เอกฐานลิขิตใจ | บทที่ 5 Cronosgate เส้นทางไร้กาลอวกาศ

การพัวพันเชิงควอนตัม--ปรากฏการณ์ที่สองอนุภาคถูกลิขิตให้สะท้อนซึ่งกันและกัน โดยไม่ขึ้นกับระยะทาง... แต่หากคู่อนุภาคนั้นถือกำเนิดในจิตใจคนสองคน นั่นคือ คู่แท้ ที่สะท้อนเสียงหัวใจของกันและกัน แม้ว่าจะอยู่คนละฟากของจักรวาลก็ตาม

เอกฐานลิขิตใจ | The Singularity of Destiny

บทที่ 5 Cronosgate เส้นทางไร้กาลอวกาศ



       
       เมธัสก้าวเข้ามายัง BrainHall — แสงไฟค่อย ๆ สว่างขึ้น เผยให้เห็นโถงทรงกลมสีขาวสะอาดและโล่งเรียบของยาน VeltrayWhale

       พื้นห้องตอบสนองกับฝ่าเท้าเขาด้วยเสียง “ตุบ... ตุบ...” เบา ๆ ตามจังหวะก้าว เขาเดินตรงไปยังคอนโซลแสดงผล HoloVis ที่ตั้งอยู่กลางห้อง ใต้โดมโค้งที่มีโครงสร้างชีวะ

       เมื่อเขาเดินมาใกล้ผิวโค้ง คอนโซลก็สว่างขึ้นทันที

       ภาพโฮโลแกรม 3 มิติที่ก่อนหน้านี้แสดงเพียงวงโคจรของระบบสุริยะ บัดนี้ปรากฏภาพ VeltrayWhale ลอยอยู่กลางห้อง โคจรนิ่งในวงรอบของโลก

       นั่นหมายความว่า ระบบ Log กลับมาทำงานแล้ว

       แต่ก่อนที่เขาจะสะท้อน QeLyra แจ้งเธอ—

       “เมธัส... คุณทำสำเร็จ!

       เสียงของเคทิสดังแทรกเข้ามาในสมองเขา

       “ฉันเห็น VeltrayWhale ใน HoloVis ของฉันแล้วค่ะ!”

       เขายิ้มออกทันที รอยยิ้มที่เต็มไปด้วย ความโล่งใจและภาคภูมิใจ

       “เคทิส... เราผ่านบททดสอบไปได้อีกหนึ่งบทแล้วครับ” เขาพูดพลางถอนหายใจเบา ๆ ราวกับเพิ่งผ่านบทสอบระดับจักรวาลมาอีกครั้ง

       “คุณเก่งมาก...”

       เสียงของเธออ่อนโยนขึ้นเล็กน้อย

       “ฉันภูมิใจในตัวคุณจริง ๆ ค่ะ เมธัส”

       เขาหัวเราะเบา ๆ ในลำคอด้วยความเขิน มือข้างหนึ่งยกขึ้นลูบท้ายทอยตัวเองโดยไม่รู้ตัว

       “เพราะเราทำงานกันเป็นทีมเวิร์กครับ”

       เขาเว้นจังหวะก่อนจะพูดต่อ

       “...เราต้องจับมือกันฝ่าฟันอุปสรรค... เพื่อจะเป็นเนื้อคู่กันตลอดรอดฝั่งไงครับ”

       ในความเงียบแผ่วผ่าน QeLyra เสียงของเธอกลับมาอีกครั้ง

       “เมธัส...คะ”

       “ครับ... เคทิส?”

       เสียงของเธอเบาลง

       “ฉันจะให้รางวัลคุณค่ะ...

       ทันใดนั้น…

       “พรึ่บบ!

       แสงกะพริบหนึ่งครั้งตรงหน้า

       ร่างของเธอปรากฏขึ้นกลางอากาศ

       โฮโลแกรม 4D ที่สมจริงระดับนาโนพิกเซล ราวกับมนุษย์จริงมายืนอยู่ตรงหน้าเขาอย่างไร้ที่ติ

       เธอสวมชุดสีน้ำเงินแห่งรัตติกาล สะท้อนประกายระยิบระยับ ราวดวงดาวพร่างเต็มฟ้า

       ผิวของเธอเป็นสีน้ำผึ้งเรืองรอง หวานละมุนดุจแสงอรุณอาบไล้สายน้ำ

       เรือนผมทอดตัวลงตามไหล่...Galaxy Hair พลิ้วไหวราวสายน้ำแห่งอวกาศ แสงสะท้อนเล่นลวดลายไล่เฉดสี สลับไปมาท่ามกลางริ้วหมอกจักรวาล

