เรือหางยาวเที่ยวสุดท้าย
ลุงสมเป็นคนขับเรือหางยาวรับส่งผู้โดยสารในคลองแห่งหนึ่งมานานกว่า 30 ปี
ทุกวันเขาจะขับเรือเที่ยวสุดท้ายตอนสี่ทุ่ม เพื่อส่งคนงานกลับบ้าน
แต่มีข้อห้ามอย่างหนึ่งที่คนขับเรือทุกคนรู้กันดี
ห้ามรับผู้โดยสารที่ยืนรออยู่ตรงท่าน้ำร้างหลังวัดในคืนเดือนดับ
เพราะเคยมีคนเห็นหญิงสาวคนหนึ่งยืนอุ้มเด็กอยู่ตรงนั้นมานานหลายสิบปี
คืนหนึ่ง ลุงสมขับเรือเที่ยวสุดท้ายตามปกติ
เมื่อผ่านท่าน้ำร้าง เขาเห็นหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ริมตลิ่ง เธอสวมเสื้อสีขาวและอุ้มเด็กทารกไว้ในอ้อมแขน
ลุงสมพยายามเร่งเครื่องผ่านไป แต่หญิงสาวกลับตะโกนเรียก
“ลุงคะ... ช่วยไปส่งหนูที่บ้านหน่อย”
ลุงสมชะลอเรือและถามว่า
“จะไปไหน มันดึกแล้วนะ”
หญิงสาวตอบว่า
“บ้านอยู่ฝั่งตรงข้ามค่ะ หนูไม่มีเงิน แต่มีลูกเล็ก ๆ มาด้วย”
ลุงสมมองเด็กในอ้อมแขนเธอแล้วเกิดความสงสาร จึงยอมให้ขึ้นเรือ
ระหว่างทาง หญิงสาวนั่งเงียบไม่พูดอะไร
แต่ลุงสมกลับได้ยินเสียงเด็กหัวเราะเบา ๆ อยู่ตลอดเวลา
เขาจึงหันไปถามว่า
“ลูกสาวอายุเท่าไหร่แล้วล่ะ”
หญิงสาวตอบว่า
“ยังไม่ถึงวันเกิดเลยค่ะ”
ลุงสมรู้สึกแปลก ๆ เพราะเด็กที่เธออุ้มอยู่ดูเหมือนทารก แต่เสียงหัวเราะกลับดังเหมือนเด็กโต
เมื่อเรือถึงฝั่ง หญิงสาวยื่นมือมาจับแขนเขา
มือของเธอเย็นจัดเหมือนแช่อยู่ในน้ำแข็ง
“ขอบคุณนะคะลุง พรุ่งนี้ช่วยมารับหนูอีกได้ไหม”
ลุงสมพยักหน้าโดยไม่ได้คิดอะไร
เช้าวันต่อมา เขาเล่าเรื่องให้ชาวบ้านฟัง
ทุกคนกลับตกใจและบอกให้เขาไปทำบุญทันที
เพราะหญิงสาวที่เขารับเมื่อคืนเสียชีวิตไปเมื่อ 20 ปีก่อน
เธอเป็นแม่ลูกอ่อนที่ตกเรือบริเวณคลองนั้น ศพของเธอถูกพบในอีกหลายวันต่อมา แต่ไม่เคยพบศพลูกของเธอ
ลุงสมไม่เชื่อ จึงกลับไปดูท่าน้ำร้างในตอนกลางวัน
เขาพบเพียงศาลไม้เก่า ๆ และมีรูปถ่ายหญิงสาวคนหนึ่งตั้งอยู่
ใบหน้าในรูปเหมือนผู้โดยสารเมื่อคืนทุกประการ
คืนนั้นลุงสมตัดสินใจไม่ออกเรือ
แต่เวลาสี่ทุ่มตรง เขากลับได้ยินเสียงเครื่องยนต์เรือของตัวเองติดขึ้นมาเอง
เขาวิ่งออกไปดู
เรือหางยาวกำลังลอยออกจากท่า ทั้งที่ไม่มีใครอยู่บนเรือ
และมีเสียงผู้หญิงดังมาจากกลางคลอง
“ลุงคะ... หนูรออยู่”
ลุงสมรีบวิ่งตามไป แต่เรือกลับแล่นออกไปไกลอย่างรวดเร็ว
ก่อนจะหายเข้าไปในความมืด
รุ่งเช้า ชาวบ้านพบเรือของลุงสมลอยติดอยู่ริมตลิ่ง
แต่ไม่พบตัวลุง
บนเบาะคนขับมีเพียงผ้าห่มเด็กเปียกน้ำวางอยู่
และมีรอยมือเล็ก ๆ เปื้อนโคลนอยู่บนพวงมาลัย
สามวันต่อมา มีเด็กชายคนหนึ่งวิ่งมาบอกชาวบ้านว่าเห็นลุงสมเดินอยู่ริมคลอง
เขากำลังจูงมือหญิงสาวคนหนึ่ง
อีกมือหนึ่งอุ้มเด็กทารก
ทั้งสามคนเดินลงน้ำไปพร้อมกัน
โดยไม่มีใครหันกลับมามองเลย
