“ต้น” กับ “บอย” เป็นเพื่อนสนิทที่ชอบขับรถเที่ยวกลางคืน วันหนึ่งทั้งคู่เดินทางกลับจากต่างจังหวัดและเลือกใช้เส้นทางลัดผ่านหมู่บ้านเก่า
ถนนเส้นนั้นมืดสนิท สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้สูงและป่ารก
ขณะขับรถผ่านป้ายไม้เก่า ๆ ต้นสังเกตเห็นข้อความเขียนไว้ว่า
“ห้ามจอดรถหลังเที่ยงคืน”
บอยหัวเราะ
“ใครจะมาจอดวะ ถนนเปลี่ยวขนาดนี้”
ทั้งคู่ขับต่อไปอีกประมาณสิบ分钟 ก่อนรถจะเริ่มมีอาการกระตุกและดับลงกลางทาง
บอยพยายามสตาร์ตรถหลายครั้ง แต่เครื่องยนต์ไม่ติด
ต้นจึงลงไปเปิดฝากระโปรง
ขณะกำลังตรวจเครื่องยนต์ เขาได้ยินเสียงผู้หญิงเรียกจากด้านหลัง
“พี่คะ...”
ต้นหันไปมอง
มีหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ริมถนน สวมชุดสีขาว ผมยาว และถือถุงพลาสติกสีดำ
“ช่วยหนูหน่อยได้ไหมคะ?”
ต้นถามว่า
“มีอะไรเหรอครับ?”
หญิงสาวชี้ไปยังป่าข้างทาง
“หนูทำของตกค่ะ”
บอยรีบลงจากรถ
“ของอะไรครับ?”
หญิงสาวตอบ
“หัวหนูค่ะ”
ทั้งสองนิ่งงัน
หญิงสาวค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น
ใบหน้าของเธอไม่มีดวงตา ไม่มีจมูก และไม่มีปาก
มีเพียงผิวหนังเรียบ ๆ สีซีด
ต้นกับบอยรีบกระโดดขึ้นรถ
บอยบิดกุญแจสตาร์ต
ครั้งแรกไม่ติด
ครั้งที่สองไม่ติด
ครั้งที่สาม...
เครื่องยนต์ติดขึ้นทันที
ทั้งคู่เหยียบคันเร่งหนีสุดชีวิต
แต่เมื่อขับไปได้ไม่ถึงร้อยเมตร ก็พบหญิงสาวคนเดิมยืนอยู่กลางถนน
บอยหักพวงมาลัยหลบ
รถเสียหลักลงข้างทาง
ต้นหันไปมองกระจกหลัง
หญิงสาวยังยืนอยู่ที่เดิม
แต่คราวนี้เธอกำลังยิ้ม
ทั้งที่ไม่มีปาก
บอยตะโกน
“อย่ามองมัน! ขับไป!”
รถพุ่งออกจากข้างทางและวิ่งต่อไปอย่างไม่คิดชีวิต
ไม่นานนัก ทั้งคู่ก็เห็นแสงไฟจากศาลาเล็ก ๆ ริมถนน
มีชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่ใต้ศาลา
ต้นรีบจอดรถและวิ่งเข้าไปหา
“ลุงครับ! ช่วยด้วยครับ มีผู้หญิงแปลก ๆ ตามพวกผมมา!”
ชายชรานั่งนิ่ง ก่อนถามว่า
“พวกเอ็งขับผ่านป้ายเตือนมาใช่ไหม?”
ทั้งคู่พยักหน้า
ชายชราถอนหายใจ
“แล้วมีใครเรียกให้ลงจากรถหรือเปล่า?”
ต้นตอบ
“มีครับ เขาบอกว่าทำหัวตก”
ชายชราหลับตาลงทันที
“พวกเอ็งโชคดีแล้วที่ยังไม่ตอบรับมัน”
บอยถามเสียงสั่น
“มันเป็นใครครับลุง?”
ชายชรามองไปยังถนนมืด ๆ
“เมื่อยี่สิบปีก่อน มีรถทัวร์คันหนึ่งประสบอุบัติเหตุบนถนนเส้นนี้ ผู้โดยสารเสียชีวิตเกือบทั้งคัน”
“แล้วผู้หญิงคนนั้นล่ะครับ?”
“เป็นคนที่ตามหาศีรษะตัวเองไม่เจอ”
ทั้งคู่ตัวเย็นเฉียบ
ชายชราจึงบอกให้รีบขับออกไป แต่กำชับว่า
“ถ้าได้ยินเสียงเรียกจากเบาะหลัง อย่าหันไปมองเด็ดขาด”
ต้นกับบอยรีบกลับขึ้นรถ
ครั้งนี้รถติดทันที
พวกเขาขับต่อไปโดยไม่พูดอะไร
จนกระทั่ง...
