*** ข้อตกลงแห่งทองคำ (The Golden Treaty)***
เมื่อขบวนรถม้าที่บรรทุกทองคำแท่งหนักอึ้งจอดลงที่หน้าประตูยักษ์ที่บิดเบี้ยวของฮาร์เรนฮอล หมอกจางๆ และกลิ่นกำมะถันปกคลุมไปทั่วบริเวณ ดังก์ เดินกระหนาบเสมอกันกับ Egg มือข้างหนึ่งกุมด้ามดาบ อีกข้างยังคงแบกห่อผ้าที่ซ่อนแตรมังกรไว้ ในขณะที่ Egg กวาดสายตามองไปรอบๆ เมื่อทั้งสองเดินนำหน้าคณะเดินทางกันไป 2 คนจึงเริ่มพูดคุยกันเบาๆ อีกครั้ง
Egg: "ดังก์... เจ้าพร้อมจะเข้าไปดูผลงานการอัญเชิญ' ของข้าหรือยัง?"
ดังก์: "ข้าหวังว่าเพื่อนใหม่ของเจ้าจะอ่านจดหมายรักของเจ้าออกนะเอ็กก์ เพราะถ้ามันไม่เล่นด้วย ข้าว่าเราได้กลายเป็นอาหารอัญเชิญแทนแน่ๆ"
Egg: "ถ้ามันไม่ยอมอ่านจดหมายรักของข้า อย่างน้อยมันก็น่าจะชอบของขวัญที่เจ้าสะพายอยู่บนหลังนะดังก์... แต่เอาเถอะ ถ้ามันผิดแผนจริงๆ เจ้าก็แค่ต้องช่วยให้ข้าไม่เป็นอาหารที่เคี้ยวง่ายจนเกินไปนัก"
ดังก์: อย่าลืมสิ ข้ามีชื่อเล่นว่าดังก์จอมทึ่มมาตลอดชีวิตนะเอ็กก์... และการถือแตรประหลาดๆ ยืนจ้องหน้ากิ้งก่ายักษ์นี่ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ทึ่มที่สุดที่ข้าเคยทำเลย" ดังก์กล่าวพลางหัวเราะแบบขมขื่น
Egg: "เจ้าไม่ได้ทึ่มหรอกดังก์ เจ้าแค่เป็นอัศวินคนเดียวที่ข้าไว้ใจให้ถือชะตากรรมของอาณาจักรไว้ในมือ... ถ้าข้าให้สัญญาณ อย่าลังเลนะ"
ดังก์: (ถอนหายใจและกระชับด้ามแตร) "ข้าจะเป่ามันให้ปอดฉีกเลยล่ะ ถ้ามันบังอาจแตะต้องเจ้าแม้แต่ปลายเส้นผม"
ภายในห้องโถงร้อยเตาผิงที่พังทลาย ซึ่งเคยเป็นสถานที่ที่จัดการประชุมใหญ่เพื่อเลือกผู้สืบราชบัลลังก์ในรัชสมัยของเจแฮร์รีสผู้ประนีประนอม กลิ่นกำมะถันและเขม่าไฟอบอวลจนแสบจมูก Egg เดินนำเข้าไปในความมืดที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงเกราะของ อัศวินพุ่มไม้ เซอร์ ดันแคน ที่ดังกระทบกันเบาๆ ตามหลังมา ดันแคนกระชับห่อผ้าลินินสีดำที่พันธนาการ "แตรมังกร" ไว้แน่น เหงื่อไหลซึมตามไรผมขณะจ้องมองกองทองและสมบัติที่ถูกลากมารวมกันกลางโถง
จู่ๆ ดวงตาสีอำพันขนาดมหึมาก็ลืมขึ้นท่ามกลางกองสมบัติ แสงสว่างจ้าจากดวงตานั้นสะท้อนกับเหรียญทองจนโถงสว่างวาบ สม็อก (Smaug) ค่อยๆ ขยับกาย เกล็ดสีแดงเข้มกระทบกันดังแกร่งกราวราวกับเสียงอาวุธนับพันชิ้นถูกชักออกจากฝักพร้อมกัน แรงสั่นสะเทือนจากการเคลื่อนไหวของมันทำให้อากาศในโถงร้อยเตาผิงหน่วงหนักจนหายใจลำบาก
Egg หยุดกึก ลมหายใจของเขาขาดช่วงไปชั่วขณะ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตะลึงลานที่ตำราเล่มไหนก็ไม่เคยเตรียมใจให้เขามาก่อน
ในจินตนาการของ Egg มังกรคือสัตว์พาหนะที่สง่างามตามบันทึกของบรรพบุรุษ แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเขาคือภัยพิบัติที่มีลมหายใจ หัวของสม็อกเพียงส่วนเดียวก็มีขนาดใหญ่กว่ารถม้าศึกที่ Egg นั่งมาเสียอีก ลำคออันยาวที่ขยับเขยื้อนดูทรงพลังดั่งเทือกเขาที่เคลื่อนที่ได้ เมื่อมันเหยียดปีกยักษ์ออกเบาๆ เงาดำของมันก็พาดผ่านปกคลุมทุกสรรพสิ่งในโถงจนมืดมิดสนิท Egg รู้สึกว่าตัวเองเป็นเพียง เศษธุลี ที่อยู่ต่อหน้าสัตว์ขนาดมหึมาที่ดุร้ายและเก่าแก่
เขาสัมผัสได้ถึงไอร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายมังกรราวกับยืนอยู่หน้าปากปล่องภูเขาไฟ เหงื่อของเขาซึมชื้นและแห้งเหือดไปในพริบตา กลิ่นของทองคำที่ถูกบดทับด้วยน้ำหนักมหาศาลคละคลุ้งไปกับกลิ่นกำมะถันแรงจัดจนแสบจมูก ในใจของเขาสั่นสะท้าน ไม่ใช่แค่ด้วยความกลัวตาย แต่ด้วยความยำเกรงในอำนาจที่มนุษย์ไม่ควรจะครอบครอง