เรือหางยาวเที่ยวสุดท้าย
ลุงสมเป็นคนขับเรือหางยาวรับส่งผู้โดยสารในคลองแห่งหนึ่งมานานกว่า 30 ปี
ทุกวันเขาจะขับเรือเที่ยวสุดท้ายตอนสี่ทุ่ม เพื่อส่งคนงานกลับบ้าน
แต่มีข้อห้ามอย่างหนึ่งที่คนขับเรือทุกคนรู้กันดี
ห้ามรับผู้โดยสารที่ยืนรออยู่ตรงท่าน้ำร้างหลังวัดในคืนเดือนดับ
เพราะเคยมีคนเห็นหญิงสาวคนหนึ่งยืนอุ้มเด็กอยู่ตรงนั้นมานานหลายสิบปี
คืนหนึ่ง ลุงสมขับเรือเที่ยวสุดท้ายตามปกติ
เมื่อผ่านท่าน้ำร้าง เขาเห็นหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ริมตลิ่ง เธอสวมเสื้อสีขาวและอุ้มเด็กทารกไว้ในอ้อมแขน
ลุงสมพยายามเร่งเครื่องผ่านไป แต่หญิงสาวกลับตะโกนเรียก
“ลุงคะ... ช่วยไปส่งหนูที่บ้านหน่อย”
ลุงสมชะลอเรือและถามว่า
“จะไปไหน มันดึกแล้วนะ”
หญิงสาวตอบว่า
“บ้านอยู่ฝั่งตรงข้ามค่ะ หนูไม่มีเงิน แต่มีลูกเล็ก ๆ มาด้วย”
ลุงสมมองเด็กในอ้อมแขนเธอแล้วเกิดความสงสาร จึงยอมให้ขึ้นเรือ
ระหว่างทาง หญิงสาวนั่งเงียบไม่พูดอะไร
แต่ลุงสมกลับได้ยินเสียงเด็กหัวเราะเบา ๆ อยู่ตลอดเวลา
เขาจึงหันไปถามว่า
“ลูกสาวอายุเท่าไหร่แล้วล่ะ”
หญิงสาวตอบว่า
“ยังไม่ถึงวันเกิดเลยค่ะ”
ลุงสมรู้สึกแปลก ๆ เพราะเด็กที่เธออุ้มอยู่ดูเหมือนทารก แต่เสียงหัวเราะกลับดังเหมือนเด็กโต
เมื่อเรือถึงฝั่ง หญิงสาวยื่นมือมาจับแขนเขา
มือของเธอเย็นจัดเหมือนแช่อยู่ในน้ำแข็ง
“ขอบคุณนะคะลุง พรุ่งนี้ช่วยมารับหนูอีกได้ไหม”
ลุงสมพยักหน้าโดยไม่ได้คิดอะไร
เช้าวันต่อมา เขาเล่าเรื่องให้ชาวบ้านฟัง
ทุกคนกลับตกใจและบอกให้เขาไปทำบุญทันที
เพราะหญิงสาวที่เขารับเมื่อคืนเสียชีวิตไปเมื่อ 20 ปีก่อน
เธอเป็นแม่ลูกอ่อนที่ตกเรือบริเวณคลองนั้น ศพของเธอถูกพบในอีกหลายวันต่อมา แต่ไม่เคยพบศพลูกของเธอ
ลุงสมไม่เชื่อ จึงกลับไปดูท่าน้ำร้างในตอนกลางวัน
เขาพบเพียงศาลไม้เก่า ๆ และมีรูปถ่ายหญิงสาวคนหนึ่งตั้งอยู่
ใบหน้าในรูปเหมือนผู้โดยสารเมื่อคืนทุกประการ
คืนนั้นลุงสมตัดสินใจไม่ออกเรือ
แต่เวลาสี่ทุ่มตรง เขากลับได้ยินเสียงเครื่องยนต์เรือของตัวเองติดขึ้นมาเอง
เขาวิ่งออกไปดู
เรือหางยาวกำลังลอยออกจากท่า ทั้งที่ไม่มีใครอยู่บนเรือ
และมีเสียงผู้หญิงดังมาจากกลางคลอง
“ลุงคะ... หนูรออยู่”
ลุงสมรีบวิ่งตามไป แต่เรือกลับแล่นออกไปไกลอย่างรวดเร็ว
ก่อนจะหายเข้าไปในความมืด
รุ่งเช้า ชาวบ้านพบเรือของลุงสมลอยติดอยู่ริมตลิ่ง
แต่ไม่พบตัวลุง
บนเบาะคนขับมีเพียงผ้าห่มเด็กเปียกน้ำวางอยู่
และมีรอยมือเล็ก ๆ เปื้อนโคลนอยู่บนพวงมาลัย
สามวันต่อมา มีเด็กชายคนหนึ่งวิ่งมาบอกชาวบ้านว่าเห็นลุงสมเดินอยู่ริมคลอง
เขากำลังจูงมือหญิงสาวคนหนึ่ง
อีกมือหนึ่งอุ้มเด็กทารก
ทั้งสามคนเดินลงน้ำไปพร้อมกัน
โดยไม่มีใครหันกลับมามองเลย