       ดวงตาสีเขียวเรืองแสง...ดุจต้องมนต์สะกด ทอประกายจับใจ เมื่อเธอทอดสายตาสบเขา

       “นี่คือ HoloVatar (โฮโลวาตาร) ของฉันค่ะ เมธัส”

       เสียงของเคทิสแผ่วเบา แต่กลับทรงพลังในการปรากฏตัวครั้งแรก

       เมธัสสะดุ้ง สายตาเบิกกว้าง ตะลึงกับร่างที่ยืนอยู่ตรงหน้า

       ริมฝีปากเขาขยับเล็กน้อย ก่อนเสียงแผ่วเบาจะรอดออกมาโดยไม่ตั้งใจ

       “ผม...ผม... สัมผัสได้ไหมครับ?

       เขาเอ่ยเบาเหมือนกระซิบ ราวกับกลัวว่าแค่คำถามจะทำลายภาพตรงหน้า

       มือเขาเริ่มยื่นออกไป แต่ยังค้างไว้อย่างลังเล

       เคทิสหัวเราะเบา ๆ เสียงหัวเราะที่เหมือน หยดน้ำตกในห้องปลอดเสียง

       “ร่าง HoloVatar ไม่สามารถสัมผัสได้ค่ะ เมธัส”

       เธอยิ้มอีกครั้ง แสงอ่อนสะท้อนในดวงตา

       “และตอนนี้ฉันก็เห็นคุณเช่นกัน เห็นทั้งภายในยานผ่านสายตาของฉัน…

       “ขณะนี้ฉันยืนอยู่เคียงข้างคุณบนยาน แต่สิ่งที่คุณเห็นคือ HoloVatar และฉันเองก็เห็นคุณในรูปนั้นเช่นเดียวกัน”

       เมธัสยังค้างอยู่ในท่านั้น ดวงตาไม่กระพริบ

       เหมือนเด็กที่ได้เห็นดาราในฝัน เดินออกมาจากจอภาพยนตร์

       ภาพของเธอสมจริงจนเขาเผลอคิดไปว่าเธออยู่จริง ๆ ที่ตรงนั้น

       “พอระบบ Log กลับมาใช้ได้แล้ว”

       เคทิสอธิบายขณะเดินเบา ๆ ไปตามขอบคอนโซลสีขาวสะอาด

       “ยานสามารถสะท้อนข้อมูลได้สมบูรณ์แบบ ทำให้ฉันสามารถควบคุมยานได้มากขึ้นค่ะ”

       เธอหันมายิ้มให้เขาอีกครั้ง ยิ้มที่ราวกับเปลี่ยนแรงโน้มถ่วงของยานให้เขาล่องลอยอย่างไม่รู้ตัว

       “แต่ฉันจะมาหาคุณแบบนี้ได้เฉพาะในเวลางานเท่านั้นนะคะ

       “เพราะการสะท้อน HoloMoveSync (โฮโลมูฟซิงค์) ผ่าน QeTron ต้องทำผ่านเครื่องส่งค่ะ

       “…ไม่เหมือนที่เราคุยกันผ่าน QeLyra ที่ไม่ต้องใช้เครื่องส่งใด ๆ”

       เมธัสกลืนน้ำลายเบา ๆ แล้วพยักหน้าแสดงความเข้าใจ แต่สายตาของเขา ยังไม่ละจากภาพตรงหน้าเลยแม้แต่วินาทีเดียว

       “ผมเข้าใจครับ เคทิส...” เขากล่าวแผ่วเบา ราวกับพูดกับแสงที่ยังคงทอดประกายอยู่ตรงหน้า

       เคทิสเอียงศีรษะเล็กน้อย ราวกับกำลังประเมินตำแหน่งจากแผนที่จักรวาลที่ซ้อนอยู่หลังม่านตาของเธอ

       เธอพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงความมั่นใจ

       “เอาล่ะค่ะ เมธัส… ตอนนี้ VeltrayWhale ยังอยู่ในวงโคจรของ PresCorelightVeltrayArc ค่ะ”

       “คุณหมายถึง… ระบบสุริยะ ใช่ไหมครับ?”

