ร้านแลกวิญญาณ บทนำ

กระทู้สนทนา
ภาพประกอบ โดยคุณ Zionzany
ร้านแลกวิญญาณ

บทนำ
 
          ไม่มีใครรู้ว่าร้านแห่งนั้นมีมาตั้งแต่เมื่อใด มีอยู่ได้อย่างไร มีเพราะเหตุใด และมีอยู่จริงหรือไม่ เพราะคนที่รู้ส่วนใหญ่ไม่เหลือชีวิตไว้เล่าให้ใครฟังต่อ ส่วนผู้ที่ยังรอดมาได้ ก็ไม่มีอะไรยืนยันให้ใครเชื่อได้สักอย่าง

          แต่จากเรื่องเล่าที่เป็นคำบอกเล่าต่อ ๆ กันมา และจากข้อมูลที่หาอ่านได้ตามเว็บบอร์ด บทความต่าง ๆ ในโลกอินเตอร์เน็ต ทั้งหมดนั้นล้วนชี้ไปในทิศทางเดียวกันเพียงว่า จุดเริ่มต้นนั้นนานแสนนานมาแล้ว

          หลายต่อหลายคนในนั้นอ้างว่า พวกเขาเคยมีประสบการณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง ที่มีความเกี่ยวข้องกับร้านแห่งนั้นมาก่อนไม่ทางตรงก็ทางอ้อม แต่พอเอาเข้าจริง เกือบจะทั้งหมดกลับไม่มีใครสามารถให้รายละเอียดเกี่ยวกับมันได้เลย

          ยิ่งกว่านั้น บางคนที่บอกว่าเคยได้เห็น หรือเคยได้ไปเยือน เคยใช้บริการในร้านมาแล้ว แต่พวกเขาเหล่านั้น ก็กลับระบุตำแหน่งที่ตั้งของร้านอย่างเฉพาะเจาะจงไม่ได้ แถมซ้ำร้าย ยามเมื่อได้ไปตรวจสอบยังสถานที่ที่ถูกกล่าวอ้างถึง ก็กลับไม่ปรากฏร่องรอยหรือเค้าเงื่อนใด ๆ เกี่ยวกับร้านสักนิด

          ไม่มีใครสักคนที่ตั้งใจไปเยือนแล้วจะได้พบเจอ และไม่มีแม้สักคนที่จะได้ไปเยือนร้านแห่งนี้อีกเป็นครั้งที่สอง

          ราวกับร้านของปีศาจร้ายแห่งนี้ กำลังล่องลอยอยู่ในช่องว่างของอากาศ แหวกว่ายอยู่ในสายธารเมฆหมอกแห่งความตาย และปรากฏตัวอยู่ในจินตนาการของใครก็ตาม ที่มันอยากให้เห็น

          บางครั้งร้านแห่งปีศาจร้ายก็แฝงตัว กลมกลืนไปกับอาคารพาณิชย์ ที่มีรูปทรงและหน้าตาธรรมดา ๆ ทั่วไป ซึ่งเรียงรายกันอยู่เกลื่อนกลาดตรงริมทางหลวง ราวกับว่ามันกำลังพรางตัว เพราะกลัวว่าจะมีใครสักคนจับสังเกตและเห็นมันเข้า

          บางครั้ง ที่ใจกลางความเวิ้งว้างของที่ใดสักแห่ง มันกลับตั้งตระหง่านอย่างโดดเด่นสะดุดตา ตัดกับเส้นขอบฟ้าอย่างท้าทาย คล้ายกำลังกวักมือเรียกหา เชิญชวนให้ความกล้าบ้าบิ่น อำนาจแห่งความกระหายใคร่รู้ของใครบางคนพลุ่งพล่านขึ้น และทะลักล้นออกมาอย่างไม่อาจระงับยับยั้งได้ไหว

          ทว่าในค่ำคืนนี้ มันกลับกำลังซ่อนตัว..หลบเร้นอยู่ในซอกหลืบ ในความเปล่าเปลี่ยวเดียวดายและทึมทึบ ที่ไมมีสักคนอยากแม้แต่จะย่างกรายเฉียดผ่าน ในเงาดำ ในความมืดสลัว ในความเงียบเชียบวังเวง

          เฝ้ารอใครสักคนที่สังเกตเห็นและหลงผ่านบานประตูเข้าไป

 
          เวลาดึกดื่นที่ล่วงเลยตีสองไปแล้ว ท่ามกลางความมืดหม่นของฟ้าอันฉ่ำชื้นไปด้วยเมฆฝน และประกายแสงแปลบปลาบ สายฝนซึ่งโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสายตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ ทำให้บรรยากาศบนผืนโลกทั้งมัวซัว เปียกชื้นและเหนอะหนะเกินกว่าจะมีใครที่จะมีอารมณ์สุนทรีย์พอ จะมาเดินเล่นเตร็จเตร่อยู่ในยามนี้

