อายุ 60 แล้วยังสร้างกล้ามได้ไหม? ดูแลยังไงไม่ให้กล้ามหาย

ใครอายุ 60 ขึ้นไป
วันนี้ผมอยากชวนลองทำอะไรสักอย่างครับ
ลองนั่งบนเก้าอี้ที่มั่นคง
แล้วลุกขึ้นยืนโดยไม่ใช้มือช่วย
ถ้าทำได้ ลองนั่งลงแล้วลุกขึ้นอีกครั้ง
โดยไม่ต้องรีบหรือฝืนตัวเองนะครับ

บางคนอาจทำได้สบาย ๆ
แต่บางคนเริ่มรู้สึกว่าขาไม่มีแรง
ต้องใช้มือยันเก้าอี้ถึงจะลุกขึ้นได้
หรือยืนแล้วรู้สึกไม่มั่นคงเหมือนเมื่อก่อน
ถ้าใครทรงตัวไม่ดีหรือเคยหกล้ม
ไม่ต้องฝืนลองโดยไม่มีคนช่วยนะครับ

เรื่องนี้ทำให้เห็นอย่างหนึ่งว่า
กล้ามเนื้อสำคัญกับชีวิตเรามากแค่ไหน
และผมมีข่าวดีอยากบอกครับว่า
แม้อายุ 60 หรือ 70 ปีแล้ว
ร่างกายก็ยังสร้างกล้ามเนื้อเพิ่มได้!

แต่จะสร้างยังไงให้ปลอดภัย
และทำยังไงไม่ให้กล้ามค่อย ๆ หายไป
วันนี้ผมจะพาไปรู้จักกันครับ
.
1) ทำไมเมื่อก่อนลุกง่าย แต่วันนี้เริ่มยาก?
เมื่ออายุมากขึ้น มวลกล้ามเนื้อ
และความแข็งแรงมีแนวโน้มลดลงครับ
โดยเฉพาะคนที่ไม่ค่อยได้ขยับร่างกาย
หรือใช้เวลาส่วนใหญ่นั่งอยู่กับที่

บางคนเริ่มจากเดินช้าลง
ขึ้นบันไดแล้วเหนื่อยง่ายกว่าเดิม
หรือยกของที่เคยถือไหวไม่ค่อยขึ้น
ถ้ากล้ามเนื้อลดลงร่วมกับแรงที่ถดถอย
จนเข้าเกณฑ์ทางการแพทย์
อาจเรียกว่าภาวะกล้ามเนื้อพร่องตามวัย
หรือ Sarcopenia ครับ

แต่ไม่ได้หมายความว่าคนอายุ 60 ทุกคน
จะต้องเป็นภาวะนี้เหมือนกันหมด
เพราะการกินอาหาร การออกกำลังกาย
โรคประจำตัว และการเจ็บป่วยก็มีผลด้วย
ที่สำคัญคือเรายังดูแลกล้ามเนื้อได้ครับ
.
2) แล้วอายุ 60 ยังสร้างกล้ามกลับมาได้จริงหรือ?
ได้ครับ และไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่เคยเล่นกีฬา
หรือยกเวทมาตั้งแต่หนุ่มสาวด้วย
แม้อายุมากขึ้น กล้ามเนื้ออาจตอบสนอง
ต่ออาหารและการฝึกได้ลดลงบ้าง
แต่ร่างกายยังสามารถปรับตัวได้
เมื่อได้รับแรงกระตุ้นที่เหมาะสม

โดยเฉพาะการฝึกกล้ามเนื้อแบบมีแรงต้าน
เช่น ใช้ยางยืด ดัมเบล หรือน้ำหนักตัวเอง
สามารถช่วยเพิ่มความแข็งแรง
และเพิ่มมวลกล้ามเนื้อได้ในหลายคน
แต่ต้องให้เวลาและทำอย่างต่อเนื่องครับ

