ผมว่าคนที่ทำงานหน้าคอมทั้งวันน่าจะเข้าใจดีครับ
เช้ามาเปิดคอม ตอบไลน์ ตอบอีเมล
ประชุมเสร็จก็มีงานใหม่เข้ามาอีก
เงยหน้าอีกที...อ้าว เที่ยงแล้ว!
กินข้าวเสร็จก็กลับมานั่งต่อ
กว่าจะได้ลุกจริง ๆ ก็เกือบเลิกงาน
ทีนี้พอลุกขึ้นมาเท่านั้นแหละครับ
หลังตึง คอแข็ง ขาก็เมื่อยไปหมด
บางวันนั่งทำงาน 8 ชั่วโมง แต่ได้เดินจริง ๆ ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำ!
จริง ๆ แล้วการออกกำลังกายตอนเย็นเป็นเรื่องดีครับ แต่ระหว่างวันเราก็ไม่ควรปล่อยให้ร่างกายนั่งนิ่งหลายชั่วโมงติดกัน เพราะการลุกเดินและใช้กล้ามเนื้อเป็นระยะ ๆ อาจช่วยลดความตึงเมื่อย และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลหลังอาหารได้ด้วย วันนี้ผมเลยอยากชวนลอง สูตรพักเบรก 5 นาทีทุกชั่วโมง ไม่ต้องเปลี่ยนชุด ไม่ต้องเข้าฟิตเนส ทำข้างโต๊ะทำงานก็ได้ครับ
.
ตารางขยับ 5 นาที ทำตามได้ระหว่างทำงาน
1. นาทีที่ 1 — ลุกเดิน อย่านั่งติดเก้าอี้!
เริ่มง่ายที่สุดเลยครับ
ลุกเดินรอบโต๊ะทำงาน
เดินไปเติมน้ำ หรือเดินไปห้องน้ำก็ได้
ขอแค่ได้เดินต่อเนื่องสัก 1 นาที
ให้กล้ามเนื้อขากลับมาทำงาน
เพราะการเดินช่วยให้กล้ามเนื้อนำกลูโคสจากเลือดไปใช้เป็นพลังงานได้ครับ
.
2. นาทีที่ 2 — ยืนเขย่งปลายเท้า 15–20 ครั้ง
ข้อนี้ผมชอบครับ เพราะทำง่ายมาก
ยืนจับโต๊ะหรือพนักเก้าอี้ให้มั่นคง
ค่อย ๆ ยกส้นเท้าขึ้น แล้วลดลงช้า ๆ
ทำประมาณ 15–20 ครั้งตามกำลัง
เวลาที่เหลือก็พักหรือเดินเบา ๆ
ท่านี้ช่วยให้กล้ามเนื้อน่องได้ทำงาน
และช่วยการไหลเวียนเลือดบริเวณขาครับ
.
3. นาทีที่ 3 — ลุกนั่งจากเก้าอี้ 8–10 ครั้ง
นั่งทำงานมานานแล้ว
ลองใช้เก้าอี้ตัวเดิมออกกำลังกายดูครับ
ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน แล้วนั่งลงช้า ๆ
ทำประมาณ 8–10 ครั้ง
ถ้าเข่าไม่ค่อยดี ใช้มือช่วยพยุงได้
และเลือกเก้าอี้ที่มั่นคง ไม่เลื่อนไปมา
ท่านี้ได้ใช้ทั้งต้นขาและสะโพก
ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่
ยิ่งกล้ามเนื้อได้ทำงาน ก็ยิ่งมีโอกาสใช้น้ำตาลเป็นพลังงานมากขึ้นครับ
.
4. นาทีที่ 4 — ยืดหลังและสะโพก คลายความตึง
ใครนั่งหลังงอทั้งวัน ลองท่านี้ครับ
ลุกขึ้นยืน วางมือบริเวณสะโพก
ค่อย ๆ แอ่นหลังเล็กน้อยในช่วงที่สบาย
ทำประมาณ 5 ครั้ง
แล้วเหยียดแขนขึ้นเหนือศีรษะเบา ๆ
ไม่ต้องบิดหรือแอ่นหลังแรงนะครับ
ท่านี้ช่วยเปลี่ยนอิริยาบถ ลดความตึงจากการนั่งท่าเดิมนาน ๆ ได้
.
