♥ ♥ .. จอมใจเจ้าบัลลังก์ .. ♥ ♥ [ 11: หยกหัว-เหลย ]

กระทู้สนทนา

☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼


☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼ ☼

อ่านตอนก่อนหน้านี้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
[ขอบคุณ :ภาพประกอบจากอินเตอร์เนต]



☼ ☼ 11:: หยกหัว-เหลย ☼ ☼


                  

                  ขณะที่เฉินชงหมิงหลับตาเตรียมรอรับความตายอยู่นั้น  เขาพลันพบว่า..ผ่านไปเนิ่นนาน.. ฝ่ายตรงข้ามก็ยังมิได้ลงมือ  ดังนั้นจึงลืมตาขึ้นมองอีกครั้ง เห็นอีกฝ่ายลดมือข้างนั้นลงแนบข้างลำตัว ยืนมองเขาอย่างเพ่งพิจารณา จากนั้นค่อยยอบกายนั่งลงยองๆข้างๆ กล่าวว่า

                  “  ที่แท้เจ้าถูกจี้สกัดจุดไว้หรือ ? “

                  ในเสียงกล่าวก้มหน้าลงสำรวจชั่วขณะ ค่อยยื่นมือเข้ามาตบคลายจุดให้

                  เฉินชงหมิงพอได้รับอิสรภาพ ก็รีบใช้แขนยันตัวเองลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว แล้วเพราะเขาลืมตัวรีบเคลื่อนไหวเร็วเกินไป  เลือดลมในร่างจึงเดินสะดุดเล็กน้อย รู้สึกแน่นจุกขึ้นที่หน้าอก ต้องยกมือขึ้นกุมอกส่งเสียงไอ กระอักโลหิตออกมาคำหนึ่ง

                  คนตัดฟืนเห็นดังนั้นจึงทาบฝ่ามือขวาบนกลางหลังของเขา นวดเฟ้นเบาๆพลางถ่ายพลังภายในเข้าช่วยเหลือ  ครู่หนึ่งอาการแน่นจุกหน้าอกค่อยรู้สึกทุเลาลง จึงเงยหน้าขึ้นประสานมือกล่าวอย่างตื้นตัน

                  “  ขอบคุณท่านจอมยุทธที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ “

                  คนตัดฟืนเพ่งมองหน้าเขาอีกครั้ง ทอดถอนใจกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนลงกว่าเดิม

                  “ ดูไปท่าทางเจ้าไม่คล้ายคนร้ายโฉดชั่ว คงถูกนางมารบับบังคับมากระมัง เจ้าเป็นใครหรือ ? “

                  เฉินชงหมิงก้มศีรษะต่ำอย่างปวดร้าว เมื่อนึกถึงสภาพของตนเองในตอนนี้ ในใจต้องครุ่นคิด

                  “ ตระกูลเฉินไหนเลยมีลูกหลานไร้ความสามารถเช่นข้า  ตราบใดที่ยังมิอาจลบล้างความอัปยศได้  จะเอาแซ่ของบรรพชนมาทำลายให้แปดเปื้อนมลทินไปไย ?  “

                  พอคิดขึ้น.. ความขุ่นแค้นก็ประดังเข้ามาอีกครั้ง รู้สึกแน่นจุกขึ้นกลางอก จนต้องส่งเสียงไอแล้วกระอักโลหิตออกมาอีกคำ

                  คนตัดฟืนเห็นท่าทางเขาท้อแท้ถึงปานนั้น ก็หาได้คาดคั้นจะเอาคำตอบต่อไปไม่  ยื่นมือตบไหล่เขาเบาๆ ปลอบโยนว่า

                  “ ช่างเถอะ.. ในเมื่อเจ้าไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไร  อาการบาดเจ็บของเจ้าสาหัสไม่น้อย บ้านข้าอยู่ไม่ไกล  ไปพักรักษาตัวที่บ้านข้าก่อนเถอะ “



                  ................................