"ข้ากำลังเจรจากับขุนเขาที่กินคนได้" Egg คิดในใจพร้อมกับพยายามบังคับไม่ให้เข่าที่สั่นเทาของเขาทรุดลงต่อหน้ามหาพญามังกร
Egg ย่างเหยาะเข้าไป ยึดอกขึ้นพยายามทำตัวให้สง่างามดั่งจอมพิชิต เขาสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วเริ่มกล่าวด้วยภาษาที่เขาคิดว่าทรงพลังที่สุดในโลก... ภาษาไฮวัลลีเรียน ซึ่งตระกูลของเขาเองละทิ้งมานานหลายร้อยปี แต่เขากำลังจะใช้มันอีกครั้ง โดยที่ไม่มีนักเวทย์มังกรอยู่ข้างกาย
Egg: "Lykiri (สงบลง)... Nyke Aegon Targaryen... มังกรต้องสยบต่อสายเลือดมังกร..."
มังกรยักษ์หยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง มันเอียงคอที่ยาวระหงมองมนุษย์ตัวจิ๋วตรงหน้า ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะที่สั่นสะเทือนไปทั้งปราสาท จนเศษหินบนเพดานร่วงหล่นลงมา
สม็อก กล่าวเสียงทุ้มลึกและเยือกเย็นดังขึ้นเป็นภาษามนุษย์ที่ชัดเจน "หุบปากซะ! ไอ้ทารกหัวเทา... เจ้าคิดว่าการพ่นภาษาโบราณที่ล่มสลายไปแล้วใส่ข้า จะทำให้ข้าซาบซึ้งจนก้มหัวให้เจ้าหรือ?"
Egg หน้าถอดสี ตาเบิกกว้างด้วยความช็อก เมื่อตระหนักได้ว่าภาษาวัลลีเรียนที่เขาพยายามฝึกจากตำราโบราณเท่าที่หาได้ และการท่องจำประโยคต่างๆที่ต้องการพูด กลายเป็นการกระทำที่เสียเปล่า
"เจ้า... เจ้าพูดภาษามนุษย์ได้?"
เขารู้สึกเหมือนโลกถล่มทลาย ความเชื่อที่ว่าทาร์แกเรียนมีความผูกพันพิเศษกับมังกรผ่านมนต์ตราถูกทำลายลงในพริบตา สม็อกไม่ใช่มังกรธรรมดา ที่จะยอมรับในตัวมนุษย์คนใด และมองเขาเป็นแค่แมลงที่ส่งเสียงน่ารำคาญ
สม็อก: "ข้าได้ยินเสียงความโลภในหัวใจเจ้าดังกว่าเสียงภาษาตลกๆ นั่นเสียอีก... เจ้ามาที่นี่เพื่ออะไร? เพื่อขอให้ข้าเผาศัตรูให้เจ้า? หรือเพื่อมาเป็นอาหารว่างที่ประดับด้วยมงกุฎทองเค?"
Egg หยุดตะลึงไปเล็กน้อย กับคำกล่าวที่เหมือนกับล่วงรู้ความใจในของเขา จากเจ้ามังกรยักษ์ เขาพยายามนึกคำใดๆ ก็ตามที่เขารู้จากบันทึกสั้นๆ ของลุงของ และเปลี่ยนมาเริ่มต้นด้วยวาทศิลป์แทน
“โอ้ ! สม็อกผู้ยิ่งใหญ่ ในนามที่หนึ่งของเขา สม็อกมังกรทอง สม็อกมังกรไฟ ผู้ยิ่งใหญ่ในแดนเหนือ ข้ายินชื่อท่านมานาน แม้นอาณาจักรเล็กๆอันอยู่ห่างใกลของข้า นามเหล่านั้นก็ยังส่งมาถึง แต่นามอันยาวเหยียดใดๆ ต่างไร้ความหมายเมื่อได้มาเห็นท่านตัวเป็นๆ ทำข้าอัศจรรย์ใจยิ่งนัก”
เมื่อสม็อกได้ยินคำสรรเสริญที่ดูราวกับหลุดออกมาจากบทกวีของนักปราชญ์ แทนที่จะเป็นคำขู่หรือคำสั่งแบบราชาผู้จองหอง เขาก็เริ่มรู้สึกรื่นรมย์ขึ้นมาทันที เป็นความรื่นรมย์ที่เขาไม่ได้สัมผัสมานานนับหลายขวบปี
สม็อกจะยืดคอขึ้นช้าๆ เกล็ดสีทองแดงขยับสั่นไหวสร้างเสียงดนตรีแห่งโลหะที่น่าสะพรึงกลัว ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยพิษสง:
สม็อก: "หืมม์... เจ้ามีวาทศิลป์ที่น่าฟังกว่าเจ้าหัวขโมยล่องหน ในอุโมงค์ที่ข้าเคยเจอเมื่อนานมาแล้วเสียอีก ฮ่าๆๆ เจ้าชายหัวใส... 'สม็อกผู้ยิ่งใหญ่' งั้นหรือ? เจ้าคงศึกษาข้ามาบ้างเหมือนกันสินะ แต่นามเหล่านั้นก็เป็นเพียงเงาเมื่อเทียบกับความจริงที่อยู่ตรงหน้าเจ้า"
“เป็นดังเช่นท่านว่า” Egg กล่าวสมทบอย่างฉะฉานมากยิ่งขึ้น เมื่อพบว่าตนเองเริ่มมาถูกทาง
“ข้าคือเอกอน ทาร์แกเรียน ที่ห้าในพระนาม กษัตริย์แห่งชาวแอนดัล ชาวรอยนาร์ และปฐมบุรุษ ราชาแห่งเจ็ดอาณาจักร และผู้พิทักษ์อาณาจักร ข้าได้ประกาศต่อคนทั้งเวสตอรอสนี้แล้วว่าท่านคือผู้ที่ข้าได้อัญเชิญมา และข้าได้นำมัดจำแห่งมิตรภาพกองแรกมามอบให้ท่านถึงที่นี่!"
ความเงียบปกคลุมอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ดวงตาสีอำพันขนาดมหึมาจะสว่างวาบขึ้นในเงามืด พ่นลมหายใจร้อนระอุ พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ
สม็อก: "โอ้ ไอ้ดินแดนรูหนูไร้ชีวิตชีวานี่เรียกว่าเวสเทอรอสงั้นรึ ช่างหัวไอ้ชื่ออันยาวเหยียดไร้สาระของเจ้านั่นก่อน เทียบกับที่ๆข้าเคยอยู่ ข้าแค่สงสัยเหลือเกินว่าพวกเจ้าอยู่กันในดินแดนกระจอกง่อกง่อยนี่กันยังไงวะ ? แล้วอะไรนะ ? การอัญเชิญงั้นหรือ? ทารกหัวเทาเอ๋ย เจ้าช่างมีความคิดที่สร้างสรรค์เหลือเกิน เจ้ากล้าอ้างตนว่าข้าเป็นเพื่อนเล่นในคำลวงของเจ้า... นี่ข้าควรจะรู้สึกขบขัน หรือควรจะเผาเจ้าให้เป็นเถ้าถ่านดีล่ะ?"
Egg: "หากดินแดนที่ท่านจากมามันดีจริง แล้วท่านจักมาที่นี่ด้วยเหตุอันใดล่ะ ? นอกเสียจากว่าที่แห่งนั้นมันไม่เหลือสิ่งใดอีกต่อไป และข้าไม่ได้อ้างว่าท่านเป็นเพื่อนของข้า... ข้าอ้างว่าท่านคือ มหาอำนาจอันยิ่งใหญ่ ที่ข้าเป็นผู้นำพามาต่างหาก ในโลกของข้า คำว่าอัญเชิญ ไม่ได้แปลว่าข้าเป็นเจ้านายของท่าน แต่มันแปลว่าข้าคือคนเดียวที่มีปัญญาพอจะเจรจากับเทพเจ้าอย่างท่านได้! การที่ข้าป่าวประกาศเช่นนั้น คือการยกย่องท่านให้เหนือกว่าราชาองค์ใดในเวสเทอรอส เพื่อที่ข้าจะได้ปฏิบัติกับท่านอย่างที่ท่านควรได้รับ... ในฐานะผู้ทรงเกียรติ"
สม็อก: "ฮ่าๆๆ เจ้าฉลาดพอที่จะใช้คำหวานแต่นั่นยังไม่พอที่จะซื้อชีวิตเจ้าหรอกนะ...เจ้ารู้จักข้าจากบันทึกเก่าเก็บ แต่เจ้ารู้จักความหมายของมันจริงๆ หรือเปล่า? ข้าคือเกราะที่หนากว่าโล่สิบชั้น ข้าคือเขี้ยวที่คมดุจดาบสั้น และลมหายใจของข้า... คือความตาย !ความอัศจรรย์ใจของเจ้ากินไม่ได้ และข้าก็ไม่รับการคารวะเป็นมัดจำ... หากเจ้าบอกว่าข้ายิ่งใหญ่เกินกว่าที่ตำราจะบันทึกไว้ได้ เช่นนั้นข้าก็ขอดูหน่อยเถิดว่า อาณาจักรที่ห่างไกลของเจ้านั้น มีอะไรที่คู่ควรกับตำนานของข้าหรือไม่? หรือมีแค่คำชมอันไร้รสชาตที่พ่นออกมาดั่งน้ำลายทาส?"