5. นาทีที่ 5 — คลายคอ บ่า ไหล่ ก่อนกลับไปทำงาน
ใครจ้องคอมจนไหล่แทบติดหู
นาทีสุดท้ายผมยกให้ท่านี้เลยครับ
นั่งหรือยืนหลังตรง
หมุนไหล่ไปด้านหลังช้า ๆ 10 ครั้ง
จากนั้นเก็บคางเข้าหาคอเล็กน้อย
เหมือนกำลังทำคางสองชั้น
ค้าง 3–5 วินาที ทำอีก 5 ครั้ง
ช่วยขยับกล้ามเนื้อคอและบ่า
ที่ต้องอยู่ท่าเดิมระหว่างจ้องหน้าจอครับ
ครบ 5 นาทีแล้ว กลับไปทำงานต่อได้เลย!
ไม่จำเป็นต้องทำครบทุกท่าทุกครั้งนะครับ ถ้าชั่วโมงไหนไม่สะดวก แค่ลุกเดินสักหน่อยก็ยังดีกว่านั่งนิ่งต่อไปเรื่อย ๆ
.
แล้วถ้านั่งทำงานไป หิวจุกจิกไปทั้งวันล่ะ?
ผมว่าหลายคนเป็นครับ
งานยังไม่เสร็จ แต่มือเริ่มหาขนมแล้ว!
ลองปรับ 4 เรื่องนี้ดูครับ
• หิวจริงก็กินได้ เลือกไข่ต้ม โยเกิร์ตรสธรรมชาติ หรือถั่วไม่เค็มหนึ่งกำมือเล็ก ๆ แทนขนมหวานบ่อย ๆ
• อย่าลืมดื่มน้ำ บางคนทำงานเพลินจนแทบไม่ได้ดื่มน้ำ ลองวางขวดน้ำไว้ใกล้ตัวแล้วจิบให้เพียงพอ
• เช็กมื้อก่อนหน้าด้วย ถ้ามื้อเที่ยงมีแต่ข้าวกับของทอด ลองเพิ่มโปรตีนและผัก เพื่อช่วยให้อิ่มนานขึ้น
• บางครั้งไม่ได้หิว แค่เบื่องาน ก่อนหยิบขนม ลองลุกเดินเปลี่ยนบรรยากาศสัก 5 นาที แล้วค่อยดูว่ายังหิวอยู่ไหมครับ
.
อยากทำให้ได้ทุกวัน ลองใช้ 3 วิธีนี้ครับ
• ตั้งเตือนทุก 60 นาที ให้เป็นสัญญาณลุกจากเก้าอี้
• ถ้างานยุ่ง เริ่มแค่ 2–3 นาทีก่อนก็ได้ ไม่ต้องฝืนทำครบ 5 นาที
• หากมีปัญหาเข่าหรือหลัง ให้เลือกท่าที่ทำแล้วสบาย ไม่ฝืนเจ็บ
และต้องบอกนิดหนึ่งครับว่า ถ้าปวดหลังรุนแรง ชาร้าวลงขา หรือมีขาอ่อนแรง ควรพบแพทย์เพื่อประเมิน ไม่ใช่ฝืนยืดแก้อาการเอง
.
สุดท้ายผมอยากให้ลองคิดแบบนี้ครับ
เราอาจเลือกไม่ได้ว่าวันนี้ต้องนั่งทำงานกี่ชั่วโมง
แต่เลือกได้ว่าจะไม่ปล่อยให้ตัวเองนั่งติดเก้าอี้ตลอดทั้งวัน
แค่ลุกขยับ 5 นาทีทุกชั่วโมง ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการลดเวลานั่งนิ่ง ช่วยคลายความเมื่อย และอาจช่วยดูแลน้ำตาลหลังอาหารได้ครับ
ไม่ต้องทำให้เป๊ะทุกชั่วโมง
ไม่ต้องออกกำลังจนเหงื่อท่วม
แค่ขยับให้บ่อยขึ้นและทำต่อเนื่อง
ทำงานให้เต็มที่ได้ แต่อย่าลืมให้ร่างกายได้พักจากเก้าอี้บ้างนะครับ!
Cr. FBหมอเจด
นั่งทำงานทั้งวัน! ตารางขยับ 5 นาทีทุกชั่วโมง ลดปวดหลัง ช่วยคุมน้ำตาล