          ไฟทางที่ติดตั้งอยู่ห่าง ๆ กัน และติด ๆ ดับ ๆ แทนที่จะช่วยให้รู้สึกอุ่นใจและปลอดภัย กลับยิ่งช่วยสร้างบรรยากาศแห่งความน่าพรั่นพรึงให้กับถนนอันร้างผู้คนมากขึ้นไปอีก

          ชายคนหนึ่งซึ่งเพิ่งเลิกราจากการบั่นทอนสติของตัวเองด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ กำลังยืนประจันหน้าอยู่กับร้านที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน

          มันเป็นร้านที่ดูกลมกลืนเรียบเนียนไปกับสภาพแวดล้อมโดยรอบ แต่เพราะความไร้จุดดึงดูดน่าสนใจนั้นเอง ก็กลับทำให้แสงสว่างสีฟ้าเรื่อเรือง ซึ่งติดประดับอยู่ตรงหน้าร้าน โดดเด่นสะดุดตาขึ้นมา

          เส้นสีฟ้านั้นขดตัวไปมาคล้ายตัวอักษร เหมือนเป็นชื่อร้านหรืออะไรสักอย่าง ที่ไม่ว่าจะพยายามอ่านอย่างไรก็อ่านไม่ออก

          ทว่าเมื่อยิ่งได้เพ่งพิศ จดจ่ออยู่กับแสงนวลตาของตัวอักษรปริศนาตรงหน้าแล้ว ก็กลับทำให้ความคลุมเครือขัดแย้ง และความแปลกประหลาดในใจ เด่นชัดรุนแรงขึ้นเป็นลำดับ

          มันปลุกความหวาดระแวงในส่วนลึกให้ตื่นขึ้น และในขณะเดียวกัน ก็กลับเร่งเร้าความตื่นเต้นตื่นตัวที่แฝงอยู่ให้ไหลทะลักออกมา ทำให้อยากเดินหนีในวินาทีนั้น แต่ก็กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็น ว่ามีสิ่งใดรออยู่ที่หลังประตูบานตรงหน้านี้กันแน่

          และเมื่อความกระหายใคร่รู้เป็นฝ่ายชนะ กิเลสที่อยู่ในใจถูกขยายใหญ่จนกลืนกินความลังเลไปจนหมดสิ้น มือทั้งสองก็เอื้อมไปสัมผัสผิวเรียบลื่นของบานประตูไม้โบราณ ซึ่งส่งผ่านความเย็นเยียบอันชวนขนลุกมาให้

          ออกแรงผลักเพียงเล็กน้อย บานประตูที่ดูเหมือนจะหนาหนักและทรงพลังก็ดีดเปิดออกอย่างง่ายดาย ร่างอันเปียกปอนล่วงล้ำผ่านกรอบประตูไป หยุดยืนและกวาดสายตาตรวจสอบไปทั่วบริเวณที่มองเห็นได้

          ภายในร้านปริศนาดูกว้างขวางกว่าที่เห็นจากภายนอกมาก ราวกับเขาเพิ่งเดินผ่านห้วงมิติเวลามาสู่อีกสถานที่หนึ่ง เพดานสูงและผนัง ซึ่งประดับไปด้วยโคมไฟแสงเทียน ย้อมสีขาวขุ่น ๆ ของร้านให้ดูอบอุ่นและลึกลับขึ้น

          ชั้นวางของที่ใช้สำหรับจัดแสดงสินค้า เรียงรายจากด้านหน้าไปถึงด้านหลัง แบ่งทางเดินออกเป็นแนวยาวย่อย ๆ หลายช่อง โดยมีสินค้าวางกระจายตัวอยู่จนเต็มชั้นจัดแสดง

          นึกแปลกใจที่สินค้าหลาย ๆ ชิ้นในนั้น มีหน้าตาแปลกประหลาด บางชิ้นก็พิลึกจนเกินจินตนาการ อีกทั้งบางชิ้น เขามั่นใจว่าไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต ซึ่งแน่นอนว่า เขาย่อมไม่รู้ว่า มันมีไว้ทำไม หรือมีไว้ใช้ทำอะไร

          จนกระทั่งครู่หนึ่ง สายตาเกิดไปสะดุดเข้ากับสินค้าชิ้นหนึ่ง

          คล้ายอำนาจมนตร์ขลังสะกดให้เขาไม่อาจละสายตา ประกายสีสันสดสวยแปลกตาที่ได้เห็น ปลุกอำนาจแห่งปรารถนาและลุ่มหลง ความหน้ามืดตามัวที่เกิดขึ้น บดบังความยับยั้งชั่งใจจนหมดสิ้นไปในวินาทีนั้น

          แล้วเขาก็พาตัวเองให้เดินลึกเข้าไป..

จบตอน
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่