[[ วิวัฒนาการ...ของกระเทยอ้วนดำ ]]

สวัสดีค่ะ ทุกคน เราว่าจะตั้งกระทู้นี้นานแล้วแต่ก็ไม่มีเวลาสักที 55 เนื่องด้วยติดเรียนนู่นนี่นั่น และถ้าไม่ตั้งช่วงนี้ก็จะไม่มีโอกาสอีกแล้ว ถ้ากระทู้นี้มีข้อผิดพลาด หรือสงผลกระทบต่อบุคคลอื่นๆที่มาอ่านแล้วไม่พอใจ ทางเราก็ขออภัยไว้ด้วยนะคะ
     *กระทู้นี้อยากจะเป็นกำลังใจให้ทุกคนเลย ที่กำลังลดความอ้วน หรือกำลังเปลี่ยนแปลงตนเอง ไม่ว่าจะเพื่อตนเองหรือเพื่อใครคนนึงนะคะ
      ก่อนอื่นเลยเราขอบอกว่าเราผ่านการลดความอ้วนมาหลายวิธีมาก ทั้งดี ทั้งไม่ดี ทั้งผิด ทั้งถูก ทั้งโยโย่บ้างอะไรบ้าง 555 ลองมาอ่านวิวัฒนาการของเราดูนะคะ…….เริ่ม! คือเราเป็นคนอ้วนมาตั้งแต่เด็กๆเลยค่ะ จำความได้ก็อ้วนแล้ว เรามีภาพตอน ประถม 6 และ ม.1 ให้ดูก่อนค่ะ ตอนนั้นไม่เคยคิดที่จะลดความอ้วนเลยค่ะ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
นี่คือรูปตอน ประถม ค่ะ…..จำไม่ได้แล้วว่าน้ำหนักเท่าไหร่
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
นี่รูปตอน ม1 ค่ะ 55555 อ้วนมากกก จำได้ว่าน้ำหนักประมาณ85-90
ปล.หารูปยากมากเลยค่ะ เพราะว่าเราไม่ชอบถ่ายรูปเพราะเราอ้วนนี่แหละเลยกลัวการถ่ายรูปมากๆเลยค่ะ แหะๆ
ขอข้ามมอปลาย เลยนะคะ เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงชีวิตครั้งยิ่งใหญ่ค่ะ ไปดูรูปเราตอน ม.5 กันเลยนะคะ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
จุดเริ่มต้นและแรงบัลดาลใจในตอนนั้นคือชอบผู้ชายเลยค่ะเลยอยากทำให้ตัวเองดูดีเพื่อคนคนนั้นค่ะ(แต่ก้อแห้ว) อีกแรงบัลดาลใจคือ Girls’ Generation ค่ะ เป็นไอดอลในการที่อยากผอม อยากสวยมากๆเลยค่ะ แรงผลักดันหรือจุกพีคคือการที่เราไปเดินตลาดนัดหรือห้างกับเพื่อนๆเราดูแย่ที่สุดเลยเป็นกระเทยหัวโปกใส่ได้แต่กางเกงยางยืด เสื้อคอกลมเท่านั้น และสถานการณ์ที่เราตัดสินใจลดแบบจิงจังนั่นก็คือ การที่เราไปเรียนพิเศษแล้วเก้าอี้มันเป็นแบบที่โต๊ะเปิดปิดได้อ่าค่ะ คือเราเข้าไปนั่งแล้วโต๊ะไม่สามารถปิดได้ ติดพุง!!!! นั่นเอง คือกรี๊ดดดมากจุดนั้น
วิธีในการลดความอ้วนครั้งแรก คือ ไม่ทานข้าวหรือแป้งนั่นเองค่ะ โดยทานแต่กับข้าว คือมีข้าวมา 1 จาน ก็จะกินแต่กับและข้าวให้น้อยที่สุดเท่าที่ทำได้ ตอนนั้นนี่คือทรมานมาก แบบไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน มันโหยมาก บอกเลยว่าช่วงแรกทำไม่ได้ค่ะ 3 วันดี 4 วันเหลวแหลก ใช้เวลานานมากกว่าน้ำหนักจะลด ลดทีก็โล 2โล แต่ก็ทำไปเรื่อยๆไม่คิดจะรีบลดหรืออะไรมาก จนรู้สึกว่าไม่ได้ผลเลย น้ำหนักลงๆขึ้นๆ......จึงใช้วิธีหักดิบค่ะ น่าจะตอนประมาณจะขึ้น ม.5 คือวิธีอดข้าว อดแบบจิงจัง อดข้าวเที่ยง และ ข้าวเย็นแบบไม่กินเลย แต่จะกินข้าวเช้าแบบเยอะมากก แบบสามจานได้กินเข้าไปอัดเข้าไป ยัดเข้าไปเท่าที่กำลังจะรับได้ ในส่วนของขนมถ้าอยากกินมากๆเราจะกินเป็นทาโร่ค่ะเพราะมีแป้งน้อยไขมันต่ำ หรือถ้าอยากทานอาหารเที่ยงและเย็นจริงๆก็จะเป็นเมนูเส้นแทนค่ะ วิธีนี้นะคะ น้ำหนักลดจริงค่ะ ลดแบบวูบลงเลย จาก 80 กว่าๆ ลงมาเหลือ 75 ถึง 70 ปลายๆ ลดไป 10 กว่าโล จนจบ ม.6 ค่ะ น้ำหนัก เหลือ 75 ค่ะ
