เอกฐานลิขิตใจ | บทที่ 2 QEP ภาวะพัวพันเหนือปีแสง

การพัวพันเชิงควอนตัม--ปรากฏการณ์ที่สองอนุภาคถูกลิขิตให้สะท้อนซึ่งกันและกัน โดยไม่ขึ้นกับระยะทาง... แต่หากคู่อนุภาคนั้นถือกำเนิดในจิตใจคนสองคน นั่นคือ คู่แท้ ที่สะท้อนเสียงหัวใจของกันและกัน แม้ว่าจะอยู่คนละฟากของจักรวาลก็ตาม

เอกฐานลิขิตใจ | The Singularity of Destiny

บทที่ 2 QEP ภาวะพัวพันเหนือปีแสง



       
       Shuttle Bus ไฟฟ้าไร้คนขับ เคลื่อนตัวอย่างนุ่มนวล ไร้ซึ่งเสียงเครื่องยนต์ มีเพียงเสียงฮัมแผ่วเบาของระบบไฟฟ้า ที่คลอไปกับความคิดของเขา

       เมธัสนั่งริมหน้าต่างฝั่งขวาของรถ สายตาเหม่อมองออกไปนอกกระจก ไม่ใช่ว่าเขากำลังมองอะไรเป็นพิเศษ แต่เหมือนแค่ปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับเส้นขอบฟ้าที่ค่อย ๆ ถอยห่างออกไป

       แสงจากโคมไฟถนนทอดตัวเป็นระยะบนพื้นคอนกรีตโล่งรอบฐานของ SpaceZ บรรยากาศยังคงเงียบสงบอย่างที่เคยเป็น

       ท้องฟ้านอกกระจกมืดสนิท แสงดาวบางดวงกระพริบราวกับกำลังหายใจเบา ๆ เมธัสจ้องมองมันนิ่งนาน

       “ดวงไหนกันนะ…ที่เธอกำลังอยู่?”

       ในแววตาเขาสะท้อนแสงดาวดวงเล็กดวงน้อย แต่ในใจ... สะท้อนเพียงภาพเส้นผมยาวสยายที่แฝงสีม่วงเข้ม เปล่งประกายระยิบระยับ

       “ผมสีกาแล็กซี่...” เขาคิด “มันช่าง...ไม่เหมือนใครเลยจริง ๆ”

       แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในหัว...

       “เมธัส... คุณได้ยินฉันไหมคะ?

       เขากะพริบตาเร็ว มือแนบหน้าอกเบา ๆ โดยไม่รู้ตัว
 
       เสียงนั้น—ชัดเกินกว่าจะเป็นแค่ความฝัน
 
       เขาเอ่ยเบา ๆ ไม่แน่ใจว่าพูดออกมาหรือแค่คิดในใจ

       “ได้ยินครับ เคทิส... ผมกำลังคิดถึงคุณ... ว่าแต่...เราไม่ได้เจอกันแค่ในฝันเหรอครับ?”

       “ใช่แล้วค่ะ... ตอนนี้ QeLyra ของเราถูกกระตุ้นสมบูรณ์แล้ว เราสามารถคุยกันได้ตลอดเวลา แค่...ส่งจิตถึงกัน”

       “หมายถึง... เราต้องคิดถึงพร้อมกันทั้งคู่เหรอครับ?”

       “ใช่ค่ะ... เมื่อคุณคิดถึงฉัน ก็เหมือนคุณมาเคาะประตู QeLyra ของฉัน…ถ้าฉันเปิด ฉันก็จะได้ยินคุณ

       “และถ้าฉันคิดถึงคุณ... ประตูฝั่งคุณก็จะสั่นเหมือนกัน แค่คุณยอมเปิด... คุณก็จะได้ยินฉัน เหมือนตอนนี้”

       เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ราวกับโอบกอดหัวใจเขาได้ แม้ไม่ได้ยินด้วยหู

       “ฉันรู้สึกว่า... วันนี้คุณคิดถึงฉันทั้งวันเลยใช่ไหมคะ?

       เมธัสยิ้มมุมปาก

       “ผมขอโทษที่เคาะประตู QeLyra คุณทั้งวัน… แต่ผมคิดถึงคุณจริง ๆ นะ เคทิส”

       “ฉันก็คิดถึงคุณค่ะ แต่... ฉันควบคุมมันได้”

       “ควบคุม... ยังไงเหรอครับ?”

