หัวใจสลายที่ปลายฟ้า (61)...กว่าจะผ่านพ้น

กระทู้คำถาม
หัวใจสลายที่ปลายฟ้า (61)...กว่าจะผ่านพ้นไป
 
             รถมาถึงร้านอาหาร พี่นัดดาออกมารับลูกค้าเอง เธอเข้ามากอดหนอยแล้วน้ำตาร่วง “ยังเจ็บตรงไหนไหม ทุกคนรอหนอยอย่างห่วงใยและ
เจ็บปวด”
            “ดีขึ้นมากแล้วครับ” ความห่วงใยของทุกคน ฟังแล้วน้ำตารื้น
            "พรุ่งนี้จะต้องเข้าผ่าเปลี่ยนเลนส์ตาช่วงบ่ายครับ พี่ดาสบายดีนะครับ”
            “สบายดี ๆ ” แล้วเธอก็มาทักทายทุกคน มาจบเอาที่ดวงเนตร เธอเข้ามากอดไว้
            “หมดทุกข์เสียทีนะจ๊ะ” พี่นัดดาเอ่ยกับดวงเนตร
            “เชิญทุกคนด้านในเลยค่ะ”  พี่นัดดาเลือกโต๊ะใหญ่ที่ค่อนข้างส่วนตัว ทุกคนคุยกันสบาย ๆ หลังจากสัมภาษณ์พี่หนอยแล้ว พี่ดาก็ไปนั่งรวม
กับผู้ใหญ่ ครู่เดี๋ยวหมอปราโมทย์ก็เข้ามาพร้อมภรรยา และคู่ของมาเรีย ทุกคนกล่าวแนะนำและทักทายกัน แล้วลงนั่ง ลุงหมอเว้นที่ไว้ให้หมอ
ปราโมทย์และคุณอำพรใกล้ ๆ หนอยและดวงเนตร หมอหันไปดูคนไข้
            “สวัสดีครับคุณหมอ และพี่อำพร”
            “สวัสดีคะ”
            “สวัสดีค่ะคุณหมอปราโมทย์ พี่อำพร” เสียงใสๆ พูดขึ้นตามมา ทั้งคู่หันมาแล้วขมวดคิ้ว
            “อ้าว! ดวงเนตรนี่คะพี่หมอ”  
            “เป็นอย่างไรบ้าง นี่ก็สองปีแล้วนะยังร้องให้คิดถึงบ้านไหม” หมอแซว 
            “ไม่แล้วค่ะ”
            “คุณหมอและพี่อำพรสบายดีนะคะ”
            “จ้ะ” พี่อำพรตอบแล้วยิ้มให้
            “คุณยาย และลูก ๆ เป็นอย่างไรบ้างคะ”
            “ทุกคนสบายดีจ้ะ นี่ถ้าคุณยายรู้ข่าวหนูคงดีใจนะ”
            “คนไข้หน้าหล่อนี่คงเป็นแฟนน้องเนตรแน่ถึงรู้จักพี่อำพร” หนอยยิ้ม
            
            อาหารทยอยออกมา แล้วก็ต่างก็จับคู่คุยกันตามอัธยาศัย จนอาหารหมด ตามด้วยผลไม้จานใหญ่แล้วทุกคนก็เตรียมตัวแยกย้ายกลับไป โดย
มีพี่นัดดาออกมาส่ง  เธอเข้ามากอดหนอย
            “ขอให้พระคุ้มครองนะ...โชคดีจ๊ะ
 
            น้าวิวเข้าไปขออนุญาตลุงหมอแทนหนอย เมื่อกลับถึงบ้านแล้ว “หนอยนอนที่บ้านดวงเนตรกับเรานะคะ”
            “เอาเถอะดูแลกันให้เรียบร้อยแล้วกัน หนอยต้องงดอาหารแล้วนะต้องเตรียมพร้อมในการผ่าตัดวันพรุ่งนี้”
            “ค่ะ”      
 
