การพัวพันเชิงควอนตัม--ปรากฏการณ์ที่สองอนุภาคถูกลิขิตให้สะท้อนซึ่งกันและกัน โดยไม่ขึ้นกับระยะทาง... แต่หากคู่อนุภาคนั้นถือกำเนิดในจิตใจคนสองคน นั่นคือ คู่แท้ ที่สะท้อนเสียงหัวใจของกันและกัน แม้ว่าจะอยู่คนละฟากของจักรวาลก็ตาม
เอกฐานลิขิตใจ | The Singularity of Destiny
บทที่ 8 InfiniteSpace อวกาศระหว่างเรา
3 วัน ก่อนเข้าสู่ระบบดาว Paleviolet…
เมธัสยืนมองเส้นทางของยาน ที่ปรากฎอยู่บน
HoloVis เบื้องหน้า...
ภาพจำลองของ
VeltrayWhale ลำเล็ก ๆ กำลังจะเคลื่อนออกจากระบบดาว
PresAshveilVeltrayArc เพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่
Cronosgate ขาออกของระบบดาวนั้น
เขากอดอก ขมวดคิ้วแน่น ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักความเป็นไปได้ในใจ
‘ถ้า
PresAshveilVeltrayArc คือระบบดาว
Proxima Centauri ที่อยู่ห่างจากโลกถึง
4.2 ปีแสง
‘แต่
VeltrayWhale ใช้เส้นทางลัดผ่าน
Cronosgate ร่วมกับ
SpaceTwist จนทำให้
4.2 ปีแสง ย่นระยะเวลาเหลือเพียง
ไม่ถึง 3 วัน
‘แต่นั่นก็ต้องแลกมากับการที่
‘กาลเวลา’ ไม่อยู่ในเส้นเดิมของมัน...
‘และชาวดาว
Paleviolet ที่มีความฉลาดล้ำลึก สามารถนำยานผ่าน
Cronosgate หลายลูก เพื่อไปโผล่ยังเป้าหมายตรงตามวันเวลาที่กำหนด
‘แต่ถ้ามันไม่เป็นเช่นนั้นล่ะ จะเกิดอะไรขึ้น...?’
เสียงเรียกอับดุล กูรูประจำยาน ดังขึ้นทันที
“
อับดุลลลล อับดุลเอ้ยยย~”
“
เอ้ยยย ถามไรตอบได้!”
เสียงตอบมาพร้อมเบสแผ่ว ๆ เหมือนซาวด์แทร็กงานบวช
เมธัสหลุดหัวเราะทันที
“นายยังเล่นมุกเดิมไม่เลิกนะ... ตลกแบบพ่อฉันยุค
2025 เป๊ะเลย”
“เพราะมุกเก่า ๆ คือสิ่งที่มนุษย์ยังหัวเราะได้ในทุกยุคครับ! ฮ่า ๆ ๆ นี่ผมประเมินว่าอัตราความฮาของมุกเมื่อครู่สูงถึง
72% ทีเดียว”
“พอเลย... นายคงต้องติวให้ฉันหน่อยแล้วล่ะ ว่า—”
“ว่าอะไรเหรอครับ”
เขาหยุดคิดคำถามเล็กน้อย พลางถอนหายใจเบา ๆ
“บอกมาเลย ทุกอย่าง ทุกเรื่อง เกี่ยวกับการเดินทางต่อจากนี้”
“ได้เลยครับ…”
เสียงของอับดุลแผ่วลงเหมือนเปิดโหมดซีเรียส แต่ยังแฝงความทะเล้นไว้นิด ๆ
เมธัสย่อตัวลงนั่ง พลันเก้าอี้สีขาวผุดขึ้นจากพื้นอย่างนุ่มนวลราวกับรู้ใจ
เขาเอนตัวพิงพนักช้า ๆ เหมือนพร้อมฟังการบรรยายจากอาจารย์สายวิทย์ แต่ลึก ๆ หวังว่าอาจารย์จะเล่นมุกอีกซักรอบ
เสียงอับดุลดังขึ้นเหมือนรู้ใจ
“งั้นผมขอทำตัวเป็น ไกด์ผี ให้คุณเมธัสละกันครับ!”