       “เราสามารถเลือกได้ค่ะ ว่าจะส่งความคิดไหนผ่าน QeLyra หรือจะเก็บไว้ในใจตัวเอง”

       เมธัสเอนหัวพิงกระจก ถอนหายใจแผ่ว

       “แต่ผมอยากให้คุณรู้ว่า…ผมคิดถึงคุณตลอดเวลาเลยนะครับ...”

       เสียงหัวเราะเบา ๆ ของเธอดังขึ้นในหัว

       “ฮิฮิ... ฉันก็อยากให้คุณรู้ว่า ฉันก็คิดถึงคุณตลอดเวลาเหมือนกัน…แต่ฉันต้องทำงานค่ะ”

       “งานของคุณคืออะไรเหรอครับ?”

       “แล้วคุณจะรู้เองค่ะ... แต่ตอนนี้ ฉันต้องไปก่อนนะคะ หัวหน้าฉันเรียกแล้ว”

       “ครับเคทิส... หวังว่าคุณยังอยู่ในนี้กับผมนะครับ อย่าหายไปไหนนะครับ”
 
       “แน่นอนค่ะ เมธัส... ถ้า QeLyra ของเราถูกเชื่อมกันแล้ว เราจะไม่มีวันหายจากกัน แม้จะอยู่คนละฟากของจักรวาลก็ตาม... และ...”

       เธอเว้นจังหวะ ก่อนเอ่ยด้วยเสียงนุ่มลึก

       “...เราจะเป็นหนึ่งเดียวซึ่งกันและกัน

       ไม่มีอะไรมาเปลี่ยนแปลงมันได้...

       เขายิ้มเพ้อเบา ๆ น้ำเสียงเธอจางหาย แต่ความรู้สึกยังค้างอยู่ในอก

       เมธัสถอนหายใจเบา ๆ ด้วยความปลาบปลื้ม ก่อนจะรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมา—

       เหมือนมีสายตาลึกลับกำลังจับจ้องเขาอยู่

       เขาหันขวับไปทางที่นั่งด้านซ้าย แล้วสะดุ้งเฮือก

       “อุ้ยยยส์!”

       ป้าแม่บ้าน SpaceZ ที่นั่งอยู่ข้างเขาตลอดทาง จ้องเขานิ่ง ไม่กระพริบตา ราวกับกำลังพิจารณาสิ่งมีชีวิตประหลาดจากห้องทดลอง 

       เมธัสกระพริบตาถี่ ก่อนเอ่ยเสียงแผ่ว

       “เอ่อ…ป้า ได้ยินผมคุยกับแฟนผมตลอดทางเลยเหรอครับ?”

       “ก็ใช่สิ” ป้าตอบกลับทันที พร้อมยักคิ้ว “อิจฉานะ คนมีแฟน... แล้วแฟนเธออยู่ไหนล่ะ? ไม่มาพักด้วยกันที่นี่?”

       “เธอน่าจะอยู่ไกลมากเลยครับป้า... เผลอ ๆ อาจจะซักล้านปีแสง”

       สีหน้าของป้าแม่บ้านแปรเปลี่ยนเป็นความงุนงงขั้นสุด เธอส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นเมื่อรถจอด

       “ป้าไปละ พอดีถึงหอแล้ว…เธอก็อย่าดูหนังมากไปล่ะ คุยคนเดียวก็เป็น คนสมัยนี้...เฮ้อออ”
 

 
       ห้องทดลองอวกาศประสานจิต – เวลา 09:48 น.

       แสงไฟนีออนสะท้อนผนังโลหะของห้องวิจัยชั้นล่างสุดใต้สำนักงานใหญ่ SpaceZ

       เมธัสเดินเข้ามาในห้อง มือยังสะพายเป้ ใบหน้ายังเปื้อนรอยยิ้ม เขาหยุดมองอาร์จันที่นั่งอยู่หน้าจอสามมิติ ซึ่งเต็มไปด้วยสมการควอนตัมซ้อนทับกันหลายชั้น

       “สวัสดี อาร์จัน” เขาทักด้วยน้ำเสียงเรียบแต่สดใส

       อาร์จันเหลือบตามองเพื่อน ขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วหัวเราะในลำคอ

       “ว่าไงเพื่อน หน้านายดูอมชมพูผิดปกตินะ”

       เมธัสวางเป้ลงข้างโต๊ะ หย่อนตัวนั่งลงบนเก้าอี้เลื่อนแล้วยิ้มหน้าบานอย่างที่อาร์จันไม่เคยเห็นมาก่อน

       “แน่นอน เมื่อคืนฉันนอนคุยกับเธอทั้งคืน...มาสายเลยวันนี้ ต้องขอโทษที่ปล่อยให้นายกินข้าวเช้าคนเดียว”

       อาร์จันยักไหล่ ยกแก้วกาแฟขึ้นจิบแล้วยิ้มบาง ๆ

       “ไม่เป็นไร ฉันเข้าใจคนมีความรักนะ ฉันก็เคยเป็นแบบนายเนี่ยแหละ...