มังกรยักษ์ขยับเข้ามาใกล้จนลมหายใจร้อนระอุเป่าโดนหน้าของ Egg มันกวาดสายตาคมกริบมองดู Egg อย่างพินิจพิจารณา ราวกับกำลังประเมินว่ามนุษย์ตรงหน้า "มีราคา" พอที่จะคุยต่อหรือไม่
Egg รีบดึงสติกลับมา ยืดตัวตรง แม้หน้าจะยังซีดอยู่ "ข้ามาเพื่อเสนอ 'ทางเลือก' ที่ดีกว่าการนอนรออยู่ในซากปรักหักพังนี่แล้วหาเศษหาเลยกับรางวัลเล็กๆอันไร้จุดหมาย... และเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการมอบความตายให้กับข้า "
เขาสั่งให้ขนทองคำแท่งและอัญมณีจากคลังหลวงเข้ามา สม็อกกวาดสายตามอง แม้มันจะเล็กน้อยเมื่อเทียบกับกองสมบัติที่มันเคยนอนทับกลิ้งไปกลิ้งมาในอดีต แต่มันก็มากพอจะกระตุ้นสัญชาตญาณดั้งเดิม และทำให้มันหยุดฟังมนุษย์ตัวจ้อยเบื้องหน้านั้นต่อ
Egg: "ท่านชอบทอง... แต่ข้ามีสิ่งที่ล้ำค่ากว่านั้น คือ 'อำนาจที่จะได้ทองมาโดยไม่ต้องออกแรง' ข้าเดาว่าโลกที่ท่านจากมา คงมีทองคำและเพชรนิลจินดามากมายถูกทิ้งไว้ตามพื้นดินเหมือนกรวดหิน รอให้ท่านไปชิงเอามาดั่งผลไม้สุก แต่ที่นี่ เราซ่อนมันไม่ให้มีใครรู้ ซึ่งข้าสามารถชี้ทาง หรือส่งมันมาถึงมือท่าน โดยแลกกับการ “แวะ” ไปจัดการกับปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ให้ข้าเท่านั้น
ทองที่อยู่ตรงหน้าท่าน เป็นเพียงเศษเงิน สำหรับการต้อนรับท่านเท่านั้น สม็อก... ท่านบอกว่าเวสเทอรอสคือโคลนตม ข้าไม่เถียง แต่ท่านรู้ไหมว่าทำไมมันถึงสกปรก? เพราะทองคำของที่นี่ถูกฝังอยู่ใต้ปราสาทของพวกขุนนางจอมปลอมที่เรียกตัวเองว่า 'สิงโต' พวกมันนอนทับหนึ่งในเหมืองทองที่ลึกที่สุดในโลกโดยที่ท่านไม่ต้องขุดเองด้วยซ้ำ
สม็อกเริ่มสนใจ มันขยับปีกยักษ์เบาๆ
สม็อก: "สิงโตงั้นหรือ? ข้าชอบกินสิงโต... เนื้อมันมักจะนุ่มและหอมกลิ่นความโอหัง แล้ว”ไอ้ปัญหาเล็กๆ“ของเจ้าที่อยากให้ข้าไปช่วยแก้มันคืออะไรล่ะ?"
Egg: ทางตะวันตก... มีตระกูลหนึ่งที่ชื่อ 'เรน‘ พวกเขาโอหังและสะสมทองคำไว้ในเหมืองใต้ดินที่ลึกที่สุด ที่พวกเขาคิดว่าไม่มีมังกรตัวใดเอื้อมถึง ท่านจงไปที่ปราสาทที่มีธงสิงโตสีแดง มันมีชื่อว่าคาสตาเมียร์ จะมีเหล่าอีกาคอยบินนำท่านไป จงแสดงให้พวกมันเห็นว่าความตายที่แท้จริงมีหน้าตาเป็นอย่างไร แล้วข้าจักยกเหมืองแห่งนั้นให้เป็นของท่าน ท่านจะพบว่ามันเป็นบ้านที่น่าอยู่กว่าปราสาทผีสิงแห่งนี้มากนัก"
สม็อกขยับตัวเข้ามาใกล้จนจมูกที่พ่นควันจางๆ อยู่ห่างจากหน้า Egg เพียงไม่กี่คืบ
สม็อก: "นี่เจ้ากำลังจะหลอกใช้ให้ข้าเป็นสุนัขล่าเนื้อเพื่อชิงอำนาจคืนจากขุนนางของเจ้า ... เจ้าช่างกล้าหาญหรือความจำสั้นกันแน่? ว่าข้าน่ะได้ยินเสียงความโลภในหัวใจเจ้า ไม่คิดหรือ ว่าข้าแค่กินเจ้าเสียตอนนี้ แล้วชิงทองหน้าประตูไปน่ะมันง่ายนิดเดียว?"
