ"

       เมธัสรับมาสวมลงบนหัว—เครื่องทำงานทันที หน้าจอด้านข้างปรากฏกราฟสมองเต้นขึ้นลง และแถบสถานะสีฟ้าอ่อนฉายข้อความ


        “NeuroNeutrino Sync – Stable”


       "อืม... ดูโอเคเลย" เมธัสพยักหน้า "ขอบใจมาก นายไปกินข้าวได้แล้ว เดี๋ยวฉันทดลองต่อเอง"

       อาร์จันยังไม่ลุก แต่หันมามองเมธัสด้วยแววตากึ่งจริงกึ่งแซว

       "ไม่หาแฟนซักคนล่ะเพื่อน? อายุสามสิบแล้วยังนั่งกินข้าวคนเดียวเนี่ยนะ?"

       เมธัสหัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนตอบจริงจัง

       "ฉันไม่เชื่อในความสัมพันธ์แบบสุ่ม ๆ หรอก" เขาขยับเครื่องสแกนให้กระชับขึ้น

       "ฉันเชื่อในพรหมลิขิต…

       "มนุษย์ควรอยู่กับคนรักที่แท้จริงเพียงหนึ่งเดียวในจักรวาล ไม่ใช่คบไปเรื่อย ๆ โดยไม่รู้ว่าใช่หรือเปล่า"

       อาร์จันยกมือป้องปากแกล้งตกใจ

       "แล้วจะรู้ได้ไงวะว่าเธอคนนั้นคือเนื้อคู่นาย?"

       "Sign ไงเพื่อน" เมธัสยิ้มบาง ๆ

       "พระเจ้าจะมอบ Sign ให้กับเราทุกคน เธอจะมาพร้อมกับสัญญาณบางอย่าง...

       “อาจเป็นคำพูด สายตา หรืออะไรบางอย่างในอากาศ ที่ทำให้เรา ‘รู้เลย’ ว่า... นั่นแหละ ใช่"

       อาร์จันส่ายหัวพลางลุกขึ้น

       "นายอยู่มา 30 ปีแล้ว ยังไม่เคยเจอ Sign อะไรเลย ฉันว่านะ..." เขาหยิบกล่องข้าวจากลิ้นชัก

       "ไม่แน่ เนื้อคู่นายอาจจะยังไม่เกิด หรืออาจตายไปแล้วก็ได้"

       เขาหัวเราะก่อนเดินออกจากห้อง

       "ฉันไปก่อนละ เดี๋ยวข้าวแกงป้าจะหมด"

       เสียงประตูเลื่อนปิดลง

       เมธัสหลุดหัวเราะในลำคอ ทั้งขำ ทั้งเหงา เขาหันกลับมาที่โต๊ะทดลอง นิ้วแตะบนคอนโซล NERVA เปิดระบบ Neural Beam Tuning คลื่นสมองของเขาถูกแปลงเป็นสัญญาณนิวตริโนแบบ pulse แล้วปล่อยออกไป

 
       ...สู่จักรวาลที่ว่างเปล่า ที่ไม่เคยมีใครตอบกลับ


       เสียงระบบดังขึ้นเบา ๆ


        “NNP-Tx : Active…” 

        “Waiting for Neural Response…”

 
       เมธัสเอนหลังพิงเก้าอี้เล็กน้อย ปล่อยตัวให้นิ่ง แสงจากหน้าจอคอนโซลยังคงกระพริบสม่ำเสมอ

       ซุปขิงดำ ไก่ตุ๋นสมุนไพร ที่กินไป เริ่มออกฤทธิ์ ไม่นาน ร่างกายก็ค่อย ๆ ผ่อนคลาย

       เขาผลอยหลับไปคาโต๊ะทดลอง โดยที่ยังสวมเครื่องสแกนสมองอยู่

       และในขณะที่หลับลึก หน้าจอระบบก็ปรากฏข้อความขึ้นอย่างเงียบงัน

 
        “Unknown Pulse Incoming...”

        “Neural Signature: Not in Database”

 
       แต่เมธัส... หลับลึกไปแล้ว

────୨ৎ────

       ห้องทดลองอวกาศประสานจิต – เวลา 14:47 น.

       "คุณคะ... คุณ ได้ยินฉันไหม..."

       เสียงนั้นนุ่มลึก ราวกับกระซิบอยู่ข้างหู แทรกเข้ามาในห้วงความคิดของเมธัส ใกล้เสียจนเหมือนใครบางคนยืนอยู่ตรงนั้น

       "คุณอยู่ไหนคะ... คุณคะ..."

