เอกฐานลิขิตใจ | บทที่ 8 InfiniteSpace อวกาศระหว่างเรา

การพัวพันเชิงควอนตัม--ปรากฏการณ์ที่สองอนุภาคถูกลิขิตให้สะท้อนซึ่งกันและกัน โดยไม่ขึ้นกับระยะทาง... แต่หากคู่อนุภาคนั้นถือกำเนิดในจิตใจคนสองคน นั่นคือ คู่แท้ ที่สะท้อนเสียงหัวใจของกันและกัน แม้ว่าจะอยู่คนละฟากของจักรวาลก็ตาม

เอกฐานลิขิตใจ | The Singularity of Destiny

บทที่ 8 InfiniteSpace อวกาศระหว่างเรา



       
       3 วัน ก่อนเข้าสู่ระบบดาว Paleviolet… 

       เมธัสยืนมองเส้นทางของยาน ที่ปรากฎอยู่บน HoloVis เบื้องหน้า...
 
       ภาพจำลองของ VeltrayWhale ลำเล็ก ๆ กำลังจะเคลื่อนออกจากระบบดาว PresAshveilVeltrayArc เพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่ Cronosgate ขาออกของระบบดาวนั้น

       เขากอดอก ขมวดคิ้วแน่น ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักความเป็นไปได้ในใจ

       ‘ถ้า PresAshveilVeltrayArc คือระบบดาว Proxima Centauri ที่อยู่ห่างจากโลกถึง 4.2 ปีแสง

       ‘แต่ VeltrayWhale ใช้เส้นทางลัดผ่าน Cronosgate ร่วมกับ SpaceTwist จนทำให้ 4.2 ปีแสง ย่นระยะเวลาเหลือเพียง ไม่ถึง 3 วัน

       ‘แต่นั่นก็ต้องแลกมากับการที่ ‘กาลเวลา’ ไม่อยู่ในเส้นเดิมของมัน...

       ‘และชาวดาว Paleviolet ที่มีความฉลาดล้ำลึก สามารถนำยานผ่าน Cronosgate หลายลูก เพื่อไปโผล่ยังเป้าหมายตรงตามวันเวลาที่กำหนด

       ‘แต่ถ้ามันไม่เป็นเช่นนั้นล่ะ จะเกิดอะไรขึ้น...?’

       เสียงเรียกอับดุล กูรูประจำยาน ดังขึ้นทันที

       “อับดุลลลล อับดุลเอ้ยยย~

       “เอ้ยยย ถามไรตอบได้!

       เสียงตอบมาพร้อมเบสแผ่ว ๆ เหมือนซาวด์แทร็กงานบวช

       เมธัสหลุดหัวเราะทันที

       “นายยังเล่นมุกเดิมไม่เลิกนะ... ตลกแบบพ่อฉันยุค 2025 เป๊ะเลย”

       “เพราะมุกเก่า ๆ คือสิ่งที่มนุษย์ยังหัวเราะได้ในทุกยุคครับ! ฮ่า ๆ ๆ นี่ผมประเมินว่าอัตราความฮาของมุกเมื่อครู่สูงถึง 72% ทีเดียว”

       “พอเลย... นายคงต้องติวให้ฉันหน่อยแล้วล่ะ ว่า—”

       “ว่าอะไรเหรอครับ”

       เขาหยุดคิดคำถามเล็กน้อย พลางถอนหายใจเบา ๆ

       “บอกมาเลย ทุกอย่าง ทุกเรื่อง เกี่ยวกับการเดินทางต่อจากนี้”

       “ได้เลยครับ…”

       เสียงของอับดุลแผ่วลงเหมือนเปิดโหมดซีเรียส แต่ยังแฝงความทะเล้นไว้นิด ๆ

       เมธัสย่อตัวลงนั่ง พลันเก้าอี้สีขาวผุดขึ้นจากพื้นอย่างนุ่มนวลราวกับรู้ใจ

       เขาเอนตัวพิงพนักช้า ๆ เหมือนพร้อมฟังการบรรยายจากอาจารย์สายวิทย์ แต่ลึก ๆ หวังว่าอาจารย์จะเล่นมุกอีกซักรอบ

       เสียงอับดุลดังขึ้นเหมือนรู้ใจ

       “งั้นผมขอทำตัวเป็น ไกด์ผี ให้คุณเมธัสละกันครับ!”

