เนื่องจากพ่อกับแม่ผมแยกทางกันตั้งแต่ผมยังเด็ก มีโทรหาและแวะมาหาบ้าง บางครั้ง แต่ไม่ได้ส่งเสีย เป็นแม่คนเดียวที่ทำงานและส่งเสียผมจนเรียนจบ ปัจจุบันผมอาศัยอยู่กับแม่ ซึ่งปัจจุบันอายุ 80 ปีแล้วครับ ผมดูแลแม่เต็มเวลา ตัวผมไม่ได้ทำงานครับ
ช่วงที่ผ่านมาพ่อป่วยหนัก ทางเพื่อนของพ่อ ได้โทรมาขอให้ผมไปเพื่อเรียกรถพยาบาลให้ครับเนื่องจาก พ่อไม่ยอมไปโรงพยาบาล ตอนนี้อาการเริ่มดีขึ้น แต่ก็ยังคงมีโรคร้ายแรงที่ต้องรักษาประคับประคองครับ และมีแนวโน้มว่า พ่อจะมาขออยู่กับผมกับแม่ ซึ่งบอกตรง ๆ ว่าทางแม่ผม กับผม ไม่พร้อมรับครับ ตอนนี้พ่อกึ่งติดเตียง ต้องให้อาหารทางสายหน้าท้อง ต้องล้างแผลหน้าท้อง ยังเดินไม่ได้ครับ
ตัวผมต้องการปฏิเสธเพราะเท่าที่คุยกับแม่ แม่ไม่โอเค และไม่พร้อมครับ แต่อาจจะช่วยเหลือเป็นเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ต่อเดือน เท่าที่พอจะให้ไหวคือ สองถึงสามพัน ต่อเดือนครับ เท่าที่รู้ตอนนี้คือพ่อเช่าห้องอยู่ตัวคนเดียว มีแฟนใหม่ แต่น่าจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน และมีบ้านปู่ย่า ที่กรุงเทพ แต่พี่น้องพ่อ อยู่รวมกันครับ ในใจลึก ๆ ผมก็รู้สึกผิดกับการปฏิเสธครับ กลายเป็นลูกอกตัญญูในสายตาหลาย ๆ คน แต่ถ้าผมรับมาดูแล มันจะมีคนที่พังเพิ่มครับ
อยากขอความคิดเห็น หรือแลกเปลี่ยนมุมมองจากพี่ ๆ ที่เคยมีประสบการณ์ หรือเคยเห็นเคสทำนองนี้ครับ ว่าในมุมของแต่ละท่าน มองสถานการณ์นี้อย่างไร มีทางออกไหนที่ผมมองข้ามไปมั้ย และสำหรับคนที่เคยปฏิเสธ มีวิธีจัดการกับความรู้สึกกดดันหรือความรู้สึกผิดในใจอย่างไรบ้าง ขอบคุณทุกความคิดเห็นครับ
****Update****
ตอนนี้คุยกับแม่แล้วครับ ตกลงกันว่าจะไม่ให้มาอยู่ เหลือไปคุยกับพ่อ เพราะตอนนี้ไม่สามารถรับโทรศัพท์ได้
แม่ค่อนข้างเครียด เพราะปกติ แม่จะเป็นคนที่ขี้สงสาร ไม่กล้าปฏิเสธ
แม่ก็กังวลว่าถ้าพ่อโทรเข้าถามทางแม่ แม่ก็ไม่กล้าที่จะพูดแบบตัดเด็ดขาด
ก็คงต้องเป็นผมที่ไปเล่นบทลูกใจร้ายครับ คงต้องรอเวลาซักสองสามวัน ถ้าจัดการคุยเรียบร้อยแล้วจะมาอัพเดทปิดกระทู้อีกครั้งนึงครับ
ขอบคุณพี่ ๆ น้อง ๆ สมาชิกทุกท่านครับ
ขอความคิดเห็นและมุมมองจากพี่ ๆ สมาชิกครับ เรื่องพ่อป่วยหนัก จะขอมาอยู่ด้วย
ช่วงที่ผ่านมาพ่อป่วยหนัก ทางเพื่อนของพ่อ ได้โทรมาขอให้ผมไปเพื่อเรียกรถพยาบาลให้ครับเนื่องจาก พ่อไม่ยอมไปโรงพยาบาล ตอนนี้อาการเริ่มดีขึ้น แต่ก็ยังคงมีโรคร้ายแรงที่ต้องรักษาประคับประคองครับ และมีแนวโน้มว่า พ่อจะมาขออยู่กับผมกับแม่ ซึ่งบอกตรง ๆ ว่าทางแม่ผม กับผม ไม่พร้อมรับครับ ตอนนี้พ่อกึ่งติดเตียง ต้องให้อาหารทางสายหน้าท้อง ต้องล้างแผลหน้าท้อง ยังเดินไม่ได้ครับ
ตัวผมต้องการปฏิเสธเพราะเท่าที่คุยกับแม่ แม่ไม่โอเค และไม่พร้อมครับ แต่อาจจะช่วยเหลือเป็นเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ต่อเดือน เท่าที่พอจะให้ไหวคือ สองถึงสามพัน ต่อเดือนครับ เท่าที่รู้ตอนนี้คือพ่อเช่าห้องอยู่ตัวคนเดียว มีแฟนใหม่ แต่น่าจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน และมีบ้านปู่ย่า ที่กรุงเทพ แต่พี่น้องพ่อ อยู่รวมกันครับ ในใจลึก ๆ ผมก็รู้สึกผิดกับการปฏิเสธครับ กลายเป็นลูกอกตัญญูในสายตาหลาย ๆ คน แต่ถ้าผมรับมาดูแล มันจะมีคนที่พังเพิ่มครับ
อยากขอความคิดเห็น หรือแลกเปลี่ยนมุมมองจากพี่ ๆ ที่เคยมีประสบการณ์ หรือเคยเห็นเคสทำนองนี้ครับ ว่าในมุมของแต่ละท่าน มองสถานการณ์นี้อย่างไร มีทางออกไหนที่ผมมองข้ามไปมั้ย และสำหรับคนที่เคยปฏิเสธ มีวิธีจัดการกับความรู้สึกกดดันหรือความรู้สึกผิดในใจอย่างไรบ้าง ขอบคุณทุกความคิดเห็นครับ
****Update****
ตอนนี้คุยกับแม่แล้วครับ ตกลงกันว่าจะไม่ให้มาอยู่ เหลือไปคุยกับพ่อ เพราะตอนนี้ไม่สามารถรับโทรศัพท์ได้
แม่ค่อนข้างเครียด เพราะปกติ แม่จะเป็นคนที่ขี้สงสาร ไม่กล้าปฏิเสธ
แม่ก็กังวลว่าถ้าพ่อโทรเข้าถามทางแม่ แม่ก็ไม่กล้าที่จะพูดแบบตัดเด็ดขาด
ก็คงต้องเป็นผมที่ไปเล่นบทลูกใจร้ายครับ คงต้องรอเวลาซักสองสามวัน ถ้าจัดการคุยเรียบร้อยแล้วจะมาอัพเดทปิดกระทู้อีกครั้งนึงครับ
ขอบคุณพี่ ๆ น้อง ๆ สมาชิกทุกท่านครับ