(ข้อเสียของการใช้วิธีอดอาหารข้าวเที่ยงและเย็นของเรานั้นเป็นวิธีที่น้ำหนักขึ้นง่ายมากๆเลยค่ะ เนื่องจากร่างกายจะมีการจดจำว่า เราไม่มีมีอาหารเที่ยงและเย็นเข้าไปในร่างกาย เมื่อวันใดวันหนึ่งเรารับประทานข้าวเย็นไป ร่างกายก็จะคิดว่าเป็นสมบัติที่หาได้ไม่ง่าย ร่างกายก็จะรีบเก็บสารอาหารมื้อนั้นไว้ในร่างกายในรูปไขมันทันทีค่ะ และข้อเสียที่สำคัญเลยค่ะ โทรมมากๆเลนค่ะ จากการที่เราได้รับสารอาหารที่ไม่ครบ 5 หมู่นั่นเองนะคะ เป็นวิธีที่ผิดมากๆ เลยค่ะ )
ปล.ที่เราใช้วิธีแบบอดอาหารคือ เราเป็นคนไม่ชอบการออกกำลังกาย ไม่ชอบเสียเหงื่อเพราะมันเหนื่อยค่ะ เราเลยยอมอดอาหารแทน แทนที่จะต้องไปเหนื่อยจากการออกกำลังกาย
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
นี่คือรูปที่น้ำหนักประมาณ 75-77 ค่ะ เป็นช่วงกิฬาสีของโรงเรียนนั่นเองค่ะ ตอนนั้นคือสวยมากกก (ความมโน) เพราะว่าเราน้ำหนักลดเยอะมากกก เรามีคามสุขที่ร่างกายเบาขึ้น คล่องขึ้น นั่นเองค่ะ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
รูปนี้ตอนปัจฉิมก่อนจบการศึกษาค่ะ
เวลาปิดเทอมก่อนเข้ามหาลัยเป็นช่วงเวลาที่เราก็ยังลดความอ้วนต่อไปนะคะจนเข้ามหาลัยปี 1 ค่ะ ก็ยังลดความอ้วนมาตลอดนะคะ ยังมั่นใจกับการใช้วิธีอดข้าวอดอาหารต่อไปเพราะเป็นวิธีที่ลดแล้วเห็นภาพจิงว่าน้ำหนักลด จึงลดต่อไป แต่ได้มั่งไม่ได้มั่ง แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้อะ เพราะว่า ของกินที่มหาวิทยาลัยคือเยอะมากกกกกกก มีตลอกริมถนน ทุกซอก ทุกมุม เรียนก็หนัก ร่วมกับแรงบัลดาลใจที่สำคัญคือ ผู้ชาย ก็ได้หายไปจากชีวิตเพราะต้องแยกย้ายกันไปเรียน น้ำหนักก็ขึ้นๆ ลงๆ อยู่ประมาณ 73 74 และ 75 หรือมากกว่านั้นถ้าบางช่วงกินเยอะ พี่ไปเลี้ยงบ้าง นี่แหละค่ะชีวิตปี 1 กินอย่างเดียว ไปดูรูปกันเลยค่ะ
พอเทอม 2 ของปี 1 เราคิดลดความอ้วนแบบจิงจังค่ะครั้งนี้ไม่ใช่ผู้ชายแต่เป็นตัวเองค่ะ ที่มีเพื่อนในกลุ่มสวยและเห็นคนรอบข้างมีการพัฒนาตนองอย่างดีเยี่ยม เราเลยมีแรงกดดันตัวเองในการลดความอ้วนค่ะ ครั้งนี้ เราก็ยังใช้คอนเสป อดข้าวเย็นอยู่ แต่กินข้าวเที่ยง โดยใช้วิธีจำกัดแคลลอรี่ค่ะ ซึ่งเราตั้งไว้ที่ 2500 kcal ค่ะ เราจะคิดคำนวณและเปิดอินเตอร์เน็ตทุกครั้งว่า อาหารชนิดไหนมีพลังงานเท่าไหร่และจำกัดเอาค่ะ แต่ไม่ออกกำลังกายนะคะ น้ำพหนักลดลงมาอยู่ที่70 และ 60 ปลายๆ ค่ะ แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความนิ่มของร่างกายค่ะ นิ่มมากๆเลย แถมย้อย ย้วยด้วย แต่เราก็ไม่สนใจอะไร เพราะเราไม่ชอบการออกกำลังกายเราเลยไม่สนว่าจะเป็นอย่างไร ขอให้น้ำหนักลดกพอ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
นี่คือรูปเราตอนเรียนมหาวิทยาลัยค่ะ บอกตรงๆนะคะ เป็นช่วงที่มีความอิสระมากๆ มีความคิดไว้ผมยาว อยากเป็นผู้หญิง เป็นช่วงที่คิดว่าตัวเองสวยที่สุดแล้ว พราวมาก รู้สึกมีความสุขตอนอยู่มหาลัยมากๆเลยค่ะ มีเพื่อน ได้เจอสังคมที่กว้าง ได้รู้จักคนมากมาย และได้เจอผู้ชายเยอะมากก 5555
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
รูปข้างบนคือตอน ปี1 เทอม 2 ค่ะ มีความผมยาว มีความเป็นนี มีความสวย ตอนนนั้นคิดงั้นจิงๆนะคะ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
รูปข้างบนเป็นช่วงปิดเทอมปี 1 จะขึ้น ปี 2 ค่ะ ผมยาวที่สุดในชีวิตแล้วค่ะ รู้สึกว่าตัวเองสวยมากกกกก ถถถถ ด้วยความที่ตัวเองไม่เคยเจอตัวเองในสภาพแบบนี้ไงคะ เลยทำให้เราคิดว่าตัวเองสวยมากกกกกกกกก 555

มีต่อนะคะ ยิ้ม

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่