การพัวพันเชิงควอนตัม--ปรากฏการณ์ที่สองอนุภาคถูกลิขิตให้สะท้อนซึ่งกันและกัน โดยไม่ขึ้นกับระยะทาง... แต่หากคู่อนุภาคนั้นถือกำเนิดในจิตใจคนสองคน นั่นคือ คู่แท้ ที่สะท้อนเสียงหัวใจของกันและกัน แม้ว่าจะอยู่คนละฟากของจักรวาลก็ตาม
เอกฐานลิขิตใจ | The Singularity of Destiny
บทที่ 7 Singularity จุดเอกฐานแห่งโชคชะตา
เมธัสเดินเข้ามายัง DreamsCabin อย่างเงียบงัน แสงสีขาวนวลค่อย ๆ สว่างขึ้นตามจังหวะการก้าวของเขา
ภายในห้องยังคงเรียบง่ายและสงบ—เกือบเหมือนห้องแห่งความฝันจริง ๆ ที่ไม่มีอะไรรบกวนเลย...นอกจากหัวใจของเขาเอง
สมองยังคงวนเวียนกับภาพของเธอ
...
ผิวสีน้ำผึ้งหวานละมุน
...เส้นผมที่สะบัดราวกาแล็กซี่ไหลไปในสุญญากาศ
...รอยยิ้มอ่อนโยนที่เหมือนจะหลุดออกมาจากมวลแสง
เขามองตู้เสื้อผ้าชีวะที่กะพริบแสงเบา ๆ เหมือนเชิญชวนให้เปลี่ยนชุดนอน แต่เมธัสส่ายหน้า ยิ้มบาง
“
คืนนี้... ฉันจะใส่ชุดกัปตัน... เพราะเธออาจมาเข้าฝัน”
เขาทำท่านั่งเอนตัวนิด ๆ เตียงชีวะสีขาวสะอาดค่อย ๆ ยืดตัวขึ้นมาเงียบ ๆ ตามสัญญาณชีพ
แต่ก่อนที่เขาจะเอนตัวลงนอน...
“
พรึ้บ!”
ร่างของเคทิสปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเขาในทันที
แสงนุ่มเรืองที่แปรเป็นกายของ
HoloVatar ทำให้ทุกอย่างรอบตัวเหมือนหยุดหมุน
เมธัสลุกพรวดขึ้น ใจเต้นโครมครามจนเหมือนจะกระแทกออกมานอกอก
เคทิสเอียงศีรษะเล็กน้อย ยิ้มบางๆ
“วันนี้ขอโทษด้วยนะคะที่ฉันปิด
QeLyra ไว้ เพราะมีประชุมตลอดเลยค่ะ... เนี่ยเพิ่งจะว่าง”
เธอขยับเข้าใกล้ ยิ้มแบบคนแอบซน
“เลยแอบเข้ามาใช้
HoloMoveSync อีกห้องหนึ่ง”
เขายิ้มกว้างแบบเขินอาย
“ไม่เป็นไรครับเคทิส... แค่ได้เห็นคุณตรงหน้าแบบนี้ ก็เหมือนโลกทั้งใบเริ่มหมุนอีกครั้งแล้วครับ”
เธอมองชุดของเขาแล้วอมยิ้ม
“คุณใส่ชุดนี้แล้วดูดีมากจริง ๆ ค่ะ”
เขาหัวเราะเขินอาย
“อับดุลก็บอกแบบนี้เหมือนกันครับ... แต่ผมรู้สึกว่า...”
เขาเหลือบลงต่ำก่อนจะยกมือเกาแก้มตัวเองกลบเกลื่อน
“มันเข้ารูปมากไปหน่อย”
เคทิสหัวเราะน้อย ๆ อย่างสดใส ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย
“เออ... ฉันเห็นจาก
log ของ
VeltrayWhale แล้ว คุณคำนวณหา
Cronosgate ได้แล้วเหรอคะ”
เขาเกาท้ายทอยอย่างขวยเขิน
“ยังไม่แน่ใจเลยครับ เราคงต้องสำรวจก่อนน่ะครับ”
เธอพยักหน้าเบา ๆ อย่างเข้าใจ
“แต่ฉันว่ามีโอกาสใช่ค่ะ เพราะพิกัดนั้นเราไม่เคยสำรวจมาก่อนเลย”
เมธัสเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ
“ครับ ผมก็หวังเช่นนั้น... หวังว่า...