ไม่ใช่ออกกำลังกายไม่กี่วันแล้วกล้ามจะโต
บางคนอาจเริ่มรู้สึกว่าออกแรงได้ดีขึ้น
ก่อนที่จะเห็นมวลกล้ามเนื้อเพิ่มชัดเจนด้วยซ้ำ
.
3) ถ้าเดินทุกวันอยู่แล้ว ทำไมกล้ามยังลด?
ผมไม่ได้บอกว่าการเดินไม่ดีนะครับ
เพราะการเดินช่วยดูแลหัวใจ หลอดเลือด
ความทนทาน และสุขภาพโดยรวมได้ดี
แต่การเดินอย่างเดียวอาจกระตุ้นกล้ามเนื้อ
ได้ไม่เพียงพอสำหรับการสร้างกล้ามเพิ่ม
โดยเฉพาะคนที่เดินระยะเดิมทุกวัน
จนร่างกายคุ้นเคยกับกิจกรรมนั้นแล้ว

ถ้าอยากรักษาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
ควรเพิ่มการฝึกแรงต้านเข้าไปด้วย
อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 วันตามความสามารถ
ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากยกเหล็กหนักครับ

แค่ฝึกลุกนั่งจากเก้าอี้ที่มั่นคง
ดันกำแพง หรือดึงยางยืดเบา ๆ
ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีได้แล้ว
เมื่อทำได้คล่องขึ้น ค่อยเพิ่มแรงต้าน
หรือจำนวนครั้งตามความเหมาะสม
เพราะกล้ามเนื้อจะพัฒนาได้ดี
เมื่อมีการฝึกที่ท้าทายขึ้นอย่างปลอดภัยครับ
.
4) แล้วต้องกินยังไงให้กล้ามมีวัตถุดิบสร้างตัวเอง?
เรื่องออกกำลังกายสำคัญก็จริง
แต่อาหารก็สำคัญไม่แพ้กันครับ
โดยเฉพาะโปรตีนที่เป็นวัตถุดิบ
ในการซ่อมแซมและสร้างกล้ามเนื้อ
คนอายุมากขึ้นบางคนกินอาหารได้น้อย
หรือกินข้าวเยอะ แต่ได้โปรตีนไม่เพียงพอ
สำหรับผู้สูงอายุสุขภาพดีโดยทั่วไป

ผู้เชี่ยวชาญหลายกลุ่มแนะนำโปรตีน
ประมาณ 1.0–1.2 กรัมต่อน้ำหนักตัว
1 กิโลกรัมต่อวัน
เช่น ถ้าหนัก 60 กิโลกรัม
อาจต้องการโปรตีนประมาณ 60–72 กรัมต่อวัน
โดยเลือกจากปลา ไข่ นม เต้าหู้
เนื้อไม่ติดมัน หรืออาหารโปรตีนอื่น ๆ
ควรกระจายโปรตีนให้ได้รับระหว่างวัน
และกินอาหารให้ได้พลังงานเพียงพอด้วย

เพราะถ้าอดอาหารจนพลังงานไม่พอ
ร่างกายก็อาจสูญเสียกล้ามเนื้อได้ครับ
แต่ถ้ามีโรคไตเรื้อรังหรือโรคที่ต้องจำกัดอาหาร
ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร
ก่อนเพิ่มโปรตีนด้วยตัวเองนะครับ
.
5) แล้วจะรู้ได้ยังไงว่ากล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น?
ผมอยากให้เปลี่ยนจากการดูตัวเลขน้ำหนัก
มาสังเกตความสามารถในชีวิตประจำวันครับ
เช่น เมื่อก่อนลุกจากเก้าอี้ต้องใช้มือยัน
แต่หลังฝึกต่อเนื่องเริ่มลุกได้คล่องขึ้น
เดินขึ้นบันไดแล้วรู้สึกมั่นคงกว่าเดิม
ถือของได้ดีขึ้น หรือเดินได้นานขึ้น
สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณที่ดี