เมธัสหัวเราะดังอีกครั้ง
“นายจะเป็นไกด์ผี หรือไกด์ศูนย์เหรียญ ก็แล้วแต่นายเลย ขอแค่อย่าให้ฉันหลงทางก็พอ”
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ เอาล่ะครับ — จากจุดที่เราอยู่ตอนนี้
VeltrayWhale กำลังจะทะลุขอบของระบบดาว
PresAshveilVeltrayArc…”
เสียงเมธัสแทรกขึ้นทันที “
Proxima Centauri (พร็อกซิม่า เซนทอรี่) ”
“ใช่แล้วครับ นั่นเป็นชื่อเรียกของมนุษย์โลกครับ…”
เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย ราวกับตั้งใจสร้างอารมณ์แบบไกด์ทัวร์ผู้เปี่ยมประสบการณ์
ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่คล้ายแนะนำโปรแกรมการเดินทางในรถไฟสายท่องเที่ยว
“...และจากจุดนี้—ยานของเราจะเข้าสู่
Cronosgate ขาออก จากระบบดาวนี้ครับ”
เมธัสถามย้ำเพื่อความแน่ใจ
“เราไม่จำเป็นต้องเข้าวงโคจรของ
Proxima Centauri เลยใช่ไหม”
“ถูกต้องแล้วครับ
“ขณะนี้เรากำลังบินอยู่เลยขอบวงโคจรชั้นนอกสุดของ
Proxima Centauri เพราะ
Cronosgate แต่ละลูกจะไม่อยู่ในเขตวงโคจรของระบบดาวเลย”
“เพื่อไม่รบกวนแรงดึงดูดของดาวที่หมุน… ตามที่นายเคยบอกฉัน”
“แม่นแล้วครับ คุณเมธัส”
────୨ৎ────
[ Local Signal Logs — พิกัดในอวกาศ ]
“แล้วศูนย์รู้ได้ยังไงว่าเรากำลังอยู่ตรงไหน...ในจักรวาลที่ไม่มีหลักไมล์นี่นะ?”
เมธัสถามพลางหรี่ตามอง
HoloVis อย่างไม่แน่ใจ
“ยานจะส่ง
Local Signal Logs (บันทึกสัญญาณเฉพาะพื้นที่) กลับไปยังศูนย์ควบคุมแบบเรียลไทม์ครับ”
เสียงของอับดุลฟังมั่นใจเหมือนเคยบรรยายเรื่องนี้มาร้อยรอบ
“ส่งอะไรกลับไปบ้างล่ะ?”
“ก็ข้อมูลพวกนี้ครับ…”
เสียงของเขาเปลี่ยนโหมดทันทีเป็นแบบวิทยากรบนเวที
DET Talk
“
ค่าความเบี่ยงเบนแรงโน้มถ่วง — Gravitational Drift Signatures
“ค่าความแปรผันของ CMB — CMB Fluctuation
“ความเข้มของรังสีคอสมิก และอนุภาคพลังงานสูงที่ไหลผ่านยาน
“ข้อมูลระนาบแรงเคลื่อน
“รูปทรงความโค้งของ space-time
“รวมถึงความผิดปกติทางแม่เหล็กไฟฟ้าที่ตรวจเจอได้รอบ ๆ ตัว ครับผม”
“ว้าว…”
เมธัสพึมพำเบา ๆ อย่างทึ่ง
อับดุลกล่าวต่ออย่างเรียบง่าย แต่ฟังดูมั่นใจเต็มร้อย
“จากนั้นศูนย์จะเอาทุกอย่างไปประมวลผล เปรียบเทียบกับฐานข้อมูลตำแหน่งเชิงจักรวาลขนาดยักษ์ ด้วยระบบ
AI ของเขา...
“แล้วก็จะรู้ทันทีว่า ตอนนี้เราอยู่จุดไหนของกาแล็กซี่ครับ”
เมธัสเลิกคิ้ว
“แล้วฐานข้อมูลนั่น... มันใหญ่ขนาดไหนกันเชียว?”
เสียงอับดุลตอบกลับมาทันทีพร้อมโทนขำ ๆ แบบไม่หวงวิชา
“
โอ้วววว... บันทึกกันเป็นพันปีเลยครับ คุณเมธัส…
“ตั้งแต่สมัยเริ่มส่งยานสำรวจไปทั่ว ผ่าน
Cronosgate ทั้งแบบย้อนเวลา และแบบก้าวข้ามอนาคต
“เก็บทุกเส้นทาง — ตั้งแต่จุดเริ่มต้น... ไปจนถึงย้อนกลับมาจากปลายทาง!”