                  


                  หลังจากเฉินชงหมิงดื่มยาสมุนไพรที่คนตัดฟืนต้มให้ บวกกับได้อีกฝ่ายช่วยเดินลมปราณให้สองสามเที่ยวหนึ่ง อาการบาดเจ็บภายในนับว่าทุเลาลงกว่าครึ่ง สามารถลุกเดินเหินได้สะดวกกว่าเดิม

                  เย็นมากแล้ว ชายหนุ่มตื่นขึ้นมาไม่เห็นผู้เป็นเจ้าของบ้าน จึงอดลุกเดินตามหามาทางหลังบ้านมิได้  ยามนั้นค่อยได้กลิ่นธูปลอยมากระทบนาสิก กระตุ้นเขาให้สาวเท้าเดินตามไปยังทิศต้นลม จนมาถึงดงไผ่แถบหนึ่ง

                  เห็นคนตัดฟืนขุดหลุมฝังศพให้กับอิงยี้บนลานดินกลางดงไผ่   จากนั้นปักป้ายชื่อหน้าสุสานให้นาง ค่อยนั่งลงเหม่อมองป้ายนั้นอย่างเซื่องซึม

                  ชายหนุ่มยืนมองภาพนั้นอย่างรู้สึกใจหาย ลอบถอนใจอย่างสะทกสะท้อน ก่อนที่จะเดินเข้าไปหา ย่อกายลงนั่งข้างๆ กล่าวอย่างละอายใจ

                  “ เรื่องที่เกิดขึ้น ข้าต้องขอโทษอย่างยิ่ง “

                  คนตัดฟืนส่ายหน้า กล่าวเสียงเฉื่อยชา

                  “  เจ้ามิใช่คนฆ่านาง ต้องขอโทษทำไม ? “

                  “  แต่ถึงอย่างไร.... “

                  “  ชีวิตคน.. เป็นหรือตายฟ้าลิขิตมาแล้ว  อิงยี้ของข้าไร้วาสนา จึงอายุสั้นเอง  ไม่อาจโทษตำหนิเจ้าได้   อาการบาดเจ็บของเจ้าเพิ่งทุเลา ยังต้องพักผ่อนมากๆ เข้าบ้านไปนอนพักเถอะ “

                  เฉินชงหมิงได้แต่ถอนใจ อีกฝ่ายเมื่อพูดเช่นนี้ เขายังจะกล่าวอะไรต่อไปได้  ขบคิดเล็กน้อย ค่อยถามอย่างระมัดระวัง

                  “ ขออภัย..โปรดอย่าหาว่าข้าล่วงเกินเลย  ท่านดูไปไม่คล้ายชาวบ้านป่าคนตัดฟืนทั่วไป มิทราบนามอันสูงส่งของท่านคือ... ? “

                  คนตัดฟืนนิ่งเงียบไปชั่วขณะ ค่อยตอบว่า

                  “ อดีต..มันผ่านไปแล้ว ปัจจุบันข้าคือเนี่ยเหวิน  คนตัดฟืนผู้หนึ่งเท่านั้น.. แล้วเจ้าล่ะ ? “

                  เฉินชงหมิงฝืนยิ้ม ผงกศีรษะอย่างกล่าวปวดร้าว

                  “  ท่านพูดถูก... อดีตพ้นผ่านไปแล้ว   ข้าคนนั้นได้ตายไปแล้ว  ..แล้วปัจจุบัน.. . ข้า .. ข้าสมควรเป็นใครดี ? “

                  เนี่ยเหวินเพ่งมองเขา แล้วขมวดคิ้ว

                  “  ดูคล้ายกับเจ้าได้ผ่านเรื่องสะเทือนใจมาไม่น้อย “

                  “ ใช่..”  

                  เขาพยักหน้าอย่างยอมรับ บางทีในเวลานี้เขารู้สึกโดดเดี่ยว ไม่มีใครอีกแล้ว  อีกฝ่ายแม้เป็นคนแปลกหน้า หากแต่สำหรับเขา กลับเสมือนเป็นขอนไม้ท่อนเดียวกลางทะเลเวิ้งว้าง ไม่ว่าจะเป็นสหายหรือศัตรูก็ดี... แต่อย่างน้อย ก็นับเป็นบุคคลเดียวที่เหลืออยู่ข้างกายของเขาในตอนนี้




ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่