       “แต่ตอนนี้เหรอ?...

       “ทะเลาะกันแทบทุกวัน ฮ่า ๆ ๆ”

       เมธัสหัวเราะเบา ๆ สายตาเหลือบไปมองสมการบนจอที่ยังเปิดอยู่

       “นายกำลังเจาะลึกสมการนี้อยู่ใช่ไหม?”

       อาร์จันพยักหน้า แล้วชี้ไปที่ QSM Diagram บนจอแบบหมุนได้สามมิติ

       “ใช่ ฉันว่ามันน่าสนใจมากเลย ‘Qubit Soulmate’ ของนาย—หรือที่เธอเรียกว่าอะไรนะ...”

       “อ๋อ QeLyra ใช่ไหม” เมธัสโน้มตัวมาข้างหน้า มองจออย่างตั้งใจ

       “อืมม นั่นแหละ... ‘Qe’ อาจหมายถึง ‘Quantum Entanglement’ ในภาษาของเรา”

       อาร์จันแตะหน้าจอ บิดภาพให้เห็นโครงสร้างภายใน

       “จากที่ฉันวิเคราะห์ มันมี QEP1 สองชุด แยกกันอย่างสมมาตร—

       “หนึ่งอยู่ในสมองนาย อีกหนึ่งในสมองเธอ

       “แต่ละชุดมี QEP-whp เป็นโหนด ‘กระซิบ’ และ QEP-lsn เป็นโหนด ‘รับฟัง’ ”

       เมธัสยกมือลูบคาง พลางกล่าวเสริม

       “อือ QEP… Quantum Entangled Pair มีสถานะพัวพันกันแบบไม่ขึ้นกับระยะทาง

       “เหมือนลูกเต๋าสองลูกที่ถูกตั้งเงื่อนไขร่วมกัน—แค่เราทอยลูกหนึ่ง อีกลูกจะให้ผลที่สัมพันธ์กันทันที...

       “แม้จะอยู่ห่างกันเป็นพันล้านปีแสง”

       อาร์จันซูมเข้าไปที่จุดเชื่อมต่อของ whp และ lsn แล้วพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

       “แต่ความเจ๋งมันอยู่ตรงนี้—โหนดรับฟัง QEP-lsn มันเหมือน quantum switch ที่ไม่มีสถานะ ground state ถาวร

       “มันจะ remain dormant จนกว่าจะได้รับ 'resonant quantum impulse' จากคู่พัวพันเท่านั้น”

       เมธัสพยักหน้าอย่างครุ่นคิด

       “...น่าจะเป็นวันนั้นแหละ วันที่ฉันเผลอหลับคาโต๊ะ…

       “เธอส่งคลื่นสมองผ่าน Neutrino beam มาตกที่เครื่องสแกน แล้วมันกระตุ้น QEP-lsn ฝั่งฉันโดยตรง

       “ฉันได้ยินเสียงเธอแบบชัดมาก...เหมือนอยู่ข้าง ๆ”

       “แต่ตอนนั้นเธอไม่ได้ยินนายใช่ไหม?” อาร์จันเอนพิงพนักเก้าอี้ เท้าคาง “เพราะโหนดรับฟังของเธอยัง dormant อยู่”

       “อืม... Neutrino beam คลื่นสมองของเราอ่อนเกินไป เมื่อเทียบกับ attenuation ที่สเกลข้ามระบบดาว”

       เมธัสพูดพลางหมุนเก้าอี้เบา ๆ

       “ทำให้คลื่นสมองของฉันไม่สามารถกระตุ้น QEP-lsn ฝั่งเธอได้ นั่นคงเป็นเหตุผลที่เธอส่งสมการ remap โหนดกระซิบ QEP-whp มาให้ฉัน”

       อาร์จันพยักหน้า แล้วกวาดนิ้วไปยังสูตรอีกฝั่งของจอ

       “ใช่ และในขณะเดียวกัน เธอก็ remap โหนดรับฟัง QEP-lsn ของตัวเอง ให้ตรงกับโหนดกระซิบ QEP-whp ชุดใหม่ของนาย

       “แถมยังใช้คลื่นสมองของตัวเอง ‘ปลุก’ QEP-lsn ฝั่งเธอได้ด้วย!