เมธัสนิ่งไปอึดใจ แล้วพูดช้า ๆ อย่างคนเชื่อมโยงเหตุการณ์ได้
“...นั่นหมายความว่า ถ้าระบบ
Log เสียเมื่อไหร่—ศูนย์ก็จะไม่รู้ว่าเราหลุดไปอยู่ที่ไหน...ใช่ไหม?”
“เป๊ะเลยครับ”
เสียงอับดุลตอบรับทันที
“เหมือนตอนที่เจ้ายานปลาวาฬนี่ตกลงไปยังโลกคุณนั่นแหละ — หลุด
Log ทั้งระบบ ศูนย์ถึงไม่รู้เส้นทางที่มันไปไงครับ”
────୨ৎ────
[ SpaceTwist (Warp Drive) — ย่นผ้าเข้าหาหัวเข็ม ]
เมธัสพยักหน้าเบา ๆ ราวกับเข้าใจภาพรวมของการเดินทางชัดเจนขึ้น
เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ มองเส้นทางของยานที่ฉายอยู่ใน
HoloVis ตรงหน้า ก่อนจะถามสิ่งที่ค้างคาใจ
“เออ...แล้วทำไมถึงต้องใช้เวลาเดินทางเฉลี่ยระบบดาวละหนึ่งวันล่ะ?”
เสียงของอับดุลดังขึ้นทันทีในโหมดกูรูสายขี้เล่น
“อ๋อ นั่นน่ะ... ไม่ใช่เพราะเราช้านะครับ แต่เพราะเราตั้งใจให้มัน ‘ช้า’ ต่างหาก คุณเมธัส”
เมธัสเลิกคิ้วทันที
“ตั้งใจทำให้ช้า?”
“ใช่เลยครับ — เพื่อ ‘ความแม่นยำ’ , ‘ความปลอดภัย’ , และ ‘ความประหยัด’ ...
“ในจักรวาลนี้ไม่มีอะไรฟรีครับ! แม้แต่
Warp Drive ก็ยังมีต้นทุนด้านพลังงาน”
เขาอธิบายต่อด้วยน้ำเสียงราวกับกำลังบรรยายในคลาสเรียนออนไลน์ที่ต้องจ่ายค่าเรียนแบบออนดีมานด์
“
Cronosgate แต่ละลูก ไม่ได้ลอยมั่ว ๆ ครับ พวกมันถูกวางให้อยู่ ‘นอกจานระบบดาว’ ทั้งหมด—บนแนวตั้ง หรือแกน
Z-axis ของระบบดาว
“ลองนึกภาพว่าระบบดาวมีลักษณะเหมือนจาน—
“ดาวเคราะห์หมุนรอบดาวฤกษ์ในระนาบเดียวกัน ซึ่งมีความหนาเพียงประมาณ
1 ถึง
5 AU หรือราว
150 ถึง
750 ล้านกิโลเมตรตามแนวตั้ง
“และ
Cronosgate ขาเข้า–ขาออก จะถูกวางไว้ ‘เหนือและใต้’ จานนั้น ห่างออกไป
100 ถึง
1,000 ล้านกิโลเมตร เพื่อหลีกเลี่ยงแรงโน้มถ่วงและสนามแม่เหล็กจากวงโคจรของดาวเคราะห์โดยตรง...
“ลึกซึ้งมั้ยล่ะครับ?”
เมธัสพยักหน้า
“แล้วระยะทางขนาดนั้น...ใช้เวลาไม่ถึงวันเองเหรอ?”
“ถ้าใช้
SpaceTwist เต็มสปีดที่
46% ของความเร็วแสง—ใช่ครับ เราจะไปถึงได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง
“แต่! ในความเป็นจริง...
“เรายังต้องควบคุมเวกเตอร์การเคลื่อนที่, คำนวณการเลี้ยวโค้งของสนามแรงโน้มถ่วง, ประคองระบบชีวภาพภายในยาน
“และที่สำคัญ—ต้องจัดสรรพลังงานอย่างแม่นยำ เพื่อไม่ให้หมดกลางทาง”
เขาหยุดชั่วครู่ ก่อนเสียงจะแปรโทนเป็นจริงจังมากขึ้น
“นั่นแหละครับ...เหตุผลที่เราต้องใช้เทคโนโลยีแบบ
‘ไฮบริด’ ”
“ไฮบริดยังไง?” เมธัสถามต่อ
“ช่วงออกตัว—เราจะใช้
SpaceTwist ที่เป็น
warp drive แบบตรงไปตรงมา
“ให้นึกภาพ
การร้อยเข็มลงในผ้า แล้วค่อย ๆ ย่นผ้าเข้าหาหัวเข็ม
“
ขณะเดียวกัน ผ้าก็ถูกยืดออกที่หางเข็ม จนกระทั่งเข็มโผล่ที่ปลายผ้าอีกด้านหนึ่ง”
เมธัสพยักหน้าเข้าใจ
(มีต่อ)
เอกฐานลิขิตใจ | บทที่ 8 InfiniteSpace อวกาศระหว่างเรา
3 วัน ก่อนเข้าสู่ระบบดาว Paleviolet…
เมธัสยืนมองเส้นทางของยาน ที่ปรากฎอยู่บน HoloVis เบื้องหน้า...