            เมื่อทุกคนจัดการธุระเรียบร้อยแล้ว ดวงเนตรจัดที่นอนให้น้าวิวเรียบร้อย ฟูกปูแล้วและทุกคนก็ไหว้พระสวดมนต์ก่อนนอน ดูเหมือนน้าวิวกับ
ดวงเนตรจะอัญเชิญพระทุกรูปลงมาหมด แถมปวงเทพเทวา พระพรหม ยม นาค เพราะเป็นการสวดมนต์ที่หนอยนั่งรออยู่ครู่ใหญ่ เมื่อเสร็จแล้วหนอย
พูดว่า “แจกบัตรเชิญครบแล้วเหรอครับ อัญเชิญท่านใดลงมาบ้างครับ”
            “ปากดีนักพรุ่งนี้จะโดนเชือดอยู่แล้ว”
            “อ้าว! รีบนอนพักผ่อนพรุ่งนี้น้าขอให้โชคดีนะ” เสียงเธออ่อนลง ทั้งสองเอนตัวลงนอนในลักษณะเดิม น้าวิวได้แต่ส่ายหน้า พี่หนอยโอบ
ดวงเนตรไว้ในวงแขนจูบเบาที่ดวงตาที่หลับพริ้ม กลิ่นหอมอ่อนจากตัวดวงเนตร
            “หลับนะคนดีพี่หนอยอยู่นี่แล้ว”
 
            จดหมายเตี่ยมาถึงเมื่อวานตอนบ่าย ทุกฉบับที่เตี่ยเขียนถึงดวงเนตร เธอเก็บไว้อย่างดี มันมีค่าที่ประเมินไม่ได้ต่อใจเธอ ความห่วงใยที่เขียน
ง่าย ๆ เพราะความไม่รู้หนังสือ และความรักมากมายที่เตี่ยมีให้ดวงเนตร ช่วยเป็นกำลังซึ่งอ่อนล้า ให้ก้าวเดินต่อไป ก้าวเดินต่อไป อย่างอดทนอย่าง
 
            ทุกคนตื่นแต่เช้าและทำธุระส่วนตัวเสร็จ จากนั้นก็ไปที่โรงพยาบาลเลย ลุงหมอรับโทรศัพท์ตั้งแต่ตีห้าจากหมอปราโมทย์ให้พาหนอยมาเลย 
เพราะต้องเลื่อนการผ่าตัดให้เร็วที่สุด ถ้าช้าไปจะมีผลกับอวัยวะที่ได้รับบริจาคมา

            คนไข้ถูกนำตัวเข้าห้องผ่าตัดเลย เมื่อทุกคนมาถึงจึงเข้าไปรอที่ห้องพิเศษที่ลุงหมอจองไว้ ภายในห้องตกแต่งเรียบง่ายและสะอาด มีเครื่อง
ถ้วยชามและกระติกน้ำร้อน โซฟายาว และโต๊ะกลมขนาดย่อมพร้อมเก้าอี้จัดเป็นชุดอยู่ด้านในติดหน้าต่าง น้าวิว พี่พล และดวงเนตรนั่งอยู่ที่โต๊ะด้าน
ในติดหน้าต่าง ส่วนป้าสุรีย์และพี่ภัทรซึ่งได้วันหยุดวันนี้ นั่งคุยกับดอกเตอร์แฮรี่ที่โซฟา
 