เสียงผู้หญิงดังขึ้นจากเบาะหลัง
“พี่คะ...”
ต้นกำพวงมาลัยแน่น
“พี่คะ...หนูหนาว”
บอยเริ่มร้องไห้
เสียงนั้นดังขึ้นอีก
“พี่คะ...ช่วยหันมามองหนูหน่อย”
ทั้งคู่พยายามไม่สนใจ
แต่จู่ ๆ ก็มีเสียงเหมือนคนกำลังคลานจากเบาะหลังมาด้านหน้า
ครืด... ครืด...
เสียงลมหายใจเย็น ๆ ดังอยู่ใกล้หูต้น
“พี่...”
ต้นหลับตาแน่น
“หนูเจอหัวแล้วค่ะ”
ทันใดนั้น รถก็สว่างวาบขึ้นจากไฟถนน
ต้นเหลือบมองกระจกมองหลังโดยไม่ตั้งใจ
เขาเห็นหญิงสาวนั่งอยู่ตรงกลางเบาะหลัง
ในมือของเธอ...
คือศีรษะของตัวเอง
ศีรษะนั้นกำลังยิ้มให้เขา
ก่อนจะพูดด้วยเสียงของต้นเองว่า
“ขอบคุณนะ...ที่พาหนูกลับบ้าน”
รถพุ่งชนต้นไม้ริมทางอย่างแรง
เช้าวันต่อมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยพบรถยนต์เสียหลักตกข้างถนน
ภายในรถมีผู้เสียชีวิตหนึ่งคน
คือบอย
ส่วนต้นหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
หลายวันต่อมา มีคนขับรถผ่านถนนเส้นนั้นในเวลาประมาณตีสอง
พวกเขาเล่าว่าเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งยืนโบกรถอยู่ริมทาง
ชายหนุ่มคนนั้นมีใบหน้าซีดขาว และสวมเสื้อเปื้อนเลือด
เมื่อรถจอด เขาจะถามประโยคเดิมทุกครั้ง
“พี่ครับ...ช่วยผมหน่อยได้ไหม?”
ถ้าคนขับตอบว่า “ได้”
ชายหนุ่มจะยิ้ม
แล้วพูดว่า
“งั้นช่วยหันไปดูเบาะหลังให้หน่อยครับ...”
เพราะมีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ตรงนั้น
และเธอกำลังถือศีรษะของคนขับรถอยู่ในมือ
.
.
.
อย่าหันกลับไปมอง
ถนนเส้นนั้นมืดสนิท สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้สูงและป่ารก
ขณะขับรถผ่านป้ายไม้เก่า ๆ ต้นสังเกตเห็นข้อความเขียนไว้ว่า
“ห้ามจอดรถหลังเที่ยงคืน”
บอยหัวเราะ
“ใครจะมาจอดวะ ถนนเปลี่ยวขนาดนี้”
ทั้งคู่ขับต่อไปอีกประมาณสิบ分钟 ก่อนรถจะเริ่มมีอาการกระตุกและดับลงกลางทาง
บอยพยายามสตาร์ตรถหลายครั้ง แต่เครื่องยนต์ไม่ติด
ต้นจึงลงไปเปิดฝากระโปรง
ขณะกำลังตรวจเครื่องยนต์ เขาได้ยินเสียงผู้หญิงเรียกจากด้านหลัง
“พี่คะ...”
ต้นหันไปมอง
มีหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ริมถนน สวมชุดสีขาว ผมยาว และถือถุงพลาสติกสีดำ
“ช่วยหนูหน่อยได้ไหมคะ?”
ต้นถามว่า
“มีอะไรเหรอครับ?”
หญิงสาวชี้ไปยังป่าข้างทาง
“หนูทำของตกค่ะ”
บอยรีบลงจากรถ
“ของอะไรครับ?”
หญิงสาวตอบ
“หัวหนูค่ะ”
ทั้งสองนิ่งงัน
หญิงสาวค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น
ใบหน้าของเธอไม่มีดวงตา ไม่มีจมูก และไม่มีปาก
มีเพียงผิวหนังเรียบ ๆ สีซีด
ต้นกับบอยรีบกระโดดขึ้นรถ
บอยบิดกุญแจสตาร์ต
ครั้งแรกไม่ติด
ครั้งที่สองไม่ติด
ครั้งที่สาม...