       เมธัสขมวดคิ้วเบา ๆ ทั้งที่ยังหลับ ร่างกายกระตุกเล็กน้อย ราวกับสมองพยายามไล่ตามเสียงนั้นก่อนที่—

       แกร๊ก!

       ประตูห้องแล็บเลื่อนเปิดออก

       อาร์จันเดินเข้ามา พร้อมกล่องอาหารเปล่าในมือ

       "เห้... หลับคาโต๊ะอีกแล้วเหรอ?"

       เสียงนั้นปลุกเมธัสให้สะดุ้งเฮือก เงยหน้าขึ้นจากโต๊ะ สีหน้าของเขาเหมือนคนเพิ่งพ้นจากห้วงลึกของบางสิ่ง

       "ฉัน... ได้ยินเสียง" เมธัสพึมพำ ก่อนหันมามองเพื่อนด้วยความสับสน

       "ผู้หญิง... เธอกระซิบอยู่ใกล้หูฉันเลย... เหมือนอยู่ตรงนี้... นายแกล้งฉันรึเปล่า?"

       อาร์จันเลิกคิ้ว

       "อะไรนะ?"

       เขาวางกล่องอาหาร แล้วมองเพื่อนด้วยแววตางุนงง "เปล่าเลย ฉันเพิ่งเข้ามาเมื่อกี้เอง นายตื่นพอดี... แล้วนั่น—"

       เขาชี้ไปที่เครื่องสแกนสมอง NERVA ที่ยังคาอยู่บนหัวเมธัส

       "ตอนนายนอน นายใส่เครื่องนี้ไว้ตลอดเลยใช่ไหม?"

       เมธัสยกมือขึ้นลูบศีรษะ

       "อืม... คงใช่..." เขาพยายามนึก "ฉันใส่ไว้ตอนจะทดสอบการกระตุ้น Theta band..."

       เขาเบ้หน้าเล็กน้อย ราวกับเพิ่งนึกได้

       "แล้วก็เผลอหลับไป"

       อาร์จันเดินไปดูหน้าจอที่ยังฉายกราฟคลื่นสมองแบบ 3D

       "ดูเหมือนเครื่องจะรวนอีกแล้วล่ะ" เขาพูดเสียงเรียบ "คลื่น Theta3 กับ Delta4 ของนายพุ่งชนกัน แล้วก็มีสัญญาณย้อนกลับไปยัง Pons-Cortex5 loop... นายกำลังฝันลึก พร้อมการกระตุ้นที่ไม่เสถียร"

       เมธัสจ้องหน้าจอด้วยสีหน้ากังวล

       "นายหมายความว่า... เครื่องมันกระตุ้นคลื่นฝันของฉันเองเหรอ?"

       "ใช่" อาร์จันตอบ "แถมยังโดน hippocampal6 echo ของตัวเองสะท้อนกลับมาด้วย นายกำลังเจอภาพฝัน ‘จากข้างใน’ กับ ‘สิ่งกระตุ้นจากคลื่นเทียม’ พร้อมกันเลย..."

       เมธัสยังคงนิ่ง ราวกับพยายามแยกแยะว่าอะไรคือฝัน อะไรคือจริง เขาเอียงหัวเล็กน้อย ก่อนพูดเสียงเบา

       "...หรือว่า ‘ผี’ วะ...?"

       เขาเหม่อมองไปทางเครื่องสแกนสมอง "แต่ถ้าใช่... ผีตนนั้นกำลังเรียกหาฉัน... ด้วยชื่อที่ฉันยังไม่รู้จัก"

       ขนที่ต้นแขนลุกชันโดยไม่รู้ตัว

       อาร์จันถอนหายใจ หยิบไขควงจากกล่องเครื่องมือ

       "ฉันจะรีเซตวงจร temporal harmonizer ให้ละกัน... พรุ่งนี้ค่อยเช็กใหม่ คืนนี้... ถ้าเจอผีอีก ลองถามชื่อเธอดูนะเพื่อน บางทีเธออาจเป็นเนื้อคู่จากต่างมิติก็ได้"

       เมธัสกลอกตา

       "ถ้าเธอเป็นแบบนั้นจริง... ฉันก็หวังว่าเธอจะบอกพิกัดนิวตริโนบีมของเธอให้ฉันด้วยนะ"
 

(มีต่อ)
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่