เราจะได้พบกันจริง ๆ”
เธอเอ่ยชื่อเขาเบา ๆ
“
เมธัส...คะ”
“ครับ...
เคทิส”
เคทิสยื่นหน้าเข้าใกล้
“
ฉันจะให้รางวัลคุณค่ะ”
เธอก้าวเข้ามาแนบชิด —
แล้ว
จุมพิตลงบนริมฝีปากเขาเบา ๆ
เบากว่าลมหายใจ
เบากว่าความคิด
แต่กลับหนักแน่นพอจะทำให้หัวใจเขา...
ล่องลอยขึ้นจากแรงโน้มถ่วงของยาน
เมธัสเบิกตากว้าง —
ไม่ใช่เพราะตกใจ
แต่เพราะ
ไม่คิดว่า ความรักที่ประกอบขึ้นจากแสง จะสัมผัสได้จริงขนาดนี้
มันเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ และบางสิ่งที่อธิบายไม่ถูก
เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา สายตานั้นเต็มไปด้วยแสงอบอุ่นที่ไม่มีวันสะท้อนจากกระจกใดในจักรวาล
“
เมธัสคะ... “
“
ครับ...”
“
คุณนอนลงสิคะ”
เธอวางฝ่ามือแสง ลงบนอกเขาเบา ๆ แรงสัมผัสนั้นนุ่มราวละอองดาว แต่กลับแนบแน่นจนหัวใจเขาสะท้าน
เขาค่อย ๆ ย่อตัวลงบนเตียงตามแรงโน้มถ่วงแห่งแสงของเธอ ไม่ใช่เพราะแรงมือผลัก แต่เพราะ...
หัวใจ ถูกชักนำ
เคทิสโน้มตัวตามลงมาช้า ๆ แสงของเธอไหลเคลื่อนไปกับเขา เหมือนจะละลายรวมกันเป็นม่านความรู้สึกล่องลอย
เตียงชีวะสีขาวค่อย ๆ ปรับระดับเลื่อนต่ำลงกับพื้น ราวกับกำลังตอบรับมนต์สะกดจากใครคนหนึ่ง ที่ไม่ได้อยู่ในห้องนี้...
เขาเอื้อมมือแตะเส้นผมของเธอเบา ๆ แสงกาแล็กซี่ระยิบระยับ ไหลไปตามปลายนิ้วของเขาอย่างอ่อนโยน
ริมฝีปากสัมผัสกันอีกครั้ง
คราวนี้ยาวนานกว่าเดิม...
ลึกกว่าเดิม...
เหมือนแสงทั้งหลายในอวกาศ...
แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนไหวที่ไหลผ่านผิว...
เขารู้สึกเหมือนดวงดาวทั้งกาแล็กซี่เคลื่อนผ่านร่าง — ไม่ใช่เพราะแรงโน้มถ่วงใด ๆ แต่เป็นแรงโน้มถ่วงจากหัวใจ
ไม่มีคำพูด ไม่มีคำถาม ไม่มีแม้แต่เสียงลมหายใจเข้าออก มีเพียงความรู้สึก...
เธออยู่ที่นี่
อยู่ตรงนี้กับเขา
...ในห้องหนึ่งของยาน
ที่ล่องลอยอยู่กลางสุญญากาศไม่มีที่สิ้นสุด...