ภาพจำลองของ VeltrayWhale ลำเล็ก ๆ กำลังจะเคลื่อนออกจากระบบดาว PresAshveilVeltrayArc เพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่ Cronosgate ขาออกของระบบดาวนั้น
เขากอดอก ขมวดคิ้วแน่น ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักความเป็นไปได้ในใจ
‘ถ้า PresAshveilVeltrayArc คือระบบดาว Proxima Centauri ที่อยู่ห่างจากโลกถึง 4.2 ปีแสง
‘แต่ VeltrayWhale ใช้เส้นทางลัดผ่าน Cronosgate ร่วมกับ SpaceTwist จนทำให้ 4.2 ปีแสง ย่นระยะเวลาเหลือเพียง ไม่ถึง 3 วัน
‘แต่นั่นก็ต้องแลกมากับการที่ ‘กาลเวลา’ ไม่อยู่ในเส้นเดิมของมัน...
‘และชาวดาว Paleviolet ที่มีความฉลาดล้ำลึก สามารถนำยานผ่าน Cronosgate หลายลูก เพื่อไปโผล่ยังเป้าหมายตรงตามวันเวลาที่กำหนด
‘แต่ถ้ามันไม่เป็นเช่นนั้นล่ะ จะเกิดอะไรขึ้น...?’
เสียงเรียกอับดุล กูรูประจำยาน ดังขึ้นทันที
“อับดุลลลล อับดุลเอ้ยยย~”
“เอ้ยยย ถามไรตอบได้!”
เสียงตอบมาพร้อมเบสแผ่ว ๆ เหมือนซาวด์แทร็กงานบวช
เมธัสหลุดหัวเราะทันที
“นายยังเล่นมุกเดิมไม่เลิกนะ... ตลกแบบพ่อฉันยุค 2025 เป๊ะเลย”
“เพราะมุกเก่า ๆ คือสิ่งที่มนุษย์ยังหัวเราะได้ในทุกยุคครับ! ฮ่า ๆ ๆ นี่ผมประเมินว่าอัตราความฮาของมุกเมื่อครู่สูงถึง 72% ทีเดียว”
“พอเลย... นายคงต้องติวให้ฉันหน่อยแล้วล่ะ ว่า—”
“ว่าอะไรเหรอครับ”
เขาหยุดคิดคำถามเล็กน้อย พลางถอนหายใจเบา ๆ
“บอกมาเลย ทุกอย่าง ทุกเรื่อง เกี่ยวกับการเดินทางต่อจากนี้”
“ได้เลยครับ…”
เสียงของอับดุลแผ่วลงเหมือนเปิดโหมดซีเรียส แต่ยังแฝงความทะเล้นไว้นิด ๆ
เมธัสย่อตัวลงนั่ง พลันเก้าอี้สีขาวผุดขึ้นจากพื้นอย่างนุ่มนวลราวกับรู้ใจ
เขาเอนตัวพิงพนักช้า ๆ เหมือนพร้อมฟังการบรรยายจากอาจารย์สายวิทย์ แต่ลึก ๆ หวังว่าอาจารย์จะเล่นมุกอีกซักรอบ
เสียงอับดุลดังขึ้นเหมือนรู้ใจ
“งั้นผมขอทำตัวเป็น ไกด์ผี ให้คุณเมธัสละกันครับ!”
