❤ แกงบ้าน ๆ แกงไทยพื้นบ้าน - แกงคั่วสับปะรด ❤

เพี้ยน จขกท.เพี้ยนเสื่อพร้อม

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ ชาวห้องก้นครัว เรื่องเล่าท้ายครัวกระทู้นี้เรื่องเล่ามีอยู่ว่า มีผู้ประสงค์อยากกินแกงคั่วสับปะรด เขาเล่าว่า ด้วยความอยากกินมากจึงไปหาซื้อตลาดกลางของแพงย่านสวนจตุจักร เธอบอกว่า ผิดหวังมาก ๆๆ วัตถุดิบดี แต่แกงหวานมาก ฉันได้ฟังดังนั้นก็ปลอกใจเธอไปว่า แกงสับปะรดมันก็ต้องมีรสหวานและเปรี้ยวไหม เธอว่า "มันหวานหนักมาก ประหนึ่งฉันกำลังกินสับปะรดเชื่อม นี่ถ้าเติมน้ำแข็งลงไปก็จะได้ขนมไทยโบราณอีกถ้วย" หุหุ อาการที่เธอทำท่าหวาน ชวนให้คนฟังสยอง มันคงจะหวานมากปานเชื่อม อิอิ

กระทู้นี้ว่าด้วย "แกงคั่ว" บ่อยครั้งที่ดิฉันรีวิวแกงคั่ว มักมีคำถามจากเพื่อน ๆ ถามดิฉันว่า "พริกแกงคั่วต่างจากพริกแกงเผ็ดอย่างไร??" ถือโอกาสจากกระทู้นี้ได้อธิบายความต่างระหว่างพริกแกงทั้งสองชนิดตามนี้ ....

ความแตกต่างระหว่างแกงคั่วและแกงเผ็ด แกงคั่วเป็นแกงกะทิที่มีสีส้มอมแดงคล้ายแกงเผ็ด แต่มีจุดต่างสำคัญคือพริกแกงคั่วไม่ใส่เครื่องเทศ ลูกผักชีและยี่หร่า ดังนั้น แกงคั่วจะไม่มีกลิ่นเครื่องเทศที่ฉุนเกินไป รสชาติจึงมีความละมุนนวลกลมกล่อมต่างจากแกงเผ็ด

แกงคั่ว เป็นอาหารไทยโบราณประเภทแกงเข้ากะทิ มีรสชาติกลมกล่อม โดดเด่นด้วยรสอมเปรี้ยวอมหวานจากสับปะรด ผสานกับความเผ็ดร้อนละมุนของพริกแกง และความมันเข้มข้นจากกะทิ  

"พริกแกงคั่ว"
จากพริกแกงเผ็ด (ตัดลูกผักชีและยี่หร่าออก) ปรุงเพิ่มรากผักชี ใส่กุ้งแห้งป่น หรือปลาย่างป่น (ปลาย่างรมควัน) ก็จะได้พริกแกงคั่วเพิ่มมาอีกหนึ่งอย่าง

วัตถุดิบที่นำมาปรุงแกงคั่วนั้นมีหลากหลาย ....
"แกงคั่วกับเนื้อสัตว์" ปรุงได้ทั้งเนื้อสัตว์ใหญ่และของทะเล กุ้ง หอย ปู ปลา อาทิ แกงคั่วหอยแมลงภู่, แกงคั่วไข่แมงดาทะเล, แกงคั่วไข่ปลาเซียว แกงคั่วปูม้าและปูทะเล หรือ ปลาทะเลชนิดต่าง ๆ
แกงคั่วใส่สัตว์ใหญ่มักปรุงแกงคั่วผักบุ้ง โดยมากเรียกแกงเทโพ ใส่เนื้อหมูสามชั้น, แกงเทโพปลาแห้ง แกงเทโพปลาสลาด/ปลาฉลาด, แกงคั่วปลาดุก, แกงคั่วเห็ดเผาะหมูย่าง / เนื้อย่าง, แกงคั่วเห็ดเผาะกุ้ง, แกงคั่วสับปะรดหอยแมลงภู่ / แกงคั่วสับปะรดไข่แมงดา / แกงคั่วสับปะรดกุ้งสด / แกงคั่วเนื้อและหมูย่างก็ใส่ได้เช่นกัน ....