       เมธัสหัวเราะดังอีกครั้ง

       “นายจะเป็นไกด์ผี หรือไกด์ศูนย์เหรียญ ก็แล้วแต่นายเลย ขอแค่อย่าให้ฉันหลงทางก็พอ”

       “ฮ่า ๆ ๆ ๆ เอาล่ะครับ — จากจุดที่เราอยู่ตอนนี้ VeltrayWhale กำลังจะทะลุขอบของระบบดาว PresAshveilVeltrayArc…

       เสียงเมธัสแทรกขึ้นทันที “Proxima Centauri (พร็อกซิม่า เซนทอรี่)

       “ใช่แล้วครับ นั่นเป็นชื่อเรียกของมนุษย์โลกครับ…”

       เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย ราวกับตั้งใจสร้างอารมณ์แบบไกด์ทัวร์ผู้เปี่ยมประสบการณ์

       ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่คล้ายแนะนำโปรแกรมการเดินทางในรถไฟสายท่องเที่ยว

       “...และจากจุดนี้—ยานของเราจะเข้าสู่ Cronosgate ขาออก จากระบบดาวนี้ครับ”

       เมธัสถามย้ำเพื่อความแน่ใจ

       “เราไม่จำเป็นต้องเข้าวงโคจรของ Proxima Centauri เลยใช่ไหม”

       “ถูกต้องแล้วครับ

       “ขณะนี้เรากำลังบินอยู่เลยขอบวงโคจรชั้นนอกสุดของ Proxima Centauri เพราะ Cronosgate แต่ละลูกจะไม่อยู่ในเขตวงโคจรของระบบดาวเลย”

       “เพื่อไม่รบกวนแรงดึงดูดของดาวที่หมุน… ตามที่นายเคยบอกฉัน”

       “แม่นแล้วครับ คุณเมธัส”

────୨ৎ────

        [ Local Signal Logs — พิกัดในอวกาศ ] 

       “แล้วศูนย์รู้ได้ยังไงว่าเรากำลังอยู่ตรงไหน...ในจักรวาลที่ไม่มีหลักไมล์นี่นะ?”

       เมธัสถามพลางหรี่ตามอง HoloVis อย่างไม่แน่ใจ

       “ยานจะส่ง Local Signal Logs (บันทึกสัญญาณเฉพาะพื้นที่) กลับไปยังศูนย์ควบคุมแบบเรียลไทม์ครับ”

       เสียงของอับดุลฟังมั่นใจเหมือนเคยบรรยายเรื่องนี้มาร้อยรอบ

       “ส่งอะไรกลับไปบ้างล่ะ?”

       “ก็ข้อมูลพวกนี้ครับ…”

       เสียงของเขาเปลี่ยนโหมดทันทีเป็นแบบวิทยากรบนเวที DET Talk

       “ค่าความเบี่ยงเบนแรงโน้มถ่วง — Gravitational Drift Signatures

       “ค่าความแปรผันของ CMB — CMB Fluctuation

       “ความเข้มของรังสีคอสมิก และอนุภาคพลังงานสูงที่ไหลผ่านยาน

       “ข้อมูลระนาบแรงเคลื่อน

       “รูปทรงความโค้งของ space-time

       “รวมถึงความผิดปกติทางแม่เหล็กไฟฟ้าที่ตรวจเจอได้รอบ ๆ ตัว ครับผม

       “ว้าว…”

       เมธัสพึมพำเบา ๆ อย่างทึ่ง

       อับดุลกล่าวต่ออย่างเรียบง่าย แต่ฟังดูมั่นใจเต็มร้อย

       “จากนั้นศูนย์จะเอาทุกอย่างไปประมวลผล เปรียบเทียบกับฐานข้อมูลตำแหน่งเชิงจักรวาลขนาดยักษ์ ด้วยระบบ AI ของเขา...

       “แล้วก็จะรู้ทันทีว่า ตอนนี้เราอยู่จุดไหนของกาแล็กซี่ครับ”

       เมธัสเลิกคิ้ว

       “แล้วฐานข้อมูลนั่น... มันใหญ่ขนาดไหนกันเชียว?”

       เสียงอับดุลตอบกลับมาทันทีพร้อมโทนขำ ๆ แบบไม่หวงวิชา

       “โอ้วววว... บันทึกกันเป็นพันปีเลยครับ คุณเมธัส…

       “ตั้งแต่สมัยเริ่มส่งยานสำรวจไปทั่ว ผ่าน Cronosgate ทั้งแบบย้อนเวลา และแบบก้าวข้ามอนาคต

       “เก็บทุกเส้นทาง — ตั้งแต่จุดเริ่มต้น... ไปจนถึงย้อนกลับมาจากปลายทาง!”

       เมธัสนิ่งไปอึดใจ แล้วพูดช้า ๆ อย่างคนเชื่อมโยงเหตุการณ์ได้

       “...นั่นหมายความว่า ถ้าระบบ Log เสียเมื่อไหร่—ศูนย์ก็จะไม่รู้ว่าเราหลุดไปอยู่ที่ไหน...ใช่ไหม?”