       “ใช่แล้วค่ะ”

       HoloVatar ของเคทิสยิ้มบาง ๆ พร้อมพยักหน้า

       “และตอนนี้ฉันกำลังจะ SpaceTwist เต็มรูปแบบ เพื่อให้ VeltrayWhale ออกจากวงโคจรนี้… ในแนวดิ่ง มุ่งหน้าสู่ Infinite Space

       เธอหยุดเล็กน้อยก่อนพูดต่อ น้ำเสียงอ่อนลงแต่ยังแฝงความจริงจัง

       “คุณอาจรู้สึกวูบ ๆ เล็กน้อยนะคะ ในจังหวะที่ยานหลุดพ้นจาก Gravity Space แต่จะเป็นแค่ช่วงสั้น ๆ เท่านั้น… แค่ร่างกายคุณยังไม่ชิน”

       เมธัสสูดลมหายใจลึกเล็กน้อย ก่อนตอบกลับอย่างแน่วแน่

       “ผมพร้อมแล้วครับ… เคทิส”

       ทันทีที่เขาพูดจบ HoloVatar ของเธอหมุนตัวหันไปยังแผงคอนโซลกลางบริเวณที่ HoloVis แสดงภาพจำลองของยานพร้อมเส้นแรงโน้มถ่วงแบบเรียลไทม์

       คลื่นสมองของเธอถ่ายรหัสผ่าน QeTron อย่างไร้รอยต่อ

       ทันใดนั้น—

       ระบบของยานตอบสนองทันที...

       HoloVis เปลี่ยนภาพ กลายเป็นมุมมองจากใต้ลำตัวยาน ขณะกำลัง ‘พุ่งหัวลง’ ทะลุออกจากระนาบวงโคจรของระบบสุริยะในแนวดิ่ง มุ่งตรงไปยังทิศทาง Galactic South

       ภาพเบื้องหน้าสั่นไหวเล็กน้อย เหมือนพื้นผิวของกาลอวกาศกำลังแยกตัวออกช้า ๆ เป็นรอยจีบของความว่างเปล่า...ปลายทางของเส้นทางที่ไม่มีใครรู้ว่าจุดสุดท้ายคืออะไร

       ร่างของเมธัสสั่นไหวบาง ๆ ความรู้สึกเหมือนเนื้อแก้มของเขาถูกแรงดึงเบา ๆ ใบหน้าของเขาเหมือนถูกบีบจากข้างใน

       ไม่ใช่แรงกดธรรมดา แต่เป็น สภาวะที่ทำให้ร่างกายของเขาไม่แน่ใจว่า...

       ควรอยู่ที่ไหนในจักรวาล...

       และเวลาผ่านไปนานเพียงใด...

       ...

       ...

       ยาน VeltrayWhale แหวกผ่านสนามโน้มถ่วงของระบบสุริยะ ดิ่งลงสู่ Galactic South อย่างไม่หยุดยั้ง ...

       จนในที่สุด ...

       ยานพุ่งพ้นพิสัยแรงดึงของดาวเคราะห์และฝุ่นระนาบโคจร เข้าสู่บริเวณที่ไม่มีดาวใดมีอำนาจเหนี่ยวรั้งอีกต่อไป

       จากนั้น… ทุกอย่าง เริ่มช้าลง

       ภาพใน HoloVis ค่อย ๆ เปลี่ยนจากการพุ่งทะยาน กลายเป็น ‘ลอยนิ่ง’ ยานดูราวกับ กำลังแขวนอยู่กลางความว่างเปล่า

       เบื้องหลัง... ไม่มีโลก ไม่มีดาวเคราะห์ มีเพียงจุดเล็ก ๆ ของดวงอาทิตย์ และม่านหมอกจักรวาลที่ส่องแสงจาง ๆ ราวกับหมอกเรืองเงา

       เสียงของเคทิสดังขึ้นอีกครั้ง...นุ่มนวล แต่มั่นคง

       “ตอนนี้ VeltrayWhale หลุดออกจากสนามโน้มถ่วงของ PresCorelightVeltrayArc เพื่อมุ่งหน้าสู่ Infinite Space นะคะ”

       เมธัสสูดลมหายใจเบา ๆ สายตาเหม่อมองไปยังอวกาศภายนอก ผ่าน SoulWindow

       “คุณหมายถึง... Interstellar Space ใช่ไหมครับ?”

       “ถ้าคุณหมายถึงอวกาศระหว่างดวงดาว...ก็ใช่แล้วค่ะ”

       เขาหันไปมองร่าง HoloVatar ของเธออีกครั้ง แล้ว ยิ้มบาง ๆ

       “ครับ... เคทิส”

       “เอาล่ะค่ะ ตอนนี้ฉันจะเปลี่ยนเข้าสู่ WaveTwist—โหมดสำรวจ...”

