วิจัยใหม่ชี้ดาวที่มีดวงอาทิตย์สองดวง กลับไม่ได้หายากอย่างที่เราเคยคิด กลายเป็นว่าโลกเราแปลกแทน



เดิมทีนักดาราศาสตร์เคยคิดว่าระบบดาวที่มีดาวฤกษ์ 2 ดวง หรือว่าระบบดาวคู่นั้น ไม่ควรที่จะมีดาวเคราะห์ถือกำเนิดขึ้นมาโคจรล้อมรอบได้ เนื่องด้วยแรงโน้มถ่วงของดาวฤกษ์ทั้งสองอาจมารบกวนฝุ่นและแก๊สให้แตกกระจาย จนไม่สามารถรวมตัวเป็นดาวเคราะห์ได้ ไม่เหมือนกับระบบดาวเดี่ยวอย่างระบบสุริยะของเราที่มีความเสถียรกว่ามาก
.
เนื่องจากตามปกติแล้วเมื่อดาวฤกษ์ถือกำเนิดขึ้น มักจะหลงเหลือกลุ่มเศษซากฝุ่นและแก๊สที่เรียกว่า
จานดาวเคราะห์ก่อนเกิด (Protoplanetary Disk) หมุนวนอยู่โดยรอบ ซึ่งเศษซากเหล่านี้จะค่อย ๆ จับตัวกันด้วยแรงโน้มถ่วง พอกพูนจากก้อนกรวดเล็ก ๆ จนกลายเป็นดาวเคราะห์ที่สมบูรณ์ในท้ายที่สุด
.
ทว่างานวิจัยล่าสุดที่ได้เผยแพร่เมื่อเดือนเมษายน 2026 ระบุว่าระบบดาวคู่อาจมีดาวเคราะห์โคจรรอบล้อมได้เป็นเรื่องปกติ และพบได้ทั่วไปกว่าที่เราเคยคิดไว้ คล้ายกับดาวทาทูอีน ในจักรวาลภาพยนตร์สตาร์วอร์ (Star Wars)
.
โดยข้อมูลใหม่นี้เป็นผลการจำลองทางคอมพิวเตอร์ของนักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเซนทรัลแลงคาเชอร์ (Central Lancashire University) พบข้อมูลที่น่าสนใจว่าบริเวณใกล้ดาวฤกษ์ทั้งสองดวงนั้นจะมีขอบเขตต้องห้ามที่เรียกว่า Forbidden Zone ซึ่งเป็นบริเวณที่ดาวเคราะห์ไม่สามารถก่อตัวตามสมมติฐานได้จริง เพียงแต่ในบริเวณห่างออกจากเขตต้องห้ามไปเล็กน้อย กลับมีสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยให้เกิดการก่อตัวของดาวเคราะห์ได้จริง
.
รายงานการศึกษาระบุว่าแทนที่แรงโน้มถ่วงจากดาวดาวฤกษ์สองดวงจะขัดขวางการก่อตัวของดาวเคราะห์ พวกมันกลับช่วยให้จานดาวเคราะห์ก่อนเกิด (Protoplanetary Disk) รอบ ๆ ดาวฤกษ์มีความหนาแน่นมากกว่าระบบดาวเดี่ยวเสียอีก ทั้งความไม่เสถียรของแรงโน้มถ่วงยังทำให้แผ่นจานฝุ่นและแก๊สแตกตัวออก ซึ่งกระบวนการนี้ส่งผลให้ดาวเคราะห์ก่อตัวได้มีประสิทธิภาพมากกว่า มีจำนวนมากกว่า และเร็วกว่าระบบดาวฤกษ์เดี่ยวตามไปด้วย
.
ยิ่งไปกว่านั้น แบบจำลองยังเผยให้เห็นว่าระบบดาวคู่มีสัดส่วนในการสร้างดาวเคราะห์แก๊สยักษ์ที่มีขนาดใหญ่กว่าดาวพฤหัสบดีได้มากกว่าระบบดาวเดี่ยว ทว่าความปั่นป่วนของแรงโน้มถ่วงก็อาจส่งผลร้ายได้เช่นกัน เพราะดาวเคราะห์บางดวงอาจตกเป็นเหยื่อของการยื้อแย่งแรงดึงดูดอันมหาศาลระหว่างดวงดาว จนถูกเตะกระเด็นหลุดออกจากระบบ กลายเป็นดาวเคราะห์กำพร้า (Rogue Planet) ที่ต้องล่องลอยเคว้งคว้างไปในห้วงอวกาศอันมืดมิด
.
จากข้อมูลของนักดาราศาสตร์ยืนยันว่ากาแล็กซี่ทางช้างเผือกของเรานั้นมีดาวฤกษ์มากกว่า 75% ที่อาศัยอยู่ในระบบดาวหลายดวง ร่วมกับดาวฤกษ์อื่น ๆ มากกว่าจะอยู่เดี่ยว ๆ แบบดวงอาทิตย์ของเรา ซึ่งอาจแสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ว่าอาจจะมีดาวเคราะห์ที่เอื้อต่อการอยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ในระบบดาวหลายดวงมากขึ้นกว่าเดิม
.
เอาเข้าจริง ๆ ระบบดาวที่ใกล้เราที่สุดอย่างระบบอัลฟ่าเซนทอรี่ ก็ประกอบไปด้วยดาวฤกษ์ตั้ง 3 ดวง หากวันใดวันหนึ่งมนุษย์ได้ไปย่างกรายลงบนพื้นผิวดาวเคราะห์ในระบบดาวอัลฟ่าเซนทอรี่ ก็คงจะเป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาดไม่น้อย ที่บนท้องฟ้าของดาวห่างไกล จะมีดวงอาทิตย์หลายดวงปรากฏอยู่บนฟากฟ้าพร้อม ๆ กัน
.
News by Peeravut Boonsat, The Space Times
Edited by Chinapong Lienpanich, The Space Times


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่