       “เป๊ะเลยครับ”

       เสียงอับดุลตอบรับทันที

       “เหมือนตอนที่เจ้ายานปลาวาฬนี่ตกลงไปยังโลกคุณนั่นแหละ — หลุด Log ทั้งระบบ ศูนย์ถึงไม่รู้เส้นทางที่มันไปไงครับ”

────୨ৎ────

        [ SpaceTwist (Warp Drive) — ย่นผ้าเข้าหาหัวเข็ม ] 

       เมธัสพยักหน้าเบา ๆ ราวกับเข้าใจภาพรวมของการเดินทางชัดเจนขึ้น

       เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ มองเส้นทางของยานที่ฉายอยู่ใน HoloVis ตรงหน้า ก่อนจะถามสิ่งที่ค้างคาใจ

        “เออ...แล้วทำไมถึงต้องใช้เวลาเดินทางเฉลี่ยระบบดาวละหนึ่งวันล่ะ?”

       เสียงของอับดุลดังขึ้นทันทีในโหมดกูรูสายขี้เล่น

       “อ๋อ นั่นน่ะ... ไม่ใช่เพราะเราช้านะครับ แต่เพราะเราตั้งใจให้มัน ‘ช้า’ ต่างหาก คุณเมธัส”

       เมธัสเลิกคิ้วทันที

       “ตั้งใจทำให้ช้า?”

       “ใช่เลยครับ — เพื่อ ‘ความแม่นยำ’ , ‘ความปลอดภัย’ , และ ‘ความประหยัด’ ...

       “ในจักรวาลนี้ไม่มีอะไรฟรีครับ! แม้แต่ Warp Drive ก็ยังมีต้นทุนด้านพลังงาน”

       เขาอธิบายต่อด้วยน้ำเสียงราวกับกำลังบรรยายในคลาสเรียนออนไลน์ที่ต้องจ่ายค่าเรียนแบบออนดีมานด์

       “Cronosgate แต่ละลูก ไม่ได้ลอยมั่ว ๆ ครับ พวกมันถูกวางให้อยู่ ‘นอกจานระบบดาว’ ทั้งหมด—บนแนวตั้ง หรือแกน Z-axis ของระบบดาว

       “ลองนึกภาพว่าระบบดาวมีลักษณะเหมือนจาน—

       “ดาวเคราะห์หมุนรอบดาวฤกษ์ในระนาบเดียวกัน ซึ่งมีความหนาเพียงประมาณ 1 ถึง 5 AU หรือราว 150 ถึง 750 ล้านกิโลเมตรตามแนวตั้ง

       “และ Cronosgate ขาเข้า–ขาออก จะถูกวางไว้ ‘เหนือและใต้’ จานนั้น ห่างออกไป 100 ถึง 1,000 ล้านกิโลเมตร เพื่อหลีกเลี่ยงแรงโน้มถ่วงและสนามแม่เหล็กจากวงโคจรของดาวเคราะห์โดยตรง...

       “ลึกซึ้งมั้ยล่ะครับ?”

       เมธัสพยักหน้า

       “แล้วระยะทางขนาดนั้น...ใช้เวลาไม่ถึงวันเองเหรอ?”

       “ถ้าใช้ SpaceTwist เต็มสปีดที่ 46% ของความเร็วแสง—ใช่ครับ เราจะไปถึงได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง

       “แต่! ในความเป็นจริง...

       “เรายังต้องควบคุมเวกเตอร์การเคลื่อนที่, คำนวณการเลี้ยวโค้งของสนามแรงโน้มถ่วง, ประคองระบบชีวภาพภายในยาน

       “และที่สำคัญ—ต้องจัดสรรพลังงานอย่างแม่นยำ เพื่อไม่ให้หมดกลางทาง”

       เขาหยุดชั่วครู่ ก่อนเสียงจะแปรโทนเป็นจริงจังมากขึ้น

       “นั่นแหละครับ...เหตุผลที่เราต้องใช้เทคโนโลยีแบบ ‘ไฮบริด’

       “ไฮบริดยังไง?” เมธัสถามต่อ

       “ช่วงออกตัว—เราจะใช้ SpaceTwist ที่เป็น warp drive แบบตรงไปตรงมา

       “ให้นึกภาพ การร้อยเข็มลงในผ้า แล้วค่อย ๆ ย่นผ้าเข้าหาหัวเข็ม

       “ขณะเดียวกัน ผ้าก็ถูกยืดออกที่หางเข็ม จนกระทั่งเข็มโผล่ที่ปลายผ้าอีกด้านหนึ่ง

       เมธัสพยักหน้าเข้าใจ 
 

(มีต่อ)
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่