            เวลาผ่านไปสี่ชั่วโมงลุงหมอออกมาจากห้องงผ่าตัด “หนอยกำลังอยู่ที่ห้องพักฟื้น หมอต้องดูอาการเผื่อมีอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ ” เขานั่ง
ลงที่โซฟา ดวงเนตรลุกไปรินน้ำมาส่งให้ลุงหมอ
            “ขอบใจนะ” ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร หมอคงให้นอนพักอีกคืนแล้วถึงไปพักต่อที่บ้าน ประมาณหกอาทิตย์ถึงจะเปิดดูเพื่อเช็กการมองเห็น”
            หมอปราโมทย์และพยาบาลเดินตามรถเข็นคนไข้เข้ามา พี่หนอยยังหลับเพราะฤทธิ์ยา ทุกคนมาดูเห็นสายน้ำเกลือ เครื่องวัดชีพขจรและ
ความดันระโยงระยาง หมอปราโมทย์บอกอาการคร่าว ๆ “พรุ่งนี้ผมจะมาดูคนไข้อีกที ถ้าไม่มีอะไรก็คงออกจากโรงพยาบาลได้ แต่คืนนี้ต้องนอนพัก
ที่นี่ก่อน หมอขอตัวนะครับเพราะมีอีกผ่าตัดอีกช่วงบ่าย”
            “พี่หมอ...ผมไปก่อนนะครับ” หมอปราโมทย์กล่าวลา

            พี่ภัทรเอ่ยว่า “หนอยคงหลับอีกพักใหญ่อาการไม่น่าเป็นห่วง พี่จะพาพวกผู้ใหญ่กลับไปพักผ่อนที่บ้านและจะแวะมาอีกทีตอนเย็นนะ ถ้าต้อง
การอะไรก็โทรไปนะพล”
            “ครับผม ขอบคุณครับ” พี่พลตอบรับ พี่พลชวนน้าวิวไปซื้อกาแฟ และของใช้อื่น ๆ มาติดไว้บ้าง
            “ผมเห็นมีซุปเปอร์มาร์เก็ต อยู่ติดกับโรงพยาบาล เนตรอยู่ดูแลหนอยคนเดียวได้ไหม”
            “ได้ค่ะ...ไปกันเถอะไม่ต้องห่วง”
           
            ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง ดวงเนตรเอาเก้าอี้มานั่งจนชิดขอบเตียง มือเรียวยาวจับมือพี่หนอยไว้ ตามองผ่านหน้าต่างออกไปไกลลิบ 
เพราะที่นี่อยู่แถบนอกเมืองแล้วจึงมองเห็นทุ่งหญ้าเขียวขจี ต้นเมเปิลปลูกไว้เป็นดง ท้องฟ้าทอแสงใส ตะวันคืบตัวขึ้นไปเกือบถึงกลางแผ่นฟ้า
ดวงเนตรปล่อยใจไปไกล คิดถึงหมู่เพื่อนที่ส่งจดหมายมาและคิดถึงเวลาที่ผ่านไปหลายเดือน จากความหวังที่มีพร้อมบ้านหลังใหม่ที่ชิคาโก...ที่ว่าง
เปล่าและว้าเหว่ เธอต้องเจ็บปวดกับการค้นหาและรอคอย รอคอย และรอคอย เหมือนแสงเทียนที่เริ่มริบหรี่ของโอกาสที่จะพบพี่หนอย ดวงเนตรถาม
ใจตัวเอง
            “โอกาสเหลือน้อยนัก” ความทรงจำที่เจ็บปวดและสิ้นหวัง ค่ำคืนแห่งความเงียบ และลมโบกโชยกระทบดวงใจที่สลายดวงนี้ มันโหดร้าย
เหลือเกิน ความเจ็บปวดที่กัดกร่อนดวงใจน้อย ๆ ดวงนี้ แทบไม่เหลืออะไรเลย น้ำตาไหลลงมาอาบหน้า แม้พบพี่หนอยแล้วแต่บาดแผลคงต้อง
ใช้เวลาเพื่อเยียวยาหัวใจดวงนี้ ในอ้อมแขนอันอบอุ่นของพี่หนอย ทุกอย่างคงค่อย ๆ ทำให้เธอลุกขึ้นยืนอย่างเข้มแข็งอีกครั้งหนึ่ง       
           