นิ้วของเขายังวางแผ่วอยู่บนแสงผมของเธอ ขณะที่ดวงตาเธอกำลังมองเขา
สองใจต่างประสาน แม้อยู่ห่างกันคนละฟากของจักรวาล
…
…
เคทิสค่อย ๆ ถอนกายออกจากอ้อมแขนที่กำลังโอบกอดแสง
“
ฉันต้องไปแล้วค่ะ…”
เสียงของเธอนุ่มนวลเหมือนฝัน
เมธัสรีบคว้ามือเธอไว้ — แต่สัมผัสนั้น... แทรกผ่านมือเขาไปเบา ๆ
“พอดีแอบมาใช้ห้องนี้อยู่น่ะค่ะ”
เคทิสยิ้มขำเล็ก ๆ เสียงเธอเบาแต่เต็มไปด้วยชีวิต
“กลัวมีใครมาเจอเข้า... เดี๋ยวเขาจะสงสัยว่าฉันกำลังทำอะไร”
เธอหัวเราะออกมาเบา ๆ เอียงหน้านิดหนึ่งราวกับเด็กหญิงแกล้งซน
แสงเรืองบนเส้นผมกาแล็กซี่ยังสะท้อนกับรอยยิ้มของเธอ ...อย่างไม่มีอะไรกลั้นไว้ได้
เธอยกมือขึ้นอีกครั้ง สัมผัสแก้มเขาแผ่วเบา ...
สัมผัสสุดท้าย …และรอยยิ้มสุดท้ายของเธอ
...คือรอยยิ้มที่
‘จริงที่สุด’ เท่าที่เขาเคยเห็นในจักรวาลนี้
แล้วร่างของเธอก็ค่อย ๆ ละลายกลืนไปกับอากาศ เหมือนสายแสงที่เดินทางไกลจนสุดขอบของจักรวาล แล้วเลือนหายไป
คำสุดท้ายของเธอ... ยังลอยค้างอยู่ในห้องนั้น
“
ฝันดีนะคะ...เมธัส...”
และแม้จะเหลือเพียงแสงขาวจาง ๆ บนเพดานยานที่เงียบสงัด
.
..แต่ในหัวใจของเขา
เธอยังคง ‘แนบชิด’
กับมนุษย์เพียงคนเดียว
ในความเวิ้งว้างของ Infinite Space ...
มหาสมุทรแห่งความว่างเปล่า... ที่ไม่มีวันสิ้นสุด
(มีต่อ)
เอกฐานลิขิตใจ | บทที่ 7 Singularity จุดเอกฐานแห่งโชคชะตา
เมธัสเดินเข้ามายัง DreamsCabin อย่างเงียบงัน แสงสีขาวนวลค่อย ๆ สว่างขึ้นตามจังหวะการก้าวของเขา
ภายในห้องยังคงเรียบง่ายและสงบ—เกือบเหมือนห้องแห่งความฝันจริง ๆ ที่ไม่มีอะไรรบกวนเลย...นอกจากหัวใจของเขาเอง
สมองยังคงวนเวียนกับภาพของเธอ
...ผิวสีน้ำผึ้งหวานละมุน
...เส้นผมที่สะบัดราวกาแล็กซี่ไหลไปในสุญญากาศ
...รอยยิ้มอ่อนโยนที่เหมือนจะหลุดออกมาจากมวลแสง
เขามองตู้เสื้อผ้าชีวะที่กะพริบแสงเบา ๆ เหมือนเชิญชวนให้เปลี่ยนชุดนอน แต่เมธัสส่ายหน้า ยิ้มบาง
“คืนนี้... ฉันจะใส่ชุดกัปตัน... เพราะเธออาจมาเข้าฝัน”
เขาทำท่านั่งเอนตัวนิด ๆ เตียงชีวะสีขาวสะอาดค่อย ๆ ยืดตัวขึ้นมาเงียบ ๆ ตามสัญญาณชีพ
แต่ก่อนที่เขาจะเอนตัวลงนอน...
“พรึ้บ!”