“ท่านก็จะได้ทองเพียงหยิบมือ ได้แต่มะงุงมะงาหรา หาเศษทองในดินแดนที่ท่านไม่รู้จัก นอนกลางดินกินกลางทรายในปราสาทอันผุพังที่ไร้หลังคา และท่านอาจจะได้รับของขวัญอีกชิ้นในห่อผ้านั่น ที่จะทำให้บทสนทนาของเรามันน่ารื่นรมย์น้อยลงกว่านี้มาก” Egg ตอบกลับพลางส่งสัญญาณให้ดังก์ขยับเข้ามาใกล้ขึ้น มือของดังก์แตะที่ห่อผ้าซึ่งซ่อนแตรมังกรไว้ Egg จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของสม็อกที่กำลังหดแคบลงด้วยความประหลาดใจ
ทาร์แกเรียนฉบับเมากาว : เมื่อ Aegon V The Unlikely มีมังกร ตอนที่ 5 การเผชิญหน้ากับสม็อก
เมื่อขบวนรถม้าที่บรรทุกทองคำแท่งหนักอึ้งจอดลงที่หน้าประตูยักษ์ที่บิดเบี้ยวของฮาร์เรนฮอล หมอกจางๆ และกลิ่นกำมะถันปกคลุมไปทั่วบริเวณ ดังก์ เดินกระหนาบเสมอกันกับ Egg มือข้างหนึ่งกุมด้ามดาบ อีกข้างยังคงแบกห่อผ้าที่ซ่อนแตรมังกรไว้ ในขณะที่ Egg กวาดสายตามองไปรอบๆ เมื่อทั้งสองเดินนำหน้าคณะเดินทางกันไป 2 คนจึงเริ่มพูดคุยกันเบาๆ อีกครั้ง
Egg: "ดังก์... เจ้าพร้อมจะเข้าไปดูผลงานการอัญเชิญ' ของข้าหรือยัง?"
ดังก์: "ข้าหวังว่าเพื่อนใหม่ของเจ้าจะอ่านจดหมายรักของเจ้าออกนะเอ็กก์ เพราะถ้ามันไม่เล่นด้วย ข้าว่าเราได้กลายเป็นอาหารอัญเชิญแทนแน่ๆ"
Egg: "ถ้ามันไม่ยอมอ่านจดหมายรักของข้า อย่างน้อยมันก็น่าจะชอบของขวัญที่เจ้าสะพายอยู่บนหลังนะดังก์... แต่เอาเถอะ ถ้ามันผิดแผนจริงๆ เจ้าก็แค่ต้องช่วยให้ข้าไม่เป็นอาหารที่เคี้ยวง่ายจนเกินไปนัก"
ดังก์: อย่าลืมสิ ข้ามีชื่อเล่นว่าดังก์จอมทึ่มมาตลอดชีวิตนะเอ็กก์... และการถือแตรประหลาดๆ ยืนจ้องหน้ากิ้งก่ายักษ์นี่ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ทึ่มที่สุดที่ข้าเคยทำเลย" ดังก์กล่าวพลางหัวเราะแบบขมขื่น
Egg: "เจ้าไม่ได้ทึ่มหรอกดังก์ เจ้าแค่เป็นอัศวินคนเดียวที่ข้าไว้ใจให้ถือชะตากรรมของอาณาจักรไว้ในมือ... ถ้าข้าให้สัญญาณ อย่าลังเลนะ"
ดังก์: (ถอนหายใจและกระชับด้ามแตร) "ข้าจะเป่ามันให้ปอดฉีกเลยล่ะ ถ้ามันบังอาจแตะต้องเจ้าแม้แต่ปลายเส้นผม"
ภายในห้องโถงร้อยเตาผิงที่พังทลาย ซึ่งเคยเป็นสถานที่ที่จัดการประชุมใหญ่เพื่อเลือกผู้สืบราชบัลลังก์ในรัชสมัยของเจแฮร์รีสผู้ประนีประนอม กลิ่นกำมะถันและเขม่าไฟอบอวลจนแสบจมูก Egg เดินนำเข้าไปในความมืดที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงเกราะของ อัศวินพุ่มไม้ เซอร์ ดันแคน ที่ดังกระทบกันเบาๆ ตามหลังมา ดันแคนกระชับห่อผ้าลินินสีดำที่พันธนาการ "แตรมังกร" ไว้แน่น เหงื่อไหลซึมตามไรผมขณะจ้องมองกองทองและสมบัติที่ถูกลากมารวมกันกลางโถง
จู่ๆ ดวงตาสีอำพันขนาดมหึมาก็ลืมขึ้นท่ามกลางกองสมบัติ แสงสว่างจ้าจากดวงตานั้นสะท้อนกับเหรียญทองจนโถงสว่างวาบ สม็อก (Smaug) ค่อยๆ ขยับกาย เกล็ดสีแดงเข้มกระทบกันดังแกร่งกราวราวกับเสียงอาวุธนับพันชิ้นถูกชักออกจากฝักพร้อมกัน แรงสั่นสะเทือนจากการเคลื่อนไหวของมันทำให้อากาศในโถงร้อยเตาผิงหน่วงหนักจนหายใจลำบาก
Egg หยุดกึก ลมหายใจของเขาขาดช่วงไปชั่วขณะ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตะลึงลานที่ตำราเล่มไหนก็ไม่เคยเตรียมใจให้เขามาก่อน
ในจินตนาการของ Egg มังกรคือสัตว์พาหนะที่สง่างามตามบันทึกของบรรพบุรุษ แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเขาคือภัยพิบัติที่มีลมหายใจ หัวของสม็อกเพียงส่วนเดียวก็มีขนาดใหญ่กว่ารถม้าศึกที่ Egg นั่งมาเสียอีก ลำคออันยาวที่ขยับเขยื้อนดูทรงพลังดั่งเทือกเขาที่เคลื่อนที่ได้ เมื่อมันเหยียดปีกยักษ์ออกเบาๆ เงาดำของมันก็พาดผ่านปกคลุมทุกสรรพสิ่งในโถงจนมืดมิดสนิท Egg รู้สึกว่าตัวเองเป็นเพียง เศษธุลี ที่อยู่ต่อหน้าสัตว์ขนาดมหึมาที่ดุร้ายและเก่าแก่