            หนอยลืมตานานแล้ว มองดูสาวน้อยที่เหม่อมองออกไปไกล  สายน้ำตาที่หยาดรินบอกถึงความเจ็บร้าวและเจ็บลึก  หนอยเองก็เจ็บปวดทั้ง
กายและใจ การต้องยอมรับสภาพที่ตัวเองเผชิญกับการผ่าตัดครั้งแล้วครั้งเล่า ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวส่องแสงสกาว เป็นเพียงความหวังเดียว
ที่หนอยเอาเป็นที่ยึดเหนี่ยวยามอ่อนล้า จนเขาออกจากโรงพยาบาลแล้วเริ่มค้นหาดวงเนตร ใจเขาคิดว่าอย่างไรเสีย ป้าสุรีย์เพื่อนแม่คงต้องดูแล
ดวงเนตรให้แน่ เขาจึงเช่าบ้านห่างไปไม่ไกลนัก ทุกค่ำคืนหนอยจะจอดรถห่าง ๆ แล้วมองดาวดวงนี้ที่หม่นหมอง เธอชอบออกมาแหงนมองท้องฟ้า
คงเพื่อถามเหล่าดาวและเดือนว่าตะวันของเธอหายไปไหน จากนั้นก็อ่านหนังสือพร้อมไวน์ที่หมดเป็นขวด ๆ แล้วหลับไป ส่วนหนอยตามดวงเนตร
เข้าไปที่มหาวิทยาลัยบ่อย ๆ รวมถึงร้านกาแฟของโจอี้ สุดท้ายก็ที่ริมทะเลสาบมิชิแกน สิ่งที่หนอยกลัว ๆ ว่าเธอจะรับสภาพที่มืดบอดของเขาได้
อย่างไร
            
            น้าวิวเปิดประตูเบา ๆ เข้ามากับพี่พล คนหนึ่งเหม่อมองออกไปไกลลิบ อีกคนนอนมองสาวน้อยด้วยดวงตาเศร้า และอ่อนโยน พี่ทั้งสองเข้าใจ
ดีแม้เพียงแค่เห็น น้าวิวตาแดง
            “อะแอ้ม! ขวัญเอ๋ยขวัญมามาอยู่กับตัว อย่าระหกระเหินไปไกลเดียวหาทางกลับไม่ถูกนะ” ทั้งคู่สะดุ้งเพราะเสียงน้าวิว ดวงเนตรปาดน้ำตาแล้วยิ้ม
เธอเข้ามากอดดวงเนตรไว้
            “หมดทุกข์หมดโศกได้แล้วน้องหนู เธอด้วยนายหนอย”
            ดวงเนตรลุกขึ้นไปช่วยน้าวิว “ไม่ต้องช่วยหรอกของนิดเดียว เอาเอกสารนี้ไปอ่านให้คนไข้ฟังไป”
            “ข้อที่ต้องปฏิบัติสำหรับผู้ป่วย ตาที่ผ่าตัดห้ามโดนน้ำ  ห้ามไอ จาม หรือหัวเราะ และห้ามนอนตะแคงไปทางด้านที่ผ่าตัด ห้ามท้องผูกเพราะ
เวลาเข้าห้องน้ำจะทำให้ความดันตาเพิ่มและเป็นอันตรายกับดวงตา หลังจากออกจากโรงพยาบาลให้ใช้eye shield...ที่ปิดตาเพื่อป้องกันการกระทบกระเทือน หรือกระแทก ห้ามสั่นศีรษะ ห้ามก้มหัวต่ำ จะเปิดดูผลการผ่าตัดในหกสัปดาห์ มีคำถามอะไรอีกไหมค่ะ”ดวงเนตรเอ่ยขึ้น 
            “นอนนกอดแฟนได้ไหมครับคุณหมอ” เขาถามดวงเนตรแล้วยิ้มกว้าง
            “ไม่ได้ต้องนอนห่าง ๆ กัน” น้าวิวเบรก
            “แหม...ผมไม่ได้เป็นโรคติดต่อนะครับ”
            “แกนะแก ทั้งน่าสงสารทั้งน่าตึบ” น้าวิวค้อนให้
 
*****  หากแม้นพี่นี้ย้อนเวลาได้      ไม่เคยคิดโหดร้ายกับใจน้อง
          ทุกเวลานาทีจะประคอง     มิให้น้องชอกช้ำระกำทรวง *****
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่