เมธัสหัวเราะดังอีกครั้ง
“นายจะเป็นไกด์ผี หรือไกด์ศูนย์เหรียญ ก็แล้วแต่นายเลย ขอแค่อย่าให้ฉันหลงทางก็พอ”
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ เอาล่ะครับ — จากจุดที่เราอยู่ตอนนี้ VeltrayWhale กำลังจะทะลุขอบของระบบดาว PresAshveilVeltrayArc…”
เสียงเมธัสแทรกขึ้นทันที “Proxima Centauri (พร็อกซิม่า เซนทอรี่) ”
“ใช่แล้วครับ นั่นเป็นชื่อเรียกของมนุษย์โลกครับ…”
เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย ราวกับตั้งใจสร้างอารมณ์แบบไกด์ทัวร์ผู้เปี่ยมประสบการณ์
ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่คล้ายแนะนำโปรแกรมการเดินทางในรถไฟสายท่องเที่ยว
“...และจากจุดนี้—ยานของเราจะเข้าสู่ Cronosgate ขาออก จากระบบดาวนี้ครับ”
เมธัสถามย้ำเพื่อความแน่ใจ
“เราไม่จำเป็นต้องเข้าวงโคจรของ Proxima Centauri เลยใช่ไหม”
“ถูกต้องแล้วครับ
“ขณะนี้เรากำลังบินอยู่เลยขอบวงโคจรชั้นนอกสุดของ Proxima Centauri เพราะ Cronosgate แต่ละลูกจะไม่อยู่ในเขตวงโคจรของระบบดาวเลย”
“เพื่อไม่รบกวนแรงดึงดูดของดาวที่หมุน… ตามที่นายเคยบอกฉัน”
“แม่นแล้วครับ คุณเมธัส”
[ Local Signal Logs — พิกัดในอวกาศ ]
“แล้วศูนย์รู้ได้ยังไงว่าเรากำลังอยู่ตรงไหน...ในจักรวาลที่ไม่มีหลักไมล์นี่นะ?”
เมธัสถามพลางหรี่ตามอง HoloVis อย่างไม่แน่ใจ
“ยานจะส่ง Local Signal Logs (บันทึกสัญญาณเฉพาะพื้นที่) กลับไปยังศูนย์ควบคุมแบบเรียลไทม์ครับ”
เสียงของอับดุลฟังมั่นใจเหมือนเคยบรรยายเรื่องนี้มาร้อยรอบ
“ส่งอะไรกลับไปบ้างล่ะ?”
“ก็ข้อมูลพวกนี้ครับ…”
เสียงของเขาเปลี่ยนโหมดทันทีเป็นแบบวิทยากรบนเวที DET Talk
“ค่าความเบี่ยงเบนแรงโน้มถ่วง — Gravitational Drift Signatures
“ค่าความแปรผันของ CMB — CMB Fluctuation
“ความเข้มของรังสีคอสมิก และอนุภาคพลังงานสูงที่ไหลผ่านยาน
“ข้อมูลระนาบแรงเคลื่อน
“รูปทรงความโค้งของ space-time
“รวมถึงความผิดปกติทางแม่เหล็กไฟฟ้าที่ตรวจเจอได้รอบ ๆ ตัว ครับผม”
“ว้าว…”
เมธัสพึมพำเบา ๆ อย่างทึ่ง
อับดุลกล่าวต่ออย่างเรียบง่าย แต่ฟังดูมั่นใจเต็มร้อย
“จากนั้นศูนย์จะเอาทุกอย่างไปประมวลผล เปรียบเทียบกับฐานข้อมูลตำแหน่งเชิงจักรวาลขนาดยักษ์ ด้วยระบบ AI ของเขา...
“แล้วก็จะรู้ทันทีว่า ตอนนี้เราอยู่จุดไหนของกาแล็กซี่ครับ”
เมธัสเลิกคิ้ว
“แล้วฐานข้อมูลนั่น... มันใหญ่ขนาดไหนกันเชียว?”
เสียงอับดุลตอบกลับมาทันทีพร้อมโทนขำ ๆ แบบไม่หวงวิชา
“โอ้วววว... บันทึกกันเป็นพันปีเลยครับ คุณเมธัส…
“ตั้งแต่สมัยเริ่มส่งยานสำรวจไปทั่ว ผ่าน Cronosgate ทั้งแบบย้อนเวลา และแบบก้าวข้ามอนาคต
“เก็บทุกเส้นทาง — ตั้งแต่จุดเริ่มต้น... ไปจนถึงย้อนกลับมาจากปลายทาง!”
เมธัสนิ่งไปอึดใจ แล้วพูดช้า ๆ อย่างคนเชื่อมโยงเหตุการณ์ได้
“...นั่นหมายความว่า ถ้าระบบ Log เสียเมื่อไหร่—ศูนย์ก็จะไม่รู้ว่าเราหลุดไปอยู่ที่ไหน...ใช่ไหม?”