       “แปลว่า... QEP-whp และ QEP-lsn ของทั้งสองฝั่ง เพิ่งถูกกระตุ้นสมบูรณ์เมื่อคืนนั้น

       “คืนที่นายเอาเครื่องปรับแต่งตามสมการของเธอไปสวมหัวนอน”

       อาร์จันหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วเอนหลังอย่างช้า ๆ

       “แต่ตอนนี้ในหัวฉันมีคำถามเต็มไปหมดเลยเพื่อน…”

       เมธัสหัวเราะในลำคอ พลางส่ายหัวช้า ๆ

       “อย่าว่าแต่นายเลย ฉันก็ยังงง ๆ อยู่เหมือนกัน ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง”

       อาร์จันหันหน้ากลับมามองเขา

       “อย่างแรกเลย—

       “QEP พวกนี้มาอยู่ในสมองนายตั้งแต่เมื่อไหร่กันวะ?

       เมธัสนิ่งเงียบ ดวงตาจ้องเขม็งไปที่ผนังโลหะตรงหน้า
 
       ราวกับพยายามควานหาคำตอบจากจักรวาลที่มืดมิด
 
       “อย่างที่สอง…เธออยู่ที่ไหนกันแน่? นายไม่ได้ถามเหรอ?”

       “เธอบอกแค่ว่า ‘โลกของฉัน’ ...” เมธัสตอบเบา ๆ พลางยักไหล่เล็กน้อย

       อาร์จันเลิกคิ้ว

       “มันก็ใช่นะ ถ้ามีมนุษย์ต่างดาวมาถามนายว่า นายมาจากไหน นายจะตอบว่าอะไร?”

       “โลก… ฉันตอบเธอไปแบบนั้น”

       “แล้วทำไมนายไม่บอกชื่อดาวไปเลยล่ะ?”

       เมธัสนิ่ง ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ

       “เออ... นั่นสิ แล้วดาวเรามีชื่อด้วยเหรอวะ?”

       “Terra ชื่อทางดาราศาสตร์ของโลก” อาร์จันเอ่ย พลางเลื่อนแผนที่ดาวขึ้นมาอีกหน้าจอ

       เมธัสทำหน้าครุ่นคิด ก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินไปที่คอนโซลแล้วเปิด log สัญญาณย้อนหลังจากเครื่องสแกนสมอง

       “งั้นเรามาลองหากันดูว่า... ‘โลกของเธอ’ อยู่ตรงไหนกันแน่”

       เขาเปิดระบบวิเคราะห์ phase drift แล้วซูมเข้าเฟสสัญญาณที่บันทึกไว้

       จอภาพสามมิติแสดงกราฟนิวทริโนเต้นเป็นพัลส์ถี่ ๆ แต่เมธัสมองเลยมันไปไกลกว่านั้น...

       เขาเพิ่งพบสิ่งที่แม้แต่นักดาราศาสตร์ก็ไม่เคยเห็น เขาพึมพำเบา ๆ ขณะจ้องข้อมูลที่วิเคราะห์ออกมา

       “นี่ไม่ใช่แค่สัญญาณทั่วไป...

       “มันมีการ oscillation เฉพาะตัว ค่า mass splitting ระหว่าง flavor ของนิวทริโน...มัน ‘เบี้ยว’ จากค่าปกติในระบบสุริยะไปเล็กน้อย

       “เหมือนนิวทริโนเดินทางผ่านดาวเคราะห์หลายดวงที่มีวงโคจรเบียดกันแน่น”

       เขาซูมเข้า phase drift ของสัญญาณ อาร์จันโน้มตัวมาดูอย่างตั้งใจ

       “0.089 π-phase drift ต่อหนึ่งล้านกิโลเมตร…”

       เมธัสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

       “มีสะดุดเฟสที่ 7.13 และ 7.45 ด้วย…”

       เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย

       “เหมือนอะไรบางอย่างโคจรมาบังเส้นทางระหว่างทาง มากกว่าหนึ่งดวง…”

       เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเขาจะเงยหน้าขึ้นอย่างช้า ๆ สายตานิ่งแน่ว ราวกับเพิ่งเห็นแสงแรกของคำตอบที่ตามหา

       “...มีเพียงดาวฤกษ์ดวงเดียวในรัศมีไม่เกิน 40 ปีแสง ที่มีดาวเคราะห์เจ็ดดวงโคจรรอบมัน

       “และมีคุณสมบัติการผ่านหน้าดาวฤกษ์ซ้อนกันแบบนี้ได้…”

       เขาพูดช้า ๆ ราวกับกำลังประกาศออกไปยังจักรวาลทั้งหมด

       “TRAPPIST-1”


(มีต่อ)
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่