ว่าความแข็งแรงและการทำงานของร่างกาย
อาจกำลังพัฒนาขึ้นจากการฝึก
แม้น้ำหนักตัวจะไม่ได้เปลี่ยนมาก
ก็ไม่ได้แปลว่าการออกกำลังกายสูญเปล่าครับ

และถ้ารู้สึกว่าแรงลดลงรวดเร็ว
น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ หรือหกล้มบ่อย
ควรพบแพทย์เพื่อประเมินหาสาเหตุ
ไม่ควรสรุปว่าเป็นเพราะอายุอย่างเดียว
.
ถ้าอยากเริ่มสร้างกล้าม ลองให้โอกาสตัวเอง 7 วันครับ
ผมไม่ได้อยากให้เริ่มจากการออกกำลังกายหนัก
แต่อยากให้ลองสร้างนิสัยเล็ก ๆ ก่อน
โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้ออกกำลังกายมานานครับ

• วันแรก สำรวจกำลังตัวเอง ลองสังเกตว่าลุกจากเก้าอี้ เดิน หรือขึ้นบันไดได้คล่องแค่ไหน ไม่ต้องฝืนทดสอบจนเสี่ยงล้ม
• เลือก 2 วันฝึกกล้ามเนื้อ เริ่มจากลุกนั่งเก้าอี้ ดันกำแพง หรือใช้ยางยืดเบา ๆ ตามกำลัง โดยมีคนช่วยดูแลหากทรงตัวไม่มั่นคง
• ทุกวันกินโปรตีนให้เพียงพอ เลือกไข่ ปลา นม เต้าหู้ หรือเนื้อไม่ติดมัน กระจายกินในแต่ละมื้อ ไม่จำเป็นต้องซื้อโปรตีนผงเสมอไป
• ขยับตัวและฝึกทรงตัวระหว่างสัปดาห์ เดินตามความสามารถ ฝึกทรงตัวโดยมีที่จับมั่นคง และไม่ปล่อยให้นั่งต่อเนื่องนานเกินไป
• ครบ 7 วัน ลองประเมินอีกครั้ง ดูว่าทำอะไรได้สม่ำเสมอขึ้นบ้าง แล้วค่อยปรับแผนให้เหมาะ ไม่ต้องคาดหวังว่ากล้ามจะโตชัดเจนในสัปดาห์เดียว

ผมอยากย้ำว่า 7 วันนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น
การเพิ่มมวลกล้ามเนื้อต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์
และต้องค่อย ๆ เพิ่มการฝึกอย่างเหมาะสม
หากมีโรคหัวใจที่ยังควบคุมไม่ได้
เจ็บหน้าอกเวลาออกแรง หรือหกล้มบ่อย
ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มฝึกนะครับ
.
สุดท้ายผมอยากให้ลองนึกถึงตัวเอง
ตอนอายุ 70 หรือ 80 ปีดูสักนิดครับ

ถึงตอนนั้นเราอาจไม่ได้สนใจแล้ว
ว่าต้นแขนจะใหญ่ขึ้นกี่เซนติเมตร
แต่อยากลุกจากเตียงได้ด้วยตัวเอง
เดินไปตลาดได้โดยไม่ต้องมีคนพยุง
หรือออกไปเที่ยวกับลูกหลานได้อย่างสบายใจ
กล้ามเนื้อที่เราฝึกในวันนี้
ไม่ได้มีไว้แค่ให้รูปร่างดูดี
แต่มีไว้ให้เราใช้ชีวิตที่อยากใช้
ได้อย่างอิสระไปนานที่สุดครับ

อายุ 60 ไม่ได้สายเกินไปที่จะเริ่ม
และไม่จำเป็นต้องเก่งตั้งแต่วันแรก
ขอแค่เริ่มตามกำลังและทำต่อเนื่อง
เพราะความแข็งแรงที่เพิ่มขึ้นทีละนิด
อาจช่วยให้ชีวิตในอีก 10–20 ปีข้างหน้า
แตกต่างจากวันนี้ได้มากเลยครับ



Cr. FBหมอเจด
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่