อย่าเพิ่งบอกว่า To hit two faces ครับ สำหรับวลี “ตีสองหน้า” ภาษาอังกฤษพูดว่า...
✅ “To play both sides”
น่าจะเป็นสำนวนที่ตรงตัวและตรงความหมายที่สุดแล้ว มันหมายถึงการพยายามทำให้สองฝ่าย (ที่ไม่ถูกกัน) เข้าใจว่าเราเป็นพวกเขา ในภาษาอังกฤษจะพูดว่า... 👉🏻 “He’s always playing both sides to stay in everyone’s good books.” (เขามักจะตีสองหน้าเพื่อรับเอาผลประโยชน์จากทุกฝ่าย)
✅ “To double-deal”
ได้ยินบ้างในบริบทการเมืองหรือแวดวงธุรกิจ แต่ก็ต้องบอกว่าแม้มันจะมีคำว่า “double” อยู่ แต่อาจไม่ได้หมายถึงการ “เสแสร้งว่าเป็นมิตรกับทั้งสองฝ่าย” เสมอไปครับ โดยส่วนมากจะหมายถึงการตีสองหน้าในบริบทที่ว่า... ต่อหน้าเป็นมิตร ลับหลังเป็นศัตรู เช่นในประโยค 👉🏻 “He double-dealed his way through the negotiations and still came out ahead.” (เขาตีสองหน้าทุกครั้งที่มีการต่อรองแต่สุดท้ายก็ยังได้ทุกอย่างที่ต้องการ)
✅ “To try to please everyone”
เป็นการแปลแบบตรงตัวเลยว่า “พยายามเอาใจทุกคน” หรืออาจจะใช้เป็นวลี “To try to make everyone happy“ ก็ได้ แต่ไม่ได้ใช้ในความหมายด้านลบเหมือนวลี “ตีสองหน้า” ของไทยเราเสมอไปครับ เช่นในประโยค 👉🏻 “If you keep trying to make everyone happy, you’ll end up with nobody on your side.” (ถ้าคุณพยายามเอาใจทุกฝ่ายต่อไปอยู่แบบนี้ คุณจะไม่เหลือใครที่อยู่ข้างคุณเลย)
ความจริงภาษาอังกฤษก็ใช้วลี 📌 “two-faced” (มีสองหน้า) เหมือนกันเลย แต่ความหมายจะออกไปในทำนองที่ว่า ต่อหน้าทำดีด้วย แต่ลับหลัง... คงไม่ต้องอธิบาย เช่นในประโยค “You can’t trust a two-faced snake like that one.” (คุณไม่สามารถไว้ใจคนประเภทที่ชอบตีสองหน้าแบบนั้นได้หรอก)
_______________
ในบริบทการเมืองเราอาจเรียกพวกตีสองหน้าว่า “งูเห่า” แต่อย่างที่เห็นในตัวอย่างก่อนหน้าว่าภาษาอังกฤษใช้คำว่า ✅ “snake” ได้เหมือนกัน (ไม่ถึงขั้นต้องใช้คำว่า cobra ก็ได้ และไม่จำเป็นต้องใช้คู่กับคำว่า two-faced เสมอ) เช่นเราอาจจะพูดว่า 👉🏻 “He’s a real-ass snake. Always playing both sides to save his own skin.” (เขามันงูเห่าตัวจริง พร้อมตีสองหน้าเพื่อเอาตัวรอดในทุกสถานการณ์)
และก็มาถึงคำที่ผมชอบ (คือมันฟังดูเท่ดี) นั่นก็คือ 🔥 “a double-agent“ ก็ค่อนข้างตรงกับความหมาย “ตีสองหน้า” ตามที่ราชบัณฑิตฯ นิยามไว้ครับ (“ก. ทำให้ทั้ง ๒ ฝ่ายต่างเข้าใจว่าเป็นพวกตน”) จริงอยู่เรามักจะใช้ในบริบทของสายลับหรือ spy ที่แฝงตัวเข้ามาในองค์กร แต่ปัจจุบันคำนี้ก็ถูกใช้ในเชิงสำนวนหมายถึงคนที่ชอบตีสองหน้าได้เช่นกันนะ เช่นในประโยค 👉🏻 “She’s like a double-agent in this political drama.“ (ปัญหาการเมืองที่กำลังร้อนระอุก็มีเธอนี่แหละที่คอยเล่นทั้งสองฝ่าย)
คำอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้แก่ 📌 “a double-dealer” 📌 “a backstabber" รวมถึง 📌 “a fence-sitter” (จากสำนวน to sit on the fence ที่แปลว่า ไม่ยอมเลือกข้าง ทำตัวเป็นกลางตลอด) ก็อาจจะพอใช้ในบริบทการตีสองหน้าได้ครับ
“Don’t be such a smooth-talking double-dealer. It ain’t cute! I know you’re a real backstabber pretending to sit on the fence when it suits you.” จัดเต็มให้ครบทุกคำเลยครับประโยคนี้ ลองแปลดูนะ 😂🙌💯
“รู้ให้มากกว่าเมื่อวาน”
JGC. ✌🏻🇬🇧
"ตีสองหน้า" ภาษาอังกฤษพูดว่า...