ร่างของเคทิสปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเขาในทันที
แสงนุ่มเรืองที่แปรเป็นกายของ HoloVatar ทำให้ทุกอย่างรอบตัวเหมือนหยุดหมุน
เมธัสลุกพรวดขึ้น ใจเต้นโครมครามจนเหมือนจะกระแทกออกมานอกอก
เคทิสเอียงศีรษะเล็กน้อย ยิ้มบางๆ
“วันนี้ขอโทษด้วยนะคะที่ฉันปิด QeLyra ไว้ เพราะมีประชุมตลอดเลยค่ะ... เนี่ยเพิ่งจะว่าง”
เธอขยับเข้าใกล้ ยิ้มแบบคนแอบซน
“เลยแอบเข้ามาใช้ HoloMoveSync อีกห้องหนึ่ง”
เขายิ้มกว้างแบบเขินอาย
“ไม่เป็นไรครับเคทิส... แค่ได้เห็นคุณตรงหน้าแบบนี้ ก็เหมือนโลกทั้งใบเริ่มหมุนอีกครั้งแล้วครับ”
เธอมองชุดของเขาแล้วอมยิ้ม
“คุณใส่ชุดนี้แล้วดูดีมากจริง ๆ ค่ะ”
เขาหัวเราะเขินอาย
“อับดุลก็บอกแบบนี้เหมือนกันครับ... แต่ผมรู้สึกว่า...”
เขาเหลือบลงต่ำก่อนจะยกมือเกาแก้มตัวเองกลบเกลื่อน
“มันเข้ารูปมากไปหน่อย”
เคทิสหัวเราะน้อย ๆ อย่างสดใส ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย
“เออ... ฉันเห็นจาก log ของ VeltrayWhale แล้ว คุณคำนวณหา Cronosgate ได้แล้วเหรอคะ”
เขาเกาท้ายทอยอย่างขวยเขิน
“ยังไม่แน่ใจเลยครับ เราคงต้องสำรวจก่อนน่ะครับ”
เธอพยักหน้าเบา ๆ อย่างเข้าใจ
“แต่ฉันว่ามีโอกาสใช่ค่ะ เพราะพิกัดนั้นเราไม่เคยสำรวจมาก่อนเลย”
เมธัสเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ
“ครับ ผมก็หวังเช่นนั้น... หวังว่า... เราจะได้พบกันจริง ๆ”
เธอเอ่ยชื่อเขาเบา ๆ
“เมธัส...คะ”
“ครับ...เคทิส”
เคทิสยื่นหน้าเข้าใกล้
“ฉันจะให้รางวัลคุณค่ะ”
เธอก้าวเข้ามาแนบชิด —
แล้ว จุมพิตลงบนริมฝีปากเขาเบา ๆ
เบากว่าลมหายใจ
เบากว่าความคิด
แต่กลับหนักแน่นพอจะทำให้หัวใจเขา...
ล่องลอยขึ้นจากแรงโน้มถ่วงของยาน
เมธัสเบิกตากว้าง —
ไม่ใช่เพราะตกใจ
แต่เพราะ
ไม่คิดว่า ความรักที่ประกอบขึ้นจากแสง จะสัมผัสได้จริงขนาดนี้
มันเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ และบางสิ่งที่อธิบายไม่ถูก
เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา สายตานั้นเต็มไปด้วยแสงอบอุ่นที่ไม่มีวันสะท้อนจากกระจกใดในจักรวาล
“เมธัสคะ... “
“ครับ...”
“คุณนอนลงสิคะ”
เธอวางฝ่ามือแสง ลงบนอกเขาเบา ๆ แรงสัมผัสนั้นนุ่มราวละอองดาว แต่กลับแนบแน่นจนหัวใจเขาสะท้าน
เขาค่อย ๆ ย่อตัวลงบนเตียงตามแรงโน้มถ่วงแห่งแสงของเธอ ไม่ใช่เพราะแรงมือผลัก แต่เพราะ... หัวใจ ถูกชักนำ
เคทิสโน้มตัวตามลงมาช้า ๆ แสงของเธอไหลเคลื่อนไปกับเขา เหมือนจะละลายรวมกันเป็นม่านความรู้สึกล่องลอย
เตียงชีวะสีขาวค่อย ๆ ปรับระดับเลื่อนต่ำลงกับพื้น ราวกับกำลังตอบรับมนต์สะกดจากใครคนหนึ่ง ที่ไม่ได้อยู่ในห้องนี้...