"แกงคั่วกับผักชนิดต่าง ๆ" อาทิ แกงคั่วหน่อไม้ดอง, แกงคั่วมะระ, แกงคั่วมะรุม, แกงคั่วลูกตำลึงดิบ, อื่น ๆ และที่เราเห็นกันบ่อยและจัดให้เป็นแกงคั่วยอดนิยม นั่นคือ แกงคั่วสับปะรด นั่นเอง

รสชาติของแกงคั่วคล้ายกับแกงเผ็ด มีรสหวานนำ เค็มตาม ความหวานขึ้นอยู่กับเนื้อสับปะรด บ้างเลือกใช้สับปะรดหวานฉ่ำ อย่างสับปะรดห้วยมุ่น ก็ไม่ต้องใส่น้ำตาลในแกง

แกงคั่วสับปะรดเนื้อ


เนื้อสัตว์ในแกงคั่ว เลือกเนื้อสัตว์ตามชอบ






ถ้ามีความตั้งใจที่จะทำแกงไทย ดิฉันมักเลือกใช้กะทิคั้นสดแทนกะทิสำเร็จรูป
ความแตกต่างระหว่างกะทิคั้นสดกับกะทิสำเร็จรูปในรูปแบบต่าง ๆ ถ้าเป็นกะทิคั้นสดใช้เวลาเคี่ยวไม่นาน น้ำกะทิแตกมันเร็วและมีความหอม แกงที่ได้มีความเข้มข้นและเกิดลิ่มจากตัวกะทิ ในความคิดเห็นฉันว่าน้ำแกงแลดูสวยและน่ากินกว่ากะทิสำเร็จรูป แต่ถ้าเป็นกะทิกล่อง ดิฉันแนะนำให้ใช้ยี่ห้ออัมพวา ต้องออกตัวว่าไม่ได้ค่าโฆษณา แม้ว่าเคยเป็นพรีเซนเตอร์ให้กะทิยี่ห้อนี้ แต่จากที่ทดสอบและทดลองปรุงด้วยนานายี่ห้อแล้ว กะทิอัมพวาแตกมันและให้สีแกงสวยงามกว่า ตรงนี้ขอยืนยันค่ะ อิอิ  





+ ส่วนผสมพริกแกงคั่ว +
* หอมแดง 38 กรัม
* กระเทียมเล็ก 8 กรัม
* รากผักชี 2 กรัม
* พริกไทยเม็ด 10 เม็ด
* พริกชี้ฟ้าแห้ง 5 เม็ด (แช่น้ำให้นุ่ม)
* ตะไคร้ซอย 2 กรัม
* ข่าแก่ซอย 4 กรัม
* เกลือหยาบ 1/2 ช้อนชา
* กะปิแกง 1/2 ช้อนชา
* ผิวมะกรูด 1/2 ช้อนชา
* ปลากรอบ 6 กรัม (ปลารมควัน)
หมายเหตุ : พริกแกงคั่ว อาจเปลี่ยนเป็นพริกแกงฉู่ฉี่ก็ได้ เปลี่ยนจากปลาย่างรมควัน (ปลากรอบ)
เป็นเนื้อมะพร้าวขูด บ้างใส่กุ้งแห้งป่นโขลกผสมเข้าไป ได้พริกแกงคั่วแบบมีความข้น รสชาติละมุน


สิ่งที่ต้องเตรียม
1. โขลกพริกแกงเผ็ด
2. หั่นหรือสับ สับปะรด
3. ย่างเนื้อ  หรือหมู
เลือกเนื้อวัว-เนื้อหมูส่วนต่าง ๆ ตามชอบ เนื้อส่วนเสือร้องไห้ เนื้อติดมัน สันคอหมู ส่วนอื่น ๆ ล้างให้สะอาด
ล้างแล้วแล่ชิ้นโต นำลงย่างบนเตาถ่าน หรือย่างในกระทะบนเตาแก๊ส - ย่างในหม้อทอดไร้น้ำมัน ด้วยวิธีอื่น ๆ
ย่างไม่ต้องให้สุกมาก ความสุกประมาณ 60% นำมาหั่นชิ้นกำลังดี เตรียมไว้






วิธีทำแกงคั่วเนื้อ
1. ตั้งกระทะหรือหม้อ ใส่น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ (น้ำมันช่วยให้พริกแกงมีสีสวยและหอม) ผัดพริกแกงด้วยไฟอ่อน ๆ ใช้ไฟแรงพริกแกงจะไหม้ก่อน ใส่พริกแกงที่เตรียมไว้ใส่ลงไปผัดกับน้ำมันให้มีกลิ่นหอมและสุก แบ่งหัวกะทิครึ่งหนึ่งเทลงไปผัดกับพริกแกง แรกๆ จากนี้รอให้กะทิแตกมันเล็กน้อย ต้องหมั่นคนตลอด ไม่เช่นนั้นพริกแกงจะไหม้ติดก้นกระทะ/ก้นหม้อนะคะ