“เป๊ะเลยครับ”
เสียงอับดุลตอบรับทันที
“เหมือนตอนที่เจ้ายานปลาวาฬนี่ตกลงไปยังโลกคุณนั่นแหละ — หลุด Log ทั้งระบบ ศูนย์ถึงไม่รู้เส้นทางที่มันไปไงครับ”
[ SpaceTwist (Warp Drive) — ย่นผ้าเข้าหาหัวเข็ม ]
เมธัสพยักหน้าเบา ๆ ราวกับเข้าใจภาพรวมของการเดินทางชัดเจนขึ้น
เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ มองเส้นทางของยานที่ฉายอยู่ใน HoloVis ตรงหน้า ก่อนจะถามสิ่งที่ค้างคาใจ
“เออ...แล้วทำไมถึงต้องใช้เวลาเดินทางเฉลี่ยระบบดาวละหนึ่งวันล่ะ?”
เสียงของอับดุลดังขึ้นทันทีในโหมดกูรูสายขี้เล่น
“อ๋อ นั่นน่ะ... ไม่ใช่เพราะเราช้านะครับ แต่เพราะเราตั้งใจให้มัน ‘ช้า’ ต่างหาก คุณเมธัส”
เมธัสเลิกคิ้วทันที
“ตั้งใจทำให้ช้า?”
“ใช่เลยครับ — เพื่อ ‘ความแม่นยำ’ , ‘ความปลอดภัย’ , และ ‘ความประหยัด’ ...
“ในจักรวาลนี้ไม่มีอะไรฟรีครับ! แม้แต่ Warp Drive ก็ยังมีต้นทุนด้านพลังงาน”
เขาอธิบายต่อด้วยน้ำเสียงราวกับกำลังบรรยายในคลาสเรียนออนไลน์ที่ต้องจ่ายค่าเรียนแบบออนดีมานด์
“Cronosgate แต่ละลูก ไม่ได้ลอยมั่ว ๆ ครับ พวกมันถูกวางให้อยู่ ‘นอกจานระบบดาว’ ทั้งหมด—บนแนวตั้ง หรือแกน Z-axis ของระบบดาว
“ลองนึกภาพว่าระบบดาวมีลักษณะเหมือนจาน—
“ดาวเคราะห์หมุนรอบดาวฤกษ์ในระนาบเดียวกัน ซึ่งมีความหนาเพียงประมาณ 1 ถึง 5 AU หรือราว 150 ถึง 750 ล้านกิโลเมตรตามแนวตั้ง
“และ Cronosgate ขาเข้า–ขาออก จะถูกวางไว้ ‘เหนือและใต้’ จานนั้น ห่างออกไป 100 ถึง 1,000 ล้านกิโลเมตร เพื่อหลีกเลี่ยงแรงโน้มถ่วงและสนามแม่เหล็กจากวงโคจรของดาวเคราะห์โดยตรง...
“ลึกซึ้งมั้ยล่ะครับ?”
เมธัสพยักหน้า
“แล้วระยะทางขนาดนั้น...ใช้เวลาไม่ถึงวันเองเหรอ?”
“ถ้าใช้ SpaceTwist เต็มสปีดที่ 46% ของความเร็วแสง—ใช่ครับ เราจะไปถึงได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง
“แต่! ในความเป็นจริง...
“เรายังต้องควบคุมเวกเตอร์การเคลื่อนที่, คำนวณการเลี้ยวโค้งของสนามแรงโน้มถ่วง, ประคองระบบชีวภาพภายในยาน
“และที่สำคัญ—ต้องจัดสรรพลังงานอย่างแม่นยำ เพื่อไม่ให้หมดกลางทาง”
เขาหยุดชั่วครู่ ก่อนเสียงจะแปรโทนเป็นจริงจังมากขึ้น
“นั่นแหละครับ...เหตุผลที่เราต้องใช้เทคโนโลยีแบบ ‘ไฮบริด’ ”
“ไฮบริดยังไง?” เมธัสถามต่อ
“ช่วงออกตัว—เราจะใช้ SpaceTwist ที่เป็น warp drive แบบตรงไปตรงมา
“ให้นึกภาพ การร้อยเข็มลงในผ้า แล้วค่อย ๆ ย่นผ้าเข้าหาหัวเข็ม
“ขณะเดียวกัน ผ้าก็ถูกยืดออกที่หางเข็ม จนกระทั่งเข็มโผล่ที่ปลายผ้าอีกด้านหนึ่ง”
เมธัสพยักหน้าเข้าใจ
(มีต่อ)