✅ “To play both sides”
น่าจะเป็นสำนวนที่ตรงตัวและตรงความหมายที่สุดแล้ว มันหมายถึงการพยายามทำให้สองฝ่าย (ที่ไม่ถูกกัน) เข้าใจว่าเราเป็นพวกเขา ในภาษาอังกฤษจะพูดว่า... 👉🏻 “He’s always playing both sides to stay in everyone’s good books.” (เขามักจะตีสองหน้าเพื่อรับเอาผลประโยชน์จากทุกฝ่าย)
✅ “To double-deal”
ได้ยินบ้างในบริบทการเมืองหรือแวดวงธุรกิจ แต่ก็ต้องบอกว่าแม้มันจะมีคำว่า “double” อยู่ แต่อาจไม่ได้หมายถึงการ “เสแสร้งว่าเป็นมิตรกับทั้งสองฝ่าย” เสมอไปครับ โดยส่วนมากจะหมายถึงการตีสองหน้าในบริบทที่ว่า... ต่อหน้าเป็นมิตร ลับหลังเป็นศัตรู เช่นในประโยค 👉🏻 “He double-dealed his way through the negotiations and still came out ahead.” (เขาตีสองหน้าทุกครั้งที่มีการต่อรองแต่สุดท้ายก็ยังได้ทุกอย่างที่ต้องการ)
✅ “To try to please everyone”
เป็นการแปลแบบตรงตัวเลยว่า “พยายามเอาใจทุกคน” หรืออาจจะใช้เป็นวลี “To try to make everyone happy“ ก็ได้ แต่ไม่ได้ใช้ในความหมายด้านลบเหมือนวลี “ตีสองหน้า” ของไทยเราเสมอไปครับ เช่นในประโยค 👉🏻 “If you keep trying to make everyone happy, you’ll end up with nobody on your side.” (ถ้าคุณพยายามเอาใจทุกฝ่ายต่อไปอยู่แบบนี้ คุณจะไม่เหลือใครที่อยู่ข้างคุณเลย)
ความจริงภาษาอังกฤษก็ใช้วลี 📌 “two-faced” (มีสองหน้า) เหมือนกันเลย แต่ความหมายจะออกไปในทำนองที่ว่า ต่อหน้าทำดีด้วย แต่ลับหลัง... คงไม่ต้องอธิบาย เช่นในประโยค “You can’t trust a two-faced snake like that one.” (คุณไม่สามารถไว้ใจคนประเภทที่ชอบตีสองหน้าแบบนั้นได้หรอก)
_______________
ในบริบทการเมืองเราอาจเรียกพวกตีสองหน้าว่า “งูเห่า” แต่อย่างที่เห็นในตัวอย่างก่อนหน้าว่าภาษาอังกฤษใช้คำว่า ✅ “snake” ได้เหมือนกัน (ไม่ถึงขั้นต้องใช้คำว่า cobra ก็ได้ และไม่จำเป็นต้องใช้คู่กับคำว่า two-faced เสมอ) เช่นเราอาจจะพูดว่า 👉🏻 “He’s a real-ass snake. Always playing both sides to save his own skin.” (เขามันงูเห่าตัวจริง พร้อมตีสองหน้าเพื่อเอาตัวรอดในทุกสถานการณ์)
และก็มาถึงคำที่ผมชอบ (คือมันฟังดูเท่ดี) นั่นก็คือ 🔥 “a double-agent“ ก็ค่อนข้างตรงกับความหมาย “ตีสองหน้า” ตามที่ราชบัณฑิตฯ นิยามไว้ครับ (“ก. ทำให้ทั้ง ๒ ฝ่ายต่างเข้าใจว่าเป็นพวกตน”) จริงอยู่เรามักจะใช้ในบริบทของสายลับหรือ spy ที่แฝงตัวเข้ามาในองค์กร แต่ปัจจุบันคำนี้ก็ถูกใช้ในเชิงสำนวนหมายถึงคนที่ชอบตีสองหน้าได้เช่นกันนะ เช่นในประโยค 👉🏻 “She’s like a double-agent in this political drama.“ (ปัญหาการเมืองที่กำลังร้อนระอุก็มีเธอนี่แหละที่คอยเล่นทั้งสองฝ่าย)
คำอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้แก่ 📌 “a double-dealer” 📌 “a backstabber" รวมถึง 📌 “a fence-sitter” (จากสำนวน to sit on the fence ที่แปลว่า ไม่ยอมเลือกข้าง ทำตัวเป็นกลางตลอด) ก็อาจจะพอใช้ในบริบทการตีสองหน้าได้ครับ
“Don’t be such a smooth-talking double-dealer. It ain’t cute! I know you’re a real backstabber pretending to sit on the fence when it suits you.” จัดเต็มให้ครบทุกคำเลยครับประโยคนี้ ลองแปลดูนะ 😂🙌💯
“รู้ให้มากกว่าเมื่อวาน”
JGC. ✌🏻🇬🇧