เขาสัมผัสได้ถึงไอร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายมังกรราวกับยืนอยู่หน้าปากปล่องภูเขาไฟ เหงื่อของเขาซึมชื้นและแห้งเหือดไปในพริบตา กลิ่นของทองคำที่ถูกบดทับด้วยน้ำหนักมหาศาลคละคลุ้งไปกับกลิ่นกำมะถันแรงจัดจนแสบจมูก ในใจของเขาสั่นสะท้าน ไม่ใช่แค่ด้วยความกลัวตาย แต่ด้วยความยำเกรงในอำนาจที่มนุษย์ไม่ควรจะครอบครอง
"ข้ากำลังเจรจากับขุนเขาที่กินคนได้" Egg คิดในใจพร้อมกับพยายามบังคับไม่ให้เข่าที่สั่นเทาของเขาทรุดลงต่อหน้ามหาพญามังกร
Egg ย่างเหยาะเข้าไป ยึดอกขึ้นพยายามทำตัวให้สง่างามดั่งจอมพิชิต เขาสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วเริ่มกล่าวด้วยภาษาที่เขาคิดว่าทรงพลังที่สุดในโลก... ภาษาไฮวัลลีเรียน ซึ่งตระกูลของเขาเองละทิ้งมานานหลายร้อยปี แต่เขากำลังจะใช้มันอีกครั้ง โดยที่ไม่มีนักเวทย์มังกรอยู่ข้างกาย
Egg: "Lykiri (สงบลง)... Nyke Aegon Targaryen... มังกรต้องสยบต่อสายเลือดมังกร..."
มังกรยักษ์หยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง มันเอียงคอที่ยาวระหงมองมนุษย์ตัวจิ๋วตรงหน้า ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะที่สั่นสะเทือนไปทั้งปราสาท จนเศษหินบนเพดานร่วงหล่นลงมา
สม็อก กล่าวเสียงทุ้มลึกและเยือกเย็นดังขึ้นเป็นภาษามนุษย์ที่ชัดเจน "หุบปากซะ! ไอ้ทารกหัวเทา... เจ้าคิดว่าการพ่นภาษาโบราณที่ล่มสลายไปแล้วใส่ข้า จะทำให้ข้าซาบซึ้งจนก้มหัวให้เจ้าหรือ?"
Egg หน้าถอดสี ตาเบิกกว้างด้วยความช็อก เมื่อตระหนักได้ว่าภาษาวัลลีเรียนที่เขาพยายามฝึกจากตำราโบราณเท่าที่หาได้ และการท่องจำประโยคต่างๆที่ต้องการพูด กลายเป็นการกระทำที่เสียเปล่า
"เจ้า... เจ้าพูดภาษามนุษย์ได้?"
เขารู้สึกเหมือนโลกถล่มทลาย ความเชื่อที่ว่าทาร์แกเรียนมีความผูกพันพิเศษกับมังกรผ่านมนต์ตราถูกทำลายลงในพริบตา สม็อกไม่ใช่มังกรธรรมดา ที่จะยอมรับในตัวมนุษย์คนใด และมองเขาเป็นแค่แมลงที่ส่งเสียงน่ารำคาญ
สม็อก: "ข้าได้ยินเสียงความโลภในหัวใจเจ้าดังกว่าเสียงภาษาตลกๆ นั่นเสียอีก... เจ้ามาที่นี่เพื่ออะไร? เพื่อขอให้ข้าเผาศัตรูให้เจ้า? หรือเพื่อมาเป็นอาหารว่างที่ประดับด้วยมงกุฎทองเค?"
Egg หยุดตะลึงไปเล็กน้อย กับคำกล่าวที่เหมือนกับล่วงรู้ความใจในของเขา จากเจ้ามังกรยักษ์ เขาพยายามนึกคำใดๆ ก็ตามที่เขารู้จากบันทึกสั้นๆ ของลุงของ และเปลี่ยนมาเริ่มต้นด้วยวาทศิลป์แทน
“โอ้ ! สม็อกผู้ยิ่งใหญ่ ในนามที่หนึ่งของเขา สม็อกมังกรทอง สม็อกมังกรไฟ ผู้ยิ่งใหญ่ในแดนเหนือ ข้ายินชื่อท่านมานาน แม้นอาณาจักรเล็กๆอันอยู่ห่างใกลของข้า นามเหล่านั้นก็ยังส่งมาถึง แต่นามอันยาวเหยียดใดๆ ต่างไร้ความหมายเมื่อได้มาเห็นท่านตัวเป็นๆ ทำข้าอัศจรรย์ใจยิ่งนัก”
เมื่อสม็อกได้ยินคำสรรเสริญที่ดูราวกับหลุดออกมาจากบทกวีของนักปราชญ์ แทนที่จะเป็นคำขู่หรือคำสั่งแบบราชาผู้จองหอง เขาก็เริ่มรู้สึกรื่นรมย์ขึ้นมาทันที เป็นความรื่นรมย์ที่เขาไม่ได้สัมผัสมานานนับหลายขวบปี
สม็อกจะยืดคอขึ้นช้าๆ เกล็ดสีทองแดงขยับสั่นไหวสร้างเสียงดนตรีแห่งโลหะที่น่าสะพรึงกลัว ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยพิษสง:
สม็อก: "หืมม์... เจ้ามีวาทศิลป์ที่น่าฟังกว่าเจ้าหัวขโมยล่องหน ในอุโมงค์ที่ข้าเคยเจอเมื่อนานมาแล้วเสียอีก ฮ่าๆๆ เจ้าชายหัวใส... 'สม็อกผู้ยิ่งใหญ่' งั้นหรือ? เจ้าคงศึกษาข้ามาบ้างเหมือนกันสินะ แต่นามเหล่านั้นก็เป็นเพียงเงาเมื่อเทียบกับความจริงที่อยู่ตรงหน้าเจ้า"
“เป็นดังเช่นท่านว่า” Egg กล่าวสมทบอย่างฉะฉานมากยิ่งขึ้น เมื่อพบว่าตนเองเริ่มมาถูกทาง
“ข้าคือเอกอน ทาร์แกเรียน ที่ห้าในพระนาม กษัตริย์แห่งชาวแอนดัล ชาวรอยนาร์ และปฐมบุรุษ ราชาแห่งเจ็ดอาณาจักร และผู้พิทักษ์อาณาจักร ข้าได้ประกาศต่อคนทั้งเวสตอรอสนี้แล้วว่าท่านคือผู้ที่ข้าได้อัญเชิญมา และข้าได้นำมัดจำแห่งมิตรภาพกองแรกมามอบให้ท่านถึงที่นี่!"
ความเงียบปกคลุมอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ดวงตาสีอำพันขนาดมหึมาจะสว่างวาบขึ้นในเงามืด พ่นลมหายใจร้อนระอุ พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ
สม็อก: "โอ้ ไอ้ดินแดนรูหนูไร้ชีวิตชีวานี่เรียกว่าเวสเทอรอสงั้นรึ ช่างหัวไอ้ชื่ออันยาวเหยียดไร้สาระของเจ้านั่นก่อน เทียบกับที่ๆข้าเคยอยู่ ข้าแค่สงสัยเหลือเกินว่าพวกเจ้าอยู่กันในดินแดนกระจอกง่อกง่อยนี่กันยังไงวะ ? แล้วอะไรนะ ? การอัญเชิญงั้นหรือ? ทารกหัวเทาเอ๋ย เจ้าช่างมีความคิดที่สร้างสรรค์เหลือเกิน เจ้ากล้าอ้างตนว่าข้าเป็นเพื่อนเล่นในคำลวงของเจ้า... นี่ข้าควรจะรู้สึกขบขัน หรือควรจะเผาเจ้าให้เป็นเถ้าถ่านดีล่ะ?"
Egg: "หากดินแดนที่ท่านจากมามันดีจริง แล้วท่านจักมาที่นี่ด้วยเหตุอันใดล่ะ ? นอกเสียจากว่าที่แห่งนั้นมันไม่เหลือสิ่งใดอีกต่อไป และข้าไม่ได้อ้างว่าท่านเป็นเพื่อนของข้า... ข้าอ้างว่าท่านคือ มหาอำนาจอันยิ่งใหญ่ ที่ข้าเป็นผู้นำพามาต่างหาก ในโลกของข้า คำว่าอัญเชิญ ไม่ได้แปลว่าข้าเป็นเจ้านายของท่าน แต่มันแปลว่าข้าคือคนเดียวที่มีปัญญาพอจะเจรจากับเทพเจ้าอย่างท่านได้! การที่ข้าป่าวประกาศเช่นนั้น คือการยกย่องท่านให้เหนือกว่าราชาองค์ใดในเวสเทอรอส เพื่อที่ข้าจะได้ปฏิบัติกับท่านอย่างที่ท่านควรได้รับ... ในฐานะผู้ทรงเกียรติ"
สม็อก: "ฮ่าๆๆ เจ้าฉลาดพอที่จะใช้คำหวานแต่นั่นยังไม่พอที่จะซื้อชีวิตเจ้าหรอกนะ...เจ้ารู้จักข้าจากบันทึกเก่าเก็บ แต่เจ้ารู้จักความหมายของมันจริงๆ หรือเปล่า? ข้าคือเกราะที่หนากว่าโล่สิบชั้น ข้าคือเขี้ยวที่คมดุจดาบสั้น และลมหายใจของข้า... คือความตาย !ความอัศจรรย์ใจของเจ้ากินไม่ได้ และข้าก็ไม่รับการคารวะเป็นมัดจำ... หากเจ้าบอกว่าข้ายิ่งใหญ่เกินกว่าที่ตำราจะบันทึกไว้ได้ เช่นนั้นข้าก็ขอดูหน่อยเถิดว่า อาณาจักรที่ห่างไกลของเจ้านั้น มีอะไรที่คู่ควรกับตำนานของข้าหรือไม่? หรือมีแค่คำชมอันไร้รสชาตที่พ่นออกมาดั่งน้ำลายทาส?"