2. ตักเนื้อที่เคี่ยวกับหางกะทิในหม้อใส่ลงไปในพริกแกง ผัดคลุกเคล้าให้เข้ากัน ตักหางกะทิที่ต้มเนื้อใส่ลงไป ด้วย จากนี้เร่งไฟให้แรงเพื่อให้แกงเดือด

3. ปรุงรสด้วยน้ำปลา และเกลือ ผงปรุงรส (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้) น้ำตาลปีบ / น้ำตาลมะพร้าว ใส่ใบมะกรูดฉีก คนผสมให้เข้ากัน รอให้แกงเดือดอีกครั้งลองชิมรสชาติ (แกงชนิดนี้ควรปรุงให้มีรสหวานนำ แต่ไม่ต้องหวานมาก ปรุงแกงไม่ควรให้มีรสเค็ม เค็มแล้วแก้ไขยาก มาเติมพริกน้ำปลาตอนทานได้)
ชิมรสชาติถูกใจแล้ว เคี่ยวต่อโดยปิดและแง้มฝาหม้อเพื่อระบายอากาศ และไม่ให้เนื้อเปื่อยจนเกินไป จากนี้เคี่ยวต่อ ระหว่างนี้ใส่พริกชี้ฟ้าแดงลงไปต้มด้วยก็ได้ หมั่นตักชิ้นเนื้อขึ้นมาดูว่าเปื่อยดีแล้วหรือยัง อย่าต้มนานจนเนื้อยุ่ย เพราะเมื่อปิดไฟเตาแล้ว ระหว่างที่แกงเย็นตัวลง เนื้อในน้ำแกงที่อุ่น ๆ จะเปื่อยขึ้นอีกนะคะ






ปรุงรสแล้ว ชิมรสชาติถูกใจแล้ว ใส่เนื้อสัตว์ที่เตรียมไว้ลงไปต้มด้วยเวลาอันเหมาะสมกับเนื้อสัตว์ที่ใช้










นอกจากแกงคั่วสับปะรดเนื้อหรือหมูย่างแล้ว เลือกใช้เนื้อสัตว์ต่าง ๆ ตามชอบก็ได้

แกงคั่วสับปะรดกุ้ง



เนื้อสัตว์ยอดนิยม ... แกงคั่วสับปะรดหอยแมลงภู่
ใส่ได้ทั้งหอยสดและหอยตากแห้ง ส่วนหอยแช่แข็งที่หาง่ายที่สุด



หอยที่จะนำมาปรุงตามที่สะดวกและหาได้ หอยแมลงภู่สด หอยแห้ง หอยสุกแช่แข็ง




แกงคั่วสับปะรดใส่ไข่แมงดาทะเล จัดเป็นแกงคั่วที่ค่อนข้างหากินยาก ไม่ค่อยมีคนทำกิน หากินง่ายตามร้านอาหารทะเล
นอกจากหาซื้อยากแล้ว ปัจจุบันแมงดาทะเลมีราคาสูง ทำยาก ต้องนำมาย่างหรือเผาก่อนแล้วแกะเอาส่วนไข่และก้ามมาปรุง






บ้างใส่แต่ส่วนไข่ ส่วนก้ามไม่เอา แรก ๆ ฉันก็เลือกเอาแต่ส่วนไข่ จากนั้นมีคนแนะนำให้ใส่ส่วนก้ามไปด้วย
บอกเลย ก้ามแมงดาทะเลตามภาพ แทะกินเพลินเหมือนแทะก้ามปู ส่วนก้ามมีความมัน อร่อยทีเดียว






บทสรุป .... ดิฉันได้ให้คำตอบเพื่อน ๆ ที่มีคำถามและติดสงสัยในเรื่องของพริกแกงทั้งสองชนิด
พริกแกงเผ็ดและพริกแกงคั่ว สองพริกแกงนี้ต่างกันอย่างไร?? มีคำตอบให้แล้วในกระทู้นี้นะคะ

ขอบพระคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมชม แวะมาเยี่ยมทักทาย ขอบคุณทุกความคิดเห็น


พาพันขอบคุณพาพันชอบ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่