เครื่องยนต์ติดขึ้นทันที
ทั้งคู่เหยียบคันเร่งหนีสุดชีวิต
แต่เมื่อขับไปได้ไม่ถึงร้อยเมตร ก็พบหญิงสาวคนเดิมยืนอยู่กลางถนน
บอยหักพวงมาลัยหลบ
รถเสียหลักลงข้างทาง
ต้นหันไปมองกระจกหลัง
หญิงสาวยังยืนอยู่ที่เดิม
แต่คราวนี้เธอกำลังยิ้ม
ทั้งที่ไม่มีปาก
บอยตะโกน
“อย่ามองมัน! ขับไป!”
รถพุ่งออกจากข้างทางและวิ่งต่อไปอย่างไม่คิดชีวิต
ไม่นานนัก ทั้งคู่ก็เห็นแสงไฟจากศาลาเล็ก ๆ ริมถนน
มีชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่ใต้ศาลา
ต้นรีบจอดรถและวิ่งเข้าไปหา
“ลุงครับ! ช่วยด้วยครับ มีผู้หญิงแปลก ๆ ตามพวกผมมา!”
ชายชรานั่งนิ่ง ก่อนถามว่า
“พวกเอ็งขับผ่านป้ายเตือนมาใช่ไหม?”
ทั้งคู่พยักหน้า
ชายชราถอนหายใจ
“แล้วมีใครเรียกให้ลงจากรถหรือเปล่า?”
ต้นตอบ
“มีครับ เขาบอกว่าทำหัวตก”
ชายชราหลับตาลงทันที
“พวกเอ็งโชคดีแล้วที่ยังไม่ตอบรับมัน”
บอยถามเสียงสั่น
“มันเป็นใครครับลุง?”
ชายชรามองไปยังถนนมืด ๆ
“เมื่อยี่สิบปีก่อน มีรถทัวร์คันหนึ่งประสบอุบัติเหตุบนถนนเส้นนี้ ผู้โดยสารเสียชีวิตเกือบทั้งคัน”
“แล้วผู้หญิงคนนั้นล่ะครับ?”
“เป็นคนที่ตามหาศีรษะตัวเองไม่เจอ”
ทั้งคู่ตัวเย็นเฉียบ
ชายชราจึงบอกให้รีบขับออกไป แต่กำชับว่า
“ถ้าได้ยินเสียงเรียกจากเบาะหลัง อย่าหันไปมองเด็ดขาด”
ต้นกับบอยรีบกลับขึ้นรถ
ครั้งนี้รถติดทันที
พวกเขาขับต่อไปโดยไม่พูดอะไร
จนกระทั่ง...
เสียงผู้หญิงดังขึ้นจากเบาะหลัง
“พี่คะ...”
ต้นกำพวงมาลัยแน่น
“พี่คะ...หนูหนาว”
บอยเริ่มร้องไห้
เสียงนั้นดังขึ้นอีก
“พี่คะ...ช่วยหันมามองหนูหน่อย”
ทั้งคู่พยายามไม่สนใจ
แต่จู่ ๆ ก็มีเสียงเหมือนคนกำลังคลานจากเบาะหลังมาด้านหน้า
ครืด... ครืด...
เสียงลมหายใจเย็น ๆ ดังอยู่ใกล้หูต้น
“พี่...”
ต้นหลับตาแน่น
“หนูเจอหัวแล้วค่ะ”
ทันใดนั้น รถก็สว่างวาบขึ้นจากไฟถนน
ต้นเหลือบมองกระจกมองหลังโดยไม่ตั้งใจ
เขาเห็นหญิงสาวนั่งอยู่ตรงกลางเบาะหลัง
ในมือของเธอ...
คือศีรษะของตัวเอง
ศีรษะนั้นกำลังยิ้มให้เขา
ก่อนจะพูดด้วยเสียงของต้นเองว่า
“ขอบคุณนะ...ที่พาหนูกลับบ้าน”
รถพุ่งชนต้นไม้ริมทางอย่างแรง
เช้าวันต่อมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยพบรถยนต์เสียหลักตกข้างถนน
ภายในรถมีผู้เสียชีวิตหนึ่งคน
คือบอย
ส่วนต้นหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
หลายวันต่อมา มีคนขับรถผ่านถนนเส้นนั้นในเวลาประมาณตีสอง
พวกเขาเล่าว่าเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งยืนโบกรถอยู่ริมทาง
ชายหนุ่มคนนั้นมีใบหน้าซีดขาว และสวมเสื้อเปื้อนเลือด
เมื่อรถจอด เขาจะถามประโยคเดิมทุกครั้ง
“พี่ครับ...ช่วยผมหน่อยได้ไหม?”
ถ้าคนขับตอบว่า “ได้”
ชายหนุ่มจะยิ้ม
แล้วพูดว่า
“งั้นช่วยหันไปดูเบาะหลังให้หน่อยครับ...”
เพราะมีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ตรงนั้น
และเธอกำลังถือศีรษะของคนขับรถอยู่ในมือ
.
.
.