มังกรยักษ์ขยับเข้ามาใกล้จนลมหายใจร้อนระอุเป่าโดนหน้าของ Egg มันกวาดสายตาคมกริบมองดู Egg อย่างพินิจพิจารณา ราวกับกำลังประเมินว่ามนุษย์ตรงหน้า "มีราคา" พอที่จะคุยต่อหรือไม่
Egg รีบดึงสติกลับมา ยืดตัวตรง แม้หน้าจะยังซีดอยู่ "ข้ามาเพื่อเสนอ 'ทางเลือก' ที่ดีกว่าการนอนรออยู่ในซากปรักหักพังนี่แล้วหาเศษหาเลยกับรางวัลเล็กๆอันไร้จุดหมาย... และเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการมอบความตายให้กับข้า "
เขาสั่งให้ขนทองคำแท่งและอัญมณีจากคลังหลวงเข้ามา สม็อกกวาดสายตามอง แม้มันจะเล็กน้อยเมื่อเทียบกับกองสมบัติที่มันเคยนอนทับกลิ้งไปกลิ้งมาในอดีต แต่มันก็มากพอจะกระตุ้นสัญชาตญาณดั้งเดิม และทำให้มันหยุดฟังมนุษย์ตัวจ้อยเบื้องหน้านั้นต่อ
Egg: "ท่านชอบทอง... แต่ข้ามีสิ่งที่ล้ำค่ากว่านั้น คือ 'อำนาจที่จะได้ทองมาโดยไม่ต้องออกแรง' ข้าเดาว่าโลกที่ท่านจากมา คงมีทองคำและเพชรนิลจินดามากมายถูกทิ้งไว้ตามพื้นดินเหมือนกรวดหิน รอให้ท่านไปชิงเอามาดั่งผลไม้สุก แต่ที่นี่ เราซ่อนมันไม่ให้มีใครรู้ ซึ่งข้าสามารถชี้ทาง หรือส่งมันมาถึงมือท่าน โดยแลกกับการ “แวะ” ไปจัดการกับปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ให้ข้าเท่านั้น
ทองที่อยู่ตรงหน้าท่าน เป็นเพียงเศษเงิน สำหรับการต้อนรับท่านเท่านั้น สม็อก... ท่านบอกว่าเวสเทอรอสคือโคลนตม ข้าไม่เถียง แต่ท่านรู้ไหมว่าทำไมมันถึงสกปรก? เพราะทองคำของที่นี่ถูกฝังอยู่ใต้ปราสาทของพวกขุนนางจอมปลอมที่เรียกตัวเองว่า 'สิงโต' พวกมันนอนทับหนึ่งในเหมืองทองที่ลึกที่สุดในโลกโดยที่ท่านไม่ต้องขุดเองด้วยซ้ำ
สม็อกเริ่มสนใจ มันขยับปีกยักษ์เบาๆ
สม็อก: "สิงโตงั้นหรือ? ข้าชอบกินสิงโต... เนื้อมันมักจะนุ่มและหอมกลิ่นความโอหัง แล้ว”ไอ้ปัญหาเล็กๆ“ของเจ้าที่อยากให้ข้าไปช่วยแก้มันคืออะไรล่ะ?"
Egg: ทางตะวันตก... มีตระกูลหนึ่งที่ชื่อ 'เรน‘ พวกเขาโอหังและสะสมทองคำไว้ในเหมืองใต้ดินที่ลึกที่สุด ที่พวกเขาคิดว่าไม่มีมังกรตัวใดเอื้อมถึง ท่านจงไปที่ปราสาทที่มีธงสิงโตสีแดง มันมีชื่อว่าคาสตาเมียร์ จะมีเหล่าอีกาคอยบินนำท่านไป จงแสดงให้พวกมันเห็นว่าความตายที่แท้จริงมีหน้าตาเป็นอย่างไร แล้วข้าจักยกเหมืองแห่งนั้นให้เป็นของท่าน ท่านจะพบว่ามันเป็นบ้านที่น่าอยู่กว่าปราสาทผีสิงแห่งนี้มากนัก"
สม็อกขยับตัวเข้ามาใกล้จนจมูกที่พ่นควันจางๆ อยู่ห่างจากหน้า Egg เพียงไม่กี่คืบ
สม็อก: "นี่เจ้ากำลังจะหลอกใช้ให้ข้าเป็นสุนัขล่าเนื้อเพื่อชิงอำนาจคืนจากขุนนางของเจ้า ... เจ้าช่างกล้าหาญหรือความจำสั้นกันแน่? ว่าข้าน่ะได้ยินเสียงความโลภในหัวใจเจ้า ไม่คิดหรือ ว่าข้าแค่กินเจ้าเสียตอนนี้ แล้วชิงทองหน้าประตูไปน่ะมันง่ายนิดเดียว?"
“ท่านก็จะได้ทองเพียงหยิบมือ ได้แต่มะงุงมะงาหรา หาเศษทองในดินแดนที่ท่านไม่รู้จัก นอนกลางดินกินกลางทรายในปราสาทอันผุพังที่ไร้หลังคา และท่านอาจจะได้รับของขวัญอีกชิ้นในห่อผ้านั่น ที่จะทำให้บทสนทนาของเรามันน่ารื่นรมย์น้อยลงกว่านี้มาก” Egg ตอบกลับพลางส่งสัญญาณให้ดังก์ขยับเข้ามาใกล้ขึ้น มือของดังก์แตะที่ห่อผ้าซึ่งซ่อนแตรมังกรไว้ Egg จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของสม็อกที่กำลังหดแคบลงด้วยความประหลาดใจ