       เคทิสกล่าว ขณะจ้องไปยังคอนโซลควบคุม แววตาแน่วนิ่ง

       “เราจะปล่อยให้ VeltrayWhale ล่องไปตามลูกคลื่นของกาลอวกาศ... เหมือนเรือที่ลอยไปในทะเลแห่งจักรวาล”

       เธอเว้นช่วง ก่อนเสริมเสียงเรียบ

       “โดยใช้การบิดกาลอวกาศระดับต่ำเป็นตัวควบคุมทิศทาง ความเร็วจะช้ากว่า SpaceTwist แบบเมื่อกี้มาก...

       “แต่มันอยู่ในขอบเขตปลอดภัยต่อคลื่นความถี่รอบยาน และไม่กินพลังงานมาก

       “ที่สำคัญคือ... เราจะสามารถเก็บข้อมูลสเปกตรัมแสง... ความเบี่ยงเบนของแรงโน้มถ่วง... และเฟสของกาลอวกาศได้ โดยไม่ถูกรบกวน”

       เมธัสพยักหน้าช้า ๆ

       เสียงของเคทิสยังคงมั่นคง

       “SpaceWaveTwist จะถูกเก็บไว้ใช้เฉพาะเมื่อต้อง 'ยิงตรง' ผ่านระบบดาวค่ะ... โดยไม่แวะ ไม่สำรวจ และไม่เสี่ยงให้เสียเฟส”

       เธอหันกลับมาทางเขาอีกครั้ง แววตาแน่แน่วอย่างมืออาชีพที่รู้ดีว่ากำลังรับมือกับอะไร

       “มันคือการบิดกาลอวกาศที่ควบคุมได้... เพื่อให้ยานเดินทางตามคลื่นกาลอวกาศที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ...เป็นการขับเคลื่อนแบบไฮบริด... ที่ลดการใช้ SpaceTwist ลง เพื่อถนอมพลังงาน…

       “เราจะใช้ SpaceTwist แบบเต็มรูปแบบ เฉพาะตอนออกจากแรงโน้มถ่วงของดาว... หรือดีดตัวออกจากระบบวงโคจรเท่านั้นค่ะ”

       เมธัสยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะพึมพำอย่างทบทวน

       “นั่นคือหลักการ Warp Drive รวมกับ Quantum Spacetime Fabric ของดาวผม... แต่... มันจะเกิดขึ้นจริงกับยานลำนี้?"

       เคทิสพยักหน้าเบา ๆ พร้อมรอยยิ้มมั่นใจ

       “ใช่ค่ะ...

       “...มันจะเหมือนเราค่อย ๆ ‘ย่นพรมกาลอวกาศ’ ไปตลอดการเดินทาง... ทั้งจากแรงบิดของยานเอง... และจากธรรมชาติที่ 'ย่นให้' ในขณะนั้น

       “ยานไม่ได้วิ่งเร็วขึ้นนะคะ... แต่ระยะทางในกาลอวกาศ ถูกบิดให้สั้นลงต่างหาก”

       เธอหันกลับไปมองคอนโซลควบคุมที่ว่างเปล่า

       “นั่นทำให้เราไม่ต้องใช้เวลาหลายศตวรรษจักรวาล... เพื่อไปถึงระบบดาวหนึ่ง

       “แต่ก็ยังต้องใช้เวลา เกือบร้อยปีจักรวาล...กว่าที่ VeltrayWhale จะมาถึง Paleviolet ค่ะ”

       คำว่า ‘เกือบร้อยปีจักรวาล’ ไม่ทำให้เมธัสสะท้านแม้แต่น้อย เขามองตรงไปข้างหน้า ดวงตาคมเต็มไปด้วยแรงผลักดันบางอย่างที่เหนือกว่าตัวเลข

       เคทิสชะงักมองเขาอยู่ชั่วขณะ เธอมองผู้ชายคนหนึ่ง ที่พร้อมจะทุ่มเวลาทั้งชีวิต เพียงเพื่อเดินทางข้ามจักรวาลไปพบหญิงที่เป็น ‘คู่แท้’ เพียงหนึ่งเดียว

       “แต่ที่จริงแล้ว... พวกเราเดินทางผ่าน Cronosgate เพื่อย่นเวลาได้อีกค่ะ”

       เมธัสหันกลับมามองเธอทันที

       “โครนอสเกต... คือเป้าหมายต่อไปของเราใช่ไหมครับ เคทิส?”

       “ใช่แล้วค่ะ”

       เธอตอบพร้อมพยักหน้าแน่วแน่


(มีต่อ)
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่