เขาเอื้อมมือแตะเส้นผมของเธอเบา ๆ แสงกาแล็กซี่ระยิบระยับ ไหลไปตามปลายนิ้วของเขาอย่างอ่อนโยน
ริมฝีปากสัมผัสกันอีกครั้ง
คราวนี้ยาวนานกว่าเดิม...
ลึกกว่าเดิม...
เหมือนแสงทั้งหลายในอวกาศ...
แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนไหวที่ไหลผ่านผิว...
เขารู้สึกเหมือนดวงดาวทั้งกาแล็กซี่เคลื่อนผ่านร่าง — ไม่ใช่เพราะแรงโน้มถ่วงใด ๆ แต่เป็นแรงโน้มถ่วงจากหัวใจ
ไม่มีคำพูด ไม่มีคำถาม ไม่มีแม้แต่เสียงลมหายใจเข้าออก มีเพียงความรู้สึก...
เธออยู่ที่นี่
อยู่ตรงนี้กับเขา
...ในห้องหนึ่งของยาน
ที่ล่องลอยอยู่กลางสุญญากาศไม่มีที่สิ้นสุด...
นิ้วของเขายังวางแผ่วอยู่บนแสงผมของเธอ ขณะที่ดวงตาเธอกำลังมองเขา
สองใจต่างประสาน แม้อยู่ห่างกันคนละฟากของจักรวาล
…
…
เคทิสค่อย ๆ ถอนกายออกจากอ้อมแขนที่กำลังโอบกอดแสง
“ฉันต้องไปแล้วค่ะ…”
เสียงของเธอนุ่มนวลเหมือนฝัน
เมธัสรีบคว้ามือเธอไว้ — แต่สัมผัสนั้น... แทรกผ่านมือเขาไปเบา ๆ
“พอดีแอบมาใช้ห้องนี้อยู่น่ะค่ะ”
เคทิสยิ้มขำเล็ก ๆ เสียงเธอเบาแต่เต็มไปด้วยชีวิต
“กลัวมีใครมาเจอเข้า... เดี๋ยวเขาจะสงสัยว่าฉันกำลังทำอะไร”
เธอหัวเราะออกมาเบา ๆ เอียงหน้านิดหนึ่งราวกับเด็กหญิงแกล้งซน
แสงเรืองบนเส้นผมกาแล็กซี่ยังสะท้อนกับรอยยิ้มของเธอ ...อย่างไม่มีอะไรกลั้นไว้ได้
เธอยกมือขึ้นอีกครั้ง สัมผัสแก้มเขาแผ่วเบา ...
สัมผัสสุดท้าย …และรอยยิ้มสุดท้ายของเธอ
...คือรอยยิ้มที่ ‘จริงที่สุด’ เท่าที่เขาเคยเห็นในจักรวาลนี้
แล้วร่างของเธอก็ค่อย ๆ ละลายกลืนไปกับอากาศ เหมือนสายแสงที่เดินทางไกลจนสุดขอบของจักรวาล แล้วเลือนหายไป
คำสุดท้ายของเธอ... ยังลอยค้างอยู่ในห้องนั้น
“ฝันดีนะคะ...เมธัส...”
และแม้จะเหลือเพียงแสงขาวจาง ๆ บนเพดานยานที่เงียบสงัด
...แต่ในหัวใจของเขา
เธอยังคง ‘แนบชิด’
กับมนุษย์เพียงคนเดียว
ในความเวิ้งว้างของ Infinite Space ...
มหาสมุทรแห่งความว่างเปล่า... ที่ไม่มีวันสิ้นสุด
(มีต่อ)