สวัสดีค่ะ เราเป็นคนหนึ่งที่เคยทำน้ำหนักขึ้นมาประมาณ 25 กิโลกรัม
ในระยะเวลาประมาณ 2 ปี เฉลี่ยปีละ 12.5 กิโล
และใช้เวลาลดจากน้ำหนักประมาณ 13 กิโลกรัม ในเวลา 6 เดือน
ข้อดีมีเยอะค่ะ ลดน้ำหนักยังไงก็ดีกว่าปล่อยตัว
แต่สิ่งที่เราเจอจากการทำน้ำหนักขึ้นๆ ลงๆ สวิงเร็ว มีดังนี้
1) หมอนรองกระดูกกับหัวเข่ามีปัญหาถ้าน้ำหนักขึ้นเร็วเกิน
เรามีปัญหาปวดหลังล่างรุนแรงมากค่ะ
ตอนนี้ต้องรักษาตัว กายภาพ ฟื้นฟูระบบร่างกายใหม่หมด
ออกกำลังกายหนักๆ ไม่ได้ด้วยค่ะ
บางคนอาจจะคิดว่าคนอ้วนคนอื่นน้ำหนักหลักร้อยไม่เห็นเป็นไร
คุณคะ โครงสร้าง ร่างกาย กระดูก หมอนรอง แต่ละคนไม่เหมือนกัน
ฉะนั้น อย่าทำน้ำหนักขึ้นมาเยอะนะคะ กระดูกมันรับไม่ไหว
พอเราลดน้ำหนักได้ อาการเข่าลั่นหายไปเลยยยยยย
2) เปลืองเงินกับเสื้อผ้า
ตอนอ้วนขึ้น คิดว่าตัวเองคงกลับไปผอมไม่ได้แล้ว
เลยโละเสื้อผ้าไปเยอะ ทั้งขาย ทั้งให้คนใกล้ตัว และบริจาค
พอกลับมาผอมเท่าไซส์เดิม เลยใช้วิธีเอากางเกงไปแก้เข้าเอา
ถ้าต้องซื้อใหม่คือสิ้นเปลืองมากค่ะ
อีกรายการที่เปลืองเงินสุดๆ คือเสื้อชั้นในค่ะ ปวดหัวเลย
3) ผอมลงจนใส่เครื่องประดับเดิมๆ ไม่ได้
แหวนทุกวงหลวมต้องไปหาซื้อยางเสริมมาพันกันหลุด
รองเท้าผ้าใบบางคู่ก็หลวมไปเลยค่ะ
ดีที่มีรูร้อยเชือกรองเท้าเผื่อไว้ 1 จุด + สวมถุงเท้าหนาขึ้น พอช่วยได้
4) พอผอมลง ต้องตอบคำถามสังคม ว่ามีตัวช่วยอะไรบ้าง
การลดน้ำหนักครั้งนี้ของเราตั้งใจให้เป็นครั้งสุดท้าย
ไม่มีตัวช่วยใดๆ เลยค่ะ ปากกาลดน้ำหนัก โปรตีนพืช อาหารเสริม
คือไม่ได้เข้ายิม ไม่มีเทรนเนอร์ด้วยซ้ำ เพราะออกกำลังกายหนักไม่ไหว
เราเปลี่ยนอาหารมาทำกินเอง เน้นโปรตีน ไปเดินทุกวันวันละ 45 นาที
กลับมากายบริหารด้วยท่าที่เน้นกล้ามเนื้อหลังกับแกนกลางลำตัว
เช่น wall sit, dead bug, lunge เป็นต้น
แต่คนในสังคมโซเชียลส่วนตัวล้วนไม่เชื่อว่าทำแค่นี้
ซึ่งทำแค่นี้แต่ทำแบบตั้งใจสุดๆ มันยากค่ะ
เราได้แต่บอกว่า ทำแค่นี้จริงๆ ไม่เชื่อก็ลองทำดูเถอะ สามเดือนเห็นผล
การลดน้ำหนักมันเบสิคจริงๆ ค่ะ กินอิ่ม โปรตีนถึง นอนดี มีกล้ามเนื้อ
พวกอาหารเสริม เทรนเนอร์ และอื่นๆ เป็นแค่ตัวช่วย
แต่ถ้าเราพึ่งพาแต่ตัวช่วยจนเกินไป
การลดน้ำหนักจะเฟลทันทีที่เราหยุดใช้ตัวช่วยนะคะ
สุดท้ายนี้ การลดน้ำหนัก ข้อดีเยอะกว่าข้อเสียชนิดที่เทียบกันไม่ได้เลย
ปีใหม่ปีนี้ มาดูแลสุขภาพกันเถอะ ใครกำลังทำอยู่เอาใจช่วยนะคะ
ข้อเสียของการทำน้ำหนักขึ้นๆ ลงๆ อย่างรวดเร็วที่เจอมากับตัว
ในระยะเวลาประมาณ 2 ปี เฉลี่ยปีละ 12.5 กิโล
และใช้เวลาลดจากน้ำหนักประมาณ 13 กิโลกรัม ในเวลา 6 เดือน
ข้อดีมีเยอะค่ะ ลดน้ำหนักยังไงก็ดีกว่าปล่อยตัว
แต่สิ่งที่เราเจอจากการทำน้ำหนักขึ้นๆ ลงๆ สวิงเร็ว มีดังนี้
1) หมอนรองกระดูกกับหัวเข่ามีปัญหาถ้าน้ำหนักขึ้นเร็วเกิน
เรามีปัญหาปวดหลังล่างรุนแรงมากค่ะ
ตอนนี้ต้องรักษาตัว กายภาพ ฟื้นฟูระบบร่างกายใหม่หมด
ออกกำลังกายหนักๆ ไม่ได้ด้วยค่ะ
บางคนอาจจะคิดว่าคนอ้วนคนอื่นน้ำหนักหลักร้อยไม่เห็นเป็นไร
คุณคะ โครงสร้าง ร่างกาย กระดูก หมอนรอง แต่ละคนไม่เหมือนกัน
ฉะนั้น อย่าทำน้ำหนักขึ้นมาเยอะนะคะ กระดูกมันรับไม่ไหว
พอเราลดน้ำหนักได้ อาการเข่าลั่นหายไปเลยยยยยย
2) เปลืองเงินกับเสื้อผ้า
ตอนอ้วนขึ้น คิดว่าตัวเองคงกลับไปผอมไม่ได้แล้ว
เลยโละเสื้อผ้าไปเยอะ ทั้งขาย ทั้งให้คนใกล้ตัว และบริจาค
พอกลับมาผอมเท่าไซส์เดิม เลยใช้วิธีเอากางเกงไปแก้เข้าเอา
ถ้าต้องซื้อใหม่คือสิ้นเปลืองมากค่ะ
อีกรายการที่เปลืองเงินสุดๆ คือเสื้อชั้นในค่ะ ปวดหัวเลย
3) ผอมลงจนใส่เครื่องประดับเดิมๆ ไม่ได้
แหวนทุกวงหลวมต้องไปหาซื้อยางเสริมมาพันกันหลุด
รองเท้าผ้าใบบางคู่ก็หลวมไปเลยค่ะ
ดีที่มีรูร้อยเชือกรองเท้าเผื่อไว้ 1 จุด + สวมถุงเท้าหนาขึ้น พอช่วยได้
4) พอผอมลง ต้องตอบคำถามสังคม ว่ามีตัวช่วยอะไรบ้าง
การลดน้ำหนักครั้งนี้ของเราตั้งใจให้เป็นครั้งสุดท้าย
ไม่มีตัวช่วยใดๆ เลยค่ะ
ปากกาลดน้ำหนัก โปรตีนพืช อาหารเสริมคือไม่ได้เข้ายิม ไม่มีเทรนเนอร์ด้วยซ้ำ เพราะออกกำลังกายหนักไม่ไหว
เราเปลี่ยนอาหารมาทำกินเอง เน้นโปรตีน ไปเดินทุกวันวันละ 45 นาที
กลับมากายบริหารด้วยท่าที่เน้นกล้ามเนื้อหลังกับแกนกลางลำตัว
เช่น wall sit, dead bug, lunge เป็นต้น
แต่คนในสังคมโซเชียลส่วนตัวล้วนไม่เชื่อว่าทำแค่นี้
ซึ่งทำแค่นี้แต่ทำแบบตั้งใจสุดๆ มันยากค่ะ
เราได้แต่บอกว่า ทำแค่นี้จริงๆ ไม่เชื่อก็ลองทำดูเถอะ สามเดือนเห็นผล
การลดน้ำหนักมันเบสิคจริงๆ ค่ะ กินอิ่ม โปรตีนถึง นอนดี มีกล้ามเนื้อ
พวกอาหารเสริม เทรนเนอร์ และอื่นๆ เป็นแค่ตัวช่วย
แต่ถ้าเราพึ่งพาแต่ตัวช่วยจนเกินไป
การลดน้ำหนักจะเฟลทันทีที่เราหยุดใช้ตัวช่วยนะคะ
สุดท้ายนี้ การลดน้ำหนัก ข้อดีเยอะกว่าข้อเสียชนิดที่เทียบกันไม่ได้เลย
ปีใหม่ปีนี้ มาดูแลสุขภาพกันเถอะ ใครกำลังทำอยู